Chevrolet Blazer : ปัดฝุ่น SUV ขนาดกลางอีกครั้งพร้อมเพิ่มความทันสมัยอีกขั้น

145

Chevrolet Blazer (อย่าจำสับสนกับ Trailblazer ในประเทศไทย) เป็น SUV ที่ทำตลาดมายาวนาน
(และเลิกผลิตไประยะหนึ่ง) การกลับมาคราวนี้ ถือว่าเป็นการพลิกโฉมรถ SUV/Crossover แบบเดิมๆ
ของ Chevrolet โดยเพิ่มทันสมัยขึ้นทุกด้าน และวางตำแหน่งการตลาดระหว่าง Equinox
(ว่าที่ Captiva โฉมใหม่ที่ไม่ได้ทำตลาดในไทย) กับ Terverse (SUV เรือธงประจำค่าย)

การออกแบบภายนอกแตกต่างจาก Chevrolet รุ่นที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า 2 ชั้นที่แยกไฟหรี่ LED
กับไฟหน้าจริงๆอยู่ตรงกันชนหน้า กระจังหน้าลายตาข่ายที่แบ่งเป็น 2 ช่องพร้อมเส้นสีดำ ชายล่างรอบคัน
เป็นสีดำทั้งหมด

ด้านข้างออกแบบแนวกระจกให้โค้งมนขึ้น โดยเฉพาะด้านหลังที่มีเส้นสีดำเล็กๆเพื่อความต่อเนื่องกับสปอยเลอร์
และกระจกหลัง ด้านหลังออกแบบให้โค้งมนและมีมิติขึ้นไม่ว่าจะเป็นไฟท้ายแนวนอนพร้อมหลอด LED แบบเส้น
สปอยเลอร์หลังสีทูโทน (สีเดียวกับตัวรถ/ดำ) ประตูท้ายที่ออกแบบคิ้วเหนือช่องใส่ป้ายทะเบียนที่มีมิติขึ้น
รวมถึงที่เปิประตูออกแบบให้กลมกลืนกับกันชนหลังที่ตกแต่งโครเมียมให้ดูดีขึ้น และล้ออัลลอยที่
มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 18 – 21 นิ้ว (แตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย)

ภายในออกแบบให้มีความแปลกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายช่องแอร์ตรงกลางมาไว้ด้านล่างคอนโซลหน้า
ตกแต่งลายตะเข็บบนคอนโซลหน้าทั้งส่วนบนและส่วนล่าง พร้อมตกแต่งเส้นสีเงินทั่วๆคอนโซลหน้า
(ในรุ่น RS จะตกแต่งลายเบาะและช่องแอร์ด้านหน้าด้วยสีแดง)

หน้าจอสัมผัสบนคอนโซลกลางมีขนาด 8 นิ้วพร้อมติดตั้งระบบ Chevrolet Infotainment 3
รองรับการเชื่อมต่อ 4G LTE,Wifi (ทดลองใช้ฟรี 1 เดือนพร้อมข้อมูลสูงสุด 3GB) และการเชื่อมต่อ
Apple Carplay กับ Android Auto,ระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่เรียงปุ่มอย่างเป็นระเบียบ
พร้อมซ่อนจอแสดงผลอุณหภูมิไว้กลมกลืนกับปุ่ม มาตรวัดออกแบบเป็น 2 วงพร้อมจอแสดงผล
การขับขี่ MID แบบเต็มวง และพวงมาลัย 4 ก้านตกแต่งสีเงินพร้อมปุ่มที่ควบคุมได้ทั้งชุดเครื่องเสียง
Cruise Control ระบบเตือนการชนด้านหน้า และระบบอุ่นพวงมาลัย

เบาะนั่งของรุ่นนี้ป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งหุ้มด้วยหนัง เบาะหน้าติดตั้งระบบอุ่นเบาะและระบบเป่าลมเย็นมาให้
พร้อมเบาะหลังที่สามารถเลื่อนได้และมีระบบอุ่นเบาะมาให้เช่นกัน ส่วนห้องสัมภาระด้านหลังที่มาพร้อมกับ
Cargo Management System สามารถปรับรูปแบบการวางสัมภาระได้หลากหลาย

ออปชั่นอื่นๆมาพร้อมหลังคามูนรูฟแบบ Panoramic,เก๊ะเก็บของฝั่งผู้โดยสารหน้าเปิด/ปิดด้วยไฟฟ้า
ระบบรักษาความเร็วและระยะห่างรถข้างหน้า Radar Cruisr Control,ประตูท้ายไฟฟ้าแบบเตะเปิด
ที่ชาร์จไร้สายพร้อม USB 6 จุด

ขุมพลังมีให้เลือก 2 แบบ

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 4 สูบ 193 แรงม้า แรงบิด 255 นิวตัน-เมตร
  • เครื่องยนต์เบนซิน 3.6 ลิตร V6 305 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตัน-เมตร

ทุกเครื่องยนต์จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะพร้อมระบบดับเครื่องยนต์ขณะจอด Idling Stop
รวมถึงระบบเปลี่ยนโหมดการขับขี่ตามสภาพถนนต่างๆ Traction Select ทุกรุ่น นอกจากนี้ยังมี
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD แบบคลัตซ์คู่ (twin-clutch AWD) ให้เลือกอีกด้วย

Chevrolet Blazer มีให้เลือก 2 รุ่นย่อยคือ Premier และ RS โดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
ในปี 2019 สำหรับตลาดแคนนาดา ส่วนภูมิภาคอื่นๆอาจจะทำตลาดในไม่กี่ประเทศเท่านั้น

ที่มา : GM Official

 

 

Comments
Loading...