[Coming Up!]Ford Ranger MY2019 : เพิ่ม 6 รุ่นย่อยใหม่พร้อมการกลับมาของ Wildtrak เกียร์ธรรมดา

270

หลังจากที่ทำการปรับโฉมไปแล้วสำหรับ Ford Ranger พร้อมตัวแต่งพิเศษ Ranger Raptor ทว่า
สงครามรถกระบะยังไม่จบง่ายๆ เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นของกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อตัวเตี้ย
ที่กำลังได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆจากการมาของ Toyota Hilux Revo Z Edition ล่าสุด Ford
ได้เตรียมเปิดตัว 6 รุ่นย่อยใหม่ ซึ่งจะมีกำหนดการเปิดตัวในเร็วๆนี้

Ford Ranger 6 รุ่นย่อยใหม่แบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

  • รุ่นกระบะตอนเดียว 2 รุ่นย่อย
  • รุ่นกระบะแค็ปเปิดได้ (Open Cab) 1 รุ่นย่อย
  • รุ่นกระบะ 4 ประตู 3 รุ่นย่อย

เริ่มจากรุ่นกระบะตอนเดียวที่จะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อยดังนี้

1.รุ่น 2.2 Cab and Chassis 2WD 6MT

เป็นรุ่นที่ไม่มีกระบะท้ายออกมาเลยเพื่อนำไปต่อยอดในการนำไปใส่บรรดาตู่ส่งของในแบบต่างๆ
ออปชั่นทั้งหมดยกมาจากรุ่น XL ตอนเดียว อาทิ

  • กระจังหน้าสีดำ (แบบใหม่)
  • ไฟหน้าฮาโลเจนกรอบสีดำ
  • ล้อกระทะเหล็ก 16 นิ้ว
  • พวงมาลัยเพาเวอร์
  • กระจกแบบหมุนมือ
  • เซ็นทรัลล็อก
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer
  • ชุดเครื่องเสียงรองรับการเชื่อมต่อ AUX USB และ Bluetooth
  • ระบบเบรก ABS EBD
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร TDCi พร้อมเทอร์โบแบบแปรผัน VG Turbo
ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตัน-เมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง

สนนราคาอยู่ที่ 528,000 บาท

2.รุ่น 2.2 XL 4WD 6MT

สำหรับรุ่นย่อยนี้จะมีรายละเอียดเหมือนกับ 2.2 XL 2WD ต่างกันแค่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
พร้อมสวิตซ์ควบคุม Shift-On-The-Fly เท่านั้น รายละเอียดออปชั่นและขุมพลังเหมือนกับ
รุ่นข้างบน ยกเว้นกระจังหน้าที่ยังใช้ทรงเดียวกับรุ่นเก่า (รุ่นไมเนอร์เชนจ์ปี 2015-2018)

สนนราคาอยู่ที่ 649,000 บาท


ต่อมาเป็นรุ่น Open Cab ที่คราวนี้มีให้เพิ่มแค่รุ่นย่อยเดียว นั่นคือ

3.รุ่น 2.2 XLT 4WD 6MT

จากเดิมรุ่น XLT มีให้เลือกในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อยกสูง Hi-Rider เท่านั้น สำหรับรุ่นย่อยนี้
มีความแตกต่างจากรุ่น Hi-Rider แค่เพียงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อมสวิตซ์ควบคุม
Shift-On-The-Fly และเฟืองท้ายแบบ Limited Slip เท่านั้น ส่วนออปชั่นหลักๆมีดังนี้

  • กระจังหน้า กระจกมองข้าง มือเปิดประตู มือเปิดกระบะท้ายโครเมียม
  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แบบเปิด/ปิดอัตโนมัติ พร้อมไฟตัดหมอกหน้า
  • ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ
  • กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
  • บันไดข้าง
  • ไฟส่องกระบะด้านหลัง
  • พวงมาลัยเพาเวอร์
  • พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • หัวเกียร์หุ้มหนัง
  • จอแสดงผลการขับขี่ MID แบบจอสีขนาด 4.2 นิ้ว
  • กระจกไฟฟ้าพร้อมเปิด/ปิดแบบ One-Touch ฝั่งคนขับ
  • เซ็นทรัลล็อกพร้อมกุญแจรีโมทแบบพับได้และ Immobilizer
  • กระจกมองหลังแบบตัดแสงสะท้อนอัตโนมัติ
  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสีขนาด 4 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ AUX USB และ Bluetooth
    พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง Sync
  • ระบบเบรก ABS EBD
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • เซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง

สนนราคาอยู่ที่ 799,000 บาท


และสุดท้ายเป็นรุ่น Double Cab มีให้เลือกเพิ่มเติมถึง 3 รุ่นย่อยด้วยกัน ซึ่งมีให้เลือกดังนี้

4.รุ่น 2.2 XL 2WD 6MT

เดิมทีตัวเริ่มต้นของรุ่น Double Cab จะอยู่ที่รุ่น XLS Hi-Rider แต่ในรุ่นย่อยใหม่จะมีการเพิ่มรุ่น
XL เข้าไป แถมยังเป็นตัวเตี้ยอีกด้วย ออปชั่นคร่าวๆจะเหมือนกับ XL Open Cab แต่จะมีการเพิ่ม
จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ที่เบาะหลังซึ่งความแตกต่างระหว่างรุ่น XL และ XLS มีดังนี้

  • กระจังหน้าและกระจกมองข้างสีดำ (XLS เป็นสีเทา)
  • ไม่มีไฟตัดหมอกหน้า
  • ไฟส่องกระบะด้านหลัง
  • ไม่มีบันไดข้าง
  • ล้อเป็นแบบกระทะเหล็ก 16 นิ้ว (XLS เป็นล้ออัลลอย 16 นิ้ว)
  • ไม่มีปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
  • ไม่มีจอแสดงผลการขับขี่ MID แบบจอสีขนาด 4.2 นิ้ว
  • ไม่มีกุญแจรีโมทแบบพับได้
  • ชุดเครื่องเสียงเป็นจอปกติ ไม่รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง Sync

สนนราคาอยู่ที่ 689,000 บาท (ถูกลงกว่ารุ่น XLS Hi-Rider 100,000 บาท)

5.รุ่น 2.2 XL+ Hi-Rider 2WD 6MT

สำหรับรุ่นนี้เป็นการเสริมรุ่นเริ่มต้นสำหรับกระบะ 4 ประตูของเวอร์ชั่นยกสูงเข้าไปแทน ออปชั่นต่างๆ
เหมือนกับรุ่น XL+ Open Cab Hi-Rider ออปชั่นเหมือนกับรุ่น XL+ Hi-Rider ทุกประการ
โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • กระจังหน้าสีดำ (แบบใหม่)
  • ไฟหน้าฮาโลเจนกรอบสีดำ
  • บันไดข้าง
  • กันชนหลังสีเดียวกับตัวรถ
  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
  • พวงมาลัยเพาเวอร์
  • กระจกไฟฟ้า
  • เซ็นทรัลล็อก
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer
  • ชุดเครื่องเสียงรองรับการเชื่อมต่อ AUX USB และ Bluetooth
  • ระบบเบรก ABS EBD
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า

สนนราคาอยู่ที่ 749,000 บาท (ถูกลงกว่ารุ่น XLS Hi-Rider 40,000 บาท)

6.รุ่น 2.0 Turbo Wildtrak Hi-Rider 2WD 6MT

รุ่นสุดท้ายนี้เป็นรุ่นสูงสุดของ Ford Ranger เกียร์ธรรมดา หลังจากที่ตัดออกไปในรุ่นปรับโฉมเมื่อปี 2018
เพื่อหลีกทางให้กับรุ่น Limited แต่ยังเชื่อว่าหลายๆคนอยากได้ตัวแต่งหล่อจากโรงงานในเวอร์ชั่นเกียร์ธรรมดา
Ford จึงนำรุ่นนี้กลับมาอีกครั้ง โดยมีออปชั่นเพิ่มจากรุ่น Limited ดังนี้

  • กระจังหน้า กระจกมองข้าง มือเปิดประตู มือเปิดกระบะท้ายสีเทาเมทัลลิก
  • ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
  • ไฟส่องสว่างใต้กระจกมองข้าง
  • พื้นปูกระบะด้านหลังพร้อมปลั๊กไฟ 12V
  • ภายในตกแต่งด้วยสีดำ ตะเข็บสีส้ม
  • ระบบนำทาง Navigator
  • เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
  • ไฟสร้างบรรยากาศภายใน
  • ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า/ด้านข้าง/ม่านนิรภัย)
  • เฟืองท้ายแบบ Diff-Lock
  • เซ็นเซอร์บริเวณด้านหน้า

สนนราคาอยู่ที่ 979,000 บาท (เพิ่มจากรุ่น Limited 70,000 บาท)


สำหรับ Ford Ranger 6 รุ่นย่อยใหม่จะเริ่มจำหน่ายในเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป
รายละเอียดเพิ่มเติมโปรดติดตามกันต่อไป

ที่มา : ฟอร์ดภัทร
เรียบเรียงโดย : Carsideteam
ภาพแต่ละรุ่นจาก : Ford Official ในแต่ละประเทศ (รายละเอียดอาจแตกต่างจากรุ่นจำหน่ายจริง)

Comments
Loading...