Ford Ranger Raptor เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 7 กุมภาพันธ์ 2561

209

หลังจากเราได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ Ford Ranger Raptor เมื่อกลางเดือนธันวาคม 2017 ที่ผ่านมา
ล่าสุดมีการยืนยันแล้วว่า”เตรียมเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2018″

สำหรับ Ford Ranger Raptor เป็นรถกระบะที่ถูกพัฒนาโดย Ford Performance กระนั้นไม่มีเพียง
มีแค่ชุดตกแต่งภายนอก/ภายในเท่านั้น ยังได้ปรับแต่งสมรรถนะให้มีแรงมากขึ้นและโหมดกระขับขี่ที่เพิ่มมากขึ้น


เริ่มจากโหมดการขับขี่ โดยคราวนี้จะมีถึงด้วยกัน 6 โหมดทั้งแบบธรรมดา Sport Weather ในทุกรุ่น
แต่รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจะมีโหมด Mud/Sand,Rock/Gravel และ Baja เพิ่มเข้ามาอีกด้วย นอกจากนี้
มาตรวัดได้ย้ายวัดรอบจากที่เคยอยู่ในจอแสดงผลการขับขี่ MID มาไว้ที่ตรงกลางแทน

ส่วนเครื่องยนต์คาดว่าจะมาพร้อมกับ 2.0 ลิตร EcoBlue TDCi 4 สูบที่มีให้เลือก 2 แบบคือเทอร์โบเดี่ยว
190 แรงม้าและเทอร์โบคู่ 215 แรงม้าจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะทุกรุ่น นอกนั้นจะมีการ
ปรับช่วงล่างใหม่ รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Ford Ranger ได้เผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2011 และเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
ในช่วงพฤศจิกายน 2011 โดยจุดเด่นในตอนนั้นคือ เป็นรถกระบะที่ให้ออปชั่นเยอะกว่าคู่แข่งในสมัยนั้น
ทั้งระบบสั่งงานด้วยเสียง ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบควบคุมการทรงตัวที่มีในหลายๆรุ่น

รวมถึงการออกแบบที่ไม่หวือหวา แต่เตะตาอยู่ไม่ใช่น้อยทั้งแบบธรรมดาและแบบแต่งหล่อ Wildtrak
ที่เสริมด้วยการตกแต่งสีดำในหลายๆจุด โรลบาร์ ภายในตกแต่งสีส้ม รวมทั้งมีสีตัวรถที่เสริมบุคลิก
ของตัวรถทำให้เป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน ส่วนสมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร
150 แรงม้า แรงบิด 375 นิวตัน-เมตร และเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรที่ให้กำลัง 200 แรงม้า แรงบิด 470 นิวตัน-เมตร
และที่สำคัญ เป็นกระบะรุ่นแรกในประเทศไทยที่ราคาเกิน 1 ล้านบาท
(ซึ่งราคาตอนนั้นอยู่ที่ 1,099,000 บาทและมีคนให้ความสนใจเยอะมาก)

นอกจากนี้ ยังส่งไปให้ Mazda ขายในชื่อ BT-50 Pro ในเดือนมกราคม 2012 โดยสเปคแทบได้เหมือนกับ Ranger
เกือบทุกอย่าง ยกเว้นออปชั่นเล็กๆน้อยๆอย่าง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ (แต่มาใส่ให้ในภายหลัง) แต่ความนิยม
กลับน้อยกว่า Ranger เพราะหน้าตาที่ดูปราดเปรียว ผิดกับกระบะทั่วไปที่เน้นความดุ เข้มซึ่งถูกใจคนไทยมากกว่า

หลังจากนั้นก็มีการปรับโฉมในปี 2015 ด้วยหน้าตาที่ปรับให้หล่อขึ้น พร้อมกับปรับปรุงภายในชุดใหญ่
ทั้งชุดเครื่องเสียงที่เป็นแบบรวมกับชุดควบคุมระบบปรับอากาศ มาตรวัดออกแบบใหม่ที่มีจอแสดงผล
MID ถึง 2 จอพร้อมกับเพิ่มรุ่นย่อยของเครื่องยนต์ 3.2 ลิตรในรุ่นตกแต่งแบบธรรมดาอีกด้วย หลังจากนั้น
ก็ยังมีการทยอยเพิ่มอุปกรณ์ทั้งระบบเตือนรถข้างหน้าในรุ่น Wildtrak,เพิ่มรุ่นตกแต่งเสริม FX4 และ
ระบบนำทางพร้อม Sync 3

รายละเอียดต่างๆ จะเปิดเผยอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2018 ส่วนการผลิตและส่งมอบ
คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงประมาณครึ่งปีหลัง หากมีความคืบหน้า Carsideteam จะนำเสนอในครั้งถัดไป

 

 

Comments
Loading...