[Coming Up!]All New Mazda 3 (Thailand Spec.) : เผยข้อมูลเบื้องต้น ก่อนเปิดตัวในไทย กันยายน 2019

550

ในเดือนกันยายนใช่ว่าจะปล่อยให้ Toyota Corolla Altis จะปล่อยให้เปิดตัวกันอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อ Mazda
มีแผนที่จะเปิดตัว All New Mazda 3 ด้วยเช่นกัน แถมยังเปิดตัวในช่วงเดือนเดียวกันอีกด้วย คราวนี้มาพร้อมกับ
รูปโฉมใหม่ ภายในที่เป็นเอกลักษณ์กว่าเดิม และเทคโนโลยีต่างๆครบครัน เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครกันทั้งนั้น
ซึ่งมีรายละเอียดเบื้องต้นให้ได้อ่านกันก่อนเปิดตัวจริงเร็วๆนี้

หน้าตาภายนอกมาแนวเดียวกับเวอร์ชั่นตลาดโลก เริ่มจาก กระจังหน้าลายตาข่ายมีขนาดใหญ่โตขึ้นชัดเจน
ตกแต่งด้วยเส้นสีดำเงา พร้อมไฟหน้าแบบ LED ที่เรียวยาวขึ้น ส่วนกันชนหน้ามีทรวดทรงที่พริ้วไหวขึ้น
แต่ไฟตัดหมอกหน้าได้ถูกตัดออกไปเช่นเดียวกับ Mazda รุ่นใหม่ๆในตลาดญี่ปุ่น ส่วนด้านข้างและด้านหลัง
มีรายละเอียดการตกแต่งดังนี้

รุ่น Sedan มาพร้อมกับแนวกระจกที่เหลี่ยมขึ้นกว่าเดิมเสริมคิ้วกระจกด้านหลังโครเมียมขนาดใหญ่
พร้อมเส้นสายตัวถังที่ปราดเปรียวขึ้น ขณะที่บั้นท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED แบบเส้นวงแหวน
ที่ตัวกรอบเน้นช่องวงกลมชัดเจน รวมทั้งโลโก้ Mazda ที่นูนขึ้น และกันชนหลังที่มีลวดลายพริ้วไหว
พร้อมช่องใส่ป้ายทะเบียนที่ย้ายมาไว้ตำแหน่งดังกล่าว

รุ่น Hatchback มีการพัฒนาเส้นสายจากรุ่นเดิมให้ดูล้ำขึ้น เริ่มจากแนวกระจกที่มีการเสริมโครเมียมที่
ดูเหลี่ยมขึ้น พร้อมเส้นสายตัวถังสุดเรียบง่ายแต่ลงตัว ส่วนด้านหลังมาพร้อมกับสปอยเลอร์หลังสีดำ
ไฟท้าย LED แบบวงแหวนที่ตัวกรอบเน้นวงกลมเป็นหลัก พร้อมกันชนหลังที่ย้ายช่องใส่ป้ายทะเบียน
มาไว้จุดนั้นเช่นเดียวกับรุ่น Sedan

ขนาดตัวถังมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,460 มิลลิเมตร รุ่น Sedan 4,660 มิลลิเมตร (สั้นลง 10 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 1,795 มิลลิเมตร (เท่าเดิม)
  • ความสูง 1,440 มิลลิเมตร รุ่น Sedan เพิ่ม 5 มิลลิเมตร (เตี้ยลง 5-10 มิลลิเมตร)
  • ความยาวฐานล้อ 2,725 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 25 มิลลิเมตร)

สีภายนอกคาดว่าจะมีให้เลือกดังนี้

  • สีแดง Soul Red Crystal Shine (สีพิเศษ)
  • สีเทา Machine Gray Premium (สีพิเศษ)
  • สีขาว Snowflake White Pearl Mica (สีพิเศษ)
  • สีดำ Jet Black Mica
  • สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue Mica
  • สีน้ำตาล Titanium Flash Mica
  • สีเงิน Sonic Silver Metallic
  • สีเทาอมฟ้า Polymetal Gray Metallic

ภายในออกแบบแผงคอนโซลหน้าให้เรียบง่าย แบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน มีการเดินลายตะเข็บ
พร้อมเสริมโครเมียมตามจุดต่างๆอย่างชัดเจน ช่องแอร์มีการทำให้ดูแตกต่างกันระหว่างฝั่ง
ผู้โดยสารด้านหน้าที่เป็นแนวตรง ส่วนฝั่งคนขับจะโค้งรับกับมาตรวัดอย่างชัดเจน ส่วนสีภายใน
คาดว่าเวอร์ชั่นไทยจะมีเฉพาะสีดำเท่านั้น

ด้านบนมาพร้อมกับจอแสดงผล Mazda Connect ขนาด 8.8 นิ้วที่มีการปรับกราฟิกให้ดูสวยงามขึ้น
รองรับการใช้งานต่างๆทั้งระบบนำทาง Navigator,แสดงการทำงานของระบบ i-Stop และ i-DM
สามารถเล่นเล่น CD และการเชื่อมต่อผ่าน USB,Bluetooth พร้อมติดตั้งระบบ Apple Carplay
รวมถึงระบบเชื่อมต่อข้อมูลกับตัวรถแบบออนไลน์ MyMazda โดยควบคุมผ่านปุ่มบนคอนโซลกลาง
ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนลำโพงในเวอร์ชั่นไทยจะมีถึง 12 ตัวจาก Bose ในรุ่นบนๆอีกด้วย

ด้านล่างมาพร้อมกับระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่งพร้อมจอแสดงผลดิจิตอล คอนโซลกลาง
มาพร้อมกับที่วางแก้วน้ำพร้อมฝาปิด ฐานเกียร์ที่ปรับรายละเอียดใหม่พร้อมเบรกมือไฟฟ้าพร้อม
ปุ่ม Hold และที่พักแขนบนกล่องคอนโซลกลางขนาดใหญ่

มาตรวัดเป็นแบบวงกลม 3 จุดที่มีทั้งมาตรวัดรอบ มาตรวัดความเร็ว และมาตรวัดระดับน้ำมัน
กับความร้อน ส่วนจอแสดงผลการขับขี่แบบสีจะรวมกับมาตรวัดความเร็ว มีขนาดใหญ่ถึง 7 นิ้ว
เสริมด้วยมาตรวัดเสริมฉายบนกระจก (Head-Up Display) แบบสีให้อีกด้วย

พวงมาลัย 3 ก้านออกแบบให้ดูดีขึ้น แป้นแตรที่ยังคงเป็นวงกลมเช่นเดิม เสริมด้วยเส้นโครเมียมรอบวง
แผงควบคุมมาพร้อมกับปุ่มสีทูโทน ดำ/เงิน รองรับการควบคุมทั้งเครื่องเสียง โทรศัพท์ ระบบควบคุม
ความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) และระบบความปลอดภัย i-Activsense

เบาะนั่งมีให้เลือกทั้งแบบผ้าและเบาะหนัง พร้อมเบาะคนขับสามารถปรับด้วยไฟฟ้า 10 ทิศทาง ติดตั้ง
หน่วยความจำมาให้ 2 ตำแหน่งส่วนเบาะหลังสามารถพับได้ พร้อมที่วางแขนและที่วางแก้วเสริม 2 ตำแหน่ง

ขุมพลังเวอร์ชั่นไทยคาดว่าจะติดตั้งเครื่องยนต์ดังนี้

เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร SKYACTIV-G 165 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 210 นิวตัน-เมตร
ที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะพร้อมโหมด + – Activmatic ขับเคลื่อนล้อหน้า
รองรับน้ำมันสูงสุด E85 (เสปคต่างๆยกมาจากรุ่นปัจจุบัน คาดว่าอาจจะมีการปรับจูนให้ดีขึ้น)

ไฮไลต์หลักอยู่ที่ ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังได้เปลี่ยนจากแบบอิสระ Multilink
มาเป็นแบบคานบิด Torsion Beam ติดตั้งระบบควบคุมแรงบิดและเบรกขณะเข้าโค้ง GVC-Plus
G-Vectoring Control Plus เป็นรุ่นแรกของประเทศไทยอีกด้วย

ระบบความปลอดภัยของ All New Mazda 3 คาดว่าจะมีดังนี้

  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ i-Activsense
    • ไฟหน้าแบบควบคุมลำแสงอัตโนมัติ ALH
    • ระบบรักษาระยะห่างและความเร็วอัตโนมัติ MRCC
    • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติทั้งด้านหน้าและด้านหลัง SCBS
    • ระบบช่วยหยุดรถและเคลื่อนที่กึ่งอัตโนมัติ CTS
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDWS
    • ระบบช่วยให้รถอยู่ในเลน LAS
    • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง BSM
    • ระบบเตือนรถอยู่ในมุมอับด้านหน้า FCTA
    • ระบบเตือนรถอยู่ในมุมอับด้านหลัง RCTA
    • ระบบเตือนคนขับเมื่อเกิดอาการเหนื่อยล้า DAA
  • ระบบเบรก ABS/EBD/BA
  • ระบบควบคุมการทรงจัว DSC/TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HLA
  • ไฟเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ESS
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง
  • โครงสร้างนิรภัย SKYACTIV-VEHICLE ARCHITECTURE
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง

สำหรับเวอร์ชั่นไทยเตรียมเจอกันในช่วงเดือนกันยายน 2019 ซึ่งจะอัพเดตรายละเอียดเพิ่มเติมกันต่อไป

Comments
Loading...