Ford Ranger และ Ford Everest นับเป็นรถยนต์ที่สร้างยอดขายให้กับ Ford ณ เวลานี้ ด้วยรูปทรงที่บึกบึน ใหญ่ยักษ์ และออพชั่นที่ครบครัน ทำให้เป็นที่ถูกใจของสาวกกระบะในเวลานี้ ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับรถรุ่นต่อไป อาจมีเวอร์ชั่น Plug-in Hybrid และดีเซลเทอร์โบ V6 เป็นทางเลือกอีกด้วย

เว็บไซต์ CarExpert ประเทศออสเตรเลียเผยข้อมูลว่า Ford Ranger และ Everest รุ่นต่อไป จะพัฒนาร่วมกับ Volkswagen Amarok หน้าตาภายนอกคาดว่าจะบึกบึน และใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นเดิม ขณะที่ภายในห้องโดยสารจะติดตั้งจอ Infortainment พร้อมระบบ Sync4 แบบแนวตั้งขนาด 12.3 นิ้ว แบบเดียวกับ Ford Mustang Mach E และมาตรวัดแบบ Full LCD ขนาด 10.25 นิ้ว

ด้านขุมพลังคาดว่า Ford จะปลดประจำการบล็อกดีเซล 3.2 ลิตร 5 สูบ 200 แรงม้า ออกจาก Ranger และ Everest แล้วแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร V6 เทอร์โบที่ใช้ใน F-150 ตั้งแต่ปี 2018 ที่ผ่านมา และเครื่องยนต์ Ecoboost 2.3 ลิตรเทอร์โบ พ่วงด้วยพลังมอเตอร์แบบ Plug-in Hybrid และยังคงใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo 213 แรงม้าที่อยู่ใน Ranger รุ่นปัจจุบัน

โดยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Bi-Turbo และ 2.3 Ecoboost Plug-in Hybrid จะมีให้เลือกในทุกรุ่นย่อย
แต่เครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 ลิตร จะอยู่ในรุ่น Top of The line เช่น Ranger Raptor อย่างแน่นอน
นอกจากในว่าที่ Ford Everest รุ่นใหม่ จะเพิ่มรุ่น Wildtrak-X ที่มาพร้อมชุดแต่งออฟโรดเต็มขั้นแบบเดียวกับ Ranger Raptor ปัจจุบัน และสวมยางขนาด 17 นิ้วจาก BF Goodrich

ว่าที่ Ford Ranger และ Ford Everest รุ่นต่อไป จะยลโฉมคันจริงอย่างเป็นทางภายในปี 2022 ทั้งนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าแฝดร่วมอย่าง Volkswagen Amarok ที่มีข่าวว่าจะพัฒนาร่วมกัน แต่แน่นอนว่า ฐานการผลิตของ Ranger และ Everest รุ่นต่อไป ประเทศไทยยังคงรับหน้าเสื่อประกอบส่งออกรอบภูมิภาคอาเซียน แต่ส่วนของ Amarok อาจจะประกอบที่แอฟริกาใต้ หรืออเมริกาเหนือ แต่ส่วนของประเทศไทยนั้น ฝั่งของ Volkswagen
ยังไม่มีความชัดเจนของตัวแทนจำหน่ายใหม่อย่างเป็นทางการในประเทศ หลังจากไทยยานยนต์ ตัวแทนจำหน่ายในปัจจุบัน คงเหลือในสิทธิในการจำหน่ายรถตู่ Caravelle เพียงอย่างเดียวในประเทศไทย

ที่มา : Car Expert

Facebook Comments