ในที่สุดหลังจากมหกรรมการรอแล้ว รออีก เลื่อนแล้ว เลื่อนอีก ของการเปิดตัวรถยนต์หลายรุ่นในเมืองไทย อันเนื่องมาจาการแพร่ระบาดของ COVID-19 วันนี้ 9 มิถุนายน 2563 รถที่เรียกได้ว่ามีเวลาเทส เพิ่มขึ้นจากการทดเวลาของการเลื่อนเปิดตัว ก็พร้อมให้สื่อมวลชนที่รอกันแล้ว รอกันอีกนั้นได้ทดลองขับกัน(ซักที) โดยครั้งนี้ก็เหมือนตอนที่เราไปงานของ REVO Minor Change ครับ เพียงแค่ รอบนี้ TMT เค้าเปิดตัวออนไลน์ตอน 8.00 แล้ว เชิญสื่อทดลองขับกลุ่มแรก 8.30 ส่วนรอบบ่ายก็ 13.00 ต่อกันทั้งวัน เพียงวันเดียว จะรอช้าอยู่ไยในเมื่อรถก็เปิดแล้ว คนก็พร้อมขับแล้ว เริ่มกันเลย

Exterior : เกลา C-HR กันใหม่ ลงตัวทุกส่วน แต่มีคำถามแค่ตรงหน้า

Corolla Cross นั้นโดนเกลาดีไซน์ภายนอกมาจาก C-HR เห็นได้เลยว่าไฟหน้านั้นได้กลิ่นของ C-HR ลอยมาเบาๆ กระจังหน้าเหมือนยึดอารมณ์ขว่ำปากใส่ Supplier จาก REVO มาผสมกับงานดีไซน์ของรถ MPV อย่าง Sienta เบาๆ ด้านข้างรถมีความพยายามทำให้ดูมีมิติจากการเสริมสันข้างอันใหญ่ยักษ์เข้าไปที่โป้งล้อคู่หน้าและหลัง กระจกด้านข้างเสริมเติมต่อด้วยกระจกด้านหลังอีก ทำให้ดูมีความเป็น SUV มากขึ้น

ด้านรถนั้น RAV4 เกลานิดหน่อยแล้วแปะลงไปชัดๆ ล้ออัลลอยได้ลาย 5 ก้านคู่ขนาด 18 นิ้วมาให้พร้อมยาง Michelin Primacy 4 ขนาด 225/50 R18 เข้าไป สวมเข้าไปแล้วก็ดูดีใช้ได้ ภาพรวมคือมีความเป็น SUV มาขึ้นจาก C-HR มีกลิ่นอายให้จับได้ว่า อ่อ จากดีไซน์ของรถคันนี้จะชนกับพวก Kick หรือ XV น่าจะสมน้ำสมเนื้อกันแบบจริงจัง ปล่อยให้ C-HR เค้าไปฟัดกับ CX-30 และ HR-V รวมถึง MG ZS ต่อ เดี๊ยวสาย Tough Tough ให้ชั้น(Corolla Cross) จัดการเอง

ท้ายรถเหมือนเป็นการนำ RAV4 มาผสมรวมกับ Lexus RX เจนที่แล้วเหลาให้ดูกลางๆ แต่ไม่ได้น่าเบื่อขนาดนั้นดูไปนานๆแล้วก็สวยดี สะท้อนภาพลักษณ์รถครอบครัวเลยแหละ

Interior : Corolla MEET SUV ยืนพื้นจาก Altis เกลาดีไซน์นิดหน่อยเพื่อความเป็น SUV

ภายในชิ้นบนเรียกว่ายกมาจาก Altis HV High มากันครบทั้งหน้าปัดท์แบบจอ LCD พร้อมระบบเข็มที่อ่านง่ายและใช้งานได้ดี ส่วนชิ้นจอดและฐานนั้นยกกันมาจาก Altis ทั้งดุ้นแต่มีการอัพเกรดจอให้รองรับระบบกล้องรอบคัน 360 องศา เครื่องเสียงระบบจอทัชสกรีน 9 นิ้วรองรับ Apple CarPlay และ Andriod Auto คุณภาพเสียงเครื่องดีกว่า Corolla Altis และ C-HR อีกซะด้วยซ้ำ

ช่วงกลางของคอนโซลมีการออกแบบให้แตกต่างจากของ ​Altis ให้มีเส้นสายที่คมคายและดูแข็งแรง รวมถึงแอบแข็งๆไปหน่อย ภายในตกแต่งด้วยสีแดง Terra Rossa ดูดีใช้ได้เลยทีเดียว

การเข้าออกดีมากครับ Hip-Point ในการเข้าออกรถดูมาดี เข้าออกสบาย เบาะนั่งด้านหน้าโอบนุ่น กระชับ กำลังดี เบาะหนังองศาการเอนสบายดีด้วย แถมโอบกระชับเบาๆ ให้ความรู้สึกสบายยยย พื้นที่วางขามีเพิ่มมาจาก Altis เล็กน้อย แต่ Headroom นั้นก็พอๆกับ C-HR คือเยอะในระดับต้นๆของตลาด หายห่วงครับ ภายในห้องโดยสารสบายกว่าพวก HR-V,CX-3,CX-30 แน่นอน

Engine and Suspension : เพื่อนเก่าที่คุ้นเคย และ แอบเบื่อในเวลาเดียวกัน

แน่นอนนะครับว่า เครื่องเกียร์นั้นก็ยกกันมาจาก C-HR Hybrid และ Altis Hybrid คือเครื่องยนต์เบนซิน  1.8 ลิตร รหัส 2ZR-FXE 4 16 วาล์ว DOHC VVT-i วัฏจักรเครื่องยนต์เป็นแบบ Atkinson Cycle ให้แรงม้าสูงที่อยู่ที่ 98 แรงม้าที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 142 นิวตัน-เมตรที่ 3,600 รอบต่อนาที พ่วงเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor  ให้กำลัง 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตัน-เมตร และมีกำลังรวมกันสูงสุด 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT แบตเตอรี่ยังคงเป็นแบบ Nickel Metal Hybride (Ni-MH) ความจุอยู่ที่ 1.31 kWh ยังไม่มีการเปลี่ยนเป็น Lithium-Ion เหมือนของบางประเทศ ผ่านมาตราฐานไอเสีย EURO 4 แรงสมตัวและตามบอดี้ที่ต้องแบก เด่นเรื่องประหยัดมากกว่า แชร์กันไปเยอะๆก็ดีครับ เพิ่มปริมาณอะไหล่ ลดราคาได้ด้วย (แถมคนใช้ Prius จะได้ดีใจบ้างอะไหล่จะเยอะขึ้น)

พวงมาลัยก็แน่นอนยืนพื้นด้วย Rack And Pinion ผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าส่วนช่วงล่างด้านหน้าเป็น McPherson Struct ส่วนด้านหลังเป็น “Torsion Beam” พร้อมเหล็กกันโครง โดยหน้าตาของ Torsion Beam ใน Corolla CROSS นั้นจะมีลักษณะโค้งเข้ามารวมไปถึงตัวโช๊คอัพและสปริงที่แต่ต่างกับรูปแบบของ Torsion Beam เดิมๆ หลายท่านก็คงแอบงงๆตรงที่ทำไมช่วงล่างด้านหลังเป็น Torsion Beam ผิดจาก C-HR แต่ก็ช่างมันเถอะครับ ในเชิงของทฤษฏีนั้นช่วงล่างแบบ Torsion Beam นี่แหละครับให้ความ Rigid หรือเป็นก้อนเดียวกันมากกว่า Multi-Link ซะอีก แล้วก็รถหลายๆคันที่เสก Torsion Beam ให้เทพๆก็มีให้เห็นแล้วนะครับ Mazda 3,CX-30 ก็เป็นตัวอย่างที่ได้ คราวนี้เรามาดูกันบ้างว่า Toyota จะทำออกเป็นอย่างไรกัน

REAL WORLD DRIVING : วนกันใน ​TDEX นี่แหละ ลองได้บ้าง จับฟีลได้อยู่

การตอบสนองของพวงมาลัยนั้น เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่เบา คล่องตัว อัตราทดพวงมาลัยไปในโทนที่จัดและคม แต่ไม่ได้คมกริบเหมือน CX-30 เป็นโทนกลางๆ น้ำหนักหน่วงกลางกำลังพอเหมาะกับการใช้งานในเมือง การโยกซ้ายขวาสะลาลอมทำได้ดี ต่อเนื่องนำ แก้อาการได้ง่าย เคาเดาได้ง่าย มันก็คือนำพวงมาลัยในการเซ็ตแบบ C-HR มาทำให้เป็นรถที่เน้นการขับขี่ทางไกลและในเมืองได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นและทำได้ดีเสียด้วย

ช่วงล่างเป็นช่วงล่างที่มาในโทนที่นุ่มกว่า C-HR และ Altis แต่มีอาการตึงเล็กๆที่มากจากล้อ 18 นิ้ว การเข้าโค้งยังคงลักษณะของ TNGA ไว้คือ นิ่ง ไม่โยนตัวมาก และรถสามารถเข้าโค้งไปได้อย่างธรรมชาติทั้งคัน แต่อย่างไรก็ตามด้วยลักษณะของรถที่สูงกว่าพวก Crossover ในระดับหนึ่ง ย้อมเกิดอาการโยนของตัวถังมากกว่าในสถานการณ์เช่นการเปลี่ยนเลนส์แบบเร็วๆ แต่ภาพรวมแล้วทำออกมาได้ดีครับ คนขับยังสนุกได้ แถมคนนั่งหลังยังนั่งได้แบบชิวๆอีก

ระบบเบรค หลังจากเราขับกับทั้ง C-HR และ ALTIS แล้ว Corolla CROSS ยังทำได้ดีครับ แป้นนุ่ม น้ำหนักต้านเท้าไม่มาก กะแรงเบรคได้ง่าย พ่อบ้าชอบ แม่บ้านหลงแน่นอน กดหนักๆก็ยังสามารถเอารถอยู่เช่นเดียวกัน ปรับแก้ไขมาได้ถูกทางแล้วครับ แต่ถ้าจะให้แน่นอนกว่านี้ เราขอให้ได้รถทดสอบกันมาขับก่อนแล้วจะยืนยันกันอีกครั้งว่าระบบเบรคทำออกมาได้ดีแล้ว

อัตราเร่ง ดีดออกตัวดีครับ หลังจากช่วง 60 จะเริ่มหนืดกว่า C-HR และ Altis ชัดเจน อย่างที่บอกครับมันคือเครื่องยนต์ที่เน้นการทำอัตราสิ้นเปลืองที่ดีและยังต้องรักษาสมถรรณะให้ได้ไม่อืดจนเกินไป ส่วนตัวเลขนั้นคาดว่าเราคงต้องรอรถยนต์สำหรับทดสอบกันหลังงาน Bangkok International Motor Show จบกันไปก่อนแล้วจึงค่อยหาเวลามาทดสอบกันดูอีกครั้ง

CONCLUSION : C-HR เวอร์ชั่นลดทอนความดุดัน เพิ่มความเป็นมิตรให้คนในครอบครัว

ถือว่าเป็นรถยนต์คันนึงที่ทดลองขับกันสั้นๆ แต่ทำผลงานออกมาได้น่าประทับใจเลยทีเดียวครับกับ Corolla CROSS กับแนวคิดที่ว่า Corolla Meet SUV เป็นการเปลี่ยนแปลงจากรถยนต์นั่งขวัญใจชาวโลกมาในคราบ SUV ระดับ C-Segment ถือเป็นการทำการบ้านและพัฒนาออกมาเป็นรถยนต์คันขายจริงที่สามารถตอบโจทย์ทั้งการเป็น Corolla ในแบบดั้งเดิมที่เป็นรถสำหรับทุกคนในครอบครัว อีกทั้งยังสามารถดัดแปลงรถให้เข้สกับยุคสมัยที่ SUV มีอิทธิพลกับรถทุกแบบบนโลกได้อย่างมีจุดขายที่ชัดเจน และมีการ Refinement ออกมาได้อย่างกลมกล่อมเลยทีเดียว

แต่ด้วยการทดสอบ 2 รอบสนาม เป็นอะไรที่เรายังจับอาการยังไม่หมด กระนั้นคงต้องรอในวันที่ Toyota พร้อมปล่อยรถให้สื่อมวลชนทดสอบกันจริงจัง วันนั้นเราคงได้เพิ่มคาแรกเตอร์ต่าง ๆ ที่ยังซ่อนไว้อยู่ รวมทั้งอัตราสิ้นเปลืองที่เมื่อแบกตัวถังที่หนักขึ้น จะยังคงทำผลงานได้ดีเหมือนเช่น TNGA รุ่นอื่น ๆ หรือไม่ คงต้องรอติดตามกันต่อไป

ถ้าคุณอ่านบทความนี้จบแล้ว แต่ยังรู็สึกค้างคาใจแล้ว ผมคงต้องบอกคุณผู้อ่านได้เพียงแค่ว่า ไปลองนั่งคันจริงดูได้ที่งาน Bangkok International Motor Show 2020 และทดสอบและทดลองขับได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศตั้งแต่ 24 กรกฎาคม เป็นต้นไป แล้วค่อยตัดสินใจอีกทีว่า “มันเหมาะที่จะมาเป็นสมาชิกใหม่ในโรงรถรถคุณหรือไม่” ให้ตัวคุณและคนที่บ้านคือผู้ตัดสิน

ขอขอบคุณ
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
สำหรับการเชิญชวนไปร่วมกิจกรรมทดสอบและทดลองขับ


ทดลองขับและภาพถ่าย : BellzonaPT.
เผยแพร่ครั้งแรก : 9 กรกฎาคม 2563
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

 

Facebook Comments