หลังจากที่กระแสของ All New Isuzu D-Max ที่แม้ว่าจะเริ่มลดความแรงลงไปนิดหน่อย แต่ก็ทำให้บรรดาคู่แข่งต่าง
เตรียมงัดกลยุทธ์กันจ้าละหวั่น ไม่ว่าจะเพิ่มรุ่นแต่งพิเศษทั้งหน้าตาภายนอก บางรุ่นก็เพิ่มชุดอัพเกรดความแรง
ทาง Ford เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เตรียมกระตุ้นตลาดของ Ranger กันอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยให้รุ่นเริ่มต้น
ออกรุ่นย่อยใหม่ และรุ่นแต่งเล็กน้อยในชื่อ Sport

ล่าสุด ก็ถึงคิวของรุ่นสูงๆกันบ้าง โดยคราวนี้ได้ปรับข้าวของให้น่าใช้ขึ้น พร้อมรุ่นตกแต่งแบบเข้มในชื่อ FX-4
ซึ่งเป็นการกลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปทันทีที่ปรับโฉมเมื่อกลางปี 2018 รวมทั้งเพิ่มอุปกรณ์ในรุ่น Wildtrak
และ Raptor ในราคาเดิม เริ่มวางจำหน่ายแล้ววันนี้

เริ่มจากรุ่นย่อยใหม่ (แต่เคยมีให้เลือกเมื่อปี 2016) อย่างรุ่น FX-4 ซึ่งเป็นการนำรุ่น XLT มาตกแต่งเพิ่มเติม
ให้ดุดันขึ้น มีให้เลือกรุ่นย่อยเดียวคือ Double Cab Hi-Rider เกียร์อัตโนมัติ สนนราคาพิเศษอยู่ที่ 899,000 บาท
(ปกติอยู่ที่ 919,000 บาท) โดยมีอุปกรณ์ต่างจากรุ่นเดิมดังนี้

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์รมดำ
  • กระจังหน้าทรงใหม่ 3 ช่อง ช่องกลางเป็นลายบานเกล็ด
  • กระจกมองข้าง มือเปิดประตู และมือเปิดกระบะท้ายสีดำ
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีดำลายเฉพาะรุ่น
  • สติ๊กเกอร์ FX4 สีแดงบริเวณประตูและฝากระบะหลังแบบ 3 มิติ
  • โรลบาร์สีดำ

ส่วนภายในมีการตกแต่งต่างจากรุ่น XLT ดังนี้

  • ตกแต่งวัสดุบุนุ่มบริเวณแผงคอนโซลหน้า
  • ตกแต่งประตูและแผงคอนโซลหน้าสีดำเงา
  • แผงคอนโซล พวงมาลัย ฐานเกียร์ และคอนโซลกลางตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดง
  • เบาะนั่งหุ้มหนังสีดำ ตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดงและโลโก้ FX4
  • พรมปูพื้นหน้า/หลังพร้อมสัญลักษณ์ FX-4

ถัดมาเป็นรุ่นแต่งพิเศษอย่าง Wildtrak ที่มีการปรับอุปกรณ์เล็กน้อย มาพร้อมกับราคาเดิม
มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย โดยเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมดังนี้

  • เปลี่ยนไฟหน้าจาก Bi-Xenon มาเป็น Bi-LED
  • เปลี่ยนล้ออัลลอย 18 นิ้วเป็นลาย 6 ก้านคู่
  • กระจกมองหลังพร้อมช่องเสียบ USB (เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ)

Ford Ranger Wildtrak MY2020 มีให้เลือก 3 รุ่นย่อยดังนี้

  • 2.0 Tubo Double Cab Hi-Rider 6MT – 979,000 บาท
  • 2.0 Turbo Double Cab Hi-Rider 10AT – 1,029,000 บาท
  • 2.0 Bi-Turbo Double Cab Hi-Rider 10AT 4WD – 1,265,000 บาท


และสุดท้ายเป็นรุ่นสูงสุด Raptor ที่มีการปรับหน้าตาให้ลดความแปลกตาลง แต่แทนที่ด้วยระบบความปลอดภัย
แบบเต็มพิกัดเทียบเท่ารุ่น Wildtrak ในราคาเดิม 1,699,000 บาท ซึ่งแตกต่างจากรุ่นเดิมดังนี้

  • ยกเลิกสติ๊กเกอร์ตกแต่งบริเวณกระบะออกไป
  • เปลี่ยนไฟหน้าจาก Bi-Xenon มาเป็น Bi-LED
  • กระจกมองหลังพร้อมช่องเสียบ USB
  • เพิ่มระบบเตือนการชนด้านหน้า FCWS (Forward Collision Warning System)
    พร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking)
  • เพิ่มระบบเตือนรถออกนอกเลน LKS (Lane Keeping System)
  • เพิ่มระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam)

ขุมพลังมีให้เลือกดังนี้

  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร TDCi 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบแรงดันสูง คอมมอนเรล VGTurbo
    อินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร
    ที่ 1,600-2,600 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด + – ในรุ่น FX-4
  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร TDCi 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบแรงดันสูงคอมมอนเรล เทอร์โบ
    อินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตรที่
    1,750-2,500 รอบต่อนาทีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะพร้อมโหมด + – และเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
    ในรุ่น Wildtrak Hi-Rider
  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.0 ลิตร Bi-Turbo TDCi 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบแรงดันสูง
    คอมมอนเรล เทอร์โบคู่ (เทอร์โบแรงดันต่ำและแรงดันสูง) อินเตอร์คูลเลอร์กำลังสูงสุด 213 แรงม้า
    ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตรที่ 1,750-2,000 รอบต่อนาที จับคู่กับ
    เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะพร้อมโหมด + – ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time พร้อมสวิตช์เปลี่ยน
    ระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้า และ Locking Rear Differential ในรุ่น Wildtrak ขับเคลื่อน 4 ล้อ
    และ Raptor

ใครสนใจสามารถไปสัมผัส Ranger MY2020 ทั้ง 3 รูปแบบการตกแต่งได้ที่โชว์รูม Ford ทั่วประเทศ หรือในงาน
Motor Expo 2019 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน -10 ธันวาคม 2562 ที่อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี

Facebook Comments