Ford Ranger Raptor : ดุขึ้นอีกขั้นพร้อมเทคโนโลยีเต็มพิกัด

405

หลังจากที่ Ford Ranger ได้เปิดตัวโฉมใหม่ในปี 2011 และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม
พร้อมทั้งดันรุ่นแต่งพิเศษ Wildtrak ออกมา และได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดี (จนคู่แข่งต้องมี
เวอร์ชั่นแต่งพิเศษออกมาเกือบทุกค่าย) แต่ Ford ก็ได้เตรีบมเปิดตัวรุ่นแต่งพิเศษอีกรุ่น
ที่ไม่ใช่แต่ชุดแต่ง แต่รวมไปถึงอัพเกรดสมรรถนะให้แรงขึ้นอีกด้วย โดยใช้ชื่อว่า Ranger Raptor

หลังจาก Teaser ตัวแรกได้ออกมาเมื่อ 7 กันยายน พร้อมกับคลิป Ranger Raptor ที่กำลังพรางอยู่
วิ่งไปๆมาๆ ซึ่งก็พอเห็นสัดส่วนตัวรถอยู่บ้าง แต่พอคลิปที่ 2 ออกมาก็ได้มีข้อมูลบางอย่างที่ชัดเจนขึ้น

เริ่มจากโหมดการขับขี่ โดยคราวนี้จะมีถึงด้วยกัน 6 โหมดทั้งแบบธรรมดา Sport Weather ในทุกรุ่น
แต่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจะมีโหมด Mud/Sand,Rock/Gravel และ Baja เพิ่มเข้ามาอีกด้วย นอกจากนี้
มาตรวัดได้ย้ายวัดรอบจากที่เคยอยู่ในจอแสดงผลการขับขี่ MID มาไว้ที่ตรงกลางแทน

ส่วนเครื่องยนต์มาพร้อมกับ 2.0 ลิตร EcoBlue TDCi 4 สูบที่มีให้เลือก 2 แบบคือเทอร์โบเดี่ยว
190 แรงม้าและเทอร์โบคู่ 215 แรงม้าจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะทุกรุ่น นอกนั้นจะมีการ
ปรับช่วงล่างใหม่ รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Ford Ranger ได้เผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2011 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ในช่วงพฤศจิกายน 2011 โดยจุดเด่นในตอนนั้นคือ เป็นรถกระบะที่ให้ออปชั่นเยอะกว่าคู่แข่งในสมัยนั้น
ทั้งระบบสั่งงานด้วยเสียง ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบควบคุมการทรงตัวที่มีในหลายๆรุ่น

รวมถึงการออกแบบที่ไม่หวือหวา แต่เตะตาอยู่ไม่ใช่น้อยทั้งแบบธรรมดาและแบบแต่งหล่อ Wildtrak
ที่เสริมด้วยการตกแต่งสีดำในหลายๆจุด โรลบาร์ ภายในตกแต่งสีส้ม รวมทั้งมีสีตัวรถที่เสริมบุคลิก
ของตัวรถทำให้เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน ส่วนสมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร
150 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรที่ให้กำลัง 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตัน-เมตร
และที่สำคัญ เป็นกระบะรุ่นแรกในประเทศไทยที่ราคาเกิน 1 ล้านบาท
(ซึ่งราคาตอนนั้นอยู่ที่ 1,099,000 บาทและมีคนให้ความสนใจเยอะมาก)

นอกจากนี้ ยังส่งไปให้ Mazda ขายในชื่อ BT-50 Pro ในเดือนมกราคม 2012 โดยสเปคแทบได้เหมือนกับ Ranger
เกือบทุกอย่าง ยกเว้นออปชั่นเล็กๆน้อยๆอย่าง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (แต่มาใส่ให้ในภายหลัง) แต่ความนิยม
กลับน้อยกว่า Ranger เพราะหน้าตาที่ดูปราดเปรียว ผิดกับกระบะทั่วไปที่เน้นความดุ เข้มซึ่งถูกใจคนไทยมากกว่า

หลังจากนั้นก็มีการปรับโฉมในปี 2015 ด้วยหน้าตาที่ปรับให้หล่อขึ้น พร้อมกับปรับปรุงภายในชุดใหญ่
ทั้งชุดเครื่องเสียงที่เป็นแบบรวมกับชุดควบคุมระบบปรับอากาศ มาตรวัดออกแบบใหม่ที่มีจอแสดงผล
MID ถึง 2 จอพร้อมกับเพิ่มรุ่นย่อยของเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรในรุ่นตกแต่งแบบธรรมดาอีกด้วย หลังจากนั้น
ก็ยังมีการทยอยเพิ่มอุปกรณ์ทั้งระบบเตือนรถข้างหน้าในรุ่น Wildtrak,เพิ่มรุ่นตกแต่งเสริม FX4 และ
ระบบนำทางพร้อม Sync 3

สำหรับ Ranger ในอนาคตอันใกล้นี้จะมีรุ่นย่อยมากถึง รุ่นย่อยโดยแบ่งได้ดังนี้

Single Cab 2.2 XL 2WD 6MT
(ซึ่งรุ่น Single Cab แบบ Hi-Rider และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อได้ยุติการทำตลาดเรียบร้อยแล้ว)

Open Cab 2.2 XL 2WD 6MT
Open Cab 2.2 XLS 2WD 6MT
Open Cab 2.2 XL+ HI-RIDER 6MT
Open Cab 2.2 XLS HI-RIDER 6MT
Open Cab 2.2 XLS HI-RIDER 6AT
Open Cab 2.2 XLS 4WD 6MT
Open Cab 2.2 XLT 4WD 6MT
Open Cab 3.2 XLT 4WD 6MT

Double Cab 2.2 XLS HI-RIDER 6MT
Double Cab 2.2 XLT HI-RIDER 6MT
Double Cab 2.2 XLT HI-RIDER 6AT
Double Cab 2.2 XLT 4WD 6MT
Double Cab 3.2 XLT 4WD 6AT

Double Cab 2.2 FX-4 HI-RIDER 6MT
Double Cab 2.2 FX-4 HI-RIDER 6AT

Double Cab 2.2 WILDTRAK HI-RIDER 6MT
Double Cab 2.2 WILDTRAK HI-RIDER 6AT
Double Cab 2.2 WILDTRAK 4WD 6AT
Double Cab 3.2 WILDTRAK 4WD 6AT

Double Cab 2.0 RAPTOR 4WD 10AT
Double Cab 2.0 RAPTOR 4WD 10AT
(ซึ่งคาดว่าจะเป็นรุ่นย่อยใหม่ในอนาคต)

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการปรับโฉมให้กับ Ranger อีกรอบ ซึ่งหน้าตาอาจจะลดทอน
ความดุดันลงมาประมาณหนึ่งเพื่อสร้างความแตกต่าง ซึ่งรายละเอียดยังไม่เปิดเผยในขณะนี้

หลังจากนี้ ถ้า Ranger Raptor ประสบความสำเร็จ คู่แข่งก็อาจจะทำออกมาด้วยเช่นกัน โดยค่ายที่มี
ความเป็นไปได้คือ Toyota ที่มี TRD Sportivo และ Nissan ที่ยังมี Nismo ในไทยอยู่ ส่วน Mitsubishi
อาจจะมีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากได้ปิดฉาก Ralliart ไปเมื่อหลายปีก่อน เช่นเดียวกับ Mazda
ที่ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับ Mazdaspeed ส่วน Isuzu ก็ยังไม่มีแผนด้วยเช่นกัน

ส่วนรายละเอียดอื่นๆโปรดติดตามกันต่อไป

Comments
Loading...