[Coming Up!]All New Corolla Altis (Thailand Spec.) : เผยภาพ Spyshot พร้อมรายละเอียดคร่าวๆก่อนเปิดตัวเร็วๆนี้

399

หลังจากที่ไต้หวันได้เปิดตัว Corolla Altis โฉมใหม่ทำให้หลายๆคนสงสัยว่า เวอร์ชั่นไทยจะมีอะไรบ้าง
ล่าสุด ได้มีภาพ Spyshot หลุดออกมาบนถนนประเทศไทย ซึ่งมีรายละเอียดที่ตรงกับเวอร์ชั่นไต้หวัน
หลายๆจุด พร้อมข้อมูลเบื้องต้นก่อนเปิดตัวเร็วๆนี้

แม้ว่าจะมีรายละเอียดแค่ด้านหลังกับด้านข้างเท่านั้น แต่เมื่อดูเส้นสายโดยรวมพบว่า ยกมาจากเวอร์ชั่น
Prestige อาทิไฟหน้าโปรเจคเตอร์ที่มีทรงคล้ายกับรุ่นปัจจุบัน กระจังหน้าเสริมด้วยเส้นโครเมียม
พร้อมช่องดักลมขนาดใหญ่ตกแต่งด้วยเส้นแนวนอนพร้อมคาดโครเมียมบริเวณไฟตัดหมอกหน้า

ด้านข้างมาพร้อมกับแนวกระจกที่ลากไปจนถึงเสา C ตกแต่งด้วยสีดำ รวมถึงชายล่างที่มาการตกแต่ง
ลวดลายให้ดูฉวัดเฉวียนขึ้น ส่วนด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้ายแบบ LED เสริมด้วยคิ้วโครเมียม
พร้อมขยายช่องป้ายทะเบียนให้ใหญ่ขึ้น และกันชนหลังเปลี่ยนทรงแผงทับทิมเป็นแนวนอนที่ดูเรียบง่ายขึ้น
(และคาดว่า เวอร์ชั่นไทยจะกั๊กไฟหน้าและไฟท้าย Full LED ไว้เฉพาะรุ่น Hybrid เช่นเดียวกับ C-HR และ Camry)

ภายในออกแบบลักษณะเดียวกับเวอร์ชั่น Hatchback และ Wagon เป๊ะ แต่สีภายในรถเหลือแค่สีดำเท่านั้น
(ส่วนสีเบจ มีโอกาสสูงมากที่จะถูกตัดออกไป) เสริมด้วยแถบสีเงินบริเวณช่องแอร์ฝั่งซ้ายและขวากับแผงประตู
และสีดำเงาบริเวณแผงควบคุมระบบปรับอากาศกับคอนโซลเกียร์และลายตะเข็บ พร้อมไฟภายในสีฟ้าบริเวณ
ช่องเก็บของด้านหน้าแผงประตู และที่วางแก้วข้างเบรกมือ (แบบดึงตามปกติ ไม่ใช่แบบไฟฟ้าแต่อย่างใด)

ชุดเครื่องเสียงของเวอร์ชั่นไทยอาจจะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสเช่นเดียวกับ C-HR และติดตั้งระบบ
T-Connect Telematics ในรุ่นบนๆ ส่วนรุ่นรองลงมาอาจจะลดทอนฟังก์ชั่นบางอย่างออกไป
หรือ อาจจะใช้วิทยุแบบธรรมดา (หน้าจอปกติ ไม่ใช่แบบสัมผัส) ส่วนระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
แม้ไม่ได้ปรับแบบแยกฝั่งเหมือนเวอร์ชั่นยุโรป แต่อาจจะมีฟังก์ชั่น S-Flow ที่เป่าลมเฉพาะฝั่งคนขับมาให้เช่นกัน

มาตรวัดมีให้เลือกทั้งแบบจอแสดงผลขนาด 7 นิ้วสีฟ้า ที่จอตรงกลางสำหรับแสดงผลความเร็วและข้อมูลต่างๆ
พร้อมปรับหน้าตาได้ 2 แบบ และแบบธรรมดาที่มาพร้อมกับจอแสดงผลการขับขี่แบบสีขนาด 4.2 นิ้ว
พวงมาลัย 3 ก้านทรงใหม่มาพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ จอแสดงผลการขับขี่ LED รวมถึง
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่เปลี่ยนจากแบบก้านมาเป็นแบบกดปุ่ม พร้อมมาตรวัดเสริมบนกระจก HUD

ส่วนเบาะนั่งแน่นอนว่าฝั่งคนขับสามารถปรับด้วยไฟฟ้า แต่เบาะหลังจะสามารถพับแยกฝั่งได้หรือไม่
และมีที่พักแขนพร้อมที่วางแก้วกับช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังหรือไม่ ต้องรอชมกันต่อไป

ขุมพลัง น่าเสียดายที่เวอร์ชั่นอาเซียน”อาจจะ”ไม่ได้เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Dynamic Force
แต่มีเครื่องยนต์ Hybrid มาแทน ซึ่งเวอร์ชั่นไต้หวันมีรายละเอียดดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FE พร้อมวาล์วแปรผัน Dual VVT-i พละกำลังสูงสุด
    140 แรงม้าที่ 6,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 17.6 กิโลกรัม/เมตร (173 นิวตัน-เมตร)
    ที่ 4,000 รอบต่อนาทีจับคู่กับเกียร์เกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ล็อกอัตราทด 7 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.8 ลิตรมีพละกำลังสูงสุด 96.5 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนที
    แรงบิดมีกำลัง 142 นิวตัน-เมตรที่ 5,200 รอบต่อนที ส่วนแบตเตอรี่ มีกำลัง 72 แรงม้า
    แรงบิดมีกำลัง 163 นิวตัน-เมตรที่ (รวมกันแล้วมีกำลังสูงสุด 122 แรงม้า) จับคู่กับ
    เกียร์อัตโนมัติ ECVT

ส่วนเครื่องยนต์ 1.6 ลิตรยังต้องรอดูต่อไปว่าจะยังคงใส่มาให้ในรุ่นนี้หรือไม่

(อย่างไรก็ตาม นี่คือความเป็นไปได้เบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในภายหลัง
คาดว่า ยังพอมีความเป็นไปได้ที่เครื่องยนต์ดังกล่าวจะมาลงในเวอร์ชั่นไทยโดยเฉพาะดังเช่น
Camry 2.5G บ้านเราที่ได้เครื่อง Dynamic Force ที่เดียวในอาเซียน ขณะที่ประเทศอื่น
รวมถึงไต้หวันยังคงใช้เครื่องยนต์ 2.5 ลิตรแบบเดียวกับรุ่นที่แล้วในตัวถังปัจจุบันอีกด้วย)

แน่นอนว่ารุ่นนี้สร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA (Toyota New Global Architecture) เช่นเดียวกับ C-HR
ที่มีการปรับจูนให้ขับสนุกยิ่งขึ้น รวมถึงเก็บเสียงจากภายในรถให้เงียบกว่าเดิม,จุดศูนย์ถ่วงต่ำ,รองรับการบิดตัวได้ดี

ส่วนระบบความปลอดภัยมีออปชั่นมาให้ดังนี้ (จากเสปคไต้หวัน)

  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Toyota Safety Sense (มีมาให้ทุกรุ่นย่อย)
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System (PCS)
    • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างหน้ารถ Dynamic Radar Cruise Control (DRCC)
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย Lane Departure Alert (LDA)
    • ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ Auto High Beam (AHB)
  • ระบบเบรก ABS,EBD,BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC,TRC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ระบบป้องกันการออกตัวผิดวิธี Drive Start Control (DSC)
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง Panoramic View Monitor (PVM)
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Monitor

สำหรับรุ่นย่อยอาจจะเปลี่ยนชื่อจาก J E G V มาเป็น Entry Mid High เช่นเดียวกับ C-HR และ Vios 2019
และสีตัวถังที่คาดว่าจะมีให้เลือกดังนี้

  • ขาว. Super White
  • ดำ Black Mica
  • เงิน Silver Metallic
  • เทา Grey Metallic
  • แดง Red Mica Metallic
  • เทาอมฟ้า Celestite Gray Metallic

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดอื่นๆ โปรดติดตามกันต่อไป

รูปภาพจาก : คุณ Rachote Chandrachoti จากกลุ่ม Rare Car Hunter Club of Thailand

Comments
Loading...