[PODCAST] ชไมพร ปภัสร์พงษ์ กับ 10 ปี ขับเป็น…ขับปลอดภัย โครงการที่ทำให้คนไทยมีทักษะขับรถมากขึ้น

0
83

นับจากนี้ทุกวันศุกร์ เวลา 19.00 น. จะพบกับ Carsideteam Podcast ที่จะนำเสนอเรื่องราวรถยนต์
ในมุมมองที่หลากหลาย และเล่าให้คุณฟังง่าย ตอนแรกอย่างเป็นทางการ พาทุกท่านพบกับ
คุณชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ “Skill Driving Experience ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล”
ที่ได้เล่าที่มา ที่ไปของโครงการ “Skill Driving Experience ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล”
เทคนิคการขับรถยนต์เมื่อพบเหตุที่ไม่คาดฝัน อีกทั้งยังแชร์ประสบการณ์การสอบ Instructor ต่างประเทศ
ที่มีความท้าทายและยากพอสมควร ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นในพอดแคสต์ตอนนี้

อย่างที่ทราบดีว่า พี่ปุ๊กเองก็แข่งรถและมีทีมแข่งเป็นของตัวเอง
เริ่มมาสนใจแข่งรถและแข่งรถได้ยังไงครับ?

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ได้มีโอกาสไปเรียนขับรถกับค่ายรถยนต์ค่ายนึง ตอนนั้นขับรถได้ไม่นาน
แล้วมีความรู้สึกว่า ชอบการควบคุมและทักษะการขับรถ ณ ตอนที่เรียนคนที่สอนขับรถยนต์คือ
คุณณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ (MadCow) ซึ่งเป็นนักแข่งอยู่แล้ว ก็ได้ชวนให้ไปลองแข่งรถดูไหม
ก็ได้ลงในรายการ Toyota One Make Race รุ่น Lady Cup สนามแรกแข่งที่ บางแสน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

พอมาเป็นนักแข่งรถคุณปุ๊กได้มีโอกาสเป็น Instructor หรืออาจารย์สอนขับขี่ปลอดภัย
พี่ปุ๊กมาทำงานด้านนี้ได้อย่างไรครับ?
ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ที่ได้มีโอกาสเรียนขับรถ ตอนแรกมีความรู้สึกว่าเท่จัง และมีแรงบันดาลใจ
อยากไปอยู่ตรงนั้นดู แล้วพี่ๆ ในวงการได้ชวนให้ลองไปสอนดู พอได้ลองทำจริงๆ รู้สึกว่าชอบการสอน
เพราะสมัยก่อนเคยเป็นครูสอนเต้นบัลเล่ แล้วมีความรู้สึกเราชอบการสอน

อะไรคือจุดเริ่มต้นในการทำงานโครงการ Skill Driving Experience แล้วเริ่มตั้งแต่เมื่อไรครับ?
มันเริ่มจากโครงการขับขี่ปลอดภัยจากค่ายรถยนต์ค่ายนึง ได้หยุดไป แล้วมีความรู็สึกว่าสิ่งที่เขาสอน
มันมีประโยชน์ ทำให้ผู้ขับขี่มีทักษะที่ดีขึ้น เลยจัดโครงการนี้ขึ้นมา

หลังจากที่มีการจัดโครงการ Skill Driving Experience จุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้
และผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้างครับ?
ช่วงแรกๆ ผลตอบรับยังไม่ดีเท่าไร เนื่องจากการประชาสัมพันธ์ยังไม่ทั่วถึง และราคาค่อนข้างสูง
เราก็พยายามปรับให้เข้ากับคนไทย จนระยะหลังๆ มา เราได้เริ่มโปรโมทผ่านช่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น
facebook , ช่องทางออนไลน์ ผลตอบรับดีเรื่อยๆ และมีคนให้ความสนใจมากขึ้นคนที่ขับรถเป็นอยู่แล้ว
อยากมีทักษะการขับรถที่ดีขึ้น เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น หรือแม้กระทั่งครอบครัวโดยเฉพาะคุณปู่ คุณย่า
ให้ความสนใจกันมาก เพราะต้องขับรถไปส่งหลาน

ระหว่าง ”ขับได้” กับ ”ขับเป็น” สำหรับพี่ปุ๊ก มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ?
ขับรถได้ คือใครก็ขับรถได้ หมายถึง สตาร์ทรถ เหยียบคันเร่ง ขับรถออกไปบนทท้องถนนได้
เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ถึงที่หมาย แต่ขับรถเป็น คือ นอกจากทักษะการขับรถทั่วไปแล้ว มันจะมี
เรื่องการรับเมื่อเจอเหตุที่ไม่คาดฝัน สมมุติเมื่อรถเกิดเสียการควบคุม หากคนที่มีทักษะจะแก้
สถานการณ์อย่างไร นอกจากนี้ยังมีเรื่องมารยาทและการมีน้ำใจในการใช้รถบนท้องถนน

อีกส่วนที่น่าสนใจคือการได้สอบ Instructor ต่างประเทศ
อยากให้พี่ปุ๊กแชร์ประสบการณ์ให้เราฟังหน่อยครับ?

จริงๆ ที่ไปสอบ Instructor (อาจารย์สอนขับขี่ปลอดภัย)ของ BMW ถือเป็นขั้นแรก
โดยการสอบ Instructor สำหรับคนเยอรมัน จะมีทั้งหมดประมาณ 3-4 ขั้น ส่วนของชาวต่างชาติ
จะสอบได้เพียง 2 ขั้นเท่านั้น โดยปุ๊กได้สอบ Level 1 ผ่านแล้ว เหลือสอบ Level 2 ก็จะได้รับการรับรอง
โดยทุกคนที่ไปสอบไม่มีประสบการณ์สอนหรือบางคนมีบ้าง ซึ่งจะมีเทคนิคการสอนให้นักเรียนเข้าใจในแบบเรียน โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักคือ
การสอน และ ทักษะ โดยช่วงเช้าจะเรียนขั้นทฤษฎี อาทิ เครื่องยนต์ หลักฟิสิกส์ เป็นต้น
ส่วนช่วงบ่ายจะเรียนเรื่องทักษะในสนาม ต้องยอมรับว่ามาตรฐานในการสอบของเยอรมันสูงมากๆ

สำหรับในปี 2020 โครงการ Skill Driving Experience พอจะบอกได้ไหมครับ
ว่าจะมีอะไรใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาบ้างครับ?

ในปี 2020 โครงการ Skill Driving Experience ขับเป็น ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล ยังคงจัด 5 ครั้งต่อปี
โดยใน 1 เดือนจะจัด 2 ครั้ง และในปีหน้าจะเปิดโอกาสให้กับนักศึกษาตามมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ
และเปิดรับลงทะเบียน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

สุดท้ายนี้ อยากให้พี่ปุ๊กฝากถึงโครงการขับเป็น…ขับปลอดภัยให้กับคุณผู้ฟัง?
อยากให้มาลองเรียนรู้โครงการนี้ เพราะสิ่งที่เราสอน สามารถใช้ได้ในชีวิตจริงบนท้องถนน
จริงๆ เราไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าทุกวินาทีหลังจากที่สตาร์ทเครื่องยนต์
แล้วขับออกไป มันจะมีเกิดอะไรขึ้น การที่เรามีทักษะเหล่านี้ติดตัวเหมือนมีอาวุธติดตัวเรา
ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน สามารถป้องกันและพ้นเหตุอันตรายได้อยากให้คุณพ่อ คุณแม่คนไหน
ที่มีลูกพอขับรถได้แล้วอยากให้มาเรียนรู้ไว้ เพราะสมัยนี้ผู้ปกครองซื้อรถดีๆ ให้ แต่ไม่ได้สอนทักษะว่า
เวลาเกิดอุบัติเหตุจะต้องแก้ไขและรับมืออย่างไร ทุกคนสามารถใช้ความเร็ว 200-230 กม./ชม.
แต่ไม่รู้ว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุ จะควบคุมได้ขนาดไหน แต่ถ้ามาเรียนกับเราจะทราบว่า
เพียงความเร็ว 60 กม./ชม. ก็เกิดขึ้นได้ อาการรถจะควบคุมอย่างไร แล้วจะฉุกคิดทุกครั้ง
เมื่อใช้ความเร็วต้องมีความระมัดระวังมากขึ้น


Host : Naow27
Script Writing : PunTam
Producer : Army_Nut
เผยแพร่ : 13 ธันวาคม 2562 

Facebook Comments