ตลาดมินิแวน 7 ที่นั่งยังคงมีลูกค้าอุดหนุนกันเยอะพอสมควร แน่นอนว่ารุ่นที่สร้างยอดขาย ณ เวลานี้ยังคงเป็น
Mitsubishi Xpander ที่มาพร้อมกับตัวรถที่ถูกใจคนไทย แถมยังมีรุ่นแต่งลุยกว่าอย่าง Xpander Cross
ตามมาทำยอด แน่นอนว่าทาง Suzuki เองก็มี Ertiga มาสู้ แต่ก็ยังทำอะไร Xpander ไม่ได้ ล่าสุด ได้เตรียม
เปิดตัว Ertiga เวอร์ชั่นยกสูง โดยได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น XL7 พร้อมการเปลี่ยนแปลงหลายจุด พร้อมทำตลาด
ในไม่กี่วันข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม XL-7 ไม่ใช่ชื่อใหม่ เพราะในช่วงประมาณปี 2003 Suzuki ได้ใช้ชื่อนี้ให้กับ Vitara
เวอร์ชั่นฐานล้อยาวในชื่อ Grand Vitara XL-7 แต่ยอดขายกลับไม่ปังเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม
ช่วงปี 2019 Suzuki ได้เผยโฉม XL-7 ครั้งแรกในประเทศอินเดียด้วยชื่อ XL-6 และเปิดตัวต่อ
ที่อินโดนิเซียในชื่อ XL-7 (และยังส่งไปจำหน่ายหลายๆประเทศในชื่อ XL-7 รวมถึงประเทศไทย)

สิ่งที่ยังพอจะจดจำได้ว่างานออกแบบเหมือนกับ Ertiga มีแค่แนวกระจก ไฟท้าย และประตูหลังเท่านั้น
นอกนั้นเปลี่ยนใหม่หมด อาทิ ไฟหน้า LED 4 ดวงพร้อมไฟหรี่/ไฟส่องสว่างเวลากลางวันที่รับกับ
กระจังหน้าที่มีช่องแบบถี่ๆ พร้อมเส้นแนวนอนที่มีความหนาพอสมควร กันชนหน้าที่ดูบึกบึนขึ้น
พร้อมไฟตัดหมอกหน้าทรงกลมเสริมด้วยกรอบสีดำ และชายล่างสีเงิน

ด้านข้างเสริมด้วย ราวหลังคาแบบยกขึ้นมาจากตัวรถ กระจกมองข้างสีดำเงา ตกแต่งเพิ่มเติมบริเวณ
แก้มข้างเล็กน้อย พร้อมทั้งเสริมคิ้วขอบล้อสีดำและชายล่างสีเงินที่ดูดีขึ้น แต่เปลี่ยนลายล้ออัลลอยใหม่
5 ก้านรูปตัว V ขนาด 16 นิ้วพร้อมยาวขนาด 195/60R16 (ต่างกับเวอร์ชั่นอินเดียที่ยังเป็นแบบเดิม)
ส่วนด้านท้ายเปลี่ยนแค่แผงที่อยู่ใต้กระจกหลังจะเป็นสีดำ (จากเดิมเป็นสีเดียวกับตัวรถ) และกันชนหลัง
สีดำตกแต่งด้วยแผงสีเงิน

ขนาดตัวถังมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,450 มิลลิเมตร (ยาวกว่า Ertiga 55 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 1,775 มิลลิเมตร (กว้างกว่า Ertiga 40 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1,710 มิลลิเมตร (สูงกว่า Ertiga 20 มิลลิเมตร)
  • ความยาวฐานล้อ 2,740 มิลลิเมตร

สีตัวรถของเวอร์ชั่นอินโดนิเซียมีให้เลือก 6 สีดังนี้

  • สีเหลือง Brave Khaki พร้อมหลังคาสีดำ
  • สีส้ม Rising Orange พร้อมหลังคาสีดำ
  • สีแดงไหม้ Pearl Burgundy Red
  • สีเทาอมน้ำตาล Metallic Magma Grey
  • สีขาว Pearl Snow White
  • สีดำ Prime Cool Black

ภายในยกมาจาก Ertiga เพียงแต่เปลี่ยนการตกแต่งใหม่ อาทิ แผงคอนโซลหน้าและแผงประตูตกแต่งด้วย
สีดำและสีเงิน มาตรวัดหน้าปัดสีเทาพร้อมไฟเรืองแสงสีขาว พร้อมหน้าจอ MID แบบสี ชุดเครื่องเสียงเป็นแบบ
Infotainment พร้อมจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ AUX USB และ Bluetooth รวมถึง
Apple CarPlay และ Android Auto แบบเดียวกับ Ertiga รุ่นล่าสุด เบาะนั่งเหมือนกับเวอร์ชั่นอินเดีย
ยกเว้น เบาะแถว 2 ที่เป็นแบบ Bench Seat พร้อมที่พักแขนแบบพับเก็บได้

ส่วนอุปกรณ์ความสะดวกสบายอื่นๆมาพร้อมกับอุปกรณ์ดังต่อไปนี้

  • ที่พักแขนเบาะนั่งแถวที่ 1 หุ้มด้วยวัสดุเบาะนั่ง สามารถเลื่อนได้
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • กระจกมองหลังติดตั้งกล้องสำหรับบันทึกวิดีโอขณะขับขี่
  • ปลั๊กไฟ 12 โวลต์ 3 ตำแหน่ง

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตรรหัส K15 พร้อมระบบ Mild Hybrid ให้กำลังสูงสุด
105 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที จับคู่กับ
เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า

ระบบความปลอดภัยมีให้ดังต่อไปนี้

  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ESP
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • กล้องมองหลัง
  • เซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง
  • กุญแจนิรภัย Immobilizer
  • สัญญาณกันขโมย

Suzuki XL-7 เตรียมทำตลาดในประเทศไทย 2 กรกฏาคม รายละเอียดเพิ่มเติมโปรติดตามได้
ใน Carsideteam ครับ

Facebook Comments