[Coming UP!] Toyota Vios MY2019 เตรียมปรับอุปกรณ์กระตุ้นตลาดมกราคมนี้ มาพร้อมกล้องบันทึกหน้ารถและ T-Link

519

Toyota Vios รุ่นปัจจุบัน เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2013 ในงาน Bangkok International
Motor Show ปีเดียวกัน นับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ในช่วงแรกยังคงใช้เครื่องยนต์
เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FE VVT-i 109 แรงม้า พร้อมเกียรอัตโนมัติ 4 จังหวะ แต่หลังจาก
ทำตลาดได้พักใหญ่ ปี 2016 ได้มีการปรับอุปกรณ์เล็กน้อย ตามการเก็บภาษีสรรพสามิตแบบใหม่
ที่คุมเข้มเรื่องการปล่อยไอเสียมากขึ้น ทำให้ Toyota ตัดสินใจปลดประจำ 1NZ-FE แล้วแทนที่ด้วย
เครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i รหัส 2NR-FBE ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 108 แรงม้า
และสามารถเติมน้ำมัน E85 ได้ พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม Manual Mode 7 จังหวะ

จากการเปลี่ยนเครื่องยนต์ในครั้งนั้น มีกระแสข่าวของ Honda City Minorchange ที่จะเปิดตัวใน
เดือนมกราคม 2017 ทำให้ Toyota รอช้าไม่ได้ ตัดสินใจแต่งหน้าทาปากให้กับ Vios และเปิดตัว
ในเดือนเดียวกัน แต่กระแสตอบรับไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากราคาและอุปกรณ์ที่ให้มาไม่สมเหตุสมผล
จนทำให้ Toyota ต้องส่ง Yaris ATIV ในเดือนสิงหาคม 2017 มาเสริมทัพตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล
และกวาดยอดขายจนเป็นที่น่าพอใจ ถึงกระนั้น Toyota ยังคงกระตุ้น Vios แบบไม่ลดละ เมื่อช่วงปี 2018
ได้จัดคาราวานขับข้ามประเทศ จาก ขอนแก่น-วังเวียง-หลวงพระบาง สิ้นสุดที่ ซาปา ประเทศลาว
พร้อมเพิ่ม 2 พรีเซ็นเตอร์อย่าง เต้ย-จริณพร และ กรรณ-สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา มากระตุ้นตลาดอีกครั้ง

ในปี 2019 Toyota เตรียมกระตุ้นตลาดให้กับ Vios อีกครั้ง ด้วยการปรับอุปกรณ์ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนรุ่นย่อย
ทั้งนี้เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังยังคงใช้บล็อดเดิม รายละเอียดมีดังนี้

เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร รหัส 2NR-FBE 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i
จ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ให้กำลังสูงสุด 108 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุด E85
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม Manual Mode 7 จังหวะ

ขณะที่รุ่นย่อยในปัจจุบันมีให้เลือก 4 รุ่น คือ J , E , G และ S แต่ในรุ่น MY2019 จะเหลือเพียง 3 รุ่นย่อย
คือ Entry , Mid และ High โดยในแต่ละรุ่นย่อยมีการปรับเพิ่มอุปกรณ์ ดังนี้

รุ่น Entry 
-ไฟหน้าแบบฮาโลเจน
-ล้อกระทะพร้อมฝาครอบ 15 นิ้ว
-กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
-ไฟท้ายแบบ LED
-ภายในสีดำ เบาะนั่งแบบผ้า
-เครื่องเสียงแบบ 2DIN วิทยุ CD MP3 Bluetooth พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/AUX
-พวงมาลัย 3 ก้าน ปรับสูง-ต่ำ วัสดุยูรีเทน
-ระบบเบรก ABS/EBD/BA
-ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
-ระบบป้องกันออกตัวลื่นไถล TRC
-ถุงลมนิรภัย 2 จุด : ผู้โดยสาร 1 จุด และ ผู้ขับขี่ 1 จุด
-กุญแจนิรภัย พร้อมระบบ Immobilizer

รุ่น Mid 
(เพิ่มจากรุ่น Entry)
-ไฟหน้า Projector พร้อม LED Light Guiding
-ไฟ LED Daytime Running Light
-ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว
-พวงมาลัย 3 ก้านแบบหุ้มหนัง พร้อมสวิชต์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
-เบาะนั่งและวัสดุภายใน หุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ
-ชุดเครื่องเสียงพร้อมจอแบบสัมผัส T-Link พร้อมกล้องมองหลัง


รุ่น High 
(เพิ่มจากรุ่น Mid) 
-ไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED
-กุญแจแบบ Smart Keyless Entry พร้อมปุ่ม Push Start
-เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต
-วัสดุภายใน หุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ
-กล้องบันทึกภาพหน้ารถ
-เซนเซอร์กะระยะด้านหลัง

นอกจากนี้ในรุ่น Mid และ High จะติดตั้งชุดเครื่องเสียงใหม่ในชื่อ “T-Link” ที่รองรับ Smart Phone
ทั้งระบบ iOS และ Android โดยสามารถแสดงภาพบนจอเครื่องเสียงได้ นอกจากนี้ยังแสดงผลแอปพลิเคชั่นอื่นๆ
อาทิ Google Maps  Joox  Spotify YouTube Music เป็นต้น แต่จะไม่มีฟังก์ชั่นระบุตำแหน่งรถยนต์ผ่าน GPS
แบบเดียวกับ C-HR

สำหรับ Toyota Vios MY2019 คาดว่าจะเปิดตัวและเริ่มส่งมอบในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2019
ส่วนราคาและรายละเอียดอื่นๆ Carsideteam จะนำเสนอในครั้งต่อไป

Comments
Loading...