MG3 Minorchage : ปรับโฉมชุดใหญ่ พร้อมขุมพลังใหม่

162

MG3 เปิดในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2015 นับเป็นรถยนต์ที่สร้างชื่อให้กับ MG เป็นอย่างมาก
ส่วนนึงที่ทำให้รถยนต์รุ่นนี้ขายดีคือการจัดออฟชั่นที่ถือว่าเหนือกว่าคู่แข่งในตลาด แต่ราคาเอือมถึง
ผ่านมาแล้ว 3 ปี ถึงเวลาแต่งหน้าทาปากครั้งใหญ่ เพิ่มความสดใสและกระตุ้นตลาดให้กับ MG
หลังจากที่เปิดตัว ZS เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2017

ความเปลี่ยนแปลงของ MG3 Minorchage ภายนอกมีดังนี้
-กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ได้แรงบันดาลใจมาจาก MG E-Motion
-ไฟหน้า Projector พร้อม LED Daytime Running Light มีระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ
-กันชนหน้าดีไซน์ใหม่
-ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว ลายใหม่
-ไฟท้ายแบบ LED Light Guide
-สเกิร์ตข้างสีทูโทน
-ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าและหลัง

 

ภายในห้องโดยสารของ All New MG3 ได้ปรับปรุงใหม่ รายละเอียดมีดังนี้
-คอนโซลหน้าดีไซน์ใหม่หมด ตั้งแต่ด้วยโทนสีดำ
-วัสดุแบบผ้าสลับหนังลายโมเดิร์นกราฟิก
-พวงมาลัยหุ้มหนัง 3 ก้านดีไซนใหม่ พร้อมควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับ – วางสายโทรศัพท์
-เบาะนั่งด้านหลังพับแยกส่วนได้ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
-เบาะคนขับปรับ 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับ 4 ทิศทาง
-หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ Multi-Function Display
-กระจกไฟฟ้า One-Touch Down ด้านคนขับ และกระจกมองหลังตัดแสง
-ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
-ช่องจ่ายไฟสำรอง 12 โวลต์ และไฟส่องแผนที่
-กุญแจรีโมท



-ลำโพง 6 ตัว (รุ่น X และ V) และลำโพง 4 ตัว (รุ่น D)
-หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว (เฉพาะรุ่น X และ V)
-ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth และช่องเชื่อมต่อ USB
-แผงบังแดดด้านหน้า
-ไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย
-ระบบ i-Smart สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทย และระบบคลังเพลงออนไลน์ trueid music
-หลังคา Sunroof ปรับไฟฟ้า

ขุมพลังและระบบส่งกำลัง
ไฮไลท์สำคัญของ MG3 Minorchange คือการเปลี่ยนเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังใหม่
เพื่อให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีและนุ่มนวลขึ้น รายละเอียดมีดังนี้

เครื่องยนต์เบนซิน 1,500 ซีซี รหัส 15S4C 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VTi – TECH กำลังสูงสุด 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที รองรับน้ำมันสูงสุด E85
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อม Manual Mode

ส่วนความปลอดภัยยังมีเหมือนเดิม ได้แก่
-ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
-ระบบกระจายแรงเบรก EBD
-ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA
-ระบบควบคุมการทรงตัว SCS
-ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC
-ระบบป้องกันลื่นไถล TCS
-ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS
-ระบบป้องกันลื่นไถล เมื่อลดเกียร์ต่ำฉับพลัน MSR
-ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ Dual SRS
-FOLLOW ME HOME LIGHTไฟส่องสว่างนำทางหลังจากเครื่องยนต์
-ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock)
-จุดยึดเบาะที่นั่งเด็ก ISOFIX
-เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
-เข็ดขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
-กล้องมองหลัง (เฉพาะรุ่น X และ V)
-สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง (ยกเว้น รุ่น C)
-ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
-ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน

ราคาและรุ่นย่อย
-1.5 V 4AT Sunroof 629,000 บาท
-1.5 X 4AT Sunroof 589,000 บาท
-1.5 D 4AT 549,000 บาท
-1.5 C 4AT 519,000 บาท

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี  คือ
-สีเหลืองหลังคาดำ Tudor Yellow – Blacktop
-สีแดงหลังคาดำ Ruby Red – Black Top
-สีฟ้าหลังคาขาว Marina Blue – White Top
-สีขาว Arctic White
-สีดำ Black Knight

สามารถสัมผัสตัวจริงได้ที่โชว์รูม MG ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
และงาน Fast Auto Show 2018 วันที่ 27 มิ.ย. – 1 ก.ค.61 ที่ไบเทค บางนา

Comments
Loading...