มีพี่ที่ผมสนิทด้วยคนนึงในบ้านเค้ามีรถยุโรปที่ค่อนข้าง Unique อยู่หลายคันเช่น A4 Avant, 640i Convertable หรือไม่ว่าจะเป็น Saab 9-3 แต่มันก็ดันมีรถญี่ปุ่นคันนึงที่ผมก็ยังงงๆว่า ทำไมพี่เลือกคันนี้อะ คุณพี่ท่านนั้นก็ตอบกลับมาว่า ลองหายืมมาขับสิ อะๆๆ ก็ได้ๆ ก็เลยหาเวลายืม Honda CR-V 2.4 ES 4WD คันนี้มาทำการทดสอบกัน

ในส่วนของตัวนี้แน่นอนครับเป็นรุ่นที่ Minor Change แล้ว และส่วนที่แตกต่างกันระหว่าง CR-V G5 Pre-Minor Change และ Minor Change แล้วนั้น เนื่องจากมันน้อยมากกกก จึงขอรวบรัดดังนี้นะครับ
  • เปลี่ยนกันชนหน้าทรงใหม่ พร้อมปรับไฟตัดหมอกหน้าเป็น LED ทุกรุ่นย่อยที่มี
  • เพิ่มไฟเลี้ยวหน้าแบบ Sequencial (ไฟเลี้ยววิ่ง)
  • เพิ่มหลังคากระจก Panoramic Sunroof ในรุ่น EL ขึ้นไป
  • เปลี่ยนกันชนหลังดีไซน์ใหม่ พร้อมเปลี่ยนโคมไฟท้าย LED ให้เป็นแบบรมดำ
  • เพิ่มที่ชาร์จแบตไร้สายตรงคอนโซลกลาง
  • เพิ่มระบบ Honda SENSING เฉพาะรุ่นดีเซลเท่านั้น

นั้นคือส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด เป็นการปรับอุปกรณ์และหน้าตารถตามอายุการทำตลาด มันก็ชวนให้มีอะไรให้ลูกค้าหันมามองมากขึ้น แต่ๆๆ ขนาดจะปรับอุปกรณ์พร้อมหน้าตาแล้วทั้งที ทำไมคุณพี่ไม่ใส่เซ็นเซอร์กะระยะมาจากโรงงานมาให้บ้างละครับ รถคันตั้งล้านกลาง บางครั้งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เซลล์ต้องหามาแถมให้ตลอดๆ อีกทั้งเซ็นเซอร์จากโรงงานนั้นมันค่อนข้างมีเสียงเตือนที่เสนาะหูและทนทานกว่าของแถมแน่นอน

ขุมพลัง
เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2,400 ซีซี รหัส R20A แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า (127 กิโลวัตต์) ที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 224 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที สามารถใช้น้ำมันเบนซิน 91-95 ,แก็สโซฮอล์ E10 91-95 , E20 และ E85

พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Real Time
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ Earth-Dream อัตราทดดังนี้
อัตราทดเกียร์ 2.645 – 0.405
เกียร์ถอยหลัง 1.858 -1.264
เฟืองท้าย 5.363

อัตราเร่งนั้นใช้คำว่า สมตัวน่าจะนิยามได้ใกล้เคียงที่สุดแล้ว รถคันเท่านี้ เครื่องยนต์เบนซินขับ 4 Full Time เกือบตลอดเวลา เกียร์ CVT วิ่งได้ขนาดนี้ก็ดีแค่ไหนแล้ว ส่วนอัตราสิ้นเปลืองนั้นหากวิ่งไกลก็ไม่แย่ แต่ถ้าในเมืองนี้ CR-V ชื่อนี้กินแน่นอนครับกินแอบดุนิดหน่อย แต่เอาว่าไม่แย่เตา G3 แน่นอน

การขับขี่ของ CR-V นั้นถามกันตรงเลยว่าหลังจากการปรับ Minor Change นั้นมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ตอบสั้นเลยครับว่า “ไม่” แต่ๆๆ ไม่ได้หมายความนะครับว่ารถมันตอบสนองได้ไม่ดี เอาจริงๆนั้นมีสามารถคลายข้อสงสัยได้เลยว่าทำไมรถที่ดูไม่มีอะไรเลยอย่าง CR-V นั้นกลับขายดีขายออกได้เรื่อยๆ นั้นก็คือความ User Friendly ขั้นสุดจริงๆ ทั้งการควบคุมรถและการใช้งาน

การตอบสนองของพวงมาลัยไฟฟ้านั้นเซ็ตความหนืดได้กำลังพอดีมาก อัตราทดที่แอบจัด แต่ไม่ได้จัดจนเกินไป ความต่อเนื่องของการหักเลี้ยวทำได้ดี ความเร็วสูงยังคงความนิ่งได้ดีตามนิสัยของพวงมาลัย Honda เอาง่ายว่ามันช่างง่ายดายเหลือกับการสาวพวงมาลัยของรถคันนี้วิ่งไปในเมืองหรือแม้กระทั่งวิ่งทางไกลทำได้ดีแล้ว นี้คือข้อดีใหญ่ของรถคันนี้เลย
ช่วงล่างนั้นแน่นอนว่า CR-V เป็นรถที่เซ็ตมาทางครอบครัวโดยสารมากกว่าจะเล่นลงบู้ในสนาม Buriram ดังนั้นการตอบสนองของช่วงล่างนั้นจะมาในโทนที่นุ่ม สบาย ซับแรงสะเทือนได้ดี รูดรอยต่อใหญ่ได้ถึงขั้นเกือบเนียน ยังคงไว้ซึ่งความแอบที่สะเทือนเล็กๆให้พอตึงตัง ช่วงล่างที่ความเร็วไม่เกิน 140 ให้ความไว้ใจได้ในระดับที่รถครอบครัวช่วงล่างนุ่มๆคันนึงสามารถทำได้ แต่หากสูงกว่านั้นก็จะมีอาการแกว่งข้างโผล่มาให้เจอกันบ้าง แต่นับว่าไม่น่าเกลียดเสียเท่าไหร่ เพียงแค่อาจจะมีคนทำได้นิ่งกว่าที่ความเร็วขนาดนั้นเช่น Mazda CX-8/CX-5 หรือ X-Trail ที่เลิกขายไปแล้ว
แป้นเบรคน้ำหนักต้านเท้าไม่มาก ไม่หนืดถึงขั้นมาสด้า แต่ก็ไม่เบาเหมือน Honda ทั่วๆไป การหน่วงความเร็วทำได้ดี เหมาะสมกับตัวรถ ไม่ลึกเกินจนต้องเหยียบลึกตลอดเวลา แต่ก็ไม่เร็วเกิ้นจนหน้าทิ่งทุกครั้งที่กด
ระบบความปลอดภัยนั้น ด้วยความที่รุ่นที่เราทดลองขับนั้นเป็น 2.4 ES 4WD 5 ที่นั่งธรรมดาๆ ดังนั้นมันก็มีอุปกรณ์ความปลอดภัยพื้นฐานครบๆให้ นั้นก็คือ ABS/EBD/TRC/VSA ทั้งหลายทั้งมวลนั้นเป็นอุปกรณ์มาตราฐานมาให้ อีกทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ G-CON ตามแบบของ Honda ด้วย ส่วน Airbag นั้น 6 ตำแหน่ง(คู่หน้า-เบาะคู่หน้า-ม่าน) สิ่งที่ขาดไปมีเพียง Honda SENSING เท่านั้น
ขณะที่อัตราสิ้นเปลืองของ Honda CR-V 2.4 ES 4WD เราอ้างอิงจากรุ่น 2.4 EL ที่ทดสอบเมื่อเดือนมิถุนายน  2017 โดยนั่งกัน 2 คน ใช้น้ำมันแก็สโซฮอล์ 95 และใช้ความเร็ว 110 กม./ชม. ในการทดสอบ ซึ่งมีผลดังนี้
ระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 92.0 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 8.26 ลิตร
>>อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 11.13 กม./ล.<<
ใช้คำว่ากินดุพอสมควร หาใช้ความเร็วไม่สูง ขับเรื่อยก็ยังพอให้ประหยัดอยู่ แต่ถ้าบู๊แหลก มุดทุกเลนระดับน้ำมันจะลงเร็วราวกับถังรั่ว ขณะที่การใช้งานจริงตลอดการทดสอบ 5 วัน ทำตัวเลขออกได้ 10.2 กม./ล. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล
รวบให้ฟัง หลังลองขับ
: ความกลางของ Honda ที่พาคนกลับมาตายรังที่ CR-V
คือปฎิเสธไม่ได้ว่า CRV ค่อนข้างเป็นรถที่มีความเป็นกลางและกลุ่มตลาดค่อนข้างกว้าง แต่ความเป็นกลางของมันนั้นแฝงไปด้วยความ User Friendly ที่ทุกคนแม้แต่คนในครอบครัวของคุณสามารถหยิบยืมไปใช้งานได้ จะลูกสาวหรือลูกชาย เพศไหนก็ขับง่าย ด้วยตำแหน่งนั่งของมันที่โปร่งสบาย ทุกอย่างใช้งานได้ง่าย ตำแหน่งที่ดูเหมือนคุณเป็นคนขับเครื่องบิน อาจจะไม่ได้เป๊ะทุกอย่างเหมือน Mazda แต่มันเข้าได้กับคนทุกสรีระ ความอเนกประสงค์ที่ค่ายอื่นแค่เห็นชื่อแล้ว เออ….กูยอม การพัฒนาจาก G4 มาเป็น G5 นั้นทำผมแทบอยากจะลบ G4 ออกจากสาระบบประวัติศาสตร์ Honda CR-V เลยที่เดียว
ณ ตอน G3 มันเป็นรถที่ขับสนุก แม้อาจจะได้เครื่องที่แรงไม่ระเบิดระเบ้อแต่ช่วงล่างและพวงมาลัยนั้นทำได้ออกมาถูกใจผมมาก
ณ ตอน G4 ทุกอย่างเหมือนโดน Cost Down ลง พวงมาลัยเหมือนจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันดีขึ้นขนาดนั้น ส่วนช่วงล่างนั้นเรียกได้เลยว่า ถ้าผมมี G3 ผมจะซื้อ G4 ทำไมในเมื่อช่วงล่างมันแย่ลง
ตัดภาพมา G5 มันคือการที่ G3 Grow Up ขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ อัพตำแหน่งจาก Officer มาเป็น Serior Manager ภาพมันคืออะไรประมาณนั้นแหละครับ มัน Compromise สิ่งที่คนซื้อรถครอบครัวต้องการได้มาอย่างพอดี

เทียบกับคู่แข่งหลัก ๆ กันบ้าง

 

Subaru Forester 2.0 iS Eye-Sight
ค่ายดาวลูกไก่ ขับสี่ในตำนาน เรื่องการขับขี่นี้ว่าเขาไม่ได้เลยจริงๆ รถมันนุ่ม แต่มีความคล่องตัวสูง ความแน่นของตัวถัง เวลาหักเลี้ยวหรือเข้าโค้งมันเอาอยู่มากๆ เครื่องยนต์ไม่แรงแอบเกือบๆอืด ภายในที่ดีอาจจะไม่หรูหราเท่าชาวบ้าน แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ไม่แย่ แต่ส่วนที่คนจะไม่มองมันคือดีไซน์ภายนอกล้วนๆ แต่ถ้าเป็นลูกค้าบางคนกลับชอบเพราะความไม่เตะตาของมันนี้แหละ ระบบความปลอดภัยก็ครบๆกับ Eye-Sight
Mazda CX-5 2.0SP 2WD
โอเคคันนี้ต้องเป็นขับ 2 เพราะเครื่องยนต์เบนซินไม่มีขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ยังไงก็ตามเรื่องของงานออกแบบต้องยอม Mazda เค้าจริงๆ ทั้งภายนอกที่ดูชัดเจนว่าเป็นรถที่เน้นการขับขี่ตามแบบฉบับมาสด้า อีกทั้งภายในที่ดูหรูหรากว่าคู่แข่งวัสดุต่างๆดีที่สุดในกลุ่ม ได้เปรียบกว่า CR-V ตรงระบบความปลอดภัยที่ครบกว่า แต่พื้นที่ภายในอาจจะเสียเปรียบชาวบ้านตามปกตินิสัย Mazda และค่า Service ที่ Premiem ตามหน้าตาของมันนั้นแหละ
​Mitsubishi Outlander PHEV
เออ คุณพี่ค่าาาา คุณพี่จะมาช้าขนาดนี้ คุณพี่จะเอาไรมาสู้เค้าค่าาาาา
อ่ออ ระบบขับเคลื่อน PHEV ไงล่ะ เอาจริงๆ เราไม่สามารถตอบว่ารถคันนี้เป็นอย่างไรได้จนกว่าเราจะทดลองขับมันจริงๆเสียที ขอเวลาหาวันทดสอบก่อนนะครับแล้วจะมาให้คำตอบ
กว่ารถรุ่นนี้จะจบวงเวียนอายุขัยก็คงอีกประมาณ 2 ปีโดยประมาณหรืออาจจะเร็วกว่านั้นเพราะก็มีภาพของรุ่นใหม่พลางตัววิ่งทดสอบในต่างประเทศกันแล้ว
ส่งท้ายกันสำหรับ Honda นั้นเรื่องตัวรถเราก็ไม่มีอะไรกันอยู่แล้ว เพียงแค่อยากจะให้ Honda ปรับปรุงคุณภาพตัวรถ โดยเฉพาะเรื่องของงานประกอบกันมากกว่านี้ โดยเฉพาะ (รอบที่ 2) การประกอบรถและการทำสี ทั้งสองโรงงาน บ้านผมใช้ Honda ตอนนี้ก็มี 2 คันหลักๆ คือ Jazz/Civic Turbo RS ในส่วนของ Jazz นั้นงานประกอบไม่ค่อยเรียบร้อย ส่วน Civic งานประกอบโอเคแต่โดนน้องสนิทกินขอบฝาท้าย อย่างไรก็ตามเรื่องตรงนี้มันต้องใช้เวลาในการปรับแก้กันไป หวังว่าทาง Honda จะรับตรงนี้ไปพิจาณาปรับปรุงกระบวนการผลิตรถยนต์ต่อไปด้วยนะครับ
หากคุณผู้อ่านท่านใดสนใจก็สามารถไปทดลองขับ ทดลองนั่งได้แล้วที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
แล้วเราจะเจอกันใหม่ในคันต่อไปครับ

ขอขอบคุณ
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
สำหรับเอื้อเฟื้อรถในการทดสอบ


ทดลองขับและถ่ายภาพ : BellzonaNT
เผยแพร่วันที่ : 21 เมษายน 2564
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam