ตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเริ่มกว้างขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดก็มาถึงรถกระบะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม
ยังคงสวงนให้กับรถกระบะไซส์ใหญ่กันก่อน หลังจากที่เปิดตัว Ford F-150 Lightning กันไปแล้ว
Chevrolet ก็เปิดตัว Silverado EV ด้วยเช่นกัน มาพร้อมกับการปรับรายละเอียดใหม่ให้เข้ากับ
สไตล์รถพลังงานไฟฟ้ามากขึ้น เตรียมทำตลาดเร็วๆนี้

งานออกแบบภายนอกพัฒนาจากรุ่นปกติหลายรายการ อาทิ ปรับหน้าใหม่ยกแผง ไฟหน้าเป็นแบบสองชั้น
ชั้นบนเป็น LED ยาวต่อเนื่องกัน พร้อมไฟครึ่งล่าง เป็นแบบ LED ทรงแนวตั้ง (เดิมเป็นแนวนอน) ขณะที่
กระจังหน้าเป็นแบบปิดทึบ สามารถเปิดฝาเป็นช่องวางของได้ (ของเดิมเป็นแบบช่องกระจังหน้าและติดตั้ง
เครื่องยนต์ไว้ข้างใน) และช่องดักลมเป็นแบบลายตาข่ายคู่ทั้งบนและล่าง ตกแต่งสีเงินที่ไม่เหมือนกับรุ่นปกติ
พร้อมถอด ไฟตัดหมอกหน้าออกไป

ด้านข้างบานประตูยังคงเอกลักษณ์เดิม พร้อมทั้งเสริมคิ้วขอบล้อ ถอดไฟเลี้ยวบริเวณกระจกมองข้างออกไป
เปลี่ยนบันไดข้างเป็นสีดำ พร้อมย้ายคำว่า Silverado จากแก้มข้างมาไว้ที่บานประตูคู่หน้า โดยที่ตัว E
จะเน้นสีฟ้าเพื่อแสดงให้เห็นว่าเป้น EV ส่วนด้านท้ายมาพร้อมฝากระบะทรงเรียบ แต่สามารเปิดออกมาได้
หลากหลายแบบ ทั้งเปิดธรรมดา หรือเป็นบันได้เพื่อให้ปีนขึ้นไปได้ง่าย หรือเปิดเฉพาะส่วนบนเพื่อวางของ
ซึ่งจะใช้วิธีกดปุ่มแทน พร้อมทั้งไฟท้ายแบบ LED สีใส โดยมีส่วนสีแดงสำหรับไฟท้ายจริง

ภาบในมาพร้อมกับการตกแต่งด้วยสีดำ/เบจ พร้อมขอบสีแดงบริเวณช่องแอร์ เสริมด้วยส่วนที่เป็นบุนุ่ม
บริเวณท่อนบน พร้อมกับตะเข็บจริงโดยจะมีจอแสดงผล 2 ส่วน แต่ไม่ได้อยู่ต่อเนื่องกัน โดยจอขนาดใหญ่
สำหรับควบคุมชุดเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบภายในรถจะมีขนาด 17 นิ้ว ส่วนมาตรวัดจอสี
จะมีขนาด 11 นิ้วแสดงข้อมูลเต็มพิกัด พร้อมกับมาตรวัดฉายบนกระจก Head-Up Display มีขนาด 14 นิ้ว

สำหรับระบบของจอแสดงผลจะใช้ Ultifi ซึ่งพัฒนามาจาก Linux ที่สามารถอัพเดตข้อมูลได้ แสดงผล
ข้อมูลได้ละเอียดทั้งระบบปรับอากาศแบบแยกฝั่ง และชุดเครื่องเสียงที่รองรับ USB/Bluetooth
รวมถึง Apple Carplay/Android Auto และยังสามารถสั่งงานผ่านโทรศัพท์มือถือได้อีกเ้วย
ส่วนปุ่มควบคุมต่างๆจะเหลือปุ่มของระบบปรับอากาศมาให้เท่าที่จำเป็น แค่นั้น

คอนโซลกลางจะมีทั้งช่องชาร์จแบตแบบ USB Type-C พร้อมช่องวางโทรศัพท์และที่วางแก้ว
และบรรดาช่องเก็บของอเนกประสงค์ ส่วนคันเกียร์ย้ายมาที่ข้างพวงมาลัย โดยมีสวิตซ์ไฟหน้า
อยู่อีกฝั่ง รวมถึงเบรกมือแบบไฟฟ้าที่สั่งการด้วยวิธีกดปุ่ม ทั้งนี้ พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน
ที่ลดสวิตซ์ปุ่มบนพวงมาลัยให้เหลือเท่าที่จำเป็น

สำหรับเบาะนั่งมาเป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งจะมีให้เลือกทั้งสีดำล้วน หรือสีดำ/เบจ ซึ่งทั้งคู่
ปรับได้ด้วยไฟฟ้า และเบาะหลังที่มีขนาดใหญ่พร้อมพนักพิง 2 ตำแหน่ง สามารถพับได้ยกแผง
ทั้งนี้รถรุ่นดังกล่าวมีปลั๊กไฟมากกว่า 10 ตำแหน่าง จ่ายกระแสไฟฟ้ารวม 10.2 กิโลวัตต์
เพื่อใช้งานนอกสถานที่ หรือใช้เติมพลังไฟฟ้าเข้าบ้าน

นอกจากนี้ ยังติดตั้ง Trailering-capable Super Cruise ระบบช่วยเหลือการขับขี่กึ่งอัตโนมัติ
สามารปล่อยมือได้มากกว่า 200,000 ไมล์ (322,000 กิโลเมตร) ขึ้นไป โดยระยะทางเทียบเท่า
เดินทางจากสหรัฐอเมริกาไปแคนนาดา

ขุมพลังมีรายละเอียดดังนี้

  • มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 200 kWh ให้กำลังสูงสุด 510 แรงม้า แรงบิด 615 ลูกบาศก์-ฟุต (834 นิวตัน-เมตร)
  • มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 200 kWh ให้กำลังสูงสุด 664 แรงม้า แรงบิด 780 ลูกบาศก์-ฟุต (1,058 นิวตัน-เมตร)

ทั้งคู่รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 350 kWh กำลังไฟสูงสุด 800 โวลต์ ซึ่งวิ่งได้ไกลสุด 400 ไมล์
(หรือราวๆ 644 กิโลเมตร)

งานวิศวกรรมมาพร้อมกับระบบเลี้ยวสี่ล้อ โหมดลากจูง Tow/Haul พร้อมระบบช่วยเหลือขั้นสูง
Advanced Trailering System และระบบช่วยเบรค ระบบเลี้ยวสี่ล้อ ช่วงล่างแบบถุงลม
สามารถปรับระดับได้ กระบะหลังปรับระดับได้ด้วยไฟฟ้า

Chevrolet Silverado EV มีให้เลือกทั้งรุ่นธรรมดา WT และรุ่นแต่งสปอร์ต RST โดยจะเริ่มประกอบ
ในโรงงานที่ Detroit-Hamtramck Assembly Center  เร็วๆนี้ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วง
ไตรมาส 2 ของปี 2023 ส่วนราคาจะแจ้งให้ทราบภายหลัง