กางแผนรถใหม่ปี 2018 : งานนี้ถึงคิวเจ้าตลาดได้ปล่อยหมัดกันบ้าง

817

ในช่วงปี 2017 ที่ผ่านมา เป็นปีที่บรรดาค่ายรถยนต์ต่างเปิดตัวรถกันเยอะขึ้นกว่าหลายๆปีที่ผ่านมา
(แม้ว่าเศรษฐกิจในบ้านเราจะยังไม่ถึงกับดีนัก) อย่างไรก็ตาม ในปี 2018 ก็เป็นปีที่รถยนต์รุ่นใหม่ๆ
พร้อมใจกันอวดโฉมและจำหน่ายกันในบ้านเราเยอะไม่แพ้กัน ซึ่งจะมีรุ่นอะไรบ้าง เรามาติดตามกันครับ

Chevrolet

สั่งลา Curze และต่อลมหายใจ Captiva

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :

ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ Chevrolet ได้ฉลองรถกระบะที่ผลิตมานานถึง 100 ปี และฉลองด้วยการเปิดตัว
Colorado มีรุ่นแต่งพิเศษออกมาขายในช่วง Motor Expo มาพร้อมกับโลโก้ Chevrolet ที่ออกแบบ
ในสไตล์รถที่ขายในอเมริกาในยุคนั้น ส่วน Trailblazer มีเฉพาะรุ่นพิเศษ Z71 ที่ตกแต่งด้วยสีดำ
ในจุดต่างๆรอบตัวรถ (ซึ่งมาแนวเดียวกันกับ Colorado High Country Storm)

ปีนี้มีอะไรบ้าง :

ในปีนี้เป็นปีที่ Chevrolet อาจจะไม่มีรถรุ่นใหม่วางขายในบ้านเรา อย่างมากสุดก็เป็นการปรับอุปกรณ์
ให้กับ Corolado และ Trailblazer เพื่อประคองยอดขายกันต่อไป เช่นเดียวกับ Captiva ที่อาจจะปรับ
Model Year เพื่อกระตุ้นตลาดต่อไป ส่วน Cruze เตรียมยุติการทำตลาดเร็วๆนี้


Ford
-Ranger Raptor
-Ranger/Everest MY2018

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
ในปี 2017 นั้นมีความเคลื่อนไหวแค่อัพเกรดชุดเครื่องเสียงให้กับ Ranger และ Everest และ
เพิ่มรุ่นเริ่มต้นให้กับ Focus ที่ตัดอุปกรณ์ไปเยอะพอสมควร (เพื่อทำราคาให้ถูกลง สำหรับคนที่
อยากได้เครื่อง Turbo แต่ไม่อยากได้ออปชั่นเพิ่มเติม)

ปีนี้มีอะไรบ้าง :

เริ่มจาก Ford Ranger Minor change ที่มีรูปหลุดออกมาให้เห็นกันมาแล้ว ซึ่งไม่ได้ปรับเยอะเหมือนกับ
รอบที่ผ่านมา หลักๆเปลี่ยนแค่กระจังหน้าที่เปลี่ยนเป็นเส้นแนวนอนคู่ และปรับรายละเอียดกันชนหน้า
เล็กๆน้อยๆ เสาอากาศที่ย้ายไปไว้ด้านหลัง ส่วนภายในยังไม่มีรายละเอียดในขณะนี้ สมรรถนะยังคง
ใช้เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร และ 3.2 ลิตรตามเดิม และ Ford เองก็ไม่ได้มีแค่นี้….

เพราะไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ Ranger Raptor ที่หลายๆคนได้ชมคลิปกันมาสักพักแล้ว การออกแบบภายนอก
จะทำให้ดูดุดันขึ้น ทั้งด้านหน้าที่เปลี่ยนจากรุ่นปกติชัดเจน ด้านท้ายที่เปลี่ยนพอสมควร ส่วนภายใน
มีการปรับมาตรวัดให้ดูเข้มขึ้น พร้อมโหมดการขับขี่ที่มีถึง 6 รูปแบบ

เริ่มจากโหมดการขับขี่ โดยคราวนี้จะมีถึงด้วยกัน 6 โหมดทั้งแบบธรรมดา Sport Weather ในทุกรุ่น
แต่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจะมีโหมด Mud/Sand,Rock/Gravel และ Baja เพิ่มเข้ามาอีกด้วย นอกจากนี้
มาตรวัดได้ย้ายวัดรอบจากที่เคยอยู่ในจอแสดงผลการขับขี่ MID มาไว้ที่ตรงกลางแทน

สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร EcoBlue TDCi 4 สูบที่มีให้เลือก 2 ความแรงคือ
แบบเทอร์โบเดี่ยว 190 แรงม้าและเทอร์โบคู่ 215 แรงม้าจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะทุกรุ่น
รวมถึงปรับช่วงล่างใหม่และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อให้รองรับการขับขี่ที่เน้นลุยมากขึ้น กำหนดการเปิดตัว
จะมีขึ้นในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ส่วน Everest อาจจะปรับอุปกรณ์ตามมาภายหลัง

ส่วนใครที่ติดตามข่าวรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่าง Focus และ Fiesta อาจจะมีข่าวร้าย เพราะปีนี้
Fiesta อาจจะทำตลาดเป็นปีสุดท้าย เนื่องจากยอดขายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาลดลงอย่างรวดเร็ว
(ผิดกับสมัยตอนเปิดตัวใหม่ๆที่ได้รับความนิยมมาก) ส่วน Focus อาจจะไม่มีการปรับตัวรถภายในปีนี้


Honda

เพิ่มสีแดงให้กัย Civic Hatchback,HR-V Minor change และ All New Accord

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
ในช่วงครึ่งเดือนแรก Honda แทบจะเปิดตัวรถกันทุกเดือน เริ่มจากเปิดตัว City
Minor change ในเดือนมกราคมที่ปรับด้านหน้าใหม่พร้อมไฟหน้าและไฟภายใน LED แถมยังขายใน
ราคาเดิม ในเดือนถัดมาก็ได้เปิดตัว Civic Hatchback ซึ่งมีเสียงตอบรับที่ดีเกินคาด ต่อมาก็เป็นคิวของ
All New CR-V ที่เพิ่มเบาะแถวที่ 3 และเครื่องยนต์ดีเซลจากโรงงาน Honda ประเทศไทยเป็นครั้งแรก
ในช่วงก่อนมอเตอร์โชว์ ทำให้มียอดขายเป็นอันดับ 1 แทบจะทุกเดือน

หลังจากนั้นก็จะเป็นการปรับโฉมของ Mobilio มินิแวนรุ่นเล็กที่ปรับหน้าตาภายนอกและลายล้อใหม่
แถมเปลี่ยนแผงคอนโซลหน้าใหม่ (ที่ยกชุดจาก BR-V และ Brio Minor change) และ Jazz
Minor change ที่ปรับด้านหน้ายกชุด ไฟหน้า LED พร้อมกับเปลี่ยนชื่อรุ่นท็อปเป็น RS
ในช่วงเดือนพฤษภาคม ก่อนที่จะเพิ่มสีแดงให้กับ Civic Sedan ในรุ่น RS และ EL

ปีนี้มีอะไรบ้าง :
เริ่มจาก Crossover ขวัญใจคนไทยอย่าง HR-V ที่มีรูปหลุดของเวอร์ชั่น Minor change
ออกมาให้เห็นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งตาดเดาได้ว่า ด้านหน้าจะไปในทางเดียวกันกับ City,Jazz และ Civic
ส่วนด้านท้ายอาจจะปรับจากรุ่นเดิมไม่มากนัก กำหนดการเปิดตัว อยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ (เป็นอย่างเร็ว)
(และอาจจะเป็นช่วงเดียวกันกับ Civic Hatchback ที่เพิ่มสีแดงมาให้ลูกค้าได้เลือกกันอีกด้วย)

ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ All New Accord ที่สลัดความหรูเหมือนกับคู่แข่งอย่าง Camry ทั้งการออกแบบภายนอก
ที่ดูโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม ภายในที่เรียบง่ายขึ้น สมรรถนะคาดว่า อาจจะยังคงเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร i-VTEC
ที่ขายกันมาตั้งแต่ปี 2005 แต่เครื่อง 2.4 ลิตรจะถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ Turbo ที่มีความเป็นไปได้ว่า
จะใช้ความจุ 2.0 ลิตรเหมือนเวอร์ชั่นอเมริกา คาดว่า จะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 เช่นเดียวกับ Camry


Isuzu

MU-X แผงคอนโซลหน้าใหม่มาแน่นอน แต่เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรจะมาทันไหม

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
เป็นอีกปีที่มีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการปรับโฉมถึง 2 รุ่นในตลาด โดยในช่วงต้นปีก็เป็นคิวของ
MU-X Minor change ที่ปรับหน้าตาใหม่ให้ดูหรูหราพอสมควร และช่วงปลายปีก็มีการปรับโฉม
D-MAX เป็นรอบที่ 2 ที่เน้นปรับด้านหน้าใหม่และตกแต่งภายในให้ดูหรูหราขึ้น

ปีนี้มีอะไรบ้าง :
เริ่มจาก D-Max ที่เตรียมเพิ่มเวอร์ชั่นตกแต่งพิเศษ X-Series มาเสริมในช่วงต้นปี 2018 และใครที่เห็น
แผงคอนโซลหน้าของ MU-X เวอร์ชั่นจีนที่มีการเปลี่ยนใหม่ยกแผงกันไปเรียบร้อยแล้วอยากจะให้มี
ในเวอร์ชั่นไทย เพราะรุ่นปรับอุปกรณ์ครั้งต่อไป จะได้ใช้อย่างแน่นอน ขณะเดียวกัน D-MAX ยังคงมี
รุ่นปรับอุปกรณ์ประจำปีเช่นเคย ซึ่งทั้งคู่จะมาช่วงไหนนั้น ยังไม่ทราบในขณะนี้


Mazda

Mazda 2 MY2018,CX-8 ?

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
ปีที่ผ่านมาถือว่า Mazda ได้ปรับอุปกรณ์พร้อมกับเปิดตัวรถรุ่นใหม่กันอย่างเต็มเหนี่ยว เริ่มจาก Mazda 3
Minor change ที่เลื่อนการเปิดตัวมาจากปลายปี 2016 ที่มาพร้อมกับ i-Activsense เต็มรูปแบบและ
ระบบควบคุมแรงบิด G-Vectoring Control หลังจากนั้นไม่นานก็มี Mazda 2 MY2017 ที่ปรับหน้าตา
ภายนอกเล็กน้อยทั้งชุดไฟตัดหมอก เสาอากาศครีบปลา ปรับโทนสีภายในพร้อมเพิ่มออปชั่นบางส่วน
รวมถึงติดตั้งระบบเตือนมุมอับด้านข้างเป็นครั้งแรกในรถ B-Segment (รวมถึง Eco Car)

เช่นเดียวกับ CX-3 ที่เพิ่มระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม ก่อนที่จะปิดท้ายด้วย All New Mazda CX-5
ที่พัฒนาตัวรถให้ดีขึ้นกว่าเดิมและจัดออปชั่นมาเยอะชนิดที่ว่า แทบจะยกเวอร์ชั่นต่างประเทศกันเลยทีเดียว

ปีนี้มีอะไรบ้าง :
แน่นอนว่าในเมื่อเปิดตัวกันเกือบจะครบทั้ง Line-Up แบบนี้ ทำให้ในปี 2018 ไม่มีรถรุ่นใหม่ใหม่เปิดตัว
แต่มีรุ่นปรับอุปกรณ์อย่างแน่นอน เริ่มจาก Mazda 2 ที่ปรับชุดเครื่องเสียงเป็นแบบ MZD Connect
และไฟหน้าอัตโนมัติในรุ่น High,เปลี่ยนไฟหน้าเป็นแบบ LED,ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
Cruise Control และที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติในรุ่น High Connect ส่วนรุ่น High Plus (ไม่ L) จะติดตั้ง
ระบบเตือนมุมอับด้านข้างและตอนถอยหลังมาให้ พร้อมกับเปลี่ยนสีแดงโทนใหม่เป็น Soul Red Crystal
แบบเดียวกับ CX-5 โฉมใหม่ โดยจะเริ่มวางขายในเร็วๆนี้

สำหรับใคนที่รอ CX-8 อาจจะมีข่าวดีคือ มีความเป็นไปได้ที่จะเตรียมทำตลาดในประเทศไทย
แต่จะอยู่ในช่วงปี 2019 ซึ่งในเวลานี้ ยังไม่สามารถให้คำตอบได้


MG

ปรับโฉม MG3,GS พร้อมแก้จุดด้อยจากรุ่นเดิมให้น่าใช้ขึ้น

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
ปีที่ผ่านมา MG ได้เปิดตัว ZS ในช่วงเดือนพฤศจิกายนเพียงรุ่นเดียวเท่านั้นพร้อมกับชูจุดเด่นที่
ระบบสั่งงานด้วยเสียง i-Smart (ที่พัฒนาต่อจากระบบ Inkanet) จนเกิดคำติดปากว่า “Hello MG”
กันอย่างแพร่หลาย

ปีนี้มีอะไรบ้าง :
เริ่มจาก Compact Car รุ่นขายดีอย่าง MG3 Minor change ที่เปลี่ยนหน้าใหม่ให้มาแนวเดียวกับกับ ZS
ส่วนภายในเปลี่ยนแผงคอนโซลหน้าใหม่ยกชุด โดยเพิ่มจอแสดงผลตรงกลาง (และคาดว่าจะติดตั้งระบบ
i-Smart และ Apple Carplay เช่นเดียวกับรุ่น ZS) เช่นเดียวกับแผงควบคุมระบบปรับอากาศและพวงมาลัย
ดีไซน์ใหม่ที่ดูน่าใช้ขึ้น ส่วนเครื่องยนต์อาจจะใช้เครื่องเดิม แต่พร้อมถอดเกียร์กึ่งอัตโนมัติ Selematic ออกไป
แล้วแทนที่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะแทน ซึ่งกำหนดการเปิดตัวอาจจะอยู่ในช่วงก่อนงานมอเตอร์โชว์

ต่อมาเป็น SUV ขนาดใหญ่อย่าง GS ที่ปรับโฉมไปแล้วเมื่อปลายปี 2016 (แถมเป็นจังหวะเดียวกันกับ MG GS
1.5 ลิตรออกสู่ตลาดในไทยอีกด้วย) หน้าตาภายนอกปรับที่กระจังหน้าที่ดูดีขึ้นกันชนหน้าและหลังที่มีช่องใหญ่ขึ้น
และตกแต่งลวดลายให้ดูดุขึ้นอีกนิด ภายในที่ออกแบบใหม่เกือบจะทั้งหมด รวมถึงออกแบบสวิตซ์ที่ใช้งานง่ายขึ้น
ซึ่งจะเปิดตัวเร็วสุดในงาน Motor Show 2018


Mitsubishi

-Xpander
-Triton MY2018

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
ในปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ Mitsubishi ปรับอุปกรณ์กันครบทุกรุ่น เริ่มจาก Pajero Sport
ที่ปรับออปชั่นในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อให้ทัดเทียมกับรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ รวมถึงออปชั่นในรุ่นเริ่มต้นให้
น่าใช้ยิ่งขึ้น พอถึงช่วงเดือนมิถุนายนก็เป็นคิวของคู่หู Eco Car อย่าง Mirage และ Attrage ที่ให้
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control,ชุดเครื่องเสียง Apple Carplay และปรับการออกแบบ
ด้านท้ายของ Attrage ให้เหมือนกับเวอร์ชั่นอเมริกา ส่วน Mirage ได้เพิ่มเบาะหนังและไฟส่องสว่าง
เวลากลางวัน (Daytime Running Light) ก่อนที่จะปิดท้ายด้วย Triton Athlete ที่ตกแต่งให้ดุดันขึ้น

ปีนี้มีอะไรบ้าง :
ในปีนี้จะมี Crossover รุ่นเล็กอย่าง Xpander ที่เลื่อนการเปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปี
(เพราะตลาดอินโดนิเซียมีความต้องการสูงจนต้องผลิตให้กับลูกค้าในประเทศก่อน) หน้าตาภายนอก
มาในสไตล์ Dynamic Shield พร้อมโคมไฟหน้าที่แยกกับไฟหรี่มาอยู่ในแนวเดียวกับกระจังหน้า
ไฟท้ายที่ลากขึ้นไปด้านบน รวมถึงภายในที่แอบล้ำพอสมควร เครื่องยนต์มาเป็นแบบเบนซิน 1.5 ลิตร
104 แรงม้าแรงบิด 141 นิวตัน-เมตรจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ กำหนดการเปิดตัวอยู่
ภายในปี 2018 แต่อยู่ช่วงเวลาไหนต้องคอยติดตามชม

สำหรับรุ่นปรับอุปการณ์อย่าง Triton ยังคงมีอยู่เช่นเคย เช่นเดียวกับรุ่นที่เหลือในตลาดทั้ง
Pajero Sport,Attrage และ Mirage แต่จะให้อะไรมานั้น ยังไม่มีข้อมูลในขณะนี้


Nissan

เปิดตัวรถพลังงานทางเลือก Leaf พร้อม Terra (PPV น้องใหม่),ปรับโฉม Teana
และ X-Trail และเสริม รุ่นย่อยให้กับ Note

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
ปีที่ผ่านมาถือว่าเงียบเหงาที่สุดสำหรับค่ายนี้ เพราะเปิดตัวรถใหม่แค่ Note ในเดือนมกราคมเท่านั้น
แม้จะให้ออปชั่นมาเยอะแค่ไหน แต่เครื่องยนต์ยังใช้ตัวเดียวกับ March และ Almera ทำให้หลายๆคน
รับกับอัตราเร่งไม่ได้ ยอดขายเลยไม่เปรี้ยงอย่างที่คิด นอกนั้นก็จะมีทั้ง Navara เพิ่มรุ่นพิเศษ Black Edition
ที่ตกแต่งสีดำตามจุดต่างๆในเดือนมีนาคม และเพิ่มกล้องมองหลังกับถุงลมนิรภัย 7 ลูกในช่วง Motor Expo
Sylphy ที่ปรับกันชนหน้าในบางรุ่น พร้อมส่งท้ายปีด้วย NV350 Urvan Minor change ที่ออกแบบด้านหน้าใหม่
เปลี่ยนไฟหน้าแบบ LED และตัดรุ่นเกียร์อัตโนมัติออก

ปีนี้มีอะไรบ้าง :
เริ่มกันที่ตลาด Eco Car ก่อน เริ่มจากปี 2018 เป็นปีที่ March จะยุติการทำตลาด เพื่อดันให้ Note
มารับช่วงต่อแทน โดยมีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่อย่างรุ่น เช่น E ที่ตัดออปชั่นไปจากรุ่น V เพื่อทำราคา
ให้ถูกลง และรุ่น e-Powerที่เคยมาโชว์ตัวในงาน Motor Expo 2017 ที่เพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง
95 แรงม้าเข้าไป ทำให้มีกำลังรวม 109 แรงม้า แรงบิดรวม 254 นิวตัน-เมตร ซึ่งสเปคบ้านเราจะ
เหมือนกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นหรือไม่ยังฟันธงไม่ได้ ณ เวลานี้

ต่อมาจะเปิดตัว Teana รุ่นปรับโฉมที่หลายๆคนรอกันมานานพอสมควร หน้าตาอ้างอิงจาก Altima
เวอร์ชั่นอเมริกาเหนือที่เปลี่ยนทั้งไฟหน้าพร้อมไฟหรี่ทรงบูมเมอแรง กระจังหน้า กันชนหน้า และ
ไฟท้ายใหม่ ภายในที่เสริมรายละเอียดเล็กน้อย คาดว่าเปิดตัวในช่วงก่อน Motor Show 2018
ซึ่งต้องวัดดวงกันว่า ยอดขายจะดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาหรือไม่ (ในท่ามกลางความต้องการรถ Crossover
เยอะขึ้น และค่ายคู่แข่งที่ออกแบบไม่เน้นความหรูหราเหมือนที่ผ่านมา)

ขณะเดียวกัน X-Trail ก็จะต้องปรับโฉมเหมือนกัน หน้าตาจะปรับที่ไฟหน้าที่เพิ่มรอยหยักเข้ามา
กระจังหน้า V-Motion แบบใหม่ ไฟท้ายที่ดูเข้มกว่าเดิม ภายในที่เปลี่ยนพวงมาลัยใหม่
(แบบเดียวกับ Nissan Note) สมรรถนะมีทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 และ 2.5 ลิตรและ 2.0 ลิตร
Hybrid กำหนดการเปิดตัวจะอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้

ส่วนใครที่รอคอย Navara เวอร์ชั่น PPV ใหม่นั้น อาจจะมาขายในประเทศไทยในปีนี้แน่นอน ซึ่งหน้าตา
จะยกมาจาก Terra ที่มีภาพหลุดออกมาในประเทศจีน รายละเอียดจะปรับที่ไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า
ที่แตกต่างกันเล็กน้อย ด้านท้ายที่เน้นความเรียบหรู ส่วนภายในแทบบไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมมากนัก
สมรรถนะอาจจะยกเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร เหมือนกับ Navara แต่จะปรับความแรงเป็นแบบไหน
ยังบอกไม่ได้ในขณะนี้

และมาถึงไฮไลต์สำคัญด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Leaf หลังจากที่เผยโฉมให้ชาวไทยได้เห็นกันไปแล้ว
คราวนี้ก็พร้อมที่จะจำหน่าอย่างเป็นทางการเสียที หน้าตาและเสปคคร่าวๆอาจจะไม่ต่างเวอร์ชั่นญี่ปุ่น
ซึ่งจะใช้แบตเตอรี่ที่มีแรงดัน 350 โวลต์ 40 กิโลวัตต์ พร้อมแบตเตอรี่แบบ EM57 ที่มีกำลังสูงสุด
150 แรงม้า แรงบิด 320 นิวตัน-เมตร ออปชั่นต่างๆอย่างคันเร่งแบบ e-Pedal ที่ควบคุมได้ทั้ง
เบรกและเร่งในแป้นคันเร่งเดียว ระบบช่วยการขับ Pro-Pilot ทั้งแบบขับทางตรง และถอยจอดโดย
การกดปุ่ม(ค้าง)เพียงปุ่มเดียว อาจจะติดตั้งมาให้เช่นกัน กำหนดการเปิดตัวอยู่ในช่วงไตรมาส 3
เช่นเดียวกับ X-Trail


Subaru

ปรับโฉม 3 รุ่นรวด Levorg,WRX และ Outback

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
ในปีที่ผ่านมาก็มีการเปิดตัวถึง 3 รุ่นด้วยกัน เริ่มจาก Forester 2.0 i-S ที่เสริมหน้าตาให้สปอร์ตขึ้นนิดหน่อย
BRZ Minor change ที่ปรับกันชนหน้าและรายละเอียดภายใน และรถยนต์ขวัญใจชาวไทยอย่าง Subaru XV
ก็ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมด้วนเช่นกัน ซึ่งมาพร้อมกับ Subaru Global Platform เป็นรุ่นแรกในไทย

ปีนี้มีอะไรบ้าง :
ปีนี้ Subaru จะปรับโฉมรถอยู่ด้วยกันถึง 3 รุ่น นั่นคือ WRX และ Levorg ที่ปรับกันชนหน้าใหม่
ภายในที่ปรับรายละเอียดเล็กน้อย (ณ เวลาที่เขียบบทความ ทาง Motor Image ได้ทยอยเปิดตัว
รุ่น Minor change ของทั้ง 2 รุ่นในหลายๆประเทศ) รวมถึง Outback ที่คาดว่าจะติดตั้งระบบ
ความปลอดภัยอัจฉริยะ Eyesight ซึ่งทั้ง 3 รุ่นจะเข้ามาช่วงไหน ต้องรอลุ้นกันต่อไป


Suzuki

All New Swift มาแน่นอน และอาจจะตามาด้วย All New Ertiga

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
เป็นปีที่เน้นปรับอุปกรณ์รถเป็นหลัก เริ่มจาก Swift รุ่นพิเศษ ประจำปีอย่าง RX II สำหรับใครที่อยากได้
หน้าตาแบบ Swift Sai แต่เสียดายไฟหน้า และไฟท้ายแบบ RX I และ Ciaz ที่เพิ่มช่องแอร์และ
ช่องเสียบไฟสำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบเงียบๆ

ปีนี้มีอะไรบ้าง :
สำหรับปีนี้ รถที่จะเปิดตัวแน่นอนมีแค่ All New Swift ที่มีรูปรถทดสอบมาให้เห็นอยู่เรื่อยๆ
หน้าตาภายนอกจะนำเส้นสายของ Swift รุ่นปี 2004-2011 มาปรับเส้นสายให้ทันสมัยขึ้น
ภายในที่ดูใช้งานง่ายกว่าเดิม สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร Booster Jet ที่มีกำลัง
91 แรงม้า แรงบิด 118 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT (ส่วนเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ
ยังมีให้เลือกเช่นเคย) และสร้างบน Platform ใหม่อย่าง HEARTECT พร้อมกับระบบความปลอดภัย
ที่ติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว ESP เป็นครั้งแรกของ Suzuki ที่ประกอบในบ้านเรา
กำหนดการเปิดตัวจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2018

(ภาพจาก indianautosblog)

ต่อมาเป็นเวอร์ชั่น 7 ที่นั่งอย่าง Ertiga ที่ตามมาติดๆ พร้อมกับการออกแบบที่ทันสมัยขึ้นพร้อมกับไฟหน้า
และไฟท้าย LED ส่วนภายในอาจจะตกแต่งให้แตกต่างขึ้นเล็กน้อย และแน่นอนว่างานวิศวกรรมยังคงใช้
พื้นฐานเดียวกับ Swift ที่สร้างบนพื้นฐานใหม่ HEARTECT ส่วนเครื่องยนต์ในตลาดอินเดียจะมี
เครื่องยนต์ดีเซล 1.5 ลิตรใหม่ ส่วนเครื่องยนต์เบนซินยังไม่มีข้อมูลออกมา (แต่คาดว่าจะใช้เครื่องยนต์
1.4 ลิตร พร้อมระบบ Dual Jet) กำหนดการเปิดตัวอยู่ในช่วงครึ่งปีหลัง


Toyota

ต้อนรับ TNGA Platform ด้วย C-HR และ All New Camry พร้อมปรับโฉม Alphard/Vellfire ใหม่

ภาพรวมปีที่ผ่านมา :
เปิดประเดิมปี 2017 ด้วยการเปิดตัว Toyota Vios Minor change ในช่วงปลายเดือนมกราคม
ที่มีการออกแบบทั้งคันเหมือนกับเวอร์ชั่นจีนทุกจุด (และเป็นประเทศเดียวที่ได้ใช้หน้าตาแบบนี้
นอกเหนือจากประเทศจีน) ทว่า ราคาที่เปิดมาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับออปชั่นที่ให้มาน้อยกว่า
คู่แข่งในตลาด ทำให้ยอดขายของรุ่นนี้ ค่อนข้างน้อยตามที่ตั้งใจเอาไว้

เพราะ Toyota จะดันให้ Yaris Ativ ที่เปิดตัวในเดือนสิงหาคมมารับช่วงต่อแทน โดยตัวรถ
มีปรับปรุงจาก Vios ในหลายๆจุดรวมทั้งติดตั้งถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งเป็นรายแรกในกลุ่ม
Eco Car บ้านเรา หลังจากนั้นก็เปิดตัว Yaris Big Minor change ในเดือนกันยายนที่มี
การออกแบบเหมือนกับ Ativ แต่ปรับด้านท้ายและเพิ่มสีสดๆเข้าไป

นอกจากนี้ยังมีการปรับอุปกรณ์ในหลายๆรุ่น เช่น Fortuner ที่มาพร้อมกับดิสก์เบรก 4 ล้อ(เสียที)
Camry ที่เปลี่ยนภายในเป็นสีน้ำตาล พร้อมพวงมาลัยแบบ 3 ก้านและรุ่น Extremo ใหม่เพื่อส่งท้าย
ตัวถังปัจจุบัน ปิดท้ายด้วย Hilux Revo ที่เปลี่ยนหน้าใหม่เฉพาะรุ่นยกสูง เพิ่มออปชั่นตัวเริ่มต้น
ให้น่าใช้ขึ้น และรุ่นตกแต่งพิเศษ Rocco

ปีนี้มีอะไรบ้าง :
ในปี 2018 นี้ Toyota เตรียมโปรโมท Platform ใหม่อย่าง TNGA กันเต็มที่
เริ่มจาก Crossover ขนาดเล็กอย่าง C-HR ที่หลายๆคนได้สัมผัสตัวจริงกันในงาน Motor Expo
ที่ผ่านมา การออกแบบภายนอกจะได้รายละเอียดเหมือนของเวอร์ชั่นต่างประเทศ เช่น ไฟหน้า
และไฟท้ายแบบ Full LED (ในรุ่น Hybrid),ภายในมาพร้อมกับชุดเครื่องเสียงที่ติดตั้งระบบ
Telematics และติดตั้งชุดระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense P

เครื่องยนต์ที่มีแค่ขนาด 1.8 ลิตร แต่จะแบ่งเป็นแบบเบนซินธรรมดา Dual VVT-i ที่มีกำลัง 147 แรงม้า
แรงบิด 177 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i ที่ล็อกอัตราทด 7 จังหวะและเครื่องยนต์
Hybrid ที่มีกำลัง 98 แรงม้า แรงบิด 142 นิวตัน-เมตร (มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 72 แรงม้า แรงบิด
163 นิวตัน-เมตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT ซึ่งแต่ละเครื่องยนต์จะมีให้เลือกอย่างละ 2 รุ่นย่อย
(รวมเป็น 4 รุ่นย่อย) สนนราคาอยู่ที่ 9XX,000 บาทไปจนถึง 1,1XX,000 บาท

ต่อมาเป็นคิวของรถซีดานขนาดกลาง D-Segment อย่าง All New Camry ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์จากแนวหรู
มาเป็นแบบสปอร์ตเต็มตัว หน้าตาภายนอกเหมือนกับ Camry ที่วางขายในอเมริกา ญี่ปุ่น จีน และออสเตรเลีย
แต่ด้านหน้าต้องคอยลุ้นกันว่า จะได้ใช้หน้าตาแบบธรรมดา หรือแบบแต่งสปอร์ตที่มีการออกแบบกันชนหน้า
ให้มีช่องแยกออกมา ส่วนภายในได้ออกแบบแผงคอนโซลหน้าใหม่ที่มีเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์

สมรรถนะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร D4-S ที่ปรับจูนเครื่องยนต์ใหม่ให้มีกำลัง 169 แรงม้า แรงบิด
199 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ และเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตรใหม่เป็นแบบ
Dynamics Force ที่มีกำลัง 178 แรงม้า แรงบิด 221 นิวตัน-เมตร (มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 120 แรงม้า
แรงบิด 202 นิวตัน-เมตร ) จับคู่กับระบบส่งกำลัง ECVT  กำหนดการเปิดตัวอยู่ที่ในช่วงไตรมาส 3

ปิดท้ายด้วยรถตู้หรู Alphard และ Vellfire ที่พึ่งปรับโฉมจากญี่ปุ่นไม่นานนัก หน้าตาจะเหมือนกับเวอร์ชั่นปกติ
ของญี่ปุ่นที่ปรับรายละเอียดด้านหน้าและด้านท้ายใหม่ รวมถึงภายในที่ปรับลายไม้เล็กน้อย สมรรถนะจะมีการ
เปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติจาก 6 จังหวะมาเป็น 8 จังหวะ Direct Shift เฉพาะเครื่องยนต์ 3.5 ลิตรเท่านั้น
(ส่วนเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรทั้งแบบธรรมดาและไฮบริดจะยังไม่เปลี่ยนแปลง) ส่วนระบบความปลอดภัย
จะติดตั้ง Toyota Safety Sense P มาให้หรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป


และนี่คือ สรุปรถของภายในปี 2018 ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง
ซึ่งทางเราจะทยอยอัพเดตข้อมูลกันเรื่อยๆครับ

Comments
Loading...