หลายๆคนคงได้สัมผัส Haval H6 ในงาน Motor Show 2021 กันไปแล้ว รงมถึงได้ยิงโฆษณาไปใน
หลายๆช่องทาง ทว่า ลูกค้าต่างรอแค่ว่า จะพร้อมทำตลาดเมื่อไหร่ รวมถึงกำหนดการส่งมอบรถ
ล่าสุด ทาง Great Wall Motors ประเทศไทย ล่าสุด ทาง Great Wall ได้ประกาศให้รับจอง
ได้ในวันที่ 15 มิถุนายนเป็นต้นไป พร้อมทั้งประกาศราคาในวันที่ 28 ในเดือนเดียวกัน

สำหรับตัวรถมาพร้อมกับงานออกแบบที่ดูล้ำสมัย เริ่มจากไฟหน้าแบบ Full LED ตัวไฟเป็นแบบเลนส์คู่
กระจังหน้าลายตาข่ายขนาดใหญ่พิเศษตกแต่งด้วยโครเมียมยกชิ้น รวมถึงกันชนหน้าที่มีช่องเหลี่ยมสันขึ้น
ทั้งช่องดักลม และกรอบของไฟตัดหมอกหน้า ด้านข้างมีเส้นสายที่เหลี่ยมสันทั้งแนวกระจกตกแต่งโครเมียม
และเส้นด้านข้าง ส่วนด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED แบบยาวเป็นเส้นเดียว ส่วนไฟเบรกจะอยู่ด้านล่าง
เป็นครึ่งวงกลม เสริมด้วยคิ้วโครเมียมแบบยาว รวมถึงกันชนหลังที่กลมกลืนกับตัวรถ นอกจากนี้
ยังเสริมด้วยชายล่างสีดำทั้งชิ้น ราวหลังคาสีเงิน และหลังคากระจก  Panoramic Moonroof

ขนาดตัวถังมีดังนี้

  • ความยาว 4,653 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,886 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,730 มิลลิเมตร
  • ความยาวฐานล้อ 2,738 มิลลิเมตร

สีตัวถังมีให้เลือกดังนี้

  • สีน้ำเงิน Swarovski Blue
  • สีดำ Sun Grow Black
  • สีขาว Hamilton White
  • สีเทา Ayers Gray

ภายในมีการตกแต่งให้เลือกทั้ง 2 แบบคือ สีดำล้วนตกแต่งด้วยสีเงินเมทัลลิก หรือสีเบจตกแต่งด้วยสีทองแดง
มีการแบ่งสัดส่วนชัดเจน เสริมด้วยวัสดุนุ่มตรงช่องแอร์ และไฟส่องสว่างเพื่อสร้างบรรยากาศสีแดงแบบ LED
หน้าจอสัมผัสมีขนาดใหญ่ถึง 2 จุดคือ หน้าจอมาตรวัดขนาด 10 นิ้ว และหน้าจอสำหรับชุดเครื่องเสียงขนาด
11 นิ้ว ซึ่งฟังก์ชั่นของชุดเครื่องเสียงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ที่แน่ๆจะมาพร้อมกับระบบ FOTA ที่ช่วยอัพเกรด
ฟังก์ชั่นใหม่ๆตลอดเวลา และหน้าจอสำหรับมาตรวัดเสริมบนกระจก HUD อีกทั้ง ปุ่มควบคุมที่อยู่กลางคอนโซล
จะควบคุมระบบปรับอากาศและไฟฉุกเฉินแค่นั้น

ส่วนคอนโซลกลางมาพร้อมที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ที่วางแก้วแบบมีฝาปิด เกียร์อัตโนมัติเป็นแบบ
สวิตซ์หมุน (พร้อมเกียร์ P แบบปุ่มกด) และเบรกมือไฟฟ้าเสริมปุ่ม Auto Hold ทรงเหลี่ยม รวมถึง
ติดตั้งที่พักแขนพร้อมกล่องเก็บของขนาดใหญ่ นอกจากนี้ พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านเสริมปุ่มควบคุม
เครื่องเสียง โทรศัพท์ และแป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย Paddle Shift

เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง คู่หน้าปรับไฟฟ้าให้ 6 ทิศทาง ฝั่งผู้โดยสารมีสวิตซ์เพิ่มอีกจุด และเป็นแบบ
สลักเลื่อน (ซึ่งต่างจากรุ่นอื่นๆที่เป็นแบบปุ่มกด) พร้อมเบาะหลังที่สามารถพับได้อิสระ 60/40
และที่พักแขนพร้อมที่วางแก้วขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีช่องปรับอากาศและที่ชาร์จแบบ USB ให้อีกด้วย

ขุมพลัง

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบพร้อมระบบไฮบริดขนาด 1.5 ลิตรให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า
    แรงบิด 530 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตซ์คู่ 7 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า
    พร้อมโหมดการขับขี่แบบ Normal/Eco/Sport/Slippy (บนทางลื่น)

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีมาให้ดังนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC)
  • ระบบช่วยแซงรถขนาดใหญ่ Wisdom Dodge System (WDS)
  • ระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติ Integration Auto Parking (IAP)
  • ระบบช่วยขับย้อนเมื่อเจอทางตัน Auto Reversing Assistant (ARA)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง

สำหรับตัวรถเปิดรับจองได้ตั้งแต่ 15 มิถุนายนเป็นต้นไป โดยเปิดรับจองทั้งที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ 30 แห่ง
(ตามกำหนดการที่จะเปิดในครึ่งปีแรก) หรือจะเป็นเปิดจองผ่าน GWM Store ที่แอปพลิเคชั่น GWM
ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ติดต่อทดลองขับ สอบถามข้อมูล จองรถ อีกทั้งยังนัดหมายเช็คระยะได้อีกด้วย

นอกจากนี้ถ้าใครอยากชมรถแบบใกล้ชิดที่ GWM Store ในเซ็นทรัลบางนา ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิตและสีลม คอมเพล็กซ์ รวมถึง GWM Experience Center ที่ชั้น 3 ไอคอนสยาม ส่วนราคาจำหน่ายจะประกาศพร้อมกัน
28 มิถุนายน 2021 รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ใน Carsideteam ครับ