[Coming Up!]All New Nissan Almera : เตรียมเปิดตัวในประเทศไทยปลายปีพร้อมเครื่องยนต์ Turbo

271

หลังจากที่ Nissan Versa (Almera ในประเทศไทย) ได้วางตลาดในสหรัฐอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หลายๆคนกังวลว่า จะวางตลาดในประเทศไทยหรือเปล่า ไม่ต้องกล้วครับ Almera โฉมใหม่ทำตลาด
ในประเทศไทยอย่างแน่นอน แต่ก่อนอื่น มาดูข้อมูลคร่าวๆก่อนที่จะเปิดตัวปลายปีนี้กันครับ

รายละเอียดภายนอกเกลาเส้นสายจาก Micra ในตลาดยุโรปให้เรียบง่ายขึ้นเริ่มจากไฟหน้าทรงเหลี่ยม
แบบ LED พร้อม ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED ทรงบูมเมอแรงที่เป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้ามาในทรง
V-Motion เช่นเดียวกับรุ่นที่ผ่านมา พร้อมกรอบสีดำที่ล้อมของเส้นโครเมียมของกระจังหน้าไว้
พร้อมกันชนหน้าและไฟตัดหมอกทรงเหลี่ยม

ด้านข้างมีเส้นสายแนวกระจกให้ลากต่อเนื่องกับด้านหลังแบบ Floating Roof เช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่าง
Maxima และ Altima ติดตั้งกระจกมองข้างแบบแปะกับประตูคู่หน้า และเส้นสายที่พริ้วไหวกว่ารุ่นเดิม

ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้ายที่โฉบเฉี่ยวขึ้น (สำหรับประเทศไทยจะได้แบบ LED ที่ดูดีกว่า Versa
เวอร์ชั่นอเมริกา) พร้อมเสาอากาศแบบครีบปลา กันชนหลังเสริมแถวสีดำที่ดูสปอร์ตขึ้น ทว่า
ล้ออัลลอยจะลดขนาดเหลือ 15-16 นิ้ว เพื่อให้ตัวรถผ่านมาตรฐานค่ามลพิษตามกฎของ Eco Car
Phase 2 สรุปแล้ว รายะละเอียดโดยรวมจะตกแต่งให้หรูหรากว่าเวอร์ชั่นอเมริกา ประมาณหนึ่ง

ขนาดตัวถังมีดังต่อไปนี้ (เทียบกับรุ่นมาตรฐาน ไม่ใช่รุ่นแต่งพิเศษ Sportech)

  • ความยาว 4,495 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นเดิม 70 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 1,740 มิลลิเมตร (กว้างกว่ารุ่นเดิม 45 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1,455 มิลลิเมตร (เตี้ยกว่ารุ่นเดิม 45 มิลลิเมตร)
  • ความยาวฐานล้อ 2,618 มิลลิเมตร (ยาวกว่ารุ่นเดิม 18 มิลลิเมตร)

การออกแบบภายในมาในสไตล์ของ Nissan ยุคปัจจุบันทั้ง Micra และ Kicks เริ่มจากแผงคอนโซล
ฝั่งผู้โดยสารที่มีมิติขึ้น และอาจจะใส่วัสดุบุนุ่มมาให้ ชุดเครื่องเสียงติดตั้งชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัส
ขนาด 7 นิ้ว ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู รองรับการใช้งาน Apple Carplay และ Android Auto ในรุ่นสูงๆ
(ซึ่งปัจจุบันออปชั่นนี้มีใน Almera VL รุ่นท็อปสุด) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมจอดิจิตอลทรงใหม่
รวมทั้งย้ายปุ่มสตาร์ทที่ย้ายมาไว้ที่คอนโซลเกียร์ที่มีการตกแต่งด้วยสีเงินและสีดำเงา

มาตรวัดเรืองแสงที่มีจอแสดงผลการขับขี่ MID แบบสีขนาด 7 นิ้วที่ด้านซ้ายแสดงผลได้หลากหลาย
พร้อมพวงมาลัย 3 ก้านทรง D-Shape เช่นเดียวกับ Almera MY2019 สำหรับเบาะนั่งในเวอร์ชั่น
อเมริกาจะหุ้มด้วยผ้าทุกรุ่นย่อย พร้อมที่พักแขนด้านคนขับ เบาะหลังพับได้แบบแยกฝั่ง 60/40
เสริมฟังก์ชั่นเตือนลืมของที่วางไว้เบาะหลัง ส่วนอุปกรณ์ความสะดวกสบายอื่นๆมีดังนี้

  • ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ พร้อมระบบ Follow-me-Home
  • กระจกไฟฟ้าพร้อมเลื่อนขึ้น/ลงอัตโนมัติด้านคนขับ
  • เซ็นทรัลล็อกพร้อมระบบล็อกอัตโนมัติ
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท พร้อมสั่งสตาร์ทผ่านรีโมท
  • พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง
  • กระจกแต่งหน้าพร้อมแผงบังแดดคู่หน้า
  • ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า

จุดเด่นสำคัญอยู่ที่ขุมพลัง เพราะได้เปลี่ยนจากเครื่องยนต์ 1.2 ลิตรที่คุ้นเคยกันดี มาเป็นเครื่องยนต์
1.0 ลิตร เทอร์โบ ดังนั้น สเปคที่ใกล้เคียงกับเวอร์ชั่นไทยที่สุดนั่นคือ

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร IG-T 100 แรงม้า แรงบิด 144 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ
Xtronic CVT พร้อมระบบ D-Step Logic ปล่อย CO2 อยู่ที่ 111 – 115 กิโลกรัม/เมตร
(อย่างไรก็ตาม นี่คือสเปคของ Micra เวอร์ชั่นยุโรปสำหรับบ้านเราอาจจะมีการปรับจูนใหม่เพื่อให้เข้า
ตามเกณฑ์ของ Ecocar Phase 2 ซึ่งตัวเลขยังไม่ทราบแน่ชัด)

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม พร้อมเหล็กกันโคลงมาให้ทั้งสองฝั่ง
รวมถึงพวงมาลัยเป็นแบบเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS และระบบเบรกเป็นแบบหน้าดิสก์เบรก หลังดรัมเบรกทุกรุ่น

ระบบความปลอดภัยในเวอร์ชั่นอเมริกาติดตั้งมาให้ดังนี้

  • ระบบเตือนการชนพร้อมเบรคอัตโนมัติทั้งด้านหน้าและด้านหลัง Automatic Emergency Braking
  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างข้างหน้ารถแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane-Departure Warning System
  • ระบบเปิดไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High-beam Headlights
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Monitoring System
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert
  • ระบบเตือนเมื่อคนขับเกิดอาการเหนื่อยล้า Driver Alert System
  • ถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง (คู่หน้า 2 + ด้านข้าง 4 + ม่านนิรภัย 2 + หัวเข่า 2)

สำหรับเวอร์ชั่นไทย อาจจะมีการตัดออปชั่นบางอย่างออกไป ซึ่งยังไม่มีรายละเอียดในขณะนี้

สำหรับกำหนดการเปิดตัวจะอยู่ในช่วงปลายปี 2019 ซึ่งจะมีอะไรเพิ่มเติม โปรดติดตามกันต่อไป

Comments
Loading...