[Coming Up!]All New Isuzu D-Max : หลุดภาพ Teaser พร้อมออฟชั่นเต็มพิกัด

315

หลังจากได้เผยโฉมรูป Spyshot ออกมาแล้วสำหรับ All New Isuzu D-Max ซึ่งเป็นกระบะขวัญใจชาวไทย
ที่หลายๆคนรอคอย ล่าสุด Isuzu ก็ได้ปล่อย Teaser ออกมาให้ชมกัน คราวนี้ได้เผยตัวรถบางส่วน พร้อมกับ
อุปกรณ์ต่างๆที่ให้มาเต็มพิกัด นอกจากนี้มาพร้อมกับรายละเอียดคร่าวๆก่อนเปิดตัว 11 ตุลาคมนี้

หน้าตาภายนอกเป็นที่แน่นอนแล้วว่า เหมือนกับรูปที่หลุดออกมาทุกประการ เริ่มจากไฟหน้า LED และ
กระจังหน้าจะคล้ายๆกับ MU-X Minorchange แต่ปรับรายละเอียดให้ทันสมัยขึ้น พร้อมกระจังหน้า
โครเมียม 2 ชั้นทรงตัว พร้อมช่องดักลมที่ยาวต่อเนื่องกับกระจังหน้าเสริมด้วยสีเงิน ส่วนไฟเลี้ยว
ย้ายไว้ที่กันชนหน้าพร้อมกับไฟตัดหมอกหน้า (ที่คาดว่าจะมีหลอด LED มาให้อีกด้วย) พร้อม
แถบสีเงินบริเวณชายกันชนหน้า

ด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย LED ทรงสี่เหลี่ยมคู่ที่ดูคล้ายกับเลข 8 แต่ไฟเลี้ยวกับไฟถอยยังเป็นหลอดไส้
(สรุปสั้นๆ ยังไม่เป็นแบบ Full LED) รวมถึงปรับตัวกรอบให้ดูมีมิติขึ้น พร้อมฝากระบะหลังที่ทำลวดลาย
ให้หวือหวาขึ้น รวมถึงคิ้วด้านบนที่เป็นสปอยเลอร์ในตัวรวมถึงติดตั้งเซ็นเซอร์ถอยหลังหน้า 4 จุด หลัง 4 จุด

อย่างไรก็ตามรูปด้านข้างยังไม่มีรูปออกมาในขณะนี้ แต่เมื่อเทียบกับภาพหลุดแล้วมีการกรับแนวกระจก
ให้ดูต่อเนื่องกันในรุ่น Space Cab ส่วนรุ่น Cab4 อาจจะทำเส้นสายให้โค้งมาและกลมกลืนกว่านี้

ล่าสุดมีรูป Spyshot จากคุณผู้อ่านที่ชื่อ “คุณทิพย์” ได้ส่งรูปมาให้ทาง Carsideteam ซึ่งแน่นอนว่า
เป็น Isuzu D-Max อย่างแน่นอน แต่ยังไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก แม้กระทั่งลายล้อที่มีการปิดเพื่อ
พรางตัว ทว่า เมื่อสังเกตดีๆจะพบว่า กันชนหลังมีการเปลี่ยนรูปทรงใหม่ (ทำช่องเหยียบเว้าลงมา
จากเดิมด้านบนจะยาวเป็นแนวตรง)

ภายในมีการเปลี่ยนงานออกแบบให้ต่างจากเดิมชัดเจน โดยแผงคอนโซลหน้ามาเป็นแบบสีดำเงา
ที่ยาวตั้งแต่ฝั่งผู้โดยสารมาถึงตรงกลางรวมทั้งด้านบนที่มาพร้อมกับแผงสีน้ำตาล ด้ายสีขาว คาดว่า
น่าจะมีการเพิ่มวัสดุบุนุ่มบริเวณด้านบน รวมถึงช่องเก็บของที่คาดว่าจะมีเก๊ะ 2 ชั้นเช่นเคย

ชุดเครื่องเสียงยังคงขนาบข้างช่องแอร์เช่นเคยแต่มีการทำช่องให้เหลี่ยมขึ้น พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ
Apple Carplay และ Android Auto เมื่อดูจากไอคอนบนจอ สำหรับวิทยุแบบธรรมดาคาดว่า
มาพร้อมกับ Bluetooth และเปลี่ยนช่องเสียบจาก Mini USB มาเป็น USB ในบางรุ่น (เสียที)

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติเปลี่ยนแผงสวิตซ์จากวงกลมมาเป็นแนวนอนเมื่อดูจาดปุ่มด้านซ้ายพบว่า
มีสัญลักษณ์ปรับอุณหภูมิ โดยปกติแล้วจะวางไว้ฝั่งคนขับเพื่อให้ควบคุมได้ใกล้มือขึ้น แต่ถ้าเห็น
ปุ่มแบบนี้ คาดว่า สามารถปรับแบบแยกฝั่งได้แน่นอน

สิ่งที่เป็นจุดเด่นก็คือเกียร์อัตโนมัติที่ยังคงเป็นรางตรงอยู่ แต่หัวเกียร์มีการเพิ่มตำแหน่งเกียร์มาให้
(โหมดบวก-ลบอยู่ตรงขวามือเช่นเคย) พร้อมหุ้มถุงเกียร์และเสริมขอบสีเงินบริเวณรางเกียร์ แน่นอนว่า
เกียร์ธรรมดาอาจจะเปลี่ยนหัวเกียร์ใหม่เช่นกัน ส่วนสวิตซ์ขับเคลื่อน 4 ล้อย้ายมาไว้ฝั่งที่ใกล้มือคนขับมากขึ้น
พร้อมเสริมรายละเอียดทั้งเซ็นเซอร์ช่วยจอด สวิตซ์เปิด/ปิดถุงลมนิรภัย ปุ่มควบคุมการทำงาน Diff-Lock

มาตรวัดแม้ว่ายังคงเป็นแบบเข็ม พร้อมเรืองแสง แต่มีการเปลี่ยนกราฟิกตัวอักษรและเข็มใหม่
ให้เป็นแบบฟันปลา (จากเดิมเป็นขีดตรง พร้อมไฟเรืองแสงบริเวณขีดที่เป็นตัวเลข) ส่วนจอ
แสดงผลการขับขี่ MID ยังคงเป็นแบบจอสี แต่มีการเปลี่ยนกราฟิกใหม่ให้ดูดีขึ้น ส่วนเบาะนั่ง
ยังไม่มีภาพออกมาในขณะนี้

ขุมพลังมีความเป็นไปได้ว่าจะยังใช้เครื่องเดิม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
(รายละเอียดของรุ่นปัจจุบัน)

  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร รหัส 4JJ1-TCX ความจุกระบอกสูบ 1,998 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
    จ่ายน้ำมันแบบคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผันแบบ VGS Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
    ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบ/นาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Rev-Tronic 6 จังหวะ และ เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ
  • เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร รหัส RZ4E-TC ความจุกระบอกสูบ 1,898 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว
    จ่ายน้ำมันแบบคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผันแบบ VGS Turbo พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์
    ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบ/นาที
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ Rev-Tronic 6 จังหวะ และ เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ

ส่วนช่วงล่างคาดว่า ด้านหน้ายังคงเป็นแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแหนบซ้อนเช่นเคย แต่อาจจะปรับปรุง
ให้เอาใจคนขับมากขึ้น เพราะกระบะรุ่นนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง Mazda และ Isuzu ซึ่ง Mazda จะทำรถ
เน้นขับขี่มากกว่า Isuzu ดังนั้น เลยเป็นผลพลอยได้ในจุดนี้ แต่อาจจะไม่ถึงขนาดเป๊ะ

ระบบความปลอดภัยอาจจะมีระบบเบรก ABS/EBD และถุงลมนิรภัยคู่หน้าทุกรุ่น ส่วนระบบควบคุมการทรงตัว
ESP, ระบบช่วยขึ้นเขา HSA และระบบช่วยลงเขา HDC อาจจะมาไม่ทุกรุ่น แต่ดูจากที่ผ่านมาแล้วอาจจะมีในรุ่น
รองลงมาก็เป็นได้ (ซึ่งคู่แข่งบางเจ้าให้มาเฉพาะรุ่นบนๆเท่านั้น) ส่วนระบบความปลอดภัยเสริม แม้ว่าจะยังไม่มี
ความคืบหน้าอะไรมากนัก แต่ยังพอเป็นไปได้ที่จะใส่มาให้เช่นกัน

สำหรับรุ่นย่อยนั้น แน่นอนว่ามีให้ถึง 3 ตัวถังคือ Spark (กระบะตอนเดียว), Spacecab (กระบะ Cab เปิดได้)
และ Cab4 (กระบะ 4 ประตู) ซึ่งคาดการณ์ได้ดังนี้

  • Spark อาจจะมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย หรือ รุ่นย่อยเดียว แน่นอนว่ายืนพื้นด้วยเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร
    ส่วนเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมาเป็นทางเลือกเสริม ทว่า เกียร์อัตโนมัติ
    อาจจะมีการใส่มาให้เช่นเดียวกับ Hilux Revo ก็เป็นได้
  • Space Cab/Cab4 แน่นอนว่ามีทั้งรุ่นตัวเตี้ยที่นิยมมาแต่งเป็นส่วนใหญ่ อาจจะยืนพื้นถึง 2-3 รุ่นย่อย
    ส่วนเวอร์ชั่นยกสูง คาดว่ายังคงใช้ชื่อ Hi-Lander สำหรับขับเคลื่อน 2 ล้อ ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ
    คาดว่ายังคงใช้ชื่อว่า V-Cross อยู่ (หรืออาจจะเปลี่ยนไปใช้ชื่ออื่นก็เป็นได้)

และที่สำคัญ ใครที่อยากได้แบบแต่งเต็มไม่ว่าจะเป็นชื่อ Stealth หรือ X-Series อาจจะต้องรอไปอีกสักพัก

แล้ว Mazda จะมาแนวไหน

แน่นอนว่าในเมื่อทั้ง 2 ค่ายได้มาร่วมมือกัน หลังจากเปิดตัว D-Max แล้ว ก็ถึงคิวของกระบะที่มาแทน BT-50 Pro
รายละเอียดคร่าวๆมีแค่ หน้าตารถจะแตกต่างจาก D-Max ชัดเจน ส่วนภายในอาจจะเปลี่ยนไม่เยอะนัก แต่ที่แน่ๆ
เครื่องยนต์มีการปรับจูนให้แรงขึ้น พร้อมกับการขับขี่ที่ปรับให้ดีขึ้นเช่นกัน ส่วนกำหนดการเปิดตัว ยังเร็วไป
ที่จะบอกในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเต็มๆเจอกันได้ทาง Carsideteam วันที่ 11 ตุลาคม 2019
ซึ่งจะติดตามเกาะติดกันอย่างใกล้ชิดกันต่อไป


รวมรวบข้อมูลและเรียบเรียงโดย Gun takatojenry24v
เผยแพร่ : 6 ตุลาคม 2562 

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

Comments
Loading...