[Carsideteam-Full Review] Nissan Navara 2.3 Pro4X : เมื่อคุณลุงหยิบเสื้อผ้าสาย Street มาใส่ กระชากวัยได้ใจวัยรุ่น

0
294

เมื่อคุณนึกถึงรถยนต์ยี่ห้อ Nissan คุณนึกถึงอะไรกันบ้าง ผมอาจจะเป็นคนหนึ่งที่นึกถึงความรู้สึกแบบ
คุณลุงใจดี ที่มีความอบอุ่นมอบให้ทุกคนรอบตัวเสมอ ใจเย็น สมถะ อาจจะไม่ได้มีชีวิตโดดเด่นอะไรนัก
แต่พึ่งพาไว้ใจได้ทุกเรื่อง นั่นคือภาพลักษณ์ของ Nissan ที่ผมเห็นมาตลอด

มาในวันนี้ ในสงครามรถกระบะที่รุนแรงขึ้นทุกๆไตรมาสเป็นอย่างน้อย คุณลุงผู้เป็นที่พึ่งของหลานๆ
ก็ต้องมีการปรับตัวให้ทะมัดทะแมงขึ้น ถอดสูท รูดเนกไทด์ออกจากคอเสื้อ แล้วหยิบเสื้อยืดพอดีตัว
กางเกงสามส่วนขนาดกำลังพอดี พร้อมรองเท้า Addidas NMD ที่ต้องแย่งกันซื้อ แล้วเดินออกมาด้วยมั่นใจ
และคล่องขึ้นกว่าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน

นี่คงเป็นภาพที่ผมมอง Nissan Navara Pro4X ครั้งแรก และในวันนี้ คุณลุงผู้ลุกขึ้นปฏิวัติตัวเองให้
ร่วมสมัยขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จะเป็นอย่างไร ขอให้ Carsideteam เล่าให้ฟังดีกว่า เลื่อนอ่านต่อได้เลยครับ

ภายนอก : ตัดดำให้ดูดุขึ้น ทะมึนคมเข้ม

มิติรถ
ความสูง 1,840 มม.
ความยาว 5,260 มม.
ความกว้าง 1,875 มม.
ระยะฐานล้อ 3,150 มม.
ความสูงใต้ท้องรถ 225 มม.
น้ำหนักรถ 2,083 มม.
ความจุถังน้ำมัน ลิตร80

เริ่มจากด้านหน้า มาพร้อมกับกระจังหน้าสีเทาดำทรง Interlock ที่อยู่ในรถของ Nissan ยุคปัจจุบัน
ตัวอักษร NISSAN แต้มด้วยสีแดง ตัดกันได้อย่างลงตัว ไฟหน้าแบบ Quad projector พร้อม DRL
และไฟเลี้ยวในโคมเดียวกัน พร้อมระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัต ที่ให้ความสว่างแบบกำลังพอดี
และไม่รบกวนเพื่อนร่วมถนน กันชนหน้าบริเวณชายล่าง ตัดด้วยสีดำ และมีไฟตัดหมอกแบบ LED มาให้เสร็จสรรพ

ด้านข้าง สิ่งที่สังเกตได้ชัดเจนว่าแตกต่างจากรุ่นปกติคือ โป่งข้างสีดำตัดด้วยสีแดงบริเวณกลางโป่งทั้ง 4 ล้อ
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวและกล้อง 360 องศาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน บันไดข้างสีดำ ราวหลังคาสีดำ
แต่สิ่งที่ทำให้ Pro4X คันนี้น่าสนใจ คือกระจกบังลมหน้าและกระจกประตูหน้า แบบป้องกันเสียงรบกวน
ซึ่งทำให้การเก็บเสียงขณะขับขี่ เบาลงอย่างรู้สึกได้ และนี่คือหนึ่งที่สิ่งที่ Navara Pro4X ทำได้ดีจนน่าปรบมือให้
บริเวณครึ่งคันหลังมีกระจกประตูหลังและกระจกหลัง แบบสีชา หรือ Privacy glass ซึ่งอุปกรณ์นี้
ปกติจะถูกใส่ในรถสเปกส่งออก แต่ในคราวนี้ Nissan จัดให้เพราะมองว่า กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้โดยสาร
อาจต้องการความเป็นส่วนบุคคล จึงจัดสิ่งนี้มาให้ในคราวนี้

ไฟท้ายแบบ LED Guide line ที่สว่างและสวยงามยามค่ำคืน ฝาท้ายมาพร้อมกับระบบช่วยผ่อนแรง
ที่สะดวกและลดการใช้แรงขณะปิด มือเปิดตรงกลางและกล้องมองหลังอยู่ในบริเวณเดียวกัน
ในตัวกระบะ มีตะขอ 4 จุดพร้อมรางเลื่อน ซึ่งหากท่านเป็นสายกิจกรรมและต้องการรถใช้ขนอุปกรณ์
เพื่อไปทำกิจกรรมต่างๆ Navara Pro4X ก็มีอุปกรณ์ตรงนี้เพื่อช่วยทำให้อุปกรณ์ไม่เคลื่อนขณะเดินทาง
โลโก้บริเวณฝากระบะท้ายเหมือนกันด้านหน้า กันชนเป็นสีเดียวกันกับตัวรถ พร้อมเซนเซอร์กะระยะถอย
ในส่วนของภายนอก ดูดุดันขึ้น ทั้งนี้ความสวยงาม เป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล ตรงนี้ต้องพิจารณากันเองครับ

ภายใน : เปลี่ยนสีภายในใหม่ มีบางอย่างหายไปแบบไม่น่าให้อภัย

ภายในรุ่น Pro4X ใช้การตกแต่งเป็นสีดำ ไม่ว่าจะช่องแอร์ มือเปิดประตู ใช้สีดำล้วนในการตกแต่ง
แต่เมื่อใช้เมื่อสัมผัสแล้ว ก็ดูเหมือนว่า ให้สัมผัสที่ค่อนข้างไม่เหมาะสมกับราคานัก หากบางส่วนใช้สีเงิน
ตัด น่าจะดูลงตัวกว่า สิ่งที่เพิ่มเติมจากรุ่นปกติคือ พวงมาลัยแบบ Multifunction ที่เปลี่ยนโลโก้ตรงแป้นแตร
จากสีเงินตัวอักษรสีดำ เป็นสีดำตัวอักษรสีแดง ให้ความรู้สึก Sport ขึ้นจากรุ่น VL อย่างชัดเจน และสิ่งที่ไม่ควร
หายไปสำหรับรถยุคปัจจุบัน คือช่องวางแก้วตรงบริเวณใต้ช่องแอร์ทั้ง 2 ฝั่ง ตรงนี้สำหรับรถยนต์ในปัจจุบัน
เป็นสิ่งที่หายไปแบบไม่น่าให้อภัยเท่าไรนัก เพราะแก้วกาแฟเย็นในปัจจุบัน หรือกระติกน้ำ Yeti ที่คนนิยม
ช่องตรงบริเวณแผงข้างประตู ไม่สามารถใส่ได้เลย ตรงนี้หากอนาคตรุ่นใหม่มีการพัฒนา อยากให้ให้ความสำคัญ
ตรงนี้ครับ

หน้าปัด มีการเพิ่มจอ TFT ตรงกลางแบบสีเพิ่ม พร้อมกับการแสดงผลได้ทั้งเข็มทิศ ระบบความบันเทิง
การตั้งค่าระบบต่างๆ โดยการใช้ปุ่มบนพวงมาลัย ส่วนหน้าปัดแบบเข็ม ยังคงเหมือนเดิม ตรงนี้
ขอชมว่า ทำออกมาได้ดี อาจจะดูเรียบๆ แต่ในความเรียบง่ายนี่แหละ ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนนมาเพ่ง
หน้าปัดบ่อยๆครับ
ระบบความบันเทิงภายในรถ มาพร้อมกับเครื่องเสียงแบบ Touch Screen จอขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบ NissanConnect รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมระบบนำทาง สำหรับการเชื่อมต่อ
สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว และให้คุณภาพเสียงที่ดี แต่สิ่งที่น่ารำคาญคือ ในรถคันทดสอบ เจออาการ
Android Auto หลุดจากการเชื่อมต่อบ่อยมาก หากอนาคตมีการ Update Firmware น่าจะดีขึ้นครับ
ติดแค่ตรงนี้เท่านั้นจริงๆ

เบาะนั่งด้านหน้า เป็นหุ้มหนัง ตรงส่วนรองน่องและพนักพิงหลัง มีตาราง 8 เหลี่ยม พร้อมปักคำว่า Pro4X
สำหรับการนั่งนั้น รองนั่งยาวกำลังดี แต่พนักพังหลังนั้น ส่วนที่รองรับเอว ยังทำได้ไม่ดีนัก และบริเวณหัวไหล่
ยังโอบสรีระได้ไม่ดีนัก ตรงนี้ต้องยอมรับว่า Hilux Revo และ Ranger Wildtrak ทำได้ดีกว่าแบบชัดเจน
ถ้าหากทรงเบาะยังไม่น่าตกใจเท่า การที่ Pro4X เป็นรุ่นย่อยที่มีราคาแพงกว่า VL แต่กลับไม่ได้ให้เบาะคนขับ
แบบปรับไฟฟ้ามาให้!!!!!!!!!!!!!! โดยทาง Nissan แจ้งว่า Pro4X เป็นคนที่คนซื้อนำไปเที่ยวป่า
ต้องการรถที่มีความทนทาง จึงตัดอุปกรณ์ส่วนนี้ออก (ได้แต่หันไปมองคู่แข่งในกลุ่มที่ให้มา) โอเค เข้าใจครับ

เบาะหลัง มีการปรับเปลี่ยนหนังหุ้มเบาะให้เหมือนกับด้านหน้า สำหรับการนั่งนั้น ไม่ได้ต่างกับรุ่นปกตินัก
เพราะทั้งชัน และไม่รองรับสรีระของคนนั่งเท่าไร ตามกระสารถกระบะ 4 ประตูในตลาดทั่วไป

เครื่องยนต์ : อร่อยสะใจคนชอบคันเร่งลึกๆ 

เครื่องยนต์ดีเซลรหัส YS23DDT ความจุ 2,298 ซีซี หรือ 2.3 ลิตรDOHC 16 วาล์ว
กระบอกสูบ 85.0 มม. x ระยะชัก 101.3 มม. กำลังอัด 15.4:1 พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบคู่
พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3750 รอบ/นาที และแรงบิด 450 นิวตันเมตร
ที่ 1500 – 2500 รอบ/นาที ผ่านค่ามาตรฐานไอเสีย Euro 4

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ อัตราทดดังนี้
เกียร์ 1 อยู่ที่ 4.8867  : 1
เกียร์ 2 อยู่ที่ 3.1697  : 1
เกียร์ 3 อยู่ที่ 2.0271  : 1
เกียร์ 4 อยู่ที่ 1.4118  : 1
เกียร์ 5 อยู่ที่ 1.0000 : 1
เกียร์ 6 อยู่ที่ 0.8642 : 1
เกียร์ 7 อยู่ที่ 0.7745 : 1
เกียร์ถอยหลัง อยู่ที่ 4.0410 : 1
อัตราทดเฟืองท้าย อยู่ที่ 3.357 : 1

ก่อนจะพูดถึงสมถรรนะของ Nissan Navara Pro4X เรามาดูตัวเลขกันก่อนดีกว่าครับ

เมื่อเครื่อง 2.3 ลิตร มาอยู่ในรถที่เบาลงอย่าง Navara Pro4X ความกระฉับกระเฉงดีขึ้นชัดเจน
การออกตัวจากจุดหยุดนิ่ง อาจจะยอมให้ Hilux Revo 2.8 ออกไปก่อน แล้วไปช้อนช่วงความเร็ว
เกิน 120 กม./ชม. และอาจโดนแซงไปซักประมาณช่วงหนึ่งคันรถ เพราะความเร็วสูงสุดของ Navara
Pro4X หยุดอยู่ที่ 182 กม./ชม. แต่สิ่งที่เครื่องตัวนี้ทำได้ผิดวิสัยเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปคือ
การที่แรงบิดมาสม่ำเสมอในทุกย่านความเร็ว กดคันเร่งลงไปเมื่อไรก็เจอเลย ซึ่งผิดจากเครื่องยนต์ดีเซล
ที่กดคันเร่งแล้วต้นมาจัดๆ แล้วท่อนกลางและปลายค่อยๆแผ่วลงไป จนต้องใช้อัตราทดเกียร์เพื่อพยุง
รอบเครื่องในอยู่ในช่วงกำลังใช้งาน

เกียร์ 7 สปีดของ Navara ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเดิมนัก ถึงแม้จะต่อเกียร์ขึ้นและลงได้เร็ว แต่อาการอมแรงบิด
แล้วบ้วนออก ก็ยังคงมีอยู่ให้รู้สึก ซึ่ง Ford Ranger Bi-Turbo และ Hilux Revo MY2021 นั้น
ทำตรงนี้ได้ดีกว่า Navara Pro4X แต่ก็ไม่ได้แย่แบบยื้อแล้วบ้วนแบบ Mazda BT-50 Pro ที่เพิ่งตกรุ่น
ไปเมื่อไม่นานนี้นัก
ภาพรวมของขุมพลังที่อยู่ใน Navara Pro4X หากท่านเป็นคนขับรถที่ชอบรถที่มีกำลังสม่ำเสมอในทุกย่าน
แต่ไม่เน้นแรงบิดท่วมๆ ทุกอย่างที่มีก็เพียงพอต่อการใช้งานครับ

ในด้านออฟโรดต้องยกให้ หนาว Naow27 เป็นผู้บรรยายในส่วนนี้
สำหรับ Nissan Navara PRO4X จะมาพร้อมสวิตช์เปลี่ยนระบบขับเคลื่อน Shift on the Fly แบบ Part-time สามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนได้ในความเร็วไม่เกิน 120 กม./ชม. จากโหมด 2H ไป 4H ส่วนการเปลี่ยนไปโหมด 4L ต้องจอดรถ ล้อตรง เข้าเกียร์ N แล้วบิดสวิตช์เปลี่ยนโหมด ก็สามารถใช้งานในเส้นทางถุรกันดาร หรือต้องการกำลังฉุดสูง มาพร้อมระบบ B-LSD ในโหมด 2H/4H และ Diff-lock ในโหมด 4L ซึ่งการใช้งานสามารถกดปุ่มที่รูป x ข้าง ๆ สวิชต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบจะเข้าสู่โหมดการทำงานพร้อมปิดระบบเตือนกันชนด้านหน้าและระบบป้องกันล้อไถล TCS ทันที โดยใน B-LSD จะกระจายแรงไปที่ล้อที่ไม่หมุนเพื่อเกิดแรงฉุดขึ้นออกหลุมอุปสรรค์ได้ ส่วน Diff-lock จะทำหน้าที่กระจายแรงล้อให้เท่ากัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปีนป่าย ฝ่าทางโคลน หรือการฉุดลาก ส่วนการทำงานเป็นอย่างไร ลองดูคลิป “ลองให้ดู” ที่หนาวนำ Nissan Navara PRO4X ไปลุยแบบไม่เกรงใจคนล้างรถเลย ซึ่งคลิปอยู่ด้านล่างครับ

 ช่วงล่าง พวงมาลัย เบรก : ทุกอย่างที่ขึ้น ประทับใจ แต่ยังไม่ใช่ที่สุดในกลุ่ม 

สำหรับ Nissan Navara Pro4X ช่วงล่างหน้าเป็นแบบ อิสระปีกนกคู่ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง
และด้านหลังเป็นแบบแหนบซ้อนพร้อมโช้คอัพ ที่มีการปรับโช๊คอัพและสปริงใหม่ สวมล้ออัลลอยสีดำแบบ
Off-Road ขนาด 17 นิ้ว (จริงๆก็ลายเดียวกับรุ่น Kingcab VL แหละ) พร้อมยางขนาด 255/65R17
ดอกยางแบบ A/T สำหรับความเร็วต่ำ ตอนนี้ Navara Pro4X แพ้แค่เพียง Ford Ranger Wildtrak
เพราะไม่ว่าจะรอยต่อถนน หลุมบ่อหรือลูกระนาด สามารถเก็บได้หมดจด อาจมีขึ้นให้แค่พอรู้สึกว่าวิ่งผ่านแค่นั้นเอง
ความเร็วสูง หากต้องวิ่งผ่านรอยต่อสะพานข้ามแม่น้ำอย่างสะพานพระราม 9 หรือสะพานแขวนนั้น Navara Pro4X
สามารถเก็บอาการสะท้านได้ดีกว่า Hilux Revo GR Sport ได้แบบชัดเจนมาก แต่ก็ยังอาการสะท้านขึ้นมาบ้าง
ตามประสารถกระบะ แต่เก็บช่วง Rebound ทาง Ford Ranger Wildtrak ก็ยังทำได้ดีกว่าแบบหนีห่างกันพอสมควร และในทางเรียบ Hilux Revo GR Sport ก็แม่นยำและคุมอาการโยนได้ดีกว่า

พวงมาลัยเป็นแบบ Rack & Pinion มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.3 เมตร สำหรับน้ำหนักของพวงมาลัย ความเร็วต่ำ
น้ำหนักเบาลงจากก่อนหน้านี้มาก และเบากว่า Mitsubishi Triton แบบชัดเจน แต่ความคล่องตัวนั้น ต้องยอมให้
Ford Ranger และความเป๊ะก็ยังเป็นรอง Toyota Hilux Revo บนความเร็วสูง มีระยะฟรีที่มากกว่า Hilux Revo
แต่สิ่งที่รู้สึกได้คือ On Center Feeling หรือความนิ่งขณะใช้ความเร็วสูง ไม่หนีกับ Ford Ranger และ Toyota
Hilux Revo มากนัก ภาพรวมของพวงมาลัย ถือว่าดีขึ้น และเหมาะกับการขับขี่ในชีวิตประจำบนความเร็วใช้งาน
ปกติ

เบรก ด้านหน้าเป็นแบบ Disc Brake พร้อมช่องระบายความร้อนที่จานเบรก หลังเป็นดรัมเบรก
น้ำหนักของแป้นเบรกค่อนไปทางลึก ไม่ตื้นมากแบบ Hilux Revo แต่ไม่ได้นุ่มแบบ Ford Ranger
แต่สามารถสั่งได้ตามน้ำหนักเท้าที่ลงไป และเมื่อใช้ความเร็วสูง แล้วเบรกติดๆกัน อาการ Brake Fade
แทบไม่พบเมื่อต้องใช้เบรกหนักติดกัน ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งของดีของ Navara Pro4X ครับ

ระบบความปลอดภัย : ครบถ้วน และของดีๆก็มีไม่น้อย 

แน่นอนว่า Navara Pro4X มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ครบถ้วน ไม่มีขาดเกิน ได้แก่
– ระบบเบรก ABS พร้อม EBD และ BA
– ถุงลมนิรภัยคู่หน้าพร้อมถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ
– ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัย
– ระบบป้องกันการลื่นไถลขณะถนนลื่น (ABLS)
– ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ VDC
– ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS
– ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถ ขณะลากจูง (TSA)
– โครงสร้างนิรภัย Zone Body
– คานกันกระแทกด้านข้าง
– พวงมาลัยแบบยุบตัวได้ เมื่อเกิดการชนด้านหน้า
– ระบบตัดวาล์วน้ำมันเชื้อเพลิงอัตโนมัติ ในกรณีรถพลิกคว่ำ
และอุปกรณ์ที่สามารถได้ใช้งานจริง ได้แก่
– ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
– ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC)
– ระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (IAVM) พร้อมระบบ Off-Road Monitor
– ระบบเตือนวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน (MOD)
– ระบบการเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชน (IFCW)
– ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (IEB)
– ระบบเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (IDA)
– ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (LDW)
– ระบบควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทาง (ILI)
– ระบบเตือนรถในมุมอับสายตา (BSW)
– ระบบป้องกันการชนรถในจุดอับสายตา (IBSI)
– ระบบตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย (RCTA)
– ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (HBA)

มาดูอัตราสิ้นเปลืองของ Nissan Navara Pro4X เรายังคงทดสอบภายใต้มาตรฐานเดิมของ Carsideteam
คือนั่ง 2 คนโดย Naow27 และ ปลื้ม BellzonaNT เริ่มตั้งแต่ปั้มน้ำมันบางจาก สุขุมวิท 62 ลัดเลาะไปตามเส้นทางสุขุมวิทเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 4 แล้วขึ้นทางด่วนท่าเรือ จากนั้นยิงตรงยาวจนถึงด่านบางพลีน้อย ในความเร็ว 110 กม./ชม. คงที่ โดยใช้ระบบล็อคความเร็ว Cruise Control แล้วกลับรถที่หน้านิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ แล้วขึ้นทางด่วนอีกครั้งแล้วยิงตรงจนถึงด่านบางนาแล้วลงบริเวณหน้าเซ็นทรัลบางนา ลัดเลาะเข้าสู่ถนนสุขุมวิทแล้วกลับไปเติมน้ำมันที่ปั้มเดิม หัวจ่ายเดิม

โดยผลที่ได้มีดังนี้
ระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 90.1 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 7.11 ลิตร
>>อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 12.67 กม./ลิตร<<

ตลอดการยืมทดสอบวิ่งไปทั้งหมด 901 กม. มีอัตราสิ้นเปลืองในการใช้งานจริงตัวเลขเฉลี่ยออกมาอยู่ที่ 8.7 กม./ลิตร ส่วนน้ำมัน 1 ถัง สามารถวิ่งไกลประมาณ 800 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล




รวบให้ฟังหลังขับ
: คุณลุงที่พยายามปรับตัวเข้ากับสมัย แบบที่ไม่ต้องอายใคร

จากที่จั่วหัวมานั้น อาจจะฟังดูทำร้ายจิตใจ Nissan Fanboy แต่หากว่ากันตามจริง Nissan เองก็เป็นรถ
ที่มีภาพลักษณ์ในแบบผู้ใหญ่ที่ดูใจดี สุขุม อาจจะไม่ใช่รถที่มี Performance ดีที่สุดในกลุ่ม แต่ก็ไม่ได้แย่ที่สุด
ในกลุ่มเช่นกัน โดยเฉพาะ Navara Pro4X ที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อให้การขับขี่ที่ดีขึ้นแบบผิดหูผิดตา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ก็ยังคงมีข้อดีที่ควรชม และข้อเสียที่ควรนำไปปรับปรุงเพื่อให้ตัวรถดีขึ้น มีอะไรบ้าง มาเลื่อนดูกันครับ

ข้อดีที่ควรชม
1. ช่วงล่างที่สบายขึ้น จนอยู่ในระดับที่ดี

ถึงแม้ว่า อาจจะไม่ได้ดีที่สุดในกลุ่ม แต่ถ้าหากมองเทียบคู่แข่งในกลุ่มแล้ว คงปฏิเสธได้ยากพอสมควรว่า
Navara Pro4X ทำช่วงล่างที่สามารถเก็บรายละเอียดจากพื้นถนนได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะความเร็วต่ำหรือสูง
จะแพ้ก็มีเพียง Ford Ranger Wildtrak ที่กลมกล่อมที่สุดในตลาดทุกช่วงความเร็ว หากเป็นคนที่ใช้รถ
ในชีวิตประจำวันและไม่ได้ใช้ความเร็วสูงมากๆบ่อย แค่นี้ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีพอแล้วครับ

2.แรงบิดของเครื่องยนต์ที่มาสม่ำเสมอในทุกย่าน 
ในแง่ของตัวเลข อาจจะไม่ได้มากหากเทียบกับคู่แข่ง แต่ด้วยความเป็นเครื่องยนต์ที่ความจุไม่ได้มาก
จึงมีข้อดีที่แรงบิดสามารถมาได้อย่าสม่ำเสมอในช่วงกำลังที่กว้าง ทำให้อรรถรสในการขับขี่ดีขึ้น
กดคันเร่งเป็นมาได้ตลอดในทุกย่านความเร็ว อาจจะแพ้ในจังหวะจอดออกไฟแดงและความเร็วสูงสุด
ที่จำกัดไว้เพียง 182 กม./ชม. (จริงๆก็ไม่ควรไปเร็วมาก ตัวรถค่อนข้างสูงครับ)

ข้อเสียที่ควรนำไปปรับปรุง
1. Option ที่วางมา(เกือบจะ)ดี น่าตีให้ตายจริงๆ 

จริงอยู่ที่ Option ล้ำๆและเป็นจุดขายอย่างสารพัด Active Safety และอุปกรณ์ดีๆอย่าง
ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถ ขณะลากจูง (TSA) ที่ปล่อยให้ Ford Ranger เอาไปเคลมว่ามีคนเดียวในตลาด
จนกลุ่มใช้รถในการลากเรือ หรือต้องลากจูงสิ่งของต่างๆ หนีไปหา Ford กันหมด ให้มาแล้วไม่บอกลูกค้า
แต่อุปกรณ์ง่ายๆอย่าง เบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า ในรุ่น Pro4X กลับไม่มีให้ หรือที่วางแก้วน้ำตรงใต้ช่องแอร์ฝั่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าที่เคยมี กลับหายไปแบบงงๆ อยากให้ลองพิจารณาว่า ก่อนจะตัดอะไรออก ลองสมมติว่าท่านเป็นผู้ใช้งานรถคันนี้ทุกวัน ของบางอย่าที่หายไปนั้น เชื่อว่ามีผลต่อการเลือกซื้อรถพอสมควรครับ

2. เบาะนั่งคู่หน้าที่ยัง Support ได้ไม่ดีนัก 
หลังจากที่ได้ Nissan Navara Pro4X มาอยู่ด้วยกันราว 5 วัน สิ่งหนึ่งที่กลับมาหลังจากคืนรถไปแล้ว
คืออาการปวดหลัง ซึ่งมาจากพนักพิงหลังที่ไม่สามารถ Support ช่วงไขสันหลังได้ดี ถึงแม้ว่าจะปรับเบาะ
ช่วยแล้ว ขณะขับขี่ก็ยังมีอาการเกร็งจนเกิดอาการปวดเมื่อย ซึ่งตรงนี้ ขอให้ท่านผู้ซื้อ ลองขับและปรับเบาะ
ให้เหมาะสมกับท่านหากขับแล้วไม่พบอาการปวดเมื่อยตามที่เราได้กล่าว ก็สามารถเป็นเจ้าของได้เลยครับ

3.ระบบความบันเทิง ถึงแม้จะต่อได้อย่างรวดเร็ว แต่มีอาการหลุดบ่อยจนหัวเสีย
จริงอยู่ที่ระบบความบันเทิงใน Navara Pro4X ใช้งานง่ายและสะดวกกว่า Hilux Revo แต่ทว่า ขณะใช้งาน
มีการเชื่อมต่อหลุดไปครั้งคราว ทั้งที่สายต่อระหว่างรถและโทรศัพท์ก็เป็นของแท้และ Andriod Auto
ก็เป็น Version ปัจจุบันแล้ว ซึ่งตรงนี้ ก็เคยเกิดขึ้นกับ Almera Turbo เช่นกัน อาจมาจาก Firmware
ของเครื่องเสียงเอง ซึ่งเกิดขึ้นรถทดสอบที่เรารับมา ตรงนี้ขอฝากให้ทาง Nissan ปรับด้วยครับ



คันต่อคัน
เมื่อ Nissan Navara Pro4X ราคา 1,149,000 บาท หากต้องเปรียบมวยเรือธงตกแต่งพิเศษจากโรงงาน
จะมีใครที่น่าสนใจในกลุ่มเดียวกันบ้าง มาดูกันครับ

1.Isuzu D-max V-Cross 3.0 M 6A/T 4X4  ราคา 1,157,000 บาท
ผู้ที่ได้เปรียบในเรื่องเครื่องที่มีความจุ 3.0 ลิตร ซึ่งมากที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้ อาการรถเหมือน Navara Pro4X
จอดออกอาจจะเสียเปรียบ แต่เมื่อรถลอยลำไปแล้ว D-Max 3.0 และ Navara Pro4X จะแซงคันอื่นแล้วหัวรถเสมอกัน และด้วยความเร็วปลายที่ถูกล็อคไว้เท่ากัน จึงทำให้หัวเสมอกัน ในส่วนของช่วงล่าง Navara Pro4X
ทำได้ดีกว่า D-Max อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ D-Max ยังชนะเหนือกว่า Navara คงหนีไม่พ้นการดูแลลูกค้า
และราคาค่าอะไหล่ที่เป็นมิตรกว่า Nissan อย่างชัดเจนครับ

2.Ford Ranger 2.0 Bi-Turbo 10 A/T 4X4 Wildtrak ราคา 1,265,000 บาท
The Best in class ของ Carsideteam ทั้งการขับขี่ที่เครื่องยนต์ในช่วงปลายเดินกว่าทุกคันในตลาด
เกียร์ 10 จังหวะ พวงมาลัยไฟฟ้าที่เบาและแม่นยำที่สุดในตลาดปัจจุบัน Ford Sync ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งาน
จะมีสิ่งที่ Nissan ที่ยังพอสู้ Ford ไหว ก็คงเรื่องการบริการหลังการขายที่ดีกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มากนัก
และตัวรถที่สดใหม่กว่า หากท่านไม่คิดมากกับการซื้อรถปลายอายุตลาด Ford Ranger ก็ยังที่เป็นรถที่น่าซื้อ
แต่ถ้าหากต้องเป็นรถใหม่ในตลาด ปลายปี 2021 เจอกันแน่นอนกับ Ranger Next Gen ครับ

3.Toyota Hilux Revo Rocco 2.8 4×4 6AT ราคา 1,256,000 บาท
ตัวเลือกที่โดนรุ่นย่อยใหม่อย่าง GR Sport ขโมยซีนไปแบบน่าเห็นใจ ทั้งที่คุณภาพความดีในตัว
ไม่ได้ด้อยแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าจะแพ้ Navara Pro4X ในเรื่องความสะท้านของช่วงล่างที่เด้งกระดอน
จนปวดเอวหากต้องขับในสภาพถนนที่ไม่เรียบ แต่นอกนั้น หากต้องนำไปใช้งานในป่าหรือสภาพถนนที่
ไม่ใช่ทางเรียบ ไม่ว่าจะกำลังเครื่อง ระบบขับเคลื่อน เป็นสิ่งที่ Toyota มอบให้ผู้ใช้งานแบบไม่ปรานีมา
ตลอดตั้งแต่ LN106 ก็คงไม่ผิดนัก ตรงนี้หากท่านเป็นคนที่ใช้รถในป่าหรือสภาพถนนไม่เอื้ออำนวยจริงๆ
และต้องการของเล่นปรับแต่งเพิ่มเพื่อการนี้ Hilux Revo ก็ยังคงยืนเหนือกว่าทุกค่ายครับ

4.Mitsubishi Triton 2.4 Double Cab 4WD ATHLETE 6A/T  ราคา 1,146,000 บาท
หน้าใหม่ถูกใจชาวประชา มาพร้อมกับเครื่อง 2.4 ลิตรที่แรงกำลังดี แต่หากเปรียบเทียบกับ Navara Pro4X
ก็แพ้ในเรื่องน้ำหนักพวงมาลัยที่ตอนนี้ หนักที่สุดในตลาดไปแล้ว และความมั่นใจบนความเร็วสูง ยังมีให้หวิวๆ
นอกนั้น ไม่ว่าจะพื้นที่โดยสารตอนหลังที่ชนะเลิศในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตูแล้ว ราคาที่จ่าย กับสิ่งที่ได้
เรียกว่าควรค่าแก่การจ่าย จะมีก็เรื่องหลังการขายที่ทาง Mitsubishi กำลังปรับราคาให้สมเหตุสมผลครับ

บทส่งท้าย : Product มาเริ่มถูกทาง รอดูเติบโตอย่างห่างๆ
“เราอยากเห็นเขาเติบโต” คงไม่ใช่คำที่เราอยากบอกคนที่เรารักเท่ารักเท่านั้น แต่อาจหมายถึงอะไรก็ตาม
ที่เราเห็นการเดินทางมาตลอด เหมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผมเชื่อว่าคนใน Nissan เอง ก็ตั้งใจให้ออกมา
ดีที่สุดเท่าที่อำนาจในมือของทุกคน และประธาน Isao Sekiguchi ก็รับทราบดีว่าสถานการณ์ของ Nissan
ในประเทศไทย คล้ายกับที่ประเทศอินโดนิเซียที่เขาเคยอยู่ และการสร้างขวัญกำลังใจด้วยการมี Coffee Talk
กับพนักงานทุกระดับ เหมือนเป็นการปลุกขวัญกำลังใจให้สู้กันต่อไป บนข้อจำกัดที่มีอยู่ในมือ
หากให้ Carsideteam กล่าวกับ Nissan ตอนนี้ ก็คงไม่พ้นว่า “ตอนนี้ของมีอยู่ในมือ สู้กับทุกคนได้แล้ว
อยู่ที่ทุกคนจะรู้ถึงศักยภาพของที่มีอยู่หรือไม่”



ผมเชื่อว่าทุกคนใน Nissan กำลังทำงานหนัก และการขอบคุณทุกคนที่ทำงานหนักไม่ยาก
“แค่อุดหนุนผลิตภัณฑ์ของเขาที่ตั้งใจทำ หากสิ่งนั้น ถูกจริตกับท่านครับ”

ขอขอบคุณ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์การตลาด
บริษัทนิสสัน มอเตอร์(ประเทศไทย) จำกัด


ทดลองขับและถ่ายภาพโดย PunTam
เผยแพร่วันที่ 5 ตุลาคม 2564
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam