Ford Everest Minorchange : แม้จะเปลี่ยนหน้าตาไม่เยอะ แต่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่และออปชั่นที่เพิ่มขึ้น

284

Ford Everest โฉมปัจจุบันเปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 แต่มาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อปี 2015
และได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม (ผิดกับรุ่นแรกที่ทำยอดขายได้เรื่อยๆ) เนื่องจากเป็นรุ่นที่พลิกโฉม
จากรุ่นเดิมทุกด้าน ทั้งการออกแบบ สมรรถนะ และเทคโนโลยี ล่าสุด ก็ถึงเวลาที่จะกระตุ้นตลาดโดยการ
ปรับโฉมตามติดตลาดออสเตรเลีย พร้อมกับข้าวของต่างๆที่เติมเต็มให้ครบครันยิ่งขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงภายนอกของ New Ford Everest
-กระจังหน้าแบบโครเมียมแถบเล็กๆ 3 เส้น
-กันชนหน้าตกแต่งชายล่างใหม่
-ช่องระบายความร้อนด้านข้าง สลักข้อความ “Everest” (รุ่น 2.0 Bi-TURBO จะสลักคำว่า “Bi-TURBO”)
-ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วลายใหม่ แบบ 6 ก้านคู่สีทูโทน


ภายในห้องโดยสารของ New Ford Everest มีการเปลี่ยนแปลงดังนี้
-กรอบแผงสวิตซ์ระบบปรับอากาศแบบใหม่
-ช่องเสียบ USB ที่แยกเป็นสำหรับชุดเครื่องเสียง 1 ช่องและบนคอนโซลหน้า 1 ช่อง
-คันเกียร์อัตโนมัติทรงใหม่พร้อมโหมด + – แบบกดปุ่ม
-โทนสีภายในมีให้เลือกแค่สีดำเท่านั้น
-กุญแจอัฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
-ประตูท้ายไฟฟ้า พร้อมระบบ Hands-Free Tail Gate

-ระบบตรวจวัดลมยาง
-ระบบช่วยโทรฉุกเฉินเมื่อเกิดปัญหา
-เครื่องเสียง Sync3 พร้อมระบบนำทาง รองรับคำสั่งเสียงภาษาไทย
-กล้องมองหลัง พร้อมเซนเซอร์กะระยะ

ขุมพลังและระบบส่งกำลัง
ได้ถอดเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร 160 แรงม้า กับ 3.2 ลิตร 200 แรงม้าออกไป
และแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร EcoBlue ที่แบ่งเป็น 2 แบบคือ


Mid Power 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบแรงดันสูง คอมมอนเรล
เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ พร้อมโหมด + – สำหรับรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ

High Power  4 สูบ DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบแรงดันสูง คอมมอนเรล
เทอร์โบคู่ (มีทั้งเทอร์โบแรงดันต่ำและแรงดันสูง) อินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 213 แรงม้า
ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,000 รอบต่อนาที
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะพร้อมโหมด + – ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมระบบช่วยขับขี่
ในสภาพถนนต่างๆ Terrain Management System และ Diff Lock

ระบบความปลอดภัย
-ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ เมื่อมีวัตถุอยู่ข้างหน้า Autonomous Emergency Braking
-ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control)
-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System)
-ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System)
-ระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)
-ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control)
-ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist)
-ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System)
-ระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert)
-ถุงลมนิรภัย 7 จุด คู่หน้า / ด้านข้าง / หัวเข่าฝั่งคนขับ / และม่านถุงลมนิรภัย
-ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
-ระบบกระจายแรงเบรก EBD
-ระบบเสริมแรงเบรก BA
-ระบบควบคุมการทรงตัวและป้องกันการลื่นไถลขณะออกตัว ESP

ราคาและรุ่นย่อย
-2.0 Bi-TURBO Titanium Plus 1,799,000 บาท
-2.0 Titanium Plus 1,599,000 บาท
-2.0 Titanium 1,439,000 บาท
-2.0 Trend 1,299,000 บาท (รุ่นย่อยใหม่)

มีให้เลือก 6 สี
-สีทอง Diffused Silver Metallic
-สีเงิน Aluminum Metallic
-สีดำ Absolute Black Metallic
-สีขาว Arctic White
-สีแดง Sunset Metallic
-สีฟ้า Blue Reflex Metallic

Comments
Loading...