“น้ำมันเครื่อง” เลือดที่หล่อเลี้ยงเครื่องยนต์

282

ใครที่มีรถยนต์ มักจะได้ยินคำว่า “น้ำมันเครื่อง” อยู่เสมอ และเป็นปัจจัยหลักในการบำรุงรักษา
หัวใจของรถยนต์ที่คุณใช้งาน แต่สงสัยหรือไม่ว่า “น้ำมันเครื่อง” มันมีหน้าที่อะไร แล้วบนฉลาก
ของน้ำมันเครื่องมันหมายถึงอะไร วันนี้ Carsideteam จะพาทุกท่านไปเลยไขข้อสงสัยนี้กันครับ

น้ำมันเครื่อง มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
1.ลดความฝืดชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ แน่นอนว่า การที่วัสดุ 2 ชิ้นมาเสียดสีกัน ทำให้เกิดความฝืด
หน้าที่แรกที่เราๆท่านๆจะทราบกันดีคือ ลดความฝืด ให้ชิ้นส่วนต่างๆทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ลดการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆ สืบเนื่องจากข้อที่ 1 คือเมื่อเกิดความฝืดที่เกิดจากชิ้นส่วน 2 ชิ้นมาเสียดสีกัน
การสึกหรอที่เกิดจากเคลื่อนที่ของเครื่องยนต์ย่อมมีตาม ดังนั้นหน้าที่ในการลดการสึกหรอของชิ้นส่วนต่างๆของเครื่องยนต์
โดยเปนฟิล์มเคลือบบางๆของเครื่องยนต์ ก็เป็นหน้าที่สำคัญของน้ำมันเครื่อง

3.ทำความสะอาดชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ เมื่อเกิดการสึกหรอแล้ว เศษชิ้นส่วนต่างๆที่เกิดจากการเสียดสีของชิ้นส่วน
ในเครื่องยนต์ก็ย่อมมีบ้าง ฉะนั้น การทำความสะอาดชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ ก็เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ดีของน้ำมันเครื่องด้วย

สารพัดเลขบนกระป๋อง บอกอะไรได้บ้าง

มาถึงตัวเลขยอดฮิตบนกระป๋องน้ำมันเครื่องกันว่า บอกถึงอะไร สำหรับตัวเลขเช่น 0W-20,10W-40 นั้น เป็นการบอกค่า
ความหนืด โดยอ้างอิงที่อุณหภูมิภายนอกที่สามารถคงสถานะความเป็นสารหล่อลื่นได้ ตัวเลขหน้าเช่น 0,5,10 เป็นอุณหภูมิ หน่วยเป็นองศาเซลเซียส W คือฤดูหนาว ส่วนตัวเลขหลังอย่าง 20,30,40 คืออุณหภูมิสูงสุดที่น้ำมันยังคงสถานะความ
เป็นสารหล่อลื่นได้ โดยหน่วยงานที่ชื่อว่า SAE ( Society of Automotive Engineering) เป็นผู้กำหนด

Army_Nutty : อ้าว แล้วพวกมาตราฐาน API นี่ แบ่งกันยังไงคะ
PunTam : นี่แหละครับนัทตี้ เดี๋ยวเล่าให้ฟังต่อเลย

API (The American Petroleum Institute) หรือมาตรฐานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน โดยการแบ่งของ API
จะใช้ประเภทเครื่องยนต์ โดย S (มาจากคำว่า Spark Ignition) หรือเครื่องยนต์เบนซิน และ C (มาจากคำว่า
Compress Ignition) หรือเครื่องยนต์ดีเซล


โดยปกติ เราจะอ้างอิงว่า ตัวอักษรใดขึ้นก่อน จะเหมาะสำหรับเครื่องยนต์แบบนั้น เช่น SN4/CF-4 ถึงแม้ว่า
จะใช้งานได้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล แต่ถ้าการที่ตัว S ขึ้นก่อนตัว C นั่นคือเหมาะสมกับเครื่องยนต์เบนซิน
มากกว่านั่นเองครับ

น้ำมันเครื่องธรรมดา กึ่งสังเคราะห์ สังเคราะห์แท้ ต่างกันยังไง ทำไมราคาต่างกัน?

1. น้ำมันเครื่องธรรมดา
น้ำมันเครื่องธรรมดา เป็นน้ำมันเครื่องที่ได้จากการกลั่นแบบปกติ และใส่สารปรุงแต่งไปในประมาณนึงเท่าที่จำเป็นสำหรับเครื่องยนต์ เช่น ป้องกันการเกิดฟอง ป้องกันการเป็นกรดของน้ำมันเครื่อง ข้อดีของน้ำมันเครื่องประเภทนี้คือราคาถูก
แต่ข้อเสียคือระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายจะเร็วกว่าปกติ โดยอยู่ที่ 3,000-5,000 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กันสภาวะการใช้งาน
ของผู้ใช้รถยนต์ด้วย

2.น้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์
น้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์ จะเป็นการผสมระหว่างน้ำมันธรรมดาที่ได้จากการกลั่น มารวมกันกับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ข้อดีคือราคาจะอยู่ตรงกลางระหว่างน้ำเครื่องธรรมดาและน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ส่วนข้อเสียคืออายุการใช้งานที่อยู่ระหว่าง 5,000-7,000 กม. ทั้งนี้อยู่ที่สภาวะการใช้งานผู้ใช้รถนั้นๆด้วย

 

3.น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์
แต่ถ้าหากทั้ง 2 แบบไม่สาแก่ใจ น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์นี่แหละครับ คือที่สุดแล้ว โดยกรรมวิธีคือ
การน้ำมันธรรมดามาตั้งต้น แล้วสังเคราะห์เอาของดีๆมา ไม่พอก็ผสมสารปรุงแต่งที่ดีที่สุดเท่าที่  SAE
และ API จะเอื้ออำนวยให้ใส่ได้ ข้อดีประการแรกเลยคืออายุการใช้งานจะอยู่ที่ 10,000-15,000 กม.
(แล้วแต่บริษัทผู้ผลิตเจ้าไหนจะเคลมการใช้งาน) และการมีสารปรุงแต่งแบบไม่อั้นนั้น ก็มีข้อเสียตามมา
อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ราคาที่สูงลิบลิ่ว ทั้งนี้แล้วแต่ยี่ห้อว่า จะใส่อะไรมาให้เราครับ

NAOW27 : ขอถามอีกคำถามครับ
PunTam :   ว่ามาครับหนาว
NAOW27 : พวกสารเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่ขายๆกัน ควรใส่ไหมครับ

อันนี้เป็นคำถามที่ดีครับ ขอตอบแบบกระชับๆเลยแล้วกันครับ น้ำมันเครื่องที่ดี เหมือนเราได้ทานอาหาร
ครบ 5 หมู่ที่ดี ฉะนั้นถ้าเราไม่ตะหนี่กับน้ำมันเครื่อง ใช้ของดีๆ สารเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องยนต์
ก็ไม่จำเป็นครับ เพราะถ้างบประมาณในการถ่ายน้ำมันเครื่องไม่อั้น น้ำมันเครื่องดีๆ ราคาแพงๆ มีครบทุกอย่าง
เหมือนที่สารเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ใส่มาครับ

Army_Nutty : ผมมีอีกคำถามค่ะพี่
PunTam      : ว่ามาครับน้อง
Army_Nutty : เรื่องคำความหนืดของน้ำมันเครื่อง ควรใช้จากโรงงานหรือเปลี่ยนให้หนืดขึ้นตามอายุการใช้งานรถยนต์คะ

อันนี้ก็เป็นคำถามที่ดีครับ คือค่าความหนืดน้ำมันเครื่องที่เราเห็นในคู่มือนั้น จะอ้างอิงจากระยะ Clearance
การประกอบเครื่องยนต์รุ่นนั้นๆ รวมทั้งความสามารถในการขับของปั๊มน้ำมันเครื่องในเครื่องยนต์
รถยนต์บางรุ่น อาจจะใช้หนืดกว่าเดิมได้ไม่มาก แต่อาจทำให้กินแรงเครื่องยนต์ อันนี้อาจจะแย่น้อยหน่อย
แต่ในรถบางรุ่น บางยี่ห้อ การใช้น้ำมันเครื่องผิดเบอร์ อาจเป็นเรื่องอันตรายที่ทำให้ปั๊มน้ำมันเครื่องพัง
ลามมาถึงชิ้นส่วนเครื่องยนต์เสียหายจนอาจต้องทิ้งเครื่องยนต์ทั้งตัว ดังนั้นการใช้น้ำมันเครื่องให้ตรงเบอร์
ตามที่ผู้ผลิตกำหนดนั้น เป็นเรื่องที่ดีกว่าครับ

สำหรับความสำคัญของน้ำมันเครื่องยนต์ ขอแค่เลือกใช้ของที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ และเปลี่ยนถ่ายตาม
ที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด (หากสะดวกเร็วกว่าก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้าไม่แคร์เรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น) เท่านี้
รถยนต์ของท่านก็จะสามารถใช้งานได้ยาวๆ โดยที่ไม่ต้องไปเชื่อคนอื่นว่า พอวิ่งระยะทางมากๆ
ต้องเปิดเครื่องมา Overhaul ครับ

ข้อมูลและภาพ
http://www.pqiamerica.com/index.html
https://www.sae.org


เขียนและเรียบเรียง : PunTam
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

Comments
Loading...