Ford Puma : Crossover ทรงมนมาพร้อมกับออปชั่นภายในและความปลอดภัยเต็มพิกัด

314

ถึงแม้ว่า Ford จะหันมาทำตลาด Crossover,SUV และรถกระบะหนักขึ้น แต่สำหรับตลาดยุโรปแล้ว
ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลยังคงมีที่ยืนอยู่ ล่าสุด Ford ก็ได้เผยโฉม Crossover ในชื่อใหม่คือ
Puma อย่างเป็นทางการ ซึ่งมาพร้อมกับงานออกแบบที่เอาใจคนเมือง และมีแผนการวางจำหน่ายเร็วๆนี้

หน้าตาภายนอกมีความปราดเปรียวตามสไตล์รถยนต์นั่งในยุคปัจจุบัน เริ่มจากไฟหน้าขนาดใหญ่ทรงมน
ที่มาพร้อมกับหลอด LED กระจังหน้าและช่องดักลมขนาดใหญ่พร้อมทำช่องด้วยลายตาข่าย พร้อมช่อง
ใส่ไฟตัดหมอกหน้า LED ที่ทำกรอบออกมาเป็น 2 ชั้น ส่วนด้านข้างมีเส้นสายที่ดูพริ้วไหวไม่ว่าจะเป็น
แนวกระจกที่ดูโค้งมน กระจกมองข้างที่มีฐานบริเวณประตู พร้อมเส้นสายตัวถังที่ดูแปลกตาขึ้น

ด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้ายสีรมดำ พร้อมหลอด LED สีแดง สปอยเลอร์หลังที่มีฐานสีดำและไฟเบรก LED
ประตูหลังที่ดูกลมกลืนกับกันชนหลังที่เสริมด้วยช่องทะเบียนที่ยาวขึ้น และแถบสะท้อนแสงที่มีขนาดใหญ่
รวมถึงชายล่างกันชนตกแต่งด้วยสีดำ พร้อมช่องท่อไอเสียตกแต่งด้วยโครเมียม ส่วนหลังคามาพร้อมกับ
Panoramic Moonroof พร้อมเสาอากาศแบบครีบปลา นอกจากนี้ประตูหลังยังสามารถเปิดได้ด้วยไฟฟ้า
และควบคุมด้วยการเตะเปิดได้เช่นกัน

สีตัวถังมีให้เลือก 11 สีดังนี้

  • สีน้ำเงินเข้ม Blazer Blue
  • สีขาว Frozen White
  • สีแดง Race Red
  • สีเงิน Solar Silver
  • สีดำ Agate Black
  • สีเหลือง Luxe Yellow
  • สีแดงเข้ม Lucid Red
  • สีเทาอ่อน Grey Matter
  • สีน้ำเงิน Desert Island Blue
  • สีเทาเข้ม Magnetic
  • สีขาว Metropolis White

ส่วนภายในเป็นการนำ Ford Fiesta นำมาปรับรายละเอียดให้แตกต่างกว่ากันเล็กน้อย โดยแผงคอนโซล
มาในโทนสีดำ เสริมการตกแต่งด้วยสีดำเงาและสีเมทัลลิกเข้มตามลำดับ

ชุดเครื่องเสียงมาพร้อมกับจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการสั่งงานด้วยเสียง Sync3,รองรับการเชื่อมต่อทั้ง
Apple Carplay และ Android Auto สามารถเชื่อมต่อด้วย WiFi hotspot ที่เชื่อมต่อได้สูงสุด 10 เครื่อง
และ FordPass แอปพิเคชั่นสพหรับควบคุมระบบต่างๆทั้งการล็อกและปลดล็อกรถเช็คสถานะรถ และสตาร์ท
รถยนต์ผ่านแอปด้วยเช่นกัน ส่วนระบบเสียงมาพร้อมลำโพง 10 ตัวจาก Bang & Olufsen รวมถึง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่มีการเรียงปุ่มให้เป็นระเบียบขึ้น พร้อมทั้งติดทั้งช่องเก็บของและช่องเสียบ USB

มาตรวัดเปลี่ยนเป็นแบบจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้วที่มีการปรับกราฟิกให้สวยงามและแสดงข้อมูล
ได้หลากหลายขึ้น รวมถึงพวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังด้วยด้ายสีแดง พร้อมปุ่มมัลติฟังก์ชั่นที่ใช้งานง่าย

เบาะนั่งเป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งมาพร้อมกับเบาะนั่งลายข้าวหลามตัดที่ดูหรูหราขึ้นพร้อมหุ้มด้วยหนัง
พร้อมระบบนวดไฟฟ้ามาให้บริเวณเบาะคู่หน้า ส่วนเบาะหลังมาพร้อมกับที่พักแขน และช่องแอร์สำหรับ
ผู้โดยสารตอนหลังและช่องเก็บของจิปาถะพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระมีขนาดใหญ่ถึง 456 ลิตรพร้อม
ช่องเก็บของใต้พื้นห้องสัมภาระที่ลึกพอสมควร โดยตัวแผงปิดสามารถทำความสะอาดได้อีกด้วย

ขุมพลังมีให้เลือกดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร Ecoboost 3 สูบ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Mild Hybrid
    กำลัง 48 โวลต์ ให้พละกำลังสูงสุด 125 แรงม้า (หรือ 155 แรงม้า ในรุ่นสูงๆ) จับคู่กับ
    เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมระบบดับเครื่อง
    อัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรก Auto Start Stop
    (เครื่องยนต์ดีเซลและเกียร์อัตโนมัติจะตามมาภายหลัง)

ตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐาน Ford B-car architecture เช่นเดียวกับ Fiesta โฉมใหม่ พร้อมช่วงล่าง
ที่มาพร้อมกับโช้คขนาดใหญ่ และช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมเพื่อให้การขับขี่ดีขึ้น

ระบบความปลอดภัยมีมาให้ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision Assist พร้อมตรวจจับคนข้ามถนน Pedestrian Detection
    และระบบเคลื่อนรถและเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Keep Assist
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Information System (BLIS)
  • ระบบเตือนมุมอับด้านหลัง Cross Traffic Alert
  • ระบบอ่านป้ายจราจร Speed Sign Recognition
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Emergency Brake Assist
  • ระบบเช็คลมยาง Tire Pressure Monitoring System
  • ระบบควบคุมการทรงตัว Electronic Stability Control
  • ระบบช่วยถอยจอดกึ่งอัตโนมัติ Active Park Assist
  • ระบบเตือนเมื่อรถวิ่งผิดทิศทาง Wrong Way Alert
  • ระบบเปิดไฟสูงอัตโนมัติ Auto high beam
  • ระบบช่วยหลบสิ่งกีดขวางอัตโนมัติ Emergency Steering Assist
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีสิ่งกีดขวาง Local Hazard Warning
  • กล้องมองหลังแบบมุมกว้าง 180 องศา

การตกแต่งมีให้เลือกทั้งแบบ ST-Line และ Titanium ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

สำหรับรุ่น ST-Line มาพร้อมกับการตกแต่งดังนี้

  • ล้ออัลลอย 18 นิ้ว (พร้อมล้อ 19 นิ้วให้เลือก)
  • ช่วงล่างแบบสปอร์ต
  • ช่วงล่างปรับจูนใหม่
  • กระจังหน้าตกแต่งเฉพาะรุ่น
  • ไฟตัดหมอกหน้ากรอบสีดำ
  • สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง
  • ภายในตกแต่งลายไม้
  • พวงมาลัยหุ้มหนังด้ายสีแดง
  • แป้นเหยียบอลูมิเนียม
  • หัวเกียร์อลูมิเนียม
  • เบาะหนัง

ส่วนรุ่น Titanium มาพร้อมกับการตกแต่งดังนี้

  • ล้ออัลลอย 18 นิ้วสีเทามุก
  • กระจังหน้าโครเมียม
  • เสกิร์ตข้าง
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • แผงตกแต่งกันชนหลังสีเทา
  • เสาประตูกรอบสีดำเงา

Ford Puma จะผลิตในโรงงานที่ Craiova ประเทศโรมาเนีย และเปิดตัวในงาน Frankfurt Auto Show
ในเดือนกันยายน และกำหนดการวางจำหน่ายจะตามมาหลังจากนั้น

ที่มา carscoops,motor1,Ford Official

Comments
Loading...