[Carsideteam-LONG] Honda Civic Hatchback 1.5 Turbo | เมื่อผมและสาวเปรี้ยวประจำซอยได้ออกเดทด้วยกัน

438

สมัยผมเปลี่ยนผ่านจากวัยเด็กเป็นวัยรุ่น แน่นอนว่าเด็กผู้ชายหลายๆคน ที่ไม่อยากเป็นทหารเกณฑ์ ก็ใช้วิธี
เป็นทหารกองหนุนโดยสมัครใจด้วยการเรียนรักษาดินแดนหรือ รด. และแน่นอนว่า สิ่งที่คุณต้องแลกมา
กับการไม่ต้องไปเสี่ยงชะตาจับใบดำใบแดงคือ การต้องตัดผมทรงลานบินขาวสามด้าน นับเป็นสิ่งที่เด็กผู้ชาย
หลายๆคน รวมทั้งผม เสียความมั่นใจในการจะเดินไปจีบผู้หญิง และอยู่มาวันนึง ขณะที่ผมยืนรอมอเตอร์ไซค์วิน
เพื่อเข้าบ้าน แม่สาวคนสวยสวยเสน่ห์ประจำซอยบ้านผมก็มาต่อคิวต่อจากเด็กผู้ชายที่ไถผมขาวสามด้าน
เพราะเรียน รด.(ก็คือผมเองนี่แหละ) และเมื่อมอเตอร์ไซด์มาถึงคิวผมด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ท่องคำว่า
Lady First จนชิน ก็เลยให้เธอไปก่อน และที่สำคัญกว่าสละให้เธอไปก่อนคือ มอเตอร์ไซด์วินคันที่ผมสละ
ให้เธอไปก่อน ดันเป็นเพื่อนบ้านเยื้องกัน ก็ยืนแซวผม เพราะเมื่อผมนั่งรถมอเตอร์ไซค์อีกคันตามมา
เธอก็ยืนถามเพื่อนบ้านผมอยู่นาน จนได้คำตอบว่า เธอถามถึงผมนี่แหละ

หลังจากนั้น เวลาผ่านไป ต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนผ่านจากเด็กวัยรุ่นในวันนั้น เป็นวัยทำงานในวันนี้ เธอยังคง
เป็นผู้หญิงที่น่ารัก เพิ่มขึ้นคือความเปรี้ยว และที่ทำสำคัญ เธอยังโสด และเป็นผู้หญิงที่เก่งทั้งด้านดูแลตัวเอง
และทำงานเก่ง

Naow27 : เพ่ เพ้อเจ้อนานแล้ว ให้มาเขียนเรื่องรถนะ รีบทำให้เสร็จแล้วจะไปจีบก็ไปจีบเหอะ
PunTam : แหม่ ใจเย็น จะเข้าเนื้อหาแล้วเนี่ย

และสิ่งที่ผมกล่าวถึงมา ถ้าหากเปรียบเทียบ Civic Turbo Hatchback คันที่ผมได้มีโอกาสมาเขียน
ให้ผู้อ่านได้อ่านกัน ถ้าเปรียบเหมือนคน ก็คงโตไปตามวัยแบบที่ทุกคนรู้สึกได้ และเชื่อว่า หลายๆคนที่ตัดสิน
ใจเป็นเจ้าของไปแล้ว ก็คงเลือกเพราะเหตุผลนี้ด้วยเช่นกัน หากต้องท้าวความว่า ประเทศไทยนั้น มี Civic
รุ่น Hatchback หรือท้ายตัด คงต้องยืม Time Machine ของ Doraemon นั่งไปยังปี ค.ศ. 1992 หรือ
ปีพ.ศ. 2535 ในรหัสตัวถัง EG

นับว่าเป็น Civic Hatchback รุ่นแรกที่เข้ามาประกอบและจัดจำหน่ายในประเทศไทย ณ ตอนนั้น นับว่าเป็น
ยุคทองของ Civic EG เลยก็ว่าได้ กระแสแรงจนเกิดเป็นอาชีพรับซื้อ-ขายใบจองรถยนต์ และเป็นรถยนต์
ที่ถูกนำมาทำเป็นรถแข่งและรถซิ่งเป็นจำนวนมาก โดยเปิดราคา ณ ตอนนั้นที่ 361,000 บาท และหลังจากนั้น
Civic ในรูปแบบท้ายตัด ก็ไม่ได้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกเลย จนกระทั่งในเดือนมีนาคม 2017
Honda ก็ได้เปิดตัว Civic Hatchback ในรูปแบบรถยนต์ 5 ประตูท้ายตัด เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอีกครั้ง
โดยมาเพียงแค่รุ่น 1.5 Turbo เพียงแค่รุ่นเดียว

ภายนอก
มิติรถ : กว้าง  มีความยาว 4,501 มม. กว้าง 1,799 มม. สูง 1,421 มม. ฐานล้อ 2,697 มม. น้ำหนัก 1,316 กก.
ยังคงมีความเหมือนกันกับรุ่น 4 ประตู แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ด้านหน้ารถช่องตรงกันชนหน้าของรุ่น 5 ประตู
จะเป็นช่อง 5 เหลี่ยม พร้อมลาย 6 เหลี่ยมแบบรังผึ้งด้านในกรอบ และฝังไฟตัดหมอกหน้า ไฟหน้าเป็น
แบบ LED พร้อม Daytime Running Light แบบติดอัตโนมัติทันทีเมื่อติดเครื่องยนต์ ด้านข้างกระจกมองข้าง
พร้อมไฟเลี้ยว แต่ไม่มีกล้องด้านล่างแบบรุ่น 4 ประตู Turbo RS

ส่วนด้านหลังนั้น นอกจากจะประตูด้านหลังแล้ว กันชนหลังมีช่อง 2 ช่องด้านหลังพร้อมหลาย 6 เหลี่ยม
แบบด้านหน้า พร้อมสปอยเลอร์ด้านหลัง รถคันที่ทางเรารับมานั้น มีการขยับตัวบ้าง ซึ่งน่าจะเกิดการประกอบรถ
ในช่วงแรกๆที่รถยนต์รุ่นนี้ออกจำหน่าย

กุญแจเป็นแบบ Smart Key โดยมีปุ่มปลดล็อคและปุ่มติดเครื่องยนต์ และสำหรับการเข้ารถ สามารถกดปุ่ม
ที่กุญแจรีโมท ปุ่มปลดล็อคบนกุญแจ หรือดึงที่มือจับประตูแบบ BMW รุ่นใหม่ในปัจจุบันได้เลย โดยจะมีเสียง
ปลดกลอนประตูพร้อมไฟฉุกเฉินกระพริบ 2 ครั้งเป็นการยืนยันว่ารถปลดล็อค และหากต้องการล็อครถ
ก็สามารถกดได้ที่ปุ่มสีดำตรงมือจับประตู หรือกดที่กุญแจรีโมทได้ทัน เพื่อกดเพื่อสั่งล็อค จะมีเสียงกลอน
พร้อมไฟฉุกเฉินกระพริบ 1 ครั้งเพื่อเป็นการยืนยันว่ารถล็อคแล้ว การติดเครื่องยนต์สามารถกดปุ่ม Push Start
แช่พร้อมเหยียบเบรกไว้ เครื่องยนต์จะติดทันที เหมือนรถยนต์ที่ใช้ปุ่ม Push Start ทั่วไป

เปิดประตู ดูภายใน : ยกมาจาก FC 4 ประตู แต่เพิ่มความดิบนิดๆ โล้นหน่อยๆ
ภายในห้องโดยสารภายใน ถูกออกแบบให้ทุกอย่างถูกสรีระของผู้ขับขี่ สามารถหยิบจับได้สะดวก และนับว่า
เป็นเรื่องหนึ่งในรถรุ่นนี้ที่ชอบมาก เพราะทั้งการจัดวางอุปกรณ์และตำแหน่งการวางแขนนั้น ทำได้ดีกว่ารถยนต์
ในกลุ่มเดียวกัน พวงมาลัยเป็นทรง 3 ก้านแบบ  Multifunction โดยด้านซ้ายมือ ใช้ควบคุมระบบเครื่องเสียง
และหน้าจอ TFT บนหน้าปัดแสดงผลการขับขี่ ซึ่งสามารถเลือกให้แสดงน้ำมันที่เหลือที่สามารถวิ่งได้
Boost Turbo อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยต่อน้ำมันหนึ่งลิตร ส่วนด้านขวา เป็นระบบ Cruise Control ด้านหลัง
พวงมาลัยเป็นแป้น Paddle Shift สำหรับใช้ในการเปลี่ยนเกียร์ในโหมด S ก้านปรับด้านขวาเป็นระบบ
ไฟส่องสว่างและไฟเลี้ยง ก้านปรับด้านซ้ายเป็นระบบใบปัดน้ำฝนพร้อมระบบปรับหน่วงเวลาได้
ในส่วนระบบหน่วงเวลาใบปัดน้ำฝนนั้น สามารถทำงานได้ดีและมีระดับการหน่วงเวลาให้เลือกเยอะ
ในช่วงเวลาที่ผมรับรถคันนี้มา เป็นช่วงที่กรุงเทพมหานครมีพายุเข้า เลยได้มีโอกาสใช้ทั้งระบบหน่วงเวลา
และระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ซึ่งสามารถทำงานได้ดีทั้งสองอย่าง

หน้าปัดเป็นแบบจอ TFT โดยส่วนของเกจวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงและวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์เป็นแบบ LED
ขึ้นลงตามจำนวน และส่วนของ TFT จะบอกความเร็วเป็นตัวเลข และวัดรอบเป็นเข็ม Digital ที่ดูสวยงาม
แต่อาจจะดูลำบากหากต้องการใช้งานเก็บค่าหรือสังเกตความผิดปกติของรถ เนื่องจากความไม่นิ่ง
ของตัวเข็ม Digital เองนี่แหละ แต่ก็นะ เป็นของที่คนชอบ ติดว่าใช้ยากไปนิด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรมาก
แค่พอดูได้ชัดเจนแบบคร่าวๆก็โอเคแล้วหละ ช่องกลางเป็นจอแจ้งเตือนต่างๆ ด้านล่างตรงกรอบแสดงผล
อุณหภูมิภายนอก ระยะทางที่วิ่งและนาฬิกา โดยสามารถ Set Trip A และ Trip B ได้ที่ก้านสีดำ
เหนือคำว่า Trip ตรงช่องมาตรวัดระดับน้ำมันเชื้อเพลิงครับ ใช้งานง่าย แต่ดูขัดๆกับจอแสดงผลที่ดูล้ำๆ
ถ้าสามารถย้ายก้านนี้ไปไว้เป็นปุ่มกดที่พวงมาลัยแบบ Nissan Sylphy ได้ หน้าจอจะดูสวยงามกว่านี้มากครับ



ระบบความบันเทิง
ในส่วนนี้ ทาง Honda ได้ให้มาแบบครบครัน โดยมีจอแสดงผลแบบสัมผัสตรงกลาง ที่สามารถเชื่อมต่อได้
ทั้ง USB HDMI และ Bluetooth สามารถใช้งานได้ทั้งการเป็นโทรศัพท์และเครื่องเล่นเพลง โดยอยู่ในตำแหน่ง
ที่พอดีต่อการใช้งาน โดยสามารถแสดงผลได้ทั้งภาษาอังกฤษและไทย พร้อมทั้งเป็นจอแสดงผลจากกล้องมองหลัง
ขณะถอยจอด โดยแสดงผลได้อย่างชัดเจน ถัดลงมาจากจอ เป็นสวิตช์ควบคุมระบปรับอากาศภายในรถยนต์
แบบ Dual Zone สามารถปรับอุณหภูมิแยกซ้ายและขวาได้ หน้าตาดูใช้งานสะดวก แต่ในความเป็นจริง หากต้องการ
ปรับระดับแรงของพัดลมแอร์ ต้องปรับที่หน้าจอตรงกลางที่ใช้งานเรื่องระบบเครื่องเสียง ซึ่งดูยุ่งยากและเวลาใช้งานจริง
ทำให้ผู้ขับขี่ต้องละสายตาจากถนน ซึ่งเป็นเรื่องอันตราย ถ้าหากสามรถปรับปรุงในสวิตช์ปรับความแรงของพัดลมแอร์ได้
และถ้าหากปรับได้ 2 ที่แบบ Ford รุ่นใหม่ จะดีต่อการใช้งานมาก ด้านล่างถัดจากสวิตช์ระบบปรับอากาศ เป็นช่องวาง
ของแบนๆ ที่สามารถวางโทรศัพท์หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วได้ เป็นส่วนที่ผมชอบมาก เพราะถูกออกแบบให้พอดี
และพื้นของช่อง เป็นแบบมีลาย ทำให้สิ่งของที่วางไม่ไหลและหล่นลงไปที่พื้น

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อเสียของระบบความบันเทิงใน Civic Hatchback คือช่องเสียบ USB HDMI และช่องแหล่ง
จ่ายไฟ 12 V ถูกซ่อนอยู่ด้านล่างเหมือนกับ Honda HR-V ไม่มีผิด จริงอยู่ที่ Interface ของระบบเครื่องเสียง
ออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย และถึงแม้ว่าจะเล่นผ่าน Streaming Application คุณภาพเสียงไม่ได้แย่ แต่การที่
ช่องเสียบอุปกรณ์ต่างๆถูกซ่อนไว้ ทำให้การใช้งานยากหากต้องการใช้ ถ้าย้ายได้ ก็จะดีมากครับ

เบาะคู่หน้า เป็นแบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางในด้านคนขับ และ 4 ทิศทางในด้านผู้โดยสาร ทรงเบาะกึ่ง Bucket Seat
พร้อมถุงลมนิรภัยป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารขณะเกิดการชน พร้อมด้วยเข็มขัดนิรภัยแบบปรับระดับสูง-ต่ำได้
สำหรับตัวเบาะนั้น ความนุ่มของฟองน้ำทั้งพนักพิงหลังและรองนั่ง ทำมาได้แน่น แต่ไม่แข็งจนเกินไป ให้ความรู้สึก
ที่สบายปีกเบาะโอบกระชับกำลังดีสำหรับคนรอบเอวไม่ใหญ่มาก พนักพิงศีรษะฟองน้ำมีความแข็ง แต่ไม่ดันศีรษะ
หากใครชอบปรับเบาะให้ศีรษะพิงพนัก อาจจะไม่ชอบตรงนี้ ซึ่งเป็นปัญหาของรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่ต้องการปกป้องผู้ขับขี่
และผู้โดยสารขณะเกิดการชน

เบาะคู่หลังเป็นแบบ 3 ที่นั่ง พร้อมเข็ดขัดนิรภัยแบบ 3 จุด และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX หน้าตาภาย
ในด้านหลังอาจจะดูแคบ และคนสูงอาจจะรู้สึกว่า เข้าออกยากและศรีษะติดแน่ๆ แต่ครับ ความสูงของรองนั่งนั้นเตี้ย
เลยตัดปัญหา สำหรับคนตัวสูงไปได้เลย จะมีเพียงเรื่องพนักพิงศรีษะ ที่เหมือนรถรุ่นใหม่ๆ หากต้องการนั่งต้องดีงขึ้นมา
เพราะไม่เช่นนั้นจะตำคอจนมีอาการปวดเมื่อยขณะเดินทางไกล ความกระชับอาจสู้คู่หน้าไม่ได้ แต่โดยรวมแล้ว
ถือว่าทำในส่วนนี้ออกมาได้ดีเลยทีเดียว

แผงข้างประตูเป็นพลาสติกพร้อมผุข้างด้วยหนัง ให้สัมผัสที่เรียบ ไม่สากมือ และส่วนที่รองรับข้อศอก ออกแบบ
มาได้ดี สามารถวางข้อศอกขณะขับขี่ได้พอดี ลดอาการปวดเมื่อยขณะขับขี่ได้เพราะไม่ต้องคอยเกร็งแขน
สวิตช์ปรับกระจกเป็นแบบAuto ขึ้นลงเฉพาะด้านคนขับ และมีสวิตช์ปลดกลอนประตูให้เฉพาะคู่หน้า เป็นเรื่องที่ดี
ที่สวิตช์นี้ไม่ได้ถูกวางไว้แค่ฝั่งคนขับเท่านั้น หากเกิดกรณีฉุกเฉินต้องออกจากรถ ก็สามารถออกมาได้อย่างทันดีทันใด

ด้านหลัง ห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย ความจุประมาณในกระเป๋าเดินทางขนาดกลางได้ราวๆ 3 ใบพร้อมผ้าใบปิด
เพื่อสงวนของที่วางด้านท้ายรถ เป็นการป้องกันการขโมยสิ่งของภายในรถ เปิดพื้นมา จะต่างกันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ
หลายรุ่นที่ยังคงให้ยางอะไหล่พร้อมชุดอุปกรณ์ช่วยชีวิตอย่างประแจถอดล้อ หูลากรถ และแม่แรงยกรถมาพร้อมใช้งาน
หากเกิดเหตุฉุกเฉิน

สำหรับการเก็บเสียงในความเร็วสูง เมื่อพ้น 140 กม./ชม. เริ่มมีเสียงลมปะทะได้ยินเข้ามาในรถอย่างชัดเจน
แต่ด้วยความฉลาดของระบบเครื่องเสียง ที่สามามรถเพิ่มเสียงอัตโนมัติเมื่อความเร็วสูงขึ้น หากท่านเปิดเครื่องเสียงอยู่
จะได้ยินเสียงลมเล็ดรอดเข้ามายังห้องโดยสารน้อยมาก เป็นข้อเสียของ Honda Civic Hatchback ในส่วนของภายใน
แต่ก็เข้าใจว่า การจะทำรถให้แรง ประหยัดได้ การลดน้ำหนักรถก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง แต่คิดว่าทำได้ดีกว่านี้อีกนิดเดียว ดีขึ้นจริงๆ




ขุมพลัง

Honda ได้ตัดสินใจยกเครื่องยนต์แบบหายใจเองความจุ 2.0 ลิตร ออกจากการผลิต แล้วเปลี่ยนเป็น
เครื่องยนต์แบบฉีดตรงความจุ 1.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ และระบบควบคุมวาล์ว
i-VTEC รหัส L15B7 กระบอกสูบ x ช่วงชัก 73.0 x 89.4 มม. กำลังอัด 10.6 : 1
ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 220 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,700-5,500 รอบ/นาที
ผ่านค่าไอเสียมาตรฐาน Euro 4 โดยปล่อย CO2 ที่ 137 กรัม/กิโลเมตร และรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงสูงสุดที่ E20

จับคู่กับระบบส่งกำลัง เกียร์แบบ CVT อัตราทด 2.645-0.405
พร้อม Sport Mode สามารถเปลี่ยนเกียร์เองได้ที่แป้นหลังพวงมาลัย

สมรรถนะ
เราเริ่มต้นกันด้วยอัตราเร่งทั้งการออกตัวและการเร่งแซง
ทดสอบในอุณหภูมิ 28 องศาเซลเซียส ตำแหน่งเกียร์ D
ผลออกมามีดังนี้

เนื่องจากเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังเป็นแบบเดียวกันกับ Honda Civic Turbo RS
ดังนั้นอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจึงสามารถอ้างอิงได้

รายละเอียดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 92.2 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 5.71 ลิตร
>>อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 16.12 กม./ล.<<

ในด้านการตอบสนอง บางท่านที่เห็นว่าเครื่องดี แต่มาจับคู่กับเกียร์ CVT จะขับรู้สึกแย่
หรือเปล่า ถ้าหากท่านคิดแบบนั้น ขอให้ท่านคิดใหม่ได้เลยครับ การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์
สามารถประสานเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างกลมกล่อม เวลาขับในโหมด D แล้วกดปุ่ม ECON ท่านอาจจะรู้สึกเฉยๆ
แต่เมื่อท่านปิดโหมด ECON และขยับคันเกียร์ไปยังตำแหน่ง S ความสนุกแบบส้มตำถาดใหญ่ใส่พริกท่วมๆ
มารอท่านทันที เพราะสิ่งแรกที่ผมรู้สึกได้คือ เสียงเครื่องที่เปลี่ยนไปแบบดุดันเหมือน VW Golf GTI และ
เมื่อกดคันเร่งกระโจนออกไปนั้น รอบเครื่องยนต์จะกวาดขึ้นไปสูงกว่าทุกโหมด และแป้นตรงหลังพวงมาลัย
ที่ท่านวางปลายนิ้วไว้ สามารถกดเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงได้ตามใจของท่านเลย

แต่ก็ใช่ว่า เกียร์จะยอมให้เราขึ้นลงตามใจทุกอย่างซะทีเดียว ในบางจังหวะที่ผมขับมาด้วยความเร็วสูง
แล้วต้องการใช้ Engine Brake ในการช่วยชะลอรถ ถ้าหากเราต้องการเปลี่ยนเกียร์ลงหลายๆเกียร์นั้น
หากรอบเครื่องสูงเกินไป ECU จะสั่งให้เปลี่ยนเกียร์ขึ้น เพื่อไม่ให้แรงบิดของเครื่องยนต์ สร้างความเสียหาย
ให้กับชุดสายพาน CVT นั่นเอง

ในเช้าวันหยุดที่ถนนโล่งๆแล้วได้ขึ้นไปขับ Civic Hatchback คันนี้ ผมเชื่อว่าหลายๆท่านที่เวลาขับมาคนเดียว
แล้วเมื่อเจอถนนโล่งๆ ต้องมีใช้เกียร์โหมด S แล้วขับเจ้านี้ไปด้วยความเร็วประมาณนึงที่ท่านสามารถควบคุมได้
แล้วไปได้ดั่งใจเพราะเครื่องยนต์และเกียร์สามารถทำงานร่วมกันได้ดี ถึงแม่ว่าตัวเลขแรงม้าอาจจะแพ้
Focus Ecoboost ที่ 180 แรงม้า และ Pulsar Turbo ที่หยุดจำหน่ายไปนานมากแล้วที่ 190 แรงม้าก็ตามที

อาการของเบรค บนความเร็วต่ำและความเร็วตามกฎหมาย การตอบสนองของแป้นทำได้ดี ระยะแป้นไม่ยาว
และสั้นจนเกินไปแต่เมื่อใช้ความเร็วสูง ขณะที่ต้องการลดความเร็วจาก 180 กม./ชม. ผ้าเบรคมีอาการ Brake Fade
แบบชัดเจนมาก ระยะเหยียบแป้นยาวขึ้นแบบรู้สึกได้ เนื่องมาจากผ้าเบรคติดรถถูกออกแบบมาเพื่อใช้งาน
ในอุณหภูมิต่ำ หากรู้ตัวว่าขับรถเร็วการเปลี่ยนผ้าเบรคที่เกรดทนอุณหภูมิได้สูงขึ้น เป็นสิ่งแรกๆที่ควรทำก่อนอีกใดครับ

ระบบพวงมาลัยเป็นแบบดูอัลพิเนี่ยน พร้อมระบบผ่อนแรงแบบเพาเวอร์ไฟฟ้า (DP-EPS) รัศมีวงเลี้ยว 5.33 เมตร
ในการใช้งานชีวิตประจำวัน ถึงเป็นรถขนาดกลางที่ใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมร่วมกับ Accord แต่ความคล่อง
ในที่แคบๆ สามารถทำได้ดี และน้ำหนักพวงมาลัยในความเร็วต่ำกำลังดี ไม่เบาและหนักจนเกินไป ส่วนความเร็วสูง
จัดว่าคม ไม่มีอาการพวงมาลัยคัดซ้าย-ขวา ยกเว้นขณะที่เบรคแล้วน้ำหนักรถถ่ายมายังด้านหน้ามากๆ
จนทำให้เกิดอาการ Understeer เล็กๆ พร้อมอาการพวงมาลัยคัดซ้าย-ขวา

ช่วงล่างและเบรค
ช่วงล่างหน้าเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง พร้อมระบบเบรคแบบ Disc Brake
แบบมีช่องระบายความร้อน ด้านหลัง เป็นเแบบอิสระมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง พร้อมระบบเบรค
แบบ Dise Brakeมาพร้อมกับล้อขนาด 17 นิ้ว ยาง Yokohama DB (decibel) ขนาด 215/50/17 เท่ากันทั้ง 4 ล้อ

ในความเร็วต่ำ มีเก็บพื้นถนนขึ้นมาแบบรู้สึกได้ แต่ก็ไม่ได้มากนักจนนับเป็นสาระทำให้สั่นสะท้านไปทั้งคัน
และเมื่อใช้ความเร็วปกติตามกฎหมาย นับเป็นช่วงล่างที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อเน้นการใช้งานความเร็วปกติ
เพราะเมื่อความเร็วสูงขึ้นตั้งแต่ 160 กม./ชม.ขึ้นไป รถเริ่มมีอาการย้วยให้รู้สึกได้ชัดมาก ในบางช่วงของ
ทางด่วนรามอินทรา-กาญจนาภิเษก มีเนิน ช่วงขาลงเนิน รถมีอาการเด้งแบบยวบๆบนความเร็วสูงพอสมควร
หากรู้ตัวว่าเป็นคนขับรถเร็วตลอด ช่วงล่างซักชุดเพิ่มเพิ่มความมั่นใจ เป็นเรื่องที่ดีมาก สำหรับยางติดรถ
ถ้าขับเร็วและไม่กังวลเรื่องเสียงดัง ยาง Hi-Performance ที่ดี ก็ควรเป็นสิ่งแรกๆที่ควรเปลี่ยน เพราะยางติดรถมานั้น
เป็นรุ่นที่เน้นเรื่องการเก็บเสียงและความนุ่มนวลเป็นหลัก (แหม่ รูปลักษณ์และนิสัยรถก็แอบซิ่ง ถ้า Minorchange
ขอยางกึ่ง Sport ออกจากโรงงานแบบ Corolla Altis Esport ได้นี่จบเลย)

อุปกรณ์ความปลอดภัย

ถึงแม้ว่า Honda Civic Hatchback จะไม่ได้ให้ระบบ Honda Sensing มาให้เหมือนรุ่น Sedan RS แต่ระบบความปลอดภัย
ที่ให้มานั้น ก็เรียกว่า จัดมามาเต็มระบบ อย่างระบบเบรคมือไฟฟ้า ซึ่งพ่วงมาพร้อมระบบ Auto Brake Hold และ Hill Start Assist นับเป็นระบบการทำงานที่สามารถทำงานได้ดี และเหมาะสมกับการใช้งานในเมืองที่ต้องติดคาบนสะพาน
หรือทางลาดชันเป็นประจำ ในช่วงเวลาที่เจ้า Civic มาอยู่ด้วยกันกับผม ต้องขึ้น-ลงสะพานพระราม 9 ทุกวันในช่วงเวลารถติด ระบบดังกล่าวสามารถทำงานได้อย่างดีและไม่มีความขาดตกบกพร่อง แต่ด้วยระบบเบรคมือเป็นแบบไฟฟ้า อาจจะไม่สาแก่ใจกับนักซิ่งหรือคนที่ต้องการเจ้านี่ไปขับเล่นในรูปแบบของ Gymkhana ซักเท่าไรนัก เพราะไม่มีด้ามเบรคมือให้ดึงเล่นไว้โชว์สาวครับ (เคยถามสาวๆบ้างไหม ว่าเธอชอบให้หนุ่มๆที่มาจีบ ทำแบบนั้นหรือเปล่า??????)

ระบบช่วยการทรงตัว VSA และไฟฉุกเฉินกระพริบแจ้งรถคันหลังเมื่อเบรคกระทันหัน
นับว่าเป็นรถยนต์นั่งค่ายแรกๆ ที่ให้ระบบไฟฉุกเฉินกระพริบเมื่อเบรคกระทันหัน และถูกติดตั้งให้มาตั้งแต่ Honda Jazz GK
รุ่นเกียร์ธรรมดา เป็นอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้จริงและมีประโยชน์เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน จุดนี้ขอชมจากใจ

ระบบช่วยการทรงตัว VSA เป็นระบบที่ผสานการทำงานร่วมกันกับระบบเบรค ABS โดยจะกระจายแรงเบรค เพื่อให้ความเร็วของรถยนต์ลดลงจนสามารถควบคุมได้ หากเกิดเหตุการณ์ในกรณีต้องหักหลบสิ่งกีดขวางหน้ารถ หรือเข้าโค้งจน Overspeed
(แต่ถ้าหากมาด้วยความเร็วสูงมากๆ ระบบก็ไม่สามารถช่วยท่านได้ ยังไงการขับในความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด และมีสติ เป็นอุปกรณ์ความปลอดที่ดีที่สุดครับ)

รวบให้ฟัง หลังลองขับ
เป็นสาววัยทำงาน ที่น่าคบหา แต่ถ้าต้องแต่งงานร่วมชายคาเดียวกัน ต้องปรับตัวกันทั้งสองฝ่าย
หลังจากที่ผมได้ออกเดทกับสาวเปรี้ยวประจำซอยคนนี้แล้ว จากที่เราได้เจอกันนานๆที เวลามีงานหรือเดินสวนกันไปมาในซอย
สิ่งที่ผมรู้สึกได้อย่างแรกคือ ในบางบริบทของเธอนั้น อาจจะเป็นที่เอาแต่ใจในบางเรื่อง ตามประสาคนสวย และในบางที
ก็มีความขาดๆเกินๆ ไม่เหมือนเด็กผู้หญิงสาววัยใส ที่ผมเคยเห็นตั้งแต่ผมตอนเด็กๆ อาจจะเป็นวัยวุฒิที่เปลี่ยนไปตามวัย

สิ่งที่ผมกล่าวมาข้างต้นนั้น ก็คงไม่ต้องอะไรกับ Civic Hatchback ที่ผมได้มีโอกาสเขียน และครอบครัวผมเอง ก็เคยสัมผัส Civic มาแล้ว 2 รุ่นคือ Civic EH 4 ประตูประกอบนอก นับว่าเป็น Timeless Design รุ่นนึงของ Honda และ Civic FD
ที่ยังคงงานออกแบบได้สวยงาม และเมื่อหันมองไปบนท้องถนนทุกครั้ง รถทั้ง 2 รุ่นนี้ ก็ยังคงความสวยงามทุกครั้ง ที่ได้เห็น
บนท้องถนน ถึงแม้ว่า ครอบครัวผมได้ตัดสินใจขายรถทั้ง 2 คันนี้ออกไปนานแล้วก็ตาม

และการมา Civic Hatchback จะเป็นสาวในอุดมคติและเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆมากมาย แต่ก็ย่อมมีข้อดีและข้อเสีย
ที่ผมมองเห็น หลังจากได้มีโอกาสออกเดทเธอ มาให้ผู้ที่กำลังจะตัดสินรับเธอมาเป็นสะไภ้ในบ้าน (สำหรับหลายๆบ้าน
การซื้อรถซักคันหนึ่ง นับเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกับการแต่งงาน ขออนุญาตเปรียบเปรยแบบนี้แล้วกันครับ)

ข้อดีที่ควรชม
1.การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์ที่สามารถทำได้เกินคาด
ถึงแม้ว่าเกียร์ CVT จะเป็นอุปสรรคที่ทำให้ความแรงของรถลดลง แต่ก็ไม่ได้น่าเกลียด และทำได้ดีเกินคาด จากโหมดปกติ
หรือ ECON พอเลื่อนคันเกียร์ไปโหมด S ทั้งเสียงเครื่องและการตอบสนองของรถ รวมทั้งสามารถเปลี่ยนเกียร์ที่แป้น
บนพวงมาลัยได้ดั่งใจ เปลี่ยนไปจากสาวออฟฟิศใส่ชุดยูนิฟอร์มบริษัท เป็น Pop Star ที่มีทั้งเสียงอันไพเราะ และลีลา
การเต้นที่เท้าไฟเกินคาดตามสถานบันเทิงที่ท่านๆไปนั่งฟังเพลงกับผองเพื่อนของท่าน หากท่านใดที่เคยสัมผัสเกียร์ CVT
แล้วบอกว่าขับไร้รสชาติ แสดงว่าท่านยังไม่เคยขับ Civic 1.5 Turbo ครับ

2. ห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่ารถในกลุ่มเดียวกัน
นับเป็นข้อดีของ Civic โฉมนี้ ที่ใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมร่วมกับ Accord เลยทำให้ความสะดวกสบายและความกว้างของห้องโดยสาร เป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ ถึงแม้ว่าบริเวณเสา C ของรถจะถูกออกแบบให้เตี้ยก็ตามที แต่ด้วยโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ใช้ร่วมกับรถที่ขนาดใหญ่กว่า และ Seating Position ที่ต่ำ จึงทำให้คนที่มีตัวสูงและใหญ่ สามารถเข้าออกรถรุ่นนี้ได้อย่างสะดวกสบาย รวมทั้งทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีกว่ารุ่นเดิมอีกด้วย

3.อุปกรณ์ความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่ให้มาแบบจัดเต็ม
หลายคนอาจจะบอกว่า ราคาของ Civic Hatchback ราคาอาจจะแพงไปพอสมควร แต่หากเมื่อเทียบกับอุปกรณ์ที่ให้มานั้น
นับว่าสมราคา ทั้งในด้านการขับขี่และลูกเล่นสารพัดบนตัวรถ แม้ว่าจะโดนตัดระบบ Honda Sensing หรือกล้องตรงกระจก
มองข้างออกไปเพื่อให้ราคาตั้งออกจำหน่ายไม่ชนกับรุ่น Sedan RS แต่นอกนั้น ก็ยังมีครบเหมือนกัน และสามารถใช้งานได้จริง

ข้อเสียที่ควรปรับปรุง

1.ช่วงล่างและเบรคที่ให้มาต่ำกว่าสมถรรนะของตัวรถ
ด้วยตัวรถที่มีกำลังถึง 173 แรงม้า และสามารถทะยานความเร็วปลายทะลุ 200 กม./ชม. จากโรงงานได้โดยไม่ต้องไปปรับแต่งเพิ่ม แต่ด้วยเหตุผลใดก็ไม่ทราบ ทำใมถึงเซ็ทช่วงล่างในช่วงความเร็วสูงได้ย้วยพอสมควร และการเลือกยางแบบเน้นเรื่อง
การเก็บเสียง ทำให้ประสิทธิภาพในการเกาะถนน ไม่ได้ประทับใจอย่างที่คิด รวมทั้งการเลือกผ้าเบรคที่เป็นเกรดอุณหภูมิต่ำ
เมื่อขับด้วยความเร็วสูง เหยียบเบรคไปแค่ 2-3 ครั้ง อาการ Brake Fade ก็เกิดขึ้นแล้ว ผมเชื่อคนที่ตัดสินใจซื้อรถรุ่นนี้
ไม่ใช่คนที่ขับขี่แบบคุณป้าจ่ายกับข้าวแน่นอน อยากให้ในรุ่น Minorchange นำเรื่องนี้ไปปรับปรุงทันทีครับ

2.การใช้งานระบบควบคุมบางอย่าง ใช้งานยาก
การที่มีจอสัมผัสตรงกลางเพื่อควบคุมระบบการทำงานหลายๆอย่าง ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สวิตช์อุปกรณ์พื้นฐานอย่าง
การปรับความแรงพัดลมแอร์ ทำไมถึงไม่ใส่มาเป็นแบบปุ่มกด????? นี่คือสิ่งที่ผมรู้สึกขัดใจมาก เพราะตลอดเวลาที่รับ
Civic Hatchback มาอยู่ด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่รู้สึกใช้งานยาก เพราะการใช้จอสัมผัส ต้องละสายตาจากถนน
เพื่อมาปรับ หากเกิดอุบัติเหตุได้เพราะเรื่องแบบนี้ แต่ถ้าหากเป็นปุ่มกด ผู้ขับขี่สามารถใช้วิธีคลำได้ น่าจะดีกว่าครับ

3.คุณภาพงานประกอบชิ้นส่วนตัวรถ ยังไม่โอเคนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
นับเป็นปัญหาของ Honda ที่ประกอบในประเทศมาตั้งแต่ตั้งโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมบางชัน จนกระทั่ง Honda ขยายโรงงานไปยังนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ 2 จังหวัดปราจีนบุรี ก็คงมีปัญหาเรื่องงานประกอบ อย่างเช่น Civic คันที่ผมรับมาเขียนให้
คุณผู้อ่านได้อ่านกัน ชิ้นส่วนอย่างสปอยเลอร์หลัง จับเบาๆก็ยังมีอาการกระพือ ช่องไฟชิ้นส่วนต่างๆตามตัวรถ ที่ขาดๆเกินๆ
และไม่ใช่แค่ Civic รุ่นนี้ แม้กระทั่ง Jazz GK ของล่ามสาวเพื่อนที่ทำงานเก่าผม เพิ่งซื้อมายังไม่ 1 เดือนดี แผ่นปิดใต้ท้องรถ
ก็หลุดออกมาแล้ว อยากให้ทาง Honda กำชับเรื่องงานประกอบให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ และมีมาตรฐานคงที่ได้แบบ Toyota
จะดีมากครับ


คันต่อคัน
ในราคา 1,169,000 บาท เมื่อต้องเปรียบเทียบกับรถเก๋ง 5 ประตู ที่มีเหลือน้อยในตลาด จะมีอะไรให้ท่านเลือกบ้าง

1.Mazda 3 Hatchback 2.0 SP Sport ราคา 1,149,000 บาท
หากท่านใดรู้สึกว่า CVT เป็นของแสลงสำหรับท่าน ก็ยังเจ้านี่ให้เลือก ในเรื่องของการขับขี่นั้น บอกเลยว่าเป็นรถรุ่นหนึ่ง
ที่สามารถสู้กับ Honda Civic Hatchback ได้อย่างสูสี แต่ถ้าหากเรื่องความกว้างขวางในห้องโดยสารนั้น Mazda ยังคง
สอบตกในเรื่องนี้ รวมทั้ง Defect ต่างๆที่ทาง Mazda เองนั้นก็พยายามหาสาเหตุอยู่ และเรื่องบริการหลังการขายเมื่อ
เทียบกับ Honda ในปัจจุบัน นับว่าพอๆกัน

2. Ford Focus 1.5 Ecoboost ราคา 1,099,000 บาท
หากท่านเป็นกลุ่มคนที่ไม่แคร์ว่า ศูนยบริการจะเป็นยังไง อยากได้รถขับสนุก และที่สำคัญ ค่าน้ำมันไม่ใช่ปัญหาที่หามาจ่าย
นี่คือรถรุ่นนึงที่ดีของ Ford แต่ด้วยสารพัดวีรกรรมที่เกิดขึ้นกับรุ่นที่ใช้เกียร์ Powershift ที่ศาลเพิ่งตัดสินไป (ในวันที่ปิดต้นฉบับ) จึงทำให้ Focus Ecoboost ตกระกำลำบาก และยุติการผลิตไปเมื่อไม่นาน และรถที่เหลือตามโชว์รูมนั้น
เป็นรถค้างสต๊อก หากท่านอยากได้ ก็อาจจะได้ในราคาพิเศษมากๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การเปลี่ยนผู้บริหารชุดใหญ่ ทำให้นโยบายของ Ford ในประเทศไทยเปลี่ยนไปพอสมควร จากกรณีของ Ranger Raptor ที่ Ford ออกมารับผิดชอบทันทีทันใด ไม่ให้เกิดปัญหาไฟลามทุ่ง ก็ต้องรอดูต่อไปว่า สถานการณ์ของ Ford จะเป็นอย่างไรในอนาคต เรียกว่า ต้องดูใจกันนานๆเลยหละ

บทส่งท้าย ก่อนที่จะส่งสาวเปรี้ยวกลับบ้าน

ตลอดระยะเวลา 3 วัน 2 คืนที่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับ Civic Hatchback จนส่งกุญแจคืนให้กับคุณบิ๊ก (PR Honda) นับว่าเป็นโอกาส
ที่ดีของผมอีกเรื่องหนึ่งในรอบปีที่ผ่าน เพราะรถรุ่นนี้ เป็นที่พูดกันในวงสนทนาของคนสนใจเรื่องรถมาตลอด ไม่ว่าจะด้วยสเปกที่ว้าว ตัวรถที่ดูโดดเด่น ไม่จืดชืดแบบรุ่น FB ก่อนหน้านี้ และคนรอบตัวผมหลายๆคน ก็ตัดสินใจซื้อเจ้านี่มา ไม่ว่าจะใช้งานปกติในชีวิตประจำวัน หรือนำมาปรับแต่งไว้ขับเล่นสนุกสนานกันในสนามช่วงวันหยุด

สำหรับ Civic ทั้ง FC และ FK ถ้าเปรียบเทียบนั้น ก็คงไม่ต่างกับการเจริญเติบโตของคนหนึ่ง ที่เริ่มจากเป็นเด็ก โตมาเป็นวัยรุ่น จนเป็นวัยทำงานในรุ่น FC และ FK และด้วยการใช้โครงสร้างวิศวกรรมร่วมกับ Accord ทำให้เป็นยกระดับรถยนต์ในกลุ่มเดียวกัน ทั้งในแง่ของความสะดวกสบายและหน้าตาทางสังคม รวมทั้งเป็นเครื่องมือแสดงในด้านประสบความสำเร็จในชีวิต
ของกลุ่มคนอายุ 25-30 ปีด้วย ถึงสมรรถนะของรถจะดี แต่ก็ยังมีความขาดๆเกินๆไปในบางเรื่อง ตามที่ติไปข้างต้น

หากทาง HRAP (Honda R&D Asia Pacific) และ Honda Motor Thailand สามารถปรับปรุงในเรื่องของสิ่งที่ขาดๆเกินๆบนตัวรถ งานประกอบตัวรถที่ดีกว่านี้ รวมทั้งบริการหลังการขายที่ดีกว่าในปัจจุบัน เชื่อว่ายอดขายและความน่าเชื่อถือ จะดีกว่า
ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันแน่นอน เพราะในภาพรวมแล้ว ก็ยังคงเป็นรถรุ่นนึง ที่ผมยังคงแนะนำเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คนกำลัง
จะตัดสินใจซื้อ เก็บไว้เป็นตัวเลือกในใจ นอกจากรุ่นอื่นๆ ที่คนที่มาถามพูดถึง

ผมว่าการสื่อสารกับผู้บริโภค Honda ทำได้ดีมาก และทำได้ดีเลย แต่ตัว Product ขอแบบสุดไปซักทางไปเลย
แล้วจะเห็นลูกค้าที่ซื้อรถชัดกว่าที่เป็นอยู่ ตอนนี้มันครึ่งๆกลางๆ เหมือนสาวเปรี้ยวข้างบ้านที่ไปออกเดทด้วย
คุยกันแล้วถูกคอ แต่พอจะขอเป็นแฟน ก็ยังอิดๆออดๆ ไม่ยอมซะที พอจะไปคุยกับคนอื่น ก็ทำท่าแบบแมวหวงก้างปลาทู

ที่มีอยู่นะดีแล้ว แต่เชื่อว่ายังดีกว่านี้ได้อีก รออะไรหละ ลุยเลยยยยยยยยยยยยย

 

ขอขอบคุณ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์การตลาด
บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด


ทดลองขับและถ่ายภาพโดย PunTam
เผยแพร่วันที่ 7 มกราคม 2562
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

 

Comments
Loading...