Honda HR-V Minorchange | ปรับโฉมครั้งแรกในรอบ 4 ปี พร้อมระบบความปลอดภัยใหม่

496

ตั้งแต่ Honda HR-V เปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2014 ก็มียอดขายมากกว่า 62,000 คัน
ทำให้ยอดขาย Juke และ Ecosport หลังจากนั้นลดลงไปในพริบตา ต่อให้ CX-3 มาทำตลาด
ก็ยังขายสู้ไม่ได้ ทว่า การมาถึงของ Toyota C-HR และ MG ZS ทำให้ยอดขายกลับลดลงไปตาม
อายุตลาดที่เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการแก้เกม จึงต้องปรับโฉมเพื่อกระตุ้นตลาดอีกครั้ง 

ล่าสุดวันนี้ (15 มิ.ย.61) Honda Automobile Thailand ได้ส่งข้อมูลและรายละเอียดของ
Honda HR-V Minorchange ให้กับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการแล้ว เบื้องต้นจะเริ่มเปิดจองให้กับ
ผู้ที่สนใจได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปและจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Fast Auto Show 2018
วันที่ 27 มิ.ย.61 ที่ไบเทค บางนา ก่อนที่จะขึ้นโชว์รูมทั่วประเทศ ในวันที่ 8 กรกฎาคม เป็นต้นไป

ความเปลี่ยนแปลงของ New Honda HR-V ภายนอกมีดังนี้
-กระจังหน้าดีไซน์ใหม่
-ไฟหน้าแบบ Full LED พร้อม Daytime Running Light
-ไฟตัดหมอก LED

เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ RS การตกแต่งมีดังนี้
-กันชนหน้า-หลังสไตล์สปอร์ต
-กระจังหน้าดีไซน์ใหม่โครเมียมรมดำแบบสปอร์ต
-ชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ต
-มือจับเปิดประตูด้านหน้าแบบโครเมียมรมดำ
-กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต
-ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วแบบสปอร์ต
-สัญลักษณ์ RS บนฝากระโปรงท้าย




ภายในห้องโดยสารของ New Honda HR-V ได้ปรับปรุงใหม่ รายละเอียดมีดังนี้
-ชุดเครื่องเสียงพร้อมจอแสดงผลแบบ Touch Screen ขนาด 7 นิ้ว วิทยุ CD MP3
รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB,HDMI,Bluetooth และ Smart Phone
-แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต (รุ่น RS)

นอกนั้นยังคงเหมือนเดิม
-กุญแจแบบ Honda Smart Key System พร้อมปุ่ม Push Start
-มาตรวัดเรืองแสงปรับเปลี่ยนได้ 7 สี พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (Multi Information Display)
-ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพรอ้ มแผงควบคุมแบบสัมผัส
-วัสดุตกแต่งคอนโซลแบบโครเมียม และ Piano Black
-พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง หุ้มหนังแบบสปอร์ต
-สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มควบคุมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนพวงมาลัย
-ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)
-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System)
-กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ
-กระจกไฟฟ้าปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ
-เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง (Power seat)
-เบาะแถวหลังพับแบบ 60:40 สามารถปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ คือ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode
-ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold
-หลังคาแก้วแบบ Panoramic Sunroof


ขุมพลังและระบบส่งกำลัง
ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1,800 ซีซี รหัส R18Z1 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
พร้อมระบบวาล์วแปรผัน I-VTEC กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที
แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT
รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง เบนซิน 91/95 ,E10 , E20 ,E85 พร้อมโหมดการขับขี่แบบประหยัด ECON


ระบบความปลอดภัยได้เพิ่มมาอีก 3 ระบบได้แก่ 
-ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
-ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System)
-ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

ส่วนความปลอดภัยขั้นพื้นฐานยังมีเหมือนเดิม ได้แก่
-ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
-ระบบกระจายแรงเบรก EBD
-ระบบควบคุมการทรงตัว VSA
-ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
-ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง : ด้านหน้า 2 จุด / ด้านข้าง 2 จุด / ม่านนิรภัย 2 จุด
-กล้องมองหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ

ราคาและรุ่นย่อย
-RS ราคา 1,119,000 บาท 
-EL ราคา 1,059,000 บาท  
-E ราคา 949,000 บาท

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี  คือ
-สีแดงมุกแพสชั่น (สีใหม่)
-สีมุกขาวออร์คิด
-สีดำมุกคริสตัล
-สีเงินเมทัลลิกลูนาร์
-สีเทาเมทัลลิกรูสแบล็ค

สามารถสัมผัสตัวจริงก่อนใครได้ในงาน Fast Auto Show 2018 วันที่ 27 มิ.ย. – 1 ก.ค.61
ที่ไบเทค บางนา
หรืองาน Bangkok International Auto Salon วันที่ 4-8 ก.ค.61
ที่ อิมแพ็คชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี 
และขึ้นโชว์รูมทั่วประเทศ ในวันที่ 8 กรกฎาคม เป็นต้นไป

Comments
Loading...