Toyota Sienta Minorchange ปรับหน้าตาใหม่พร้อมเพิ่มสีทูโทนและออปชั่นอีกมากมาย

324

Toyota Sienta เป็นรถมินิแวนประตูสไลด์รุ่นเล็กประจำค่าย ถึงแม้ว่าที่ประเทศญี่ปุ่นทำตลาดมาถึง
2 โฉมแล้ว แต่โฉมปัจจุบันยังขยายตลาดไปยังประเทศอาเซียน และประสบความสำเร็จทั้งอินโดนิเซีย
และประเทศไทย เมื่อเวลาผ่านไป ก็ถึงคราวที่จะต้องปรับหน้าตาใหม่ พร้อมทางเลือกใหม่ไม่ว่าจะเป็น
จำนวนเบาะนั่ง โทนสี เพื่อรับมือกับคู่แข่งหลักอย่าง Honda Freed โดยเปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ววันนี้

หน้าตาภายนอกแตกต่างจากรุ่นเดิมที่ไฟหน้า LED ที่ปรับรายละเอียดบริเวณไฟหรี่ใหม่ (ส่วนไฟเลี้ยว
ยังเป็นแบบธรรมดา ไม่ได้เป็นแบบกระพริบจากซ้ายไปขวาเหมือนที่ข่าวลือออกมาก่อนหน้านี้)
กระจังหน้ากับช่องดักลมด้านหน้ารวมเป็นชิ้นเดียวกัน พร้อมตกแต่งคิ้วโครเมียมที่หนากว่าเดิม
เสริมด้วยลายเกล็ด (จากเดิมเป็นแนวนอนเส้นสีดำ) รวมทั้งไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED กรอบใหม่
(แต่ยังคงลากเส้นสีดำจากไฟหน้าไปยังไฟตัดหมอกหน้าเหมือนเดิม)

ด้านข้างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ด้านหลังเปลี่ยนไฟท้ายใหม่ทั้งแบบ ธรรมดาและแบบ LED
ส่วนลายล้อเปลี่ยนเฉพาะฝาครอบล้อลายใหม่เท่านั้น ส่วนล้ออัลลอยขนาด 15 และ 16 นิ้ว
ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ ส่วนสีตัวรถมีใหม่ให้เลือกทั้งสีเขียว Radiant Green Metallic
(เฉพาะรุ่น 7 ที่นั่ง),สีแดง Sensual Red Mica และสีเบจ Beige (เฉพาะรุ่น Funbase)

นอกจากนี้ยังตัดโทนสี Flex Tone (ตกแต่งเฉพาะเส้นที่ลากกันชนหน้า/หลัง กระจกมองข้างและ
แผงตกแต่งประตูสไลด์) และเปลี่ยนมาใช้สีทูโทน หลังคาสีดำ(หรือสีน้ำตาล)ตามสมัยนิยม
โดยมีให้เลือกดังนี้

  • สีเขียว Radiant Green Metallic (หลังคาสีดำ) (เฉพาะรุ่น 7 ที่นั่ง)
  • สีเขียวอมเหลือง Air Yellow (หลังคาสีดำ)
  • สีน้ำตาล Vintage Brown Pearl Crystal Shine (หลังคาสีดำ)
  • สีแดง Sensual Red Mica (หลังคาสีดำ)
  • สีเบจ Beige (หลังคาสีดำ) (เฉพาะรุ่น Funbase)
  • สีขาว White Pearl Crystal Shine (หลังคาสีน้ำตาล)

ภายในของเวอร์ชั่นญี่ปุ่นยังเหมือนกับรุ่นเดิมทุกประการ (ซึ่งมีการออกแบบแตกต่างจากเวอร์ชั่นบ้านเรา)
ไม่ว่าจะเป็นภายในสีดำ เสริมการตกแต่งด้วยสีส้ม ระบบปรับอากาศอัตโนมัติออกแบบรวมกับแผงเกียร์
พร้อมช่องแขวนของ พวงมาลัย 3 ก้านที่มีครอบแตรทรงอ้วนพร้อมปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย รวมถึง
มาตรวัดเรืองแสงติดตั้งจอแสดงผลการขับขี่ LED แบบจอสี

แต่ที่ปรับจริงๆก็คือ ออปชั่นภายในที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่อง USB สำหรับชาร์จโทรศัพท์มือถือ 2 จุด
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติหลังสั่งปิดประตูเลื่อน
รวมถึงฟังก์ชั่นเตือนลืมของเมื่อวางของบริเวณเบาะหลัง (โดยจะแสดงข้อความผ่านจอ MID แทน)
และฮีทเตอร์บริเวณเบาะนั่งและพวงมาลัย

เบาะนั่งยังมีให้เลือกทั้งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง,3 แถว 6 ที่นั่งที่สงวนสำหรับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น
และทางเลือกใหม่ 2 แถว 5 ที่นั่ง โดยเบาะนั่งแถวที่สองเป็นแบบยาว Bench Seat พร้อมที่พักแขน
บริเวณตรงกลางและพนักพิงศรีษะทั้ง 3 จุด ส่วนแผงด้านหลังเปลี่ยนใหม่หมด ให้มีจุดสำหรับยึดสัมภาระ
ถึง 9 ตำแหน่ง โดยเบาะนั่งแบบดังกล่าวมีเฉพาะรุ่นย่อยใหม่ในชื่อ Funbase เท่านั้น

สมรรถะของเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมีให้เลือกดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 2KR-FKE พร้อมวาล์วแปรผัน VVT-iE 109 แรงม้า แรงบิด 136 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 1NZ-FE พร้อมวาล์วแปรผัน VVT-i 103 แรงม้า แรงบิด 132 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT ขับเคลื่อนสี่ล้อ
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.5 ลิตร 1NZ-FXE พร้อมวาล์วแปรผัน VVT-i เครื่องยนต์มีกำลัง 74 แรงม้า
    แรงบิด 111 นิวตัน-เมตร มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 61 แรงม้า แรงบิด 169 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT  ขับเคลื่อนล้อหน้า

ระบบความปลอดภัยติดตั้ง Toyota Safety Sense ในเกือบทุกรุ่นย่อย (ส่วนรุ่นเริ่มต้นมีให้เลือกเป็นออปชั่นเสริม)
ไม่ว่าจะเป็น

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Crash Safety System
  • ระบบเตือนรถขณะกำลังออกนอกเลน LDA (Lane Departure Alert)
  • ระบบเตือนรถเมื่อรถข้างหน้าออกตัว ระบบไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam)
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง PVM (Panoramic View Monitor)
  • เซ็นเซอร์ถอยจอดอัจฉริยะ Intelligent Clearance Sensor

Toyota Sienta มีให้เลือก 5 รุ่นย่อยหลัก โดยตัดรุ่นพื้นฐาน X V Package ออกไปและเพิ่มรุ่น G Cuero มาแทน พร้อมกับ
เพิ่มรุ่น 2 แถว 5 ที่นั่งในชื่อ Funbase ที่มีให้เลือกในรุ่น X และ G ราคาอยู่ระหว่าง 1,776,600 – 2,532,600 เยน
(ราวๆ 525,000 – 747,000 บาทไม่รวมภาษี) ตั้งเป้าไว้ที่ 7,600 คัน/เดือน เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับเวอร์ชั่นไทย (รวมถึงเวอร์ชั่นอาเซียน) เตรียมเจอกันอย่างเร็วต้นปี 2019 รายละเอียดเพิ่มเติม
โปรดติดตามใน Coming Up! เร็วๆนี้

Comments
Loading...