คันต่อคัน : รวมฮิตกระบะ 4 ประตูแต่งหล่อสไตล์ขับ 2 ยกสูง

569

ตลาดกระบะในยุคปัจจุบันนี้ นอกจากจะมีรุ่นปกติแล้ว ยังมีกลุ่มหนึ่งที่กำลังมาแรงนั้นคือ กระบะเสริม
ชุดแต่งรอบคัน ซึ่งเริ่มทำกันในหลายๆค่ายมานานพอสมควร เพราะลูกค้าที่มองรถกระบะแบบแต่งเสร็จ
จากโรงงานมีเยอะขึ้น โดยรถที่มาเทียบคราวนี้ จะเป็นรุ่นที่ยังทำตลาดอยู่เรื่อยๆ (ไม่ได้ทำมาเพื่อขาย
จำกัดแค่ไม่กี่คันเท่านั้น) และเป็นรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง ซึ่งในตลาดมีดังต่อไปนี้

– Toyota Hilux Revo Rocco 2.8 Prerunner AT
– Nissan Navara Sportech 2.5 VL
– Ford Ranger 2.2 Wildtrak 2WD AT
– Chevrolet Colorado High Country 2.5 2WD AT
– Mitsubishi Triton Athlete 2.4 Plus AT

หมายเหตุ
1.แม้ Mazda BT-50 Pro จะเคยทำรุ่น Eclipse มาแล้ว แต่ในรุ่น Minor Change ไม่ได้ทำออกมาจำหน่าย
2.สำหรับ Isuzu D-Max X-Series ในเวลานี้ได้พักทำตลาดชั่วคราว ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2018
3.ทั้ง 5 รุ่นเป็นตัวถัง 4 ประตู (Double Cab ทั้งหมด)


หน้าตาภายนอก

Toyota Hilux Revo Rocco 2.8 Prerunner AT

เริ่มจากน้องใหม่อย่าง Hilux Revo ที่พึ่งปรับหน้าตามาสดๆร้อนๆ จุดเปลี่ยนหลักๆจะมีแค่กระจังหน้า
ออกบบใหม่ที่มาในสไตล์กระบะ Toyota ในตลาดอเมริกาเหนือ (เช่น Tacoma และ Tundra)
กันชนหน้าใหม่ที่ออกแบบเน้นดุดัน พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED ที่กรอบดูเหลี่ยมสันขึ้น
นอกนั้นจะยังไม่ปรับการออกแบบทั้งด้านข้าง และด้านท้าย

สำหรับรุ่น Rocco จะตกแต่งเพิ่มเติมที่ การรมดำในส่วนต่างๆทั้งกระจกมองข้าง มือเปิดประตู มือเปิดกระบะท้าย
คิ้วกระจังหน้าด้านบน และกันชนหลัง พร้อมทั้งเสริมด้วย แผงตกแต่งสีเงินบริเวณกันชนหน้า เพิ่มโรลบาร์
ฝากระบะท้ายติดสติ๊กเกอร์ “Rocco” และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วลายใหม่ (แบบ 5 ก้านสีทูโทน)
ส่วนสีให้เลือกมีแค่ 4 สีคือ สีขาว สีดำ สีเงิน และสีแดง(เฉพาะรุ่น 4 ประตู)

Nissan Navara Sportech 2.5 VL

การตกแต่งเพิ่มเติมนั้นเหมือนว่า เป็นรถกระบะแต่งพิเศษไม่กี่รุ่นที่ไม่มีการรมดำ หรือตกแต่งสีโทนมืดแบบเพื่อนๆ
(ถ้าชอบแบบนั้นก็จะมีรุ่น Black Edition ให้เลือก แต่ไม่ได้นำรุ่นท็อปตกแต่งเหมือนกับรุ่นนี้) หลักๆจะตกแต่งเพิ่ม
ที่กระจังหน้าเป็นแบบลายตาข่าย ล้ออัลลอยลายพิเศษ 18 นิ้วลายพิเศษ สปอร์ตบาร์พร้อมคำว่า Sportech แถม
มีไฟ LED มาให้อีกด้วย และเสาอากาศที่เปลี่ยนเป็นแบบครีบปลา สีตัวรถมีมาให้แค่สีขาว สีดำ สีน้ำเงิน และสีส้ม

Ford Ranger 2.2 Wildtrak 2WD AT

มาถึงกระบะหน้าตาหล่ออมตะกันบ้าง แม้จะมีรุ่น Wildtrak ตั้งแต่ก่อนเปลี่ยนโฉมมาสักพักแล้ว แต่ลูกค้าส่วนใหญ่
จะจดจำ Wildtrak เวอร์ชั่นรุ่นปัจจุบันมากกว่า การตกแต่งภายนอกมีการ ปรับโฉมมาแล้ว 1 รอบ เช่น กระจังหน้า
ที่มีการเพิ่มขอบ พร้อมไฟหน้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เปลี่ยนโคมเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวัน
Daytime Running Light แบบหลอดฮาโลเจน และด้านท้ายจะมีไฟท้ายแบบธรรมดาที่ยังใช้ดีไซน์เดิมอยู่

การตกแต่งของรุ่น Wildtrak แน่นอนว่ามาพร้อมกับตกแต่งสีโทนดำบริเวณ กระจังหน้า กระจกมองข้าง
มือเปิดประตู มือเปิดกระบะท้าย และกันชนหลังเป็นสีดำเมทัลลิก ล้ออัลลอย 18 นิ้วที่มีลวดลายสวยกว่า
รุ่น XLT โรลบารด้านหลังสีดำ พร้อมติดตั้งราวหลังคาบริเวณด้านบน ส่วนสีรถจะมีทั้งสีส้ม ขาว ขาวมุก ดำ เงิน เทา

Chevrolet Colorado High Country 2.5 2WD AT

ต่อมาเป็นกระบะค่ายอเมริกาอีกเจ้า ซึ่งรุ่น High Country ได้เผยโฉมมาตั้งแต่ปี 2015 และวางตัวเป็น
รุ่นท็อปของเวอร์ชั่นยกสูงแทนรุ่น LTZ และปรับโฉมครั้งใหญ่เมื่อปี 2016 หน้าตารถไม่เหมือนกับ
รุ่นเดิมอย่างชัดเจน ไฟหน้าและไฟตัดหมอกหน้าที่เปลี่ยนจากโปรเจคเตอร์มาเป็นมัลติรีเฟลคเตอร์
กระจังหน้าใหม่ใหม่เหมือนกับ Chevrolet ยุคใหม่ๆในปัจจุบัน และมือเปิดกระบะออกแบบใหม่
เท่านั้น ส่วนจุดอื่นๆยังเหมือนเดิม

การตกแต่งต่างจากรุ่น LTZ ตรงที่กระจังหน้าที่เปลี่ยนแถบเป็นสีดำ พร้อมด้วยการ์ดกันชนหน้าสีดำที่มี
แผ่นกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง เสาประตูสีดำเงา (ในรุ่น LTZ เป็นสีดำด้าน) เสริมโครเมียมบริเวณแนว
กระจกหน้าต่าง ราวหลังคา คิ้วกันกระแทกสีดำ สปอร์ตบาร์สีเดียวกับตัวรถ และล้ออัลลอย 18 นิ้วที่ตัวก้าน
ห่างจากล้อของรุ่น LTZ พอสมควร (แต่มือจับประตู กระจกมองข้าง และมือเปิดกระบะท้ายยังเป็นโครเมียม
แต่ถ้าอยากได้สีดำต้องไปเล่นรุ่น Storm ซึ่งจะได้รมดำครบทุกจุด และเพิ่มสติ๊กเกอร์ตามจุดต่างๆอีกด้วย)
สีตัวรถมีทั้ง ขาว ขาวมุก ดำ เทา สีส้ม และสีแดง

Mitsubishi Triton Athlete 2.4 Plus AT

และน้องใหม่ล่าสุดอย่าง Triton Athlete จากรุ่นปกติที่มีการเน้น “รมดำ” มาตั้งแต่รุ่นปกติทั้งไฟหน้า
กระจังหน้าที่หลายๆคนมองกันว่า “ไม่ค่อยสวย” ไฟท้ายที่มีการลากหางให้ยาวขึ้นมาอีกนิด กันชนหลังสีเมทัลลิก

ในส่วนของการตกแต่งจะเพิ่มสติ๊กเกอร์บริเวณไฟหน้า ช่ายล่าง และกันชนหลังเป็นสีดำแถบส้ม กันชนหน้า
เพิ่มช่องสีดำบริเวณชายล่าง และแน่นอนว่าเสริมด้วยโรลบาร์สีเดียวกับตัวรถ พร้อมสปอยเลอร์หลังบน
ฝากระบะแบบเดียวกับ Navara กระจกองข้าง มือเปิดประตู มือเปิดกระบะท้าย คิ้วขอบล้อที่เปลี่ยนเป็นสีดำ
รวมทั้งล้ออัลลอย 18 นิ้วที่เอาลายล้อรุ่นมาตรฐานมาพ่นเสียงั้น (ซึ่งหลายๆค่ายจะออกแบบลายล้อใหม่เลย)
ส่วนสีรถมีแค่สีขาว ดำ และเท่าเท่านั้น (ไม่มีสีแปลกๆให้เลือกเหมือนค่ายอื่น)

โดยรวมแล้วการตกแต่งจะมาในแนวคล้ายๆกัน ทั้งตกแต่งกระจกมองข้าง มือจับ กันชนหลังเป็นสีดำ
เพิ่มโรลบาร์ด้านหลัง ล้ออัลลอย 18 นิ้วลายพิเศษ และสีของตัวรถมีสีขาว ดำ ให้เลือกเป็นพื้นฐาน
แต่สีแปลกๆสีที่นิยมสีแดง หรือ สีส้ม (ซึ่งบางค่ายมีให้เลือกครบ 2 สี)

ขนาดตัวถัง

ขนาดตัวถังในแต่ละรุ่นมีดังนี้

Toyota Hilux Revo Rocco 2.8 Prerunner AT
– กว้าง 1,855 มิลลิเมตร ยาว 5,345 มิลลิเมตร สูง 1,815 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 3,085 มิลลิเมตร

Nissan Navara Sportech 2.5 VL
– กว้าง 1,850 มิลลิเมตร ยาว 5,255 มิลลิเมตร สูง 1,785 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 3,150 มิลลิเมตร

Ford Ranger 2.2 Wildtrak 2WD AT
– กว้าง 1,860 มิลลิเมตร ยาว 5,362 มิลลิเมตร สูง 1,815 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 3,220 มิลลิเมตร

Chevrolet Colorado High Country 2.5 2WD AT
– กว้าง 1,874 มิลลิเมตร ยาว 5,408 มิลลิเมตร สูง 1,859 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 3,096 มิลลิเมตร

Mitsubishi Triton Athlete 2.4 Plus AT
– กว้าง 1,815 มิลลิเมตร ยาว 5,280 มิลลิเมตร สูง 1,780 มิลลิเมตร ฐานล้อยาว 3,000 มิลลิเมตร

เมื่อเทียบกันแล้ว Chevrolet Colorado High Country มีขนาดใหญ่กว่าคู่แข่งในตลาดทุกมิติ
ยกเว้นฐานล้อที่ Ranger ยาวที่สุดในกลุ่ม ส่วนกระบะที่เล็กที่สุดตกเป็นของ Mitsubishi Triton Athlete
ที่มีขนาดเล็กที่สุดในทุกมิติรวมถึงความยาวฐานล้อ


ภายใน

Toyota Hilux Revo Rocco 2.8 Prerunner AT

สำหรับ Rocco ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงภายในค่อนข้างเยอะเหมือนกัน เริ่มตั้งแต่กุญแจอัฉริยะที่มีลวดลาย
เฉพาะรุ่น (จากเดิมจะมีลายเล็กๆน้อยๆพร้อมคำว่า Hilux) แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยสีดำเงา
(จากเดิมเป็นสีเงินเมทัลลิก) มาตรวัดเรืองแสงที่เปลี่ยนกราฟิกใหม่ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงจอแสดงผล MID

อุปกรณ์ความสะดวกสบายของ Rocco ก็มีไม่น้อยกว่าของคู่แข่งด้วยเช่นกัน เริ่มจากช่องเก็บความเย็น
บริเวณกล่องคอนโซลด้านบน (อันที่จริงก็ไม่ถึงขนาดเย็นเร็วขนาดนั้น) ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัส
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมฮีทเตอร์!! (สำหรับค่ายนี้ รถที่มีฮีทเตอร์ถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์
ไม่ใช่น้อย)พร้อมช่องแอร์ด้านหลัง ปลั๊กไฟสำหรับเสียบไฟบ้านบริเวณคอนโซลกลาง เบาะคนขับปรับไฟฟ้า
ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control และเป็นค่ายเดียวที่มีกระจกไฟฟ้า
ขึ้น/ลงอัตโนมัติทุกบานอีกด้วย (ขณะที่ค่ายอื่นจะมีเฉพาะฝั่งคนขับเท่านั้น) รวมถึงไฟหน้าที่เปิด/ปิด อัตโนมัติ
(แต่ปิดไฟหน้าเองไม่ได้)

Nissan Navara Sportech 2.5 VL MT

สำหรับภายในของรุ่น Sportech เมื่อเทียบกับรุ่นปกตินั้นมีแค่ สีเบาะหนังที่เพิ่มสีขาวบริเวณ ปีกเบาะเท่านั้น
นอกนั้นไม่ต่างจากรุ่นเดิม ทั้งแผงคอนโซลตกแต่งด้วยเมทัลลิกและดำเงา ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัส
ขนาด 2DIN พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้านทรงเพรียว พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบ ควบคุมความเร็ว
อัตโนมัติ Cruise Control

ออปชั่นในเวลานี้ถือว่าไม่เด่นเท่าคู่แข่ง แต่ถือว่าเป็นรถรุ่นแรกที่ให้มา อย่างเช่นจอแสดงผลการขับขี่แบบสี
พร้อมกราฟิกสามมิติ กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท กระจกแต่งหน้าพร้อมไฟสส่องสว่างทั้งสองข้าง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่งพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และกระจกมองหลัง
แบบตัดแสงอัตโนมัติพร้อมเข็มทิศ เบาะคนขับปรับไฟฟ้า ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่มาเยอะพอสมควร

Ford Ranger 2.2 Wildtrak 2WD AT

สำหรับภายในรุ่นนี้สิ่งที่เด่นจุดแรกก็คือหน้าจอบนคอนโซลกลางขนาดใหญ่ ที่ควบคุมได้ทั้ง ชุดเครื่องเสียง
ระบบปรับอากาศ ละไฟส่องสว่างบนรถที่เปลี่ยนได้ถึง 7 สี ต่อมาเป็นมาตรวัด ที่ดูเหมือนว่ามีแค่มาตรวัด
ความเร็วเท่านั้น แต่ความจริงแล้วจะอยู่ในจอแสดงผลการขับขี่ต่างหาก ซึ่งจะให้มาถึง 2 จอ ฝั่งซ้ายไว้
ควบคุมเครื่องเสียงและฝั่งขวาไว้แสดงข้อมูลดังกล่าว (และเป็นแบบจอสีด้วย) แถมชุดเครื่องเสียง
ตัวล่าสุดยังมาพร้อมกับ ระบบสั่งงานด้วยเสียง Sync 3 ที่รองรับระบบนำทางและระบบการเชื่อมต่อ
Apple Carplay

แน่นอนว่าสไตล์ Ford ต้องมาพร้อมกับอุปกรณ์ความสะดวกสบายแบบจัดเต็มกว่าชาวบ้าน ทั้งไฟหน้า
ที่ปัดน้ำฝน และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ กระจกแต่งหน้าที่มีให้ทั้งสองฝั่ง อย่างไรก็ตาม ก็ยัง
ขาดแค่กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ทเหมือนกับรถกระบะที่จะกล่าวต่อไปนี้

Chevrolet Colorado High Country 2.5 2WD AT

ในรุ่นเดิมนั้นจะต่างจากรุ่น LTZ แค่บรรดาสีดำเงา Piano Black ตามแผงคอนโซล และเบาะนั่งที่เป็น
สีน้ำตาลเข้มเท่านั้น รุ่นใหม่ก็เช่นกัน เบาะนั่งก็ยังเป็นสีน้ำตาลเช่นเคย แต่เบาะคนขับสามารถปรับด้วย
ไฟฟ้า ชุดเครื่องเสียงที่รองรับระบบนำทาง และช่องเก็บแว่นตาบริเวณไฟอ่านแผนที่

รายละเอียดบนแผงคอนโซลหน้ายังคงเหมือนรุ่นปกติทุกประการก็จริง แต่เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมถือว่า
เปลี่ยนไปเยอะมาก เริ่มจากชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัส Bulit-in แถมเป็นรุ่นแรกที่รองรับการเชื่อมต่อ
ผ่านมือถือ Apple Carplay อีกด้วย รวมทั้งระบบปรับอากาศที่ออกแบบจอให้กลมกลืนกับสวิตซ์ปรับแอร์

ส่วนออปชั่นอื่นๆถือว่าจัดมาให้เยอะกว่ารุ่นเดิม ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ที่ปัดน้ำฝน และกระจกมองหลังแบบตัดแสง
ที่เป็นแบบอัตโนมัติ ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยคุมได้ทั้งเครื่องเสียง และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
Cruise Control กระจกไฟฟ้าอัตโนมัติทุกบาน ทว่า กุญแจจะเป็นแบบรีโมทและสตาร์ทด้วยวิธีบิด
แต่สามารถสั่งสตาร์ทรถได้จากรีโมท (เพื่อเปิดระบบปรับอากาศ) และมีรุ่นเดียวในตลาดเช่นกัน

Mitsubishi Triton Athlete 2.4 Plus AT

เปิดเข้ามาภายในจะเจอสีเบาะนั่งที่โดดเด่นออกมาอย่างสี ดำ/ส้มพร้อมโลโก้ Athlete บริเวณเบาะคู่หน้า
แน่นอนว่าตะเข็บเบาะนั่ง รวมถึงบริเวณแผงประตู พวงมาลัย หัวเกียร์ เป็นแบบสีส้มหมด และชุดเครื่องเสียง
ที่รองรับ Apple Carplay (ล่าสุด Triton รุ่นปกติก็ติดตั้งระบบนี้มาด้วยเช่นเดียวกัน)

แม้ว่าแผงคอนโซลจะดูไม่อลังการเท่าชาวบ้านเขา แต่ก็แอบให้อุปกรณ์ความสะดวกสบายมาเยอะ ทั้ง
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ จอแสดงผลการขับขี่แบบธรรมดาที่บอกข้อมูลที่รถสมัยนี้ต้องมี กุญแจอัจฉริยะ
พร้อมปุ่มสตาร์ทเบาะคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 6 ทิศาทง กระจกแต่งหน้าบบนแผงบังแดดฝั่งผู้โดยสาร

โดยรวมของภายในกลุ่มนี้จะเน้นตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นหลัก ทั้งเบาะนั่งและสีแผงคอนโซล และมีไม่น้อย
ที่เน้นสีตะเข็บสีแดงไม่ก็สีส้ม ส่วนอุปกรณ์ความสะดวกสบายหลักๆจะมีทั้งแอร์อัตโนมัติ วิทยุจอสัมผัส
พวงมาลัยที่มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ส่วนกุญแจ
จะเห็นได้ว่า รถฝั่งญี่ปุ่นจะเป็นแบบกุญแจอัฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์มทั้งหมด ขณะที่รถทางฝั่งอเมริกา
ก็จะเป็นกุญแจรีโมทแบบพับเก็บได้ ซึ่งทั้งหมดนี้กลายเป็นออปชั่นพื้นฐานของกระบะรุ่นท็อปไปเสียแล้ว

สมรรถนะ

Toyota Hilux Revo Rocco 2.8 Prerunner

สำหรับเครื่องยนต์ของ Hilux Revo Rocco จะเป็นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 2GD-FTV 177 แรงม้า
แรงบิด 420 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ (ซึ่งความจริงแล้ว Rocco จะมีเฉพาะเ
ครื่องยนต์ 2.8 ลิตรทุกรุ่น) และปล่อยไอเสียอยู่ที่ 184 กรัม/กิโลเมตร และมาพร้อมกับระบบ
ดับเครื่องยนต์เวลารถหยุด Idling Stop

Nissan Navara Sportech 2.5 VL

สำหรับ Navara จะมีเฉพาะเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรเท่านั้น แต่ระดับความแรงของรุ่น Calibre มีจะเป็น
ความแรงระดับแรงสุดใน Line-Up ซึ่งมีกำลังอยู่ที่ 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร และเป็น
รุ่นเดียวในกลุ่มที่เป็นเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะเท่านั้น (ส่วนเกียร์อัตโนมัติถ้าอยากได้ออปชั่นแบบรุ่น
VL Calibre ต้องไปเล่นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น) ปล่อยไอเสียอยู่ที่ 184 กรัม/กิโลเมตร

Ford Ranger 2.2 Wildtrak 2WD AT

ถึงแม้ว่าเครื่องยนต์จะมีแค่เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรเท่านั้น ซึ่งเครื่องยนต์ดังกล่าวมีกำลัง 160 แรงม้า
(มีแรงม้าเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 10 แรงม้า) แรงบิด 385 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
ปล่อยไอเสียอยู่ที่ 184 กรัม/กิโลเมตร ปล่อยไอเสียอยู่ที่ 197 กรัม/กิโลเมตร

Chevrolet Colorado High Country 2.5 2WD AT

หลังจากที่ถอดเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 200 แรงม้าไปอย่างน่าเสียดาย แต่เครื่องยนต์ 2.5 ลิตรก็
ได้อัพเกรดความแรงม้าเป็น 180 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
ปล่อยไอเสียอยู่ที่ 218 กรัม/กิโลเมตร

Mitsubishi Triton Athlete 2.4 Plus AT

ปิดท้ายด้วยค่ายสามเพชรอย่าง Triton ที่ใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร MIVEC Clean Diesel 181 แรงม้า
แรงบิด 430 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 5 จังหวะ ปล่อยไอเสียอยู่ที่ 195 กรัม/กิโลเมตร

จะเห็นได้ว่าแรงม้าและแรงบิดของ Nissan Navara มีเยอะที่สุดในกลุ่ม ในขณะที่ Ford Ranger จะมีทั้ง
แรงม้า แรงบิด และขนาดเครื่องยนต์น้อยที่สุดในกลุ่ม ส่วนรถที่ปล่อยค่าไอเสีย CO2 น้อยที่สุดกลับเป็น
Toyota Hilux Revo Rocco และมากที่สุดก็คือ Chevrolet Colorado High Country อย่างไรก็ตาม
ตัวเลขแรงม้าและแรงบิดเยอะๆ ไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้น ซึ่งสมรรถนะที่แท้จริง ต้องรอดูพิสูจน์กันอีกที
(ปล.ข้อมูลการปล่อยไอเสียอ้างอิงจาก Eco Sticker ของเวป www.car.go.th)

ความปลอดภัย

Toyota Hilux Revo Rocco 2.8 Prerunner AT

ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง แต่ก็จัดมาให้ครบครันทั้ง ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD
ระบบเสริมแรงเบรก BA ระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันรถไถล TRC ระบบป้องกันรถส่าย TCS
ระบบช่วยขึ้นเนิน HSA และถุงลมนิรภัยยังมีให้ครบถึง 7 ตำแหน่ง จะขาดไปก็แค่ระบบช่วยลงเขา DAC
และระบบป้องกันลื่นไถลแบบ A-TRC และแค่นั้น (ซึ่งทั้งสองระบบสงวนไว้ให้กับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น)

Nissan Navara Sportech 2.5 VL

สำหรับระบบความปลอดภัยของรุ่นนี้มีแค่ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA
และถุงลมนิรภัย 3 ลูก (คู่หน้า และ หัวเข่า) เท่านั้น ซึ่งระบบช่วยขึ้นเขา ระบบควบคุมการทรงตัว ต้องไปเล่น
รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น ส่วนกล้องรอบคัน Around View Monitor ที่ให้มาตั้งแต่รุ่น EL นั้น กลับกลายเป็นว่า
สงวนไว้ให้กับรุ่นตกแต่งธรรมดาเท่านั้น (แต่ก็ยังมีกล้องมองหลังมาให้ ซึ่งออปชั่นนี้จะได้มาทุกรุ่นย่อย)

Ford Ranger 2.2 Wildtrak 2WD AT

พอมาเป็นรุ่นเครื่องยนต์ 2.2 ลิตรขับเคลื่อน 2 ล้อแล้ว ออปชั่นไฮเทคจะลดลงไปเยอะมาก แต่ก็ยังมี
ระบบควบคุมการทรงตัว ESP ระบบช่วยขึ้นเขา ระบบป้องกันรถส่าย ระบบช่วยขึ้นเขา เซนเซฮร์ถอยหลัง
และถุงลมนิรภัยที่มีถึง 6 ลูก เรียกได้ว่า มีให้เยอะพอๆกับ Hilux Revo Rocco เพียงแต่ว่า ต้องแลกกัน
ระหว่างเซนเซอร์ถอยหลัง หรือถุงลมนิรภัยหัวเข่า

Chevrolet Colorado High Country 2.5 2WD AT

แน่นอนว่าจุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ระบบเตือนการชนด้านหน้า และระบบเตือนรถออกนอกเลน (ซึ่งมีกระบะ
ไม่กี่เจ้าในตอนนี้ ที่ให้ออปชั่นนี้มา) นอกนั้นจะมีระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยขึ้นเขา ระบบเบรก ABS
ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA แต่มีถุงลมนิรภัยแค่ 3 จุด เท่านั้น (ซึ่งถุงลมนิรภัย
หัวเข่ามีไม่กี่ค่ายที่ให้มาในพิกัดนี้)

Mitsubishi Triton Athlete

แม้ว่าจะมีระบบควบคุมการทรงตัว ASTC และถุงลมนิรภัย 7 ลูกในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่พอเป็นรุ่น
ขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง ทุกอย่างจะหายไป ดังนั้นจะเหลือแค่ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD
ระบบเสริมแรงเบรก BA และถุงลมนิรภัยคู่หน้า แค่นั้น

เรียกได้ว่า ระบบความปลอดภัยที่โดดเด่นในกลุ่มมีแค่ 3 รุ่นเท่านั้นคือ Hilux Revo Rocco,Chevrolet
Colorado High Country และ Ford Ranger แต่ถ้าระบบปกป้องแน่นอนว่า Colorado High Country
มีมากที่สุด แต่ระบบป้องกันงานนี้ Hilux Revo ได้เปรียบที่ถุงลมนิรภัย 7 ลูก ซึ่งขอบอกก่อนว่า
ทั้งหมดนี้เทียบกันในพิกัด ขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง และตัดประเด็นเรื่องราคาออกไป


ราคา

สำหรับราคาในแต่ละรุ่นมีดังนี้

Toyota Hilux Revo Rocco Prerunner 2.8 AT – 1,129,000 บาท

Nissan Navara Calibre 2.5 VL 6MT – 995,000 บาท

Ford Ranger Hi-Rider 2.2 Wildtrak AT – 985,000 บาท

Mitsubishi Triton Plus 2.4 Athlete AT – 924,000 บาท

Chevrolet Colorado 2.5 High Country – 998,000 บาท

เมื่อดูจากราคาแล้วเห็นชัดเลยว่า Hilux Revo Rocco ราคาแพงกว่าใครในกลุ่ม (ซึ่งราคาตัวธรรมดาก็ปาไปที่
1,079,000 บาทแล้ว) เมื่อเทียบกันในกลุ่มจะเห็นได้ว่า เครื่องยนต์ของ Revo มีขนาดใหญ่กว่าชาวบ้านเขา
ออปชั่นที่ให้ถือว่าไม่มีอะไรโดดเด่น แต่ให้มาค่อนข้างครบ และสิ่งที่เปลี่ยนจากรุ่นธรรมดามีเยอะพอสมควร
และรุ่นที่ถูกที่สุด แน่นอนว่าเป็น Triton Athlete ที่ภายในเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่ข้าวของที่ให้
กลับมีพอทัดเทียมกับชาวบ้านได้อยู่ (ยกเว้นระบบความปลอดภัยที่เหมือนจะให้มาน้อยที่สุดในกลุ่ม)

ส่วนรุ่นอื่นๆจะเอาอยู่ในช่วงราคาระหว่าง 985,000 – 998,000 บาท แต่ละค่ายจะให้อะไรมา
ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น Nissan ก็จะให้ออปชั่น Navara ทัดเทียมกับรถเก๋งในค่ายเดียวกัน
ส่วน Ford ที่เคยเป็นค่ายแห่งการอัดออปชั่นก็จะมีจุดเด่นเรื่องจอสีที่ใช้ควบคุมได้ทั้งเครื่องเสียง
และระบบปรับอากาศ พร้อมมาตรวัดที่มีจอสีแบบคู่ ทว่า Colorado นั้นถึงราคาจะเกือบล้าน
แต่ก็มีออปชั่นที่ Ranger มีมาให้เกือบทั้งหมด เพียงแต่ว่า มาตรวัดจะไม่อลังการเหมือน Ranger แค่นั้น

สรุป

สำหรับกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงแบบแต่งเต็มนั้น เป็นขอพิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าถอดระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
ออกไปแล้ว แต่ละค่ายจะให้ความสำคัญอย่างไร (ในขณะที่ความนิยมของกลุ่มนี้มากขึ้นเข้าไปทุกที)
ซึ่งทั้ง 5 คันมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป คือ

Toyota Hilux Revo Rocco มีจุดเด่นในเรื่องหน้าตาที่สดใหม่กว่าใคร (ณ วันที่เขียนในขณะนี้) ออปชั่น
ภายในที่ให้มาพอสมควร (และบางออปชั่นที่คู่แข่งยังไม่มีก็ให้มา) เครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่าชาวบ้านแต่
ปล่อยไอเสียต่ำที่สุดในกลุ่ม ระบบความปลดภัยให้มาเยอะในลำดับต้นๆ ศูนย์บริการที่มีเยอะ การบริการ
โดยรวมที่ค่อนข้างดี แต่ทั้งหมดนี้ ต้องแลกมากับราคาที่แพงกว่าคู่แข่งในตลาดทั้งหมด

Nissan Navara Sportech รุ่นนี้จะเด่นที่ออปชั่นภายในที่เน้นความสะดวกสบายมากกว่าความแพรวพราว
เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นจอแสดงผลการขับขี่แบบสี ชุดเครื่องเสียงแบบจอสี กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
แอร์อัตโนมัติแบบแยกฝั่งพร้อมแอร์หลัง พร้อมกับเครื่องยนต์ที่มีแรงม้ากับแรงบิดมากที่สุดในกลุ่ม
ทั้งหมดนี้ต้องแลกมากับ ระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ซึ่งถ้าใครชอบถือว่าไม่มีปัญหา
แต่ถ้าอยากได้แบบขับสบายๆสไตล์เกียร์อัตโนมัติ ต้องไปเล่นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อที่ราคาแพงกว่า
รวมทั้งออปชั่นบางอย่างที่เพิ่มเข้ามาในรุ่นปี 2018 อย่างกล้องมองหลังจะไม่มีมาให้ และระบบ
ความปลอดภัยอย่างระบบควบคุมการทรงตัว และช่วยขึ้นเขาที่สงวนไว้ให้กับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
(แต่ยังดีที่ให้ถุงลมนิรภัยฝั่งหัวเข่ามาให้)

Ford Ranger รุ่นนี้จุดเด่นอยู่ที่หน้าตาที่เรียบง่าย แต่ลงตัวที่สุดในกลุ่ม ภายในที่แพรวพราว อย่างเช่น
จอแสดงผลที่มีถึง 3 จุด ชุดเครื่องเสียงที่ให้ฟังก์ชั่นมาเยอะพอสมควี เช่นเดียวกับ ออปชั่นต่างๆที่ให้มา
ตั้งแต่รุ่นรองลงมาอย่างระบบปัดน้ำฝนและไฟหน้าอัตโนมัติ รวมถึงระบบความปลอดภัยที่ให้มาเยอะไม่แพ้
Revo Rocco ส่วนเครื่องยนต์แม้ว่าแรงม้า แรงบิดจะน้อยกว่าทุกเจ้าในตลาด แต่สมรรถนะอาจจะไม่เลวร้าย
อย่างที่คิด แต่คุณภาพของศูนย์บริการ และการประกอบรถอาจจะต้องรอดูในระยะยาว (ณ เวลานี้ถือว่า
พัฒนามาแค่นิดเดียว)

Chevrolet Colorado สำหรับคันนี้มีข้อดีอยู่ที่หน้าตาที่ดูดีพอสมควร ภายในที่เปลี่ยนการออกแบบใหม่
แล้วให้เป็นเอกลักษณ์ขึ้น ออปชั่นที่ให้เยอะพอๆกับ Ranger และ Revo ระบบความปลอดภัยที่ให้มา
เยอะที่สุดในกลุ่ม (ยกเว้นถุงลมที่มีน้อยกว่า Ranger และ Revo) ส่วนศูนย์บริการสูสีกับ Ford
ทั้งในเรื่องการบริการและจำนวนศูนย์ (ที่โดยรวมยังไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับค่ายอื่น)

Mitsubishi Triton จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ราคาถูกกว่าชาวบ้าน แต่ได้ทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
ครบครันเช่น กุญแจอัจฉริยะ วิทยุจอสัมผัส แอร์อัตโนมัติแบบแยกฝั่งและเบาะนั่งที่ว่ากันว่า นั่งสบาย
ที่สุดในกลุ่ม แต่การออกแบบโดยรวมอาจจะดูไม่โดดเด่นเหมือนค่ายอื่น และระบบความปลอดภัย
ที่ให้มาน้อยที่สุดในกลุ่ม

และนี่คือ บทสรุปคร่าวๆของ คันต่อคัน ในกลุ่มรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูงแบบเสริมชุดแต่ง
ซึ่งการเปรียบเทียบครั้งต่อไปจะเป็นพิกัดไหนนั้น โปรดติดตามชมกันต่อไป

80%
Awesome
  • Design
Comments
Loading...