ตลาด SUV ที่กำลังร้อนแรงที่สุดคงหนีไม่พ้น Compact Crossover เนื่องจากมีขนาดที่กำลังพอดีกับผู้ใช้งาน
ทั่วๆไปที่ไม่ต้องการรถที่ขนาดใหญ่มาก แต่ข้าวของที่ให้ต้องครบครัน ซึ่งก็มีผู้เล่นในตลาดอยู่หลายค่าย
และแน่นอนว่า หลายๆค่ายเริ่มติดตั้งระบบ Hybrid เพื่อเสริมกำลังให้มันแรงขึ้น (และบางค่ายเอา
มอเตอร์ไฟฟ้ามีเป็นบทเด่นแทนเครื่องยนต์) สังเวียนนี้จะมีรถยนต์ที่มาร่วมเปรียบเทียบถึง 4 รุ่นด้วยกันคือ

  • Nissan Kicks E-Power 1.2 VL : Crossover รุ่นพี่ที่เด่นตรงมอเตอร์ไฟฟ้าปั่นไฟ
  • Toyota Corolla Cross 1.8 Hybrid Premium Safety : Crossover แชมป์ยืนหนึ่งในประเทศไทย
  • Honda HR-V e:HEV RS : Crossover น้องใหม่ที่สานต่อความสำเร็จจากรุ่นแรก
  • Haval Jolion 1.5 HEV Ultra : Crossover สิงโตร่าเริงผู้พกเทคโนโลยีเต็มพิกัด

มาดูกันว่า 4 รุ่นนี้จะมีรุ่นไหนเด่นและด้อยบ้าง ลองมาดูกันครับ

ภายนอก

สำหรับงานออกแบบนั้นมาในสไตล์เดียวกันนั่นคือ มาในสไตล์ SUV แต่ลดโทนความดุดันลงไป เพียงแต่
ความดุดันของ Toyota Corolla Cross อาจจะเยอะกว่ารุ่นอื่นเสียหน่อย ขณะที่ Honda HR-V
และ Nissan Kicks จะมาในสไตล์รถเก๋งมากขึ้น เช่นเดียวกับ Haval Jolion ที่มาในสไตล์หรูหรา

ลักษณะงานออกแบบจะมาพร้อมกับไฟหน้า LED แบบเต็มโคมทั้งหมด แต่ลูกเล่นจะต่างกันไป คือ
ของ Haval Jolion จะมาเป็นก้อนใหญ่ โดยรวมกับไฟเลี้ยวที่กันชนที่ทำเส้นถี่ พร้อมเป็นไปหรี่
และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED และไม่มีไฟตัดหมอกหน้า ส่วนของ HR-V จะมีการไล่กระพริบ
จากซ้ายไปขวา โดยการตกแต่งนั้นของ Haval Jolion จะเน้นโครเมียมเป็นหลัก ส่วน HR-V
จะเน้นสีดำเงาเช่นเดียวกับ Kicks แต่รุ่นนั้นจะมีโครเมียมมาแซม ขณะที่ Corolla Cross
เสริมด้วยสีเมทัลลิกแทน

ด้านข้างนั้นมีแนวการตกแต่งที่ต่างกันชัดเจน ทั้ง Jolion ที่มาในแนวหรู โดยมีคิ้วกันกระแทก
สลักคำว่า Haval เป็นจุดเด่น ขณะที่ Kicks และ HR-V จะมาแนววัยรุ่นโดยแนวกระจกจะสุด
แค่ประตูหลังเท่านั้น เพียงแต่ว่า Kicks จะมีแถบสีดำแบบเต็มแผงเพื่อความต่อเนื่อง เช่นเดียวกับ
Corolla Cross แต่จะมาแค่แบบแถบเส้นๆเท่านั้น กระจกมองข้างทุกรุ่นจะปรับไฟฟ้า ส่วนการพับ
จะสามารถพับหลังล็อกรถได้ครบทุกรุ่น แต่สามารถก้มลงเมื่อถอยหลัง ใน Corolla Cross และ HR-V

ส่วนด้านท้ายทุกรุ่นมาพร้อมไฟท้าย LED แบบเส้น Light Guiding ทั้งหมด แต่ความอลังการ
ต้องยกให้ Honda HR-V ที่มาแบบเส้นตรงยาวตลอดแนวพร้อมแนวโค้งบริเวณด้านหลังกับ
Haval Jolion ที่เป็น Full LED แม้รูปทรงเส้นจะดูทันสมัยน้อยกว่า แต่ก้มีการฝังไฟถอยแบบเนียนๆ
กล่าวคือ ไฟถอยจะอยู่แถวสุดท้ายของไฟเลี้ยว เสริมด้วยแถบไฟท้ายในประตูหลังเพิ่มส่วนสองรุ่นที่เหลือ
จะมาเป็นเส้นเล็กๆ

สำหรับประตูหลังกลับเป็นว่า Haval Jolion ยังคงใช้ประตูแบบธรรมดาเช่นเดียวกับ Kicks
ขณะที่ Honda HR-V กับ Toyota Corolla Cross จะเป็นแบบไฟฟ้าพร้อมระบบเตะเปิด
แต่ของ HR-V กลับเตะง่ายกว่า Corolla Cross แบบชัดเจน

ส่วนล้ออัลลอยนอกจาก Nissan Kicks ที่เป็นขนาด 17 นิ้วแต่รุ่นอื่นๆมาพร้อมขนาด 18 นิ้ว
โดยของ Honda HR-V จะมีสีที่เข้มสุด รองลงมาเป็น Nissan Kicks ที่รมดำระหว่างก้าน
ส่วนของ Corolla Cross  จะเสริมสีดำไว้ส่วนเล็กๆเท่านั้น และ Haval Jolion จะเป็นสีเงินล้วน

และจุดเด่นของรถยนต์ในกลุ่มนี้คือ หลังคามูนรูฟ น่าเสียดายที่ Nissan Kicks ไม่ติดตั้งมาให้เลยตัดไป
เมื่อดูจากขนาดแล้ว Haval Jolion มีขนาดใหญ่สุด และเปิดด้วยไฟฟ้าจนครบบาน แถมข้างหน้าเปิด
รับลมได้อีก รองลงมาเป็น Honda HR-V ที่แม้ว่าจะมีหลังคาแบบเดียวกัน แต่วิธีเปิดจะแปลกไปจากเดิม
คือแบ่งเป็น 2 ตอนด้านหน้าจะใช้มือดึงปกติ แต่ด้านหลังใช้แผ่นปิดซึ่งเป็น Talk Of The Town
ณ วันที่เปิดตัว ส่วน Corolla Cross มีขนาดปกติ แต่สามารถเปิดรับอากาศเข้าไปได้

สรุปแล้วงานออกแบบแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์ดังนี้

  • Nissan Kicks E-Power 1.2 VL : เน้นความกะทัดรัดเป็นหลัก พร้อมการตกแต่งที่มีความเป็น
    วัยรุ่นมากกว่ากันชัดเจน พร้อมโทนสีที่มีความหลากหลายสุด
  • Toyota Corolla Cross 1.8 Hybrid Premium Safety : ตัวรถมีความบึกบึนสุด เน้นแต่ง
    ลุยมากกว่าคู่แข่ง โทนรถกลางๆเอาใจคนทุกกลุ่ม
  • Honda HR-V e:HEV RS : คาแรกเตอร์จะอยู่กึ่งกลางระหว่าง Kicks ที่มความเป็นวัยรุ่น
    และ Corolla Cross ที่แฝงความอเนกประสงค์เพื่อเอาใจขาลุย แต่หนักไปทาง Kicks มากกว่า
  • Haval Jolion 1.5 Ultra : ตัวรถมีความเป็นผู้ใหญ่มาก แม้ว่าจะดูวัยรุ่นกว่า H6 มาพร้อมสีสัน
    ที่มีความสุภาพกว่ากัน และเน้นโครเมียมมากกว่าทุกรุ่น

สำหรับงานออกแบบนั้นเป็นความคิดส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลว่า
ชอบงานออกบบสไตล์ไหน แล้วแต่คุณผู้อ่านละครับ


มิติตัวถัง

สำหรับขนาดมิติตัวถัง เมื่อดูจากตัวเลขตามภาพดังกล่าวแล้วพบว่า Haval Jolion มีขนาดใหญ่กว่าทุกมิติ
ยกเว้นความสูงที่ต่างกันแค่ 1 มิลลิเมตรแค่นั้น ส่วนรุ่นที่ขนาดเล็กที่สุดนั้น Nissan Kicks จะมีขนาด
แคบที่สุดในกลุ่ม และสั้นที่สุดในกลุ่ม แต่ Honda HR-V จะมีความยาวฐานล้อสั้นที่สุด และตัวรถ
เตี้ยที่สุดในกลุ่ม อย่างไรก็ตาม ขนาดตัวรถเบื้องต้นเป็นเพียงแค่ตัวเลข แต่ตัวรถจะจัดพื้นที่อย่างไร
ต้องไปลองนั่งดูอีกที


สีรถ

สำหรับสีรถในทุกรุ่นจะมีสีหลักเหมือนกันคือ สีขาวมุก สีดำ สีแดง สีเทา เป็นหลักแต่ในบางรุ่นจะมี
สีที่แตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ โดยแบ่งความแตกต่างแต่ละรุ่นดังนี้

  • Nissan Kicks : จะมีสีให้เลือกเยอะที่สุด โดยสีเด่นๆที่มีคือ สีเหลือง สีส้ม สีน้ำเงินเข้ม แถมบางรุ่น
    สามารถเลือกหลังคาสีดำได้อีกด้วย ถ้าเทียบกันแล้ว ใครที่ชอบหลังคาสีดำ Kicks จะมีทางเลือก
    ให้มากที่สุด เพียงแต่ว่า จะมีให้เลือกเฉพาะรุ่นสูงสุดเท่านั้น
  • Toyota Corolla Cross : จะมีโทนสีที่เอาใจให้กับคนทุกแนว โดยจะมีสีน้ำเงิน สีแดง สำหรับวัยรุ่น
    และวัยผู้ใหญ่จะมีสีน้ำตาลให้เลือก ส่วนสีฟ้า สีขาว ดำ เทาที่เข้ากับได้คนทุกวัย แม้ว่าจะไม่มีหลังคาดำ
    ให้เลือกก็ตาม
  • Haval Jolion : จะมี 5 สีให้เลือก ซึ่งสีทั้งหมดจะเหมือนกับ H6 ทั้งขาว ดำ เทา น้ำเงิน และแดง
    โดยสองสีหลังจะเป็นทางเลือกสำหรับใครที่ไม่ชอบสีโทน Grey Scale และแน่นอนว่าไม่มี
    แบบหลังคาสีดำให้เลือก
  • Honda HR-V : สีที่แปลกตาจริงๆจะมีแค่สีแดงหลังคาดำเท่านั้น แต่ก็จำกัดเฉพาะรุ่น RS เท่านั้น
    ส่วนรุ่นที่เหลือจะมีแค่สีโทน Grey Scale เท่านั้น โดยจะมีสีขาวให้เลือก 2 แบบทั้งขาวมุก และ
    สีขาวเซรามิกที่มีประกายสว่าง รวมถึงสีดำ และสีเทาเข้มที่มีให้เลือกเช่นกัน

ภายใน

งานออกแบบภายในแน่นอนว่าเอกลักษณ์จะแตกต่างไปในแต่ละรุ่น แต่มีจุดสังเกตร่วมกันที่ว่า
แผงแแดชบอร์ดจะอ้างอิงจากรุ่นอื่นๆและมาต่อยอด อย่างเช่น Haval Jolion ที่นำ H6 มาย่อส่วน
ส่วน Toyota Corolla Cross จะต่อยอดจาก Toyota Corolla Altis ขณะที่ Nissan Kicks
และ Honda HR-V จะเอารุ่นที่เล็กกว่าอย่าง Nissan Almera และ Honda City มาแปลง
ตามลำดับ ซึ่งทุกรุ่นจะปรับให้เหลี่ยมสันกว่ากันทั้งหมด ส่วนวัสดุนุ่มนั้นทุกรุ่นจะเสริมที่แผงแดชบอร์ด
และแผงประตูทุกรุ่น พร้อมเดินด้วยตะเข็บหมด ขณะที่ Haval Jolion มีการกัดลายให้ดูหรูขึ้น

โทนสีภายในจะมีสีแตกต่างกัน อย่าง Honda HR-V จะมาเฉพาะสีดำ ตะเข็บสีแดง ขณะที่
รุ่นอื่นๆจะมีสีแตกต่างกันคือ Haval Jolion จะมาด้วยสีเบจ,Nissan Kicks จะมาด้วยสีส้ม
และ Toyota Corolla Cross จะมาด้วยสีแดง Terra Rosa มาให้เช่นกัน

มาตรวัดทุกรุ่นมีจอสีหมด แต่ของ Haval Jolion จะเป็นแบบจอใหญ่เลย ผิดกับ 3 รุ่นที่เหลือ
ที่ยังคงแบบเข็มอยู่ อย่างเช่น Toyota Corolla Cross จะมีวัดรอบและวัดน้ำมันกับความร้อน
ที่เป็นเข็มพร้อมไฟเรืองแสงสีฟ้า ส่วน Honda HR-V กับ Nissan Kicks จะมีวัดความเร็ว
แบบเข็มพร้อมไฟเรืองแสงสีขาว แน่นอนว่าไม่มีวัดรอบให้ มีแต่วัดกำลังของเครื่องยนต์แทน

พวงมาลัยทุกรุ่นจะเป็นแบบ 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ และจอแสดงผลการขับขี่
ส่วนระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเป็นแบบแปรผัน สามารถกำหนดความห่างได้ครบ วัสดุหุ้มนั้น
เป็นหนังทุกรุ่น แต่วัสดุบนปุ่มพวงมาลัยจะต่างกัน แต่ HR-V จะมีวัสดุเงา (รุ่นอื่นเป็นแบบด้าน)
ส่วนการปรับทิศทางนั้นสามารถปรับได้ 4 ทิศทางหมด ยกเว้น Haval Jolion ที่ปรับแค่ขึ้น-ลง

ระบบปรับอากาศทุกรุ่นเป็นอัตโนมัติ แต่จะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ แบบแยกอุณหภูมิซึ่งมีแค่
Haval Jolion กับ Toyota Corolla Cross ที่มีให้ ส่วน Nissan Kicks และ Honda HR-V
จะเป็นโซนเดี่ยว แต่ของ Haval Jolion จะพิเศษที่ติดตั้งระบบปรับอากาศ ไว้ที่เบาะนั่งอีกด้วย

ส่วนอุปกรณ์ความสะดวกใให้แอร์หลังมาเกือบทุกรุ่น และที่ปัดน้ำฝนให้มาแบบอัตโนมัติ (ยกเว้น
Nissan Kicks) ส่วนช่องเสียบ USB จะให้มาเกือบทุกรุ่นเช่นกัน ทุกรุ่นยืนพื้นอยู่ที่ 2 ตำแหน่ง
แต่ของ Nissan Kicks กับ Honda HR-V ไม่มีฝาปิดให้ ส่วนกุญแจอัจริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
ให้มาครบตามมาตรฐาน แต่ของ Honda สามารถล็อกรถได้แค่เดินเข้า/ออกตามรัศมีกำหนด
กระจกไฟฟ้าอัตโนมัติทุกบานจะให้แค่ Haval Jolion และ Corolla Cross ส่วน HR-V
ให้มาแค่คู่หน้า ส่วน Nissan Kicks จะมีแค่ฝั่งคนขับเท่านั้น

และบนหลังคามาพร้อมไฟอ่านแผนที่แบบแยก พร้อมไฟสีขาวทุกรุ่น (ยกเว้น Toyota Corolla Cross
ที่ให้หลอดสีเหลือง) แต่ Haval Jolion มาพร้อมกล่องใส่แว่นตาอีกด้วย ขณะที่ด้านหลังของ HR-V
จะเป็นแบบสัมผัส ส่วนที่เหลือจะเป็นแบบสวิตซ์ปกติ ส่วนแผงบังแดดให้กระจกมาทั้งคู่แต่ไฟส่องสว่าง
ของ Jolion จะเป็นแบบคู่ ส่วนสามรุ่นที่เหลือจะให้แค่ดวงเดียว


ระบบความบันเทิง

แม้ว่าทุกรุ่นจะมาพร้อมกับจอสัมผัสกันพร้อมรองรับ Apple Carplay ครบทุกรุ่นย่อย แต่ฟังก์ชั่นที่เหลือ
กลับมีไม่เหมือนกัน โดยขนาดจอของ Jolion จะใหญ่สุดถึง 12.3 นิ้ว สาเหตุเพราะต้องรวมจอสำหรับ
ชุดเครื่องเสียงและระบบปรับอากาศในจอเดียวกัน ส่วนสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียงมีแค่พวงมาลัยเท่านั้น

รองลงมาเป็น Corolla Cross ที่ใช้จอแสดงผลขนาด 9 นิ้ว พร้อมฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Wifi และ
Mirror Link,รองรับการเชื่อมต่อ USB เล่นเพลงผ่าน iPod (หรือแอปเล่นเพลงของฝั่ง Apple)
รองรับการใช้ Bluetooth ในการเล่นเพลง รวมถึงเล่นแอปผ่าน iAuto Shop ได้อีกด้วย

ส่วนทางฝั่งของ Kicks และ HR-V ที่ใช้ชุดเครื่องเสียงของรุ่นที่เล็กกว่าอย่าง Almera และ HR-V
ตัวจอจะมีขนาด 8 นิ้ว สามารถตั้ง Widget ได้ ซึ่งการใช้งานของทั้งสองรุ่นมีความใกล้เคียงกันมาก
เพียงแต่ฟังก์ชั่นของ Almera อาจจะมีมากกว่า City เล็กน้อย

และจุดเด่นสำคัญคือ การใช้มือถือในการควบคุมรถ ซึ่งทุกรุ่นต่างมีแอปเป็นของตัวเอง
โดยฟังก์ชั่นของทุกรุ่นมาพร้อมกับเช็คตำแหน่งรถยนต์ เช็คสถานะต่างๆของรถยนต์และ
การเข้ารับบริการ รวมถึงเรียกรถฉุกเฉินเมื่อเกิดปัญหา และเช็คพฤติกรรมการขับขี่ได้

แต่ของ HR-V และ Jolion จะสามารถควบคุมรถผ่านโทรศัพท์ได้ แม้กระทั่งสตาร์ทรถ
ทว่าของ Jolion จะควบคุมระบบต่างๆภายในรถได้มากกว่า รวมถึงมีกิจกรรมทาง
Community สามารถแลกของจากแต้มสะสมได้อีกด้วย


เบาะนั่ง

แม้ว่าทุกรุ่นมาพร้อมกับเบาะ 2 แถว 5 ที่นั่งครบทุกรุ่น แต่มีจุดแตกต่างที่เบาะนั่งที่แม้ว่าจะหุ้มหนังทุกรุ่น
แต่ของ Haval Jolion จะมีสลักคำว่า Haval ไว้ทุกที่นั่ง ส่วนรุ่นอื่นมีทั้งแบบเจาะรูใน Honda HR-V
และ Toyota Corolla Cross หรือเสริมมัดกล้ามใน Nissan Kicks

ฟังก์ชั่นเบาะนั่งนั้นทุกรุ่นจะปรับไฟฟ้าฝั่งคนขับ ยกเว้น Nissan Kicks ที่ยังปรับมืออยู่ ขณะที่เบาะ
ผู้โดยสารหน้าจะปรับมือทุกรุ่น ส่วนกระเป๋าหลังเบาะนั่งนั้นจะให้ฝั่งผู้โดยสารครบ แต่ฝั่งคนขับ
จะให้กระเป๋าเฉพาะ Honda HR-V และ Haval Jolion เท่านั้น ทว่า Haval Jolion ไม่สามารถ
ปรับตำแหน่งเข็มขัดนิรภัยได้ แต่ทุกรุ่นสามารถปรับได้ แต่ก็ชดเชยด้วยเบาะนั่งสามารถเป่าลมเย็นได้

ส่วนเบาะหลังทุกรุ่นสามารถพับได้ในอัตราส่วน 60/40 แต่ Nissan Kicks ไม่มีที่พักแขนมาให้
ขณะที่รุ่นอื่นจะมีให้ พร้อมที่วางแก้ว 2 ตำแหน่ง นอกจากนี้เบาะหลังของ Honda HR-V สามารถ
ยกขึ้นเพื่อวางของสูงๆได้ ขณะที่ Corolla Cross สามารถปรับเอนได้ แต่รุ่นไหนนั่งสบายนั้น
ต้องไปลองนั่งกันครับ


ขุมพลัง และงานวิศวกรรม

สำหรับขุมพลังของรุ่นที่มาเทียบคราวนี้จะเป็นระบบ Hybrid ทั้งหมด โดยจะมีพละกำลังดังนี้

  • Nissan Kicks E-Power 1.2 VL : เครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร แบบ E-Power พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion และมอเตอร์ไฟฟ้า รหัส EM57 ให้กำลังสูงสุด 79 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด
    103 นิวตัน-เมตรที่ 3,200 – 5,200 รอบต่อนาที (มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 129 แรงม้า แรงบิด
    260 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบไฟฟ้าพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหน้า
  • Toyota Corolla Cross 1.8 Hybrid Premium Safety : เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตร 2ZR-FXE มีพละกำลังสูงสุด 97 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิดมีกำลัง 142 นิวตัน-เมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที ส่วนแบตเตอรี่ มีกำลัง 72 แรงม้า แรงบิดมีกำลัง 163 นิวตัน-เมตรที่ (รวมกันแล้วมีกำลังสูงสุด 121 แรงม้า) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT
  • Honda HR-V e:HEV RS : เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC รหัส LEC ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 6,000 – 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 – 5,000 รอบต่อนาที มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังอยู่ที่ 131 แรงม้าที่ 4,000 – 8,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร
    ที่ 0 – 3,500 รอบต่อนาทีจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ e-CVT
  • Haval Jolion 1.5 Ultra : เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 4D15B แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบ Multi-Point fuel injection กำลังสูงสุด 95 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 125 นิวตันเมตรที่ 4,400 – 5,200 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 156 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร เมื่อรวมกันแล้วจะมีกำลังสูงถึง 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ DHT ขับเคลื่อนล้อหน้า พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ขนาด 1.69 kWh รองรับน้ำมันสูงสุด E20 และปล่อยก๊าซ CO2 อยู่ที่ 96 กรัม/กิโลเมตร

เมื่อดูเลขขกำลังแล้ว สำหรับเครื่องยนต์นั้น แม้ว่า Toyota Corolla Cross ความจุจะเยอะที่สุด
แต่พละกำลังนั้น ระบบ e:HEV ของ Honda HR-V จะมีแรงม้ามากที่สุด ทั้งเครื่องยนต์และ
มอเตอร์ไฟฟ้า ส่วนแรงบิดนั้น ภาคเครื่องยนต์ Toyota Corolla Cross จะมากที่สุด ทว่า
มอเตอร์ไฟฟ้านัน Haval Jolion จะมีกำลังมากสุด เหนือสิ่งอื่นใด รุ่นไหนแรงกว่ากันนั้น
ต้องลองกันดูอีกที

ช่วงล่างและงานวิศวกรรมส่วนอื่นนั้นทุกรุ่นมาพร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท
ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม แต่ Jolion มาพร้อมเหล็กกันโคลงด้านหลัง พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อ
และพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้ามาให้ครบทุกรุ่น

อีกสิ่งหนึ่งที่มีให้คือ โหมดการขับขี่ ทุกรุ่นมาพร้อมโหมด Normal/Eco ครบทุกรุ่น ทว่า
Nissan Kicks กลับไม่มี Sport Mode แต่จะแทนที่ด้วย Smart ที่ควบคุมแป้นเหยียบ
ให้อัจฉริยะขึ้น ขณะที่ Corolla Cross มาพร้อม EV Mode ที่จะวิ่งในโหมดไฟฟ้าระยะสั้น
และ Haval Jolion ที่มีโหมดสำหรับขับขี่บนทางลื่นโดยเฉพาะ


ระบบช่วยเหลือการขับขี่

สำหรับระบบควาามปลอดภัยในยุคปัจจุบัน ระบบควบคุมการทรงตัว ระบบช่วยขึ้นเขา นับว่าเป็นมาตรฐาน
เป็นที่เรียบร้อย แต่ระบบช่วยเหลือการขับขี่นั้น หลายๆรุ่นเริ่มให้เป็นมาตรฐาน ทว่า แต่ละรุ่นก็ให้มา
ไม่เหมือนกัน เรามาไล่กันว่า แต่ละรุ่นจะให้ระบบอะไรบ้าง

ระบบที่มีเหมือนกันทุกรุ่น

  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างจากคันหน้าอัตโนมัติ
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมเบรกอัตโนมัติ
  • ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่

บางระบบมีให้มากกว่า 1 รุ่นแต่ไม่ครบทุกรุ่น โดยจะมีระบบดังนี้

  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและขณะถอยหลัง (Honda HR-V จะให้แค่กล้อง Honda Lanewatch ฝั่งซ้ายเท่านั้น)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง (ยกเว้น Honda HR-V จะมีเฉพาะข้างหลังเท่านั้น)
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลนและควบคุมรถให้อยู่ในเลน (ยกเว้น Nissan Kicks)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (มีเฉพาะ Toyota Corolla Cross และ Haval Jolion)
  • ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ (ยกเว้น Nissan Kicks)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold (ยกเว้น Toyota Corolla Cross)

เมื่อเทียบกันแล้วบางระบบจะมีมาให้เฉพาะรุ่นดังนี้

  • Haval Jolion
    • ระบบควบคุมความเร็วบนการจราจร TJA
    • ระบบเตือนการชนด้านหลัง RCW
    • ระบบเตือนมุมอับขณะเปิดประตู DOW
    • ระบบป้องกันการชนซ้ำซ้อน SCM
    • ระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติ IAP
    • ระบบช่วยหลบจากรถใหญ่ WDS
    • ระบบช่วยให้รถอยู่ในเลนแบบฉุกเฉิน ELK
  • Honda HR-V
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถเคลื่อนข้างหน้า
  • Nissan Kicks
    • กระจกมองหลังถ่ายทอดจากภาพกล้องข้างหลัง
    • ระบบตรวจจับวัตถุเคลื่อนไหวรอบคัน

เมื่อดูรายละเอียดแล้วพบว่า Haval Jolion จะมีระบบช่วยเหลือการขับขี่มากที่สุด เพราะระบบทั้งหมด
นอกจากจะตัดระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติจาก H6 แค่รายการเดียวแล้ว ยังครอบคลุมการขับขี่รอบด้าน
รวมถึงติดตั้งระบบช่วยถอยจอดรุ่นเดียวในกลุ่มอีกด้วย

ขณะที่ Honda HR-V จะมีระบบเด่นๆคือ ระบบช่วยเตือนรถเมื่อเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแค่นั้น ส่วน
ระบบช่วยเตือนมุมอับด้านข้างจะแทนที่ด้วยกล้อง Lanewatch (ขณะที่ประเทศอื่นจะเป็นระบบ
เตือนมุมอับด้านข้างเหมือนกับรุ่นอื่นๆ) ส่วน Toyota Corolla Cross ระบบช่วยเหลือการขับขี่
อาจจะมีไม่เด่น แต่บางรายการก็ยังอยู่ครบ จะมีแค่เบรกมือที่เป็นแบบธรรมดาเท่านั้น ส่วน
Nissan Kicks แม้ว่าระบบเตือนด้านข้างและด้านหลังจะครบครัน แต่ด้านหน้าจะด้อยกว่าเพราะ
มีแค่เรดาร์เท่านั้น ไม่มีกล้องตรวจจับเสริม ทำให้บางฟังก์ชั่นนั้นขาดหายไป


ราคาจำหน่าย

สำหรับราคาแต่ละรุ่นมีดังต่อไปนี้

  • Nissan Kicks E-Power 1.2 VL : 1,049,000 บาท
  • Toyota Corolla Cross 1.8 Hybrid Premium Safety : 1,199,000 บาท
  • Honda HR-V e:HEV RS : 1,179,000 บาท
  • Haval Jolion 1.5 Ultra : 999,000 บาท

ปฎิเสธไม่ได้ว่า Haval Jolion ราคาถูกที่สุดในกลุ่ม แต่ก็มีข้าวของที่ล้ำหน้าที่สุดไม่ว่าจะเป็นชุดเครื่องเสียง
ที่ควบคุมระบบต่างๆผ่านจอสัมผัส,ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่มาแบบล้นคัน พร้อมระบบช่วยถอยจอดรายเดียว
ในตลาด รวมถึงดีลต่างๆที่ให้มาหลายหมื่น และหน้าตาที่แตกต่างจาก Jolion ทั่วโลก แต่ต้องเสียอุปกรณ์
พื้นฐานบางอย่าง ทั้งไม่มีประตูท้ายไฟฟ้าเบาะนั่งที่ไม่สามารถปรับเอนและเลื่อนได้ และเข็มขัดนิรภัย
ปรับระดับไม่ได้ แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่ไม่ถึงล้าน

แต่พอมาดูทางฝั่งญี่ปุ่นพบว่า แม้ว่า Toyota Corolla Cross จะแพงสุดในกลุ่ม แต่อุปกรณ์ของรุ่นดังกล่าว
ไม่ได้ด้อยกว่าคู่แข่งร่วมสัญชาติ โดยรุ่นนี้ จะได้ตัวถังที่มีขนาดใหญ่สุดในกลุ่ม พื้นที่ห้องโดยสารและห้องสัมภาระ
ที่กว้างสุดในกลุ่ม อุปกรณ์บางอย่างก็มีมากกว่าเพื่อน อาทิ ระบบปรับอากาศแบบแยกฝั่ง,กระจกไฟฟ้าอัตโนมัติ
ทุกบาน,ระบบความปลอดภัยที่ให้การตรวจจับครบทั้งกล้องและเรดาร์ และสีรถที่มีให้เลือกทุกแนว แต่ราคา
แพงสุดในกลุ่ม และข้าวของบางอย่างที่ยังไม่มีให้ อาทิ เบรกมือไฟฟ้าพร้อมปุ่ม Auto Hold ที่หลายๆคนรอคอย

พอมามองที่ Honda HR-V ที่ราคาถูกกว่ากันเล็กน้อย แต่ก็ได้ชุดแต่ง RS ที่มีประเทศแรกในโลก หลังคาแบบกระจก Panoramic Moonroof (ที่ไม่สามารถเปิดได้) เบาะหลังที่พับได้หลากหลายรูปแบบ พร้อมขุมพลัง
ที่ตัวเลขแรงสุดในกลุ่ม ส่วนการขับขี่ปรับปรุงให้ดีกว่าเก่า แต่ติดที่บางจุดที่มีการลดต้นทุนลงไป ทั้งหน้าจอ
ชุดเครื่องเสียงสัมผัสที่ลดสเปคลงจากญี่ปุ่น สีตัวรถที่ไม่หลากหลายเท่ารุ่นข้างบน โทนสีภายในมีแค่สีดำเท่านั้น
และหลังคามูนรูฟที่มีวิธีการปิดแปลกกว่ารุ่นอื่นๆ

แต่สำหรับ Nissan Kicks กลับมีราคาถูกที่สุด แต่ก็มีข้อดีที่พอจะสู้ในตลาดได้ทั้งสีรถที่มีเยอะสุดในตลาด
ทั้งแบบธรรมดาและหลังคาสีดำ ภายในมีโทนสีส้มให้เลือก แบะข้าวของบางอย่างที่โดดเด่น ทั้งกระจกมองหลัง
ที่โชว์ภาพจากกล้องที่ติดกับกระจกหลัง คันเร่งแบบควบคุมการเบรกและเร่งในแป้นเดียว แต่ก็แลกด้วยขนาด
ตัวรถที่เล็กสุดในกลุ่ม และความอเนกประสงค์ที่ด้อยสุดในกลุ่ม


และนี่คือทั้งหมดของ คันต่อคัน ในซีรีย์ Compact Crossover ขุมพลัง Hybrid ซึ่งชี้ให้เห็นถึง
จุดเด่นในแต่ละรุ่น รวมถึงสิ่งที่ได้ และ สิ่งที่ด้อยเมื่อเทียบกับรถหลายๆรุ่น รวมถึงสมรรถนะของ
ขุมพลัง Hybrid ที่หลายๆค่าย พร้อมกันติดตั้งในช่วงที่มอเตอร์ไฟฟ้ามีบทบาทสำคัญในการ
ขับเคลื่อน สุดท้ายนี้ใครถูกใจรุ่นไหนนั้น แล้วแต่การตัดสินใจละครับ

ซึ่งคันต่อคันตอนต่อไปจะเป็นรุ่นไหนนั้น โปรดติดตามได้เร็วๆนี้