Mitsubishi Mirage MY2018 : ปรับอุปกรณ์”อีกรอบ” เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก

123

เป็นปกติของ Mitsubishi ที่จะต้องปรับอุปกรณ์ให้รถในค่ายตัวเองทุกปี และมารอบนี้ก็ยังปรับ
ออปชั่นให้กับ Mirage อีกรอบ คราวนี้จะเน้นไปที่ข้าวของภายในเป็นหลัก รวมถึงเติมออปชั่น
ในรุ่นรองลงมาให้ครบครันมากขึ้น

แม้ว่าหน้าตาภายนอกเหมือนรุ่นเดิมที่ใช้กันมาตั้งแต่ปลายปี 2015 ไมว่าจะเป็นไฟหน้า Bi-Xenen
โคมโปรเจคเตอร์,กระจังหน้าบานเกล็ด,กันชนหน้าตกแต่งด้วยไฟตัดหมอกหน้าและเส้นโครเมียม
ที่มีไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Running Light ซ่อนอยู่ ด้านข้างมาพร้อมกับล้ออัลลอย
สไตล์หรูขนาด 15 นิ้ว และไฟท้าย LED พร้อมกันชนหลังใหม่

แต่จุดที่ปรับจริงๆคือภายใน คราวนี้ได้เติมออปชั่นที่ขาดหายไปไม่ว่าจะเป็น

  • ที่พักแขนบริเวณเบาะคนขับ (เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติ)
  • เพิ่มกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น GLS Limited)
  • เพิ่มไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น GLS Limited)
  • มือจับด้านหลังพับเก็บได้
  • เข็มขัดนิรภัยปรับสูง/ต่ำได้
  • เพิ่มกระจกแต่งหน้าบนแผงบังแดดคู่หน้า
  • เพิ่มช่องเก็บของหลังเบาะคู่หน้า

สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร MIVEC 3 สูบ 12 วาล์วมีกำลัง 78 แรงม้า
แรงบิด 100 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและอัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมันถึง E20

ความปลอดภัยมาพร้อมกับออปชั่นดังนี้

  • ระบบเบรก ABS/EBD/BD
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ASTC/TCS
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า

Mitsubishi Mirage MY2018 เริ่มทำตลาดแล้ววันนี้ ราคาเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 10,000 – 13,000 บาท
มีสีให้เลือกถึง 6 สีเช่นเคย ใครสนใจสามารถชมตัวเป็นๆได้ที่โชว์รูม Mitsubishi ทั่วประเทศ


Timeline ของ Mitsubishi Mirage ในประเทศไทย

มีนาคม 2012 : เปิดตัวโฉมใหม่

มีนาคม 2013 : เพิ่มรุ่นพิเศษ Bloom Edition

  • พื้นฐานจากรุ่น GLS Limited
  • สีพิเศษเฉพาะรุ่น : ชมพูอมม่วง Blossom Pink
  • ปรับลายผ้าเบาะให้ดีขึ้น

กุมภาพันธ์ 2014 : เพิ่มรุ่นตกแต่งพิเศษลาย Hello Kitty

สิงหาคม 2014 : ปรับอุปกรณ์รอบแรก

  • เพิ่มไฟเลี้ยวในกระจกมองข้าง
  • ล้ออัลลอยขยายขนาดเป็น 15 นิ้ว
  • เพิ่มเหล็กกันโคลงหน้า
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง พร้อมเพิ่มปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • เพิ่มชุดเครื่องเสียงใหม่
  • เสาอากาศย้ายมาไว้ด้านหลังบริเวณหลังคา
  • เพิ่มสีตัวถังใหม่ ชมพูอมม่วง Blossom Pink ในรุ่นปกติ
  • ตัดสีเขียว Pop Green Metallic ออกไป

ธันวาคม 2015 – Minorchange

  • ไฟหน้าเป็นแบบ Projector แบบ Bi-Xenon (ในรุ่น GLS,GLS Limited)
  • กระจังหน้าแบบบานเกล็ด
  • กันชนหน้าตกแต่งด้วยโครเมียม
  • ล้ออัลลอยลายใหม่ (ในรุ่น GLS,GLS Limited)
  • ไฟท้าย LED
  • กันชนหลังใหม่
  • มาตรวัดออกแบบใหมแบบ Semi Hi-Contrast
  • เพิ่มระบบเตือนการชนด้านหน้า FCM-LS (ในรุ่น GLS,GLS Limited)
  • เพิ่มระบบตัดกำลังเครื่องยนตืขณะเหยียบคันเร่งรุนแรง (ในรุ่น GLS,GLS Limited)
  • เพิ่มระบบควบคุมการทรงตัว ASTC และระบบป้องกันรถลื่นไถล
  • เปลี่ยนขุดเครื่องเสียงเป็นแบบ 2DIN จอสัมผัส (ยกเว้นรุ่น GL)
  • เพิ่มปุ่มควบคุมโทรศัพท์บนพวงมาลัย (ในรุ่น GLX และ GLS)
  • เพิ่มสีใหม่ส้ม Sunrise Orange
  • ตัดสีชมพูอมม่วง Blossom Pink,สีเหลือง Lemonade Yellow ออกไป
  • เปลี่ยนโทนสีใหม่ แดง Red Metalic -> Wine Red,สีเทา Eisen Gray -> Titanium Gray

พฤษภาคม 2017 – ปรับอุปกรณ์

  • ตัดรุ่น GL
  • เพิ่มไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED ทุกรุ่น
  • เพิ่มเบาะหนัง
  • เพิ่มหัวเกียร์หุ้มหนัง (ในรุ่น GLS Limited)
  • เพิ่มพนักพิงศรีษะแถวที่ 3 และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX บริเวณเบาะหลัง
  • เพิ่มไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ
  • ชุดเครื่องเสียงรองรับ Apple Carplay (ในรุ่น GLS Limited)
  • เพิ่มปุ่มควบคุมโทรศัพท์บนพวงมาลัย (ในรุ่น GLS Limited)

มีนาคม 2018 – เพิ่มรุ่นพิเศษ Limited Edition

  • กระจกมองข้าง สปอยเลอร์หลัง และหลังคากับส่วนบนของตัวถังเป็นสีดำ
  • ล้ออัลลอยรมดำ
  • เบาะผ้าทูโทนสีดำ/แดง
  • พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้นมหนังตะเข็บสีแดง
  • มือจับบนหลังคาแบบพับเก็บได้ 3 จุด
  • แผงบังแดดคู่หน้าพร้อมกระจก
  • สีพิเศษเฉพาะรุ่น : สีแดง Red Metallic
Comments
Loading...