หลังจากที่ได้เผยโฉมอย่างเป็นทางการสำหรับ All-New Ford Ranger เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม
Ford ได้เผยว่า เตรียมเงินลงทุนสำหรับผลิตรถรุ่นดังกล่าว รวมถึงรุ่นใกล้เคียงอย่าง Everest โฉมต่อไป
นับเป็นการลงทุนที่มากที่สุดตั้งแต่ก่อนตั้งบริษัทมานานถึง 25 ปี พร้อมตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่า
1,000 ตำแหน่ง พร้อมทั้งชูนโยบาย Ford+ อีกด้วย

 

สำหรับการลงทุนครั้งนี้ Ford ใช้เงินลงทุนราว 900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราวๆ 28,000 ล้านบาท) ในการ
ปรับกระบวนการผลิตใหม่ๆให้กับ 2 รุ่นดังกล่าว ซึ่งเป็นรุ่นที่ขายดีของ Ford  ทั่วโลก (โดยมีมูลค่าลงทุน
สะสมรวม 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือราวๆ 1 แสนล้านบาท)) นับเป็นหารลงทุนที่ค่อนข้างสูงทั้งโรงงาน
Ford Thailand Manufacturing (FTM) และโรงงาน Auto Alliance Thailand (AAT)

จากการลงทุนดังกล่าวทำให้มีตำแหน่งงานเพิ่ม 1,250 ตำแหน่ง ทำให้มีตำแหน่งงานรวม 9,000 ตำแหน่ง
โดยเงินลงทุนดังกล่าวจะรวมถึงกลุ่ม Supplier สำหรับผลิตชิ้นส่วนของรถเป็นจำนวน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ
(หรือราวๆ 13,000 ล้านบาท) ทำให้มีตำแหน่งจ้างงานเพิ่มอีก 250 ตำแหน่ง ทำให้โรงงานของ Ford
มีประสิทธิภาพเทียบเท่าโรงงานแถวหน้าของโลก สามารถผลิตรถหลากหลายแบบในสายการผลิตเดียว
และการควบคุมคุณภาพของตัวรถดีขึ้นจากการที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และเพื่มพูนความรู้ให้กับ
แรงงานชาวไทยเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆอีกด้วย ซึ่งมีส่วนให้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ Ford+ เพื่อให้ผลิตรถยนต์
ที่มีคุณภาพระดับโลกสำหรับตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างแท้จริง

สำหรับตัวโรงงานทั้ง 2 ก็มีการซื้อหุ่นยนต์ในการผลิตเพื่มอีก 356 ตัวสำหรับงานประกอบตัวถังและพ่นสี
ทำให้เครื่องจักรงานประกอบมีเพิ่มขึ้น 34% จนมีจำนวนรวม 80% (ใน AAT) และ 69% (ใน FTM)
และพนักงานสามารถทำงานร่วมกันเครื่องมือต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยร
ตรวจสอบพื้นผิวสีรถ (Scanbox) มาตรวจสอบรถทั้งคันได้อย่างละเอียด และเร็วขึ้น 5 เท่า ทำให้
รถยนต์ Ford มีคุณภาพดีขึ้น

โดยโรงงานจะปรับความสามารถในการผลิตโดยจะสามารถกระบะได้หลายแบบตัวถังทั้งตอนเดียว ตอนครึ่ง
และ 4 ประตูได้ในสายพานการผลิตเดียว เพื่อวางแผนการผลิตที่ดีขึ้น และส่งมอบรถลูกค้าให้ไวกว่าเดิม
พร้อมการใช้พลังงานทดแทน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) และยกเลิกการกำจัดขยะ
ด้วยการฝังกลบ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

สำหรับ Ford Ranger และ Everest โฉมใหม่ จะผลิตในโรงงาน FTM และ AAT เพื่อป้อนตลาดในประเทศ
และตลาดส่งออกมากกว่า 180 ประเทศทั่วโลก ถึงแม้ว่า Ranger จะเผยโฉมไปแล้ว แต่สำหรับ Everest
แม้จะยังไม่มีความคืบหน้า แต่คาดว่าในอนาคตจะมีข้อมูลออกมาเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่ Carsideteam ครับ