All New Suzuki Swift : เทคโนโลยีเพิ่มขึ้น ฟังก์ชั่นใหม่แน่นคัน

164

หลังจากที่ Swift โฉมที่แล้วที่ได้วางตัวเป็น Eco Car คันแรกของ Suzuki ก็ได้เสียงตอบรับค่อนข้างมาก
จากการออกแบบที่โดนใจวัยรุ่น และการขับขี่ค่อนข้างดี (ในช่วงที่เปิดตัวใหม่ๆ) และลากขายไปเรื่อยๆ
โดยไม่มีการปรับโฉม (ซึ่งรุ่นดังกล่าวจะมาในรูปแบบรุ่นพิเศษแทน) อย่างไรก็ตาม ในเมื่อตลาดโลกได้
เปิดตัวโฉมใหม่กันไปแล้ว ประเทศไทยก็ได้เวลาเปลี่ยนตามเช่นกัน โดยเปิดตัวเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

การออกแบบภายนอกได้ปรับให้ดูเหลี่ยมขึ้น (แต่ไม่มากเท่ารุ่นแรกที่เข้ามาขายในปี 2009) ไฟหน้าเป็น
โคมโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟหรี่และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน กระจังหน้าจะมีทั้งแบบแนวนอนหรือ
ลายตาข่ายเสริมด้วยเส้นสีแดง (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) กันชนหน้าที่ลากช่องไฟตัดหมอกให้เป็นเส้นเดียวกัน

ด้านข้างปรับเส้นสายเล็กน้อยบริเวณประตูหลัง พร้อมมือจับประตูที่อยู่บริเวณเดียวกับแนวกระจก
ด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย LED แบบตัว C พร้อมกันชนหลังที่ทำช่องทะเบียน และ ช่องสำหรับ
สอดมือเข้าไปเปิดประตูได้ และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วลาย 5 ก้านที่แต่ละก้านมีทั้งแบบหนา
และแบบเส้นบางๆรวมกัน

มิติตัวถังมีความยาว 3,840 มิลลิเมตร (สั้นกว่าเดิม 50 มิลลิเมตร) ความกว้าง 1,735 มิลลิเมตร
(กว้างกว่าเดิม 40 มิลลิเมตร) ความสูง 1,495 มิลลิเมตร (เตี้ยกว่าเดิม 15 มิลลิเมตร)
ฐานล้อยาว 2,495 มิลลิเมตร (ยาวกว่าเดิม 65 มิลลิเมตร)

ภายในออกแบบให้ดูเหลี่ยมขึ้น ตกแต่งด้วยสีดำและวัสดุเมทัลลิก ชุดเครื่องเสียงเป็นแบบ
Suzuki Smart Connect มาพร้อมกับจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการใช้งาน Apple Carplay
และ Mirror Link,ระบบนำทาง Navigator และการเชื่อมต่อผ่านช่อง AUX,USB และ Bluetooth
พร้อมระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติที่ทำเป็นวงกลม 3 ช่อง (ซึ่งจอแสดงผลจะอยู่ตรงกลางของ
ชุดควบคุม)

มาตรวัดยังคงเป็นแบบวงกลม 2 วงและจอแสดงผงการขับขี่ MID อยู่ตรงกลาง แต่มีการปรับรายละเอียด
ที่เข็มบนมาตรวัดจะวางไว้เป็นแนวตั้งบริเวณ 6 นาฬิกา (ด้านล่างจากจุดศูนย์กลาง) และปรับจอแสดงผล
เป็นแบบ LCD (ส่วนรุ่นแริ่มต้นจะได้จอแสดงผลแบบธรรมดาแทน) และพวงมาลัย 3 ก้านที่ออกแบบ
ทรงคล้ายตัว D (ซึ่งส่วนล่างตัดเป็นเส้นตรง) ติดตั้งปุ่มสำหรับควบคุมชุดเครื่องเสียง Bluetooth
และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

เบาะนั่งเป็นแบบผ้าลายตัว Y สามารถปรับสูง/ต่ำได้บริเวณฝั่งคนขับ พร้อมที่พักแขนแบบพับเก็บได้
และเบาะหลังพับได้แบบแยกฝั่ง 60/40 และพนักพิงศรีษะครบทุกที่นั่ง

สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 4 สูบพร้อมเทคโนโลยีใหม่หัวฉีดคู่ Dual Jet ให้กำลังสูงสุด
83 แรงม้า แรงบิด 108 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ (ที่จะตามมาในภายหลัง)
และเกียร์อัตโนมัติ CVT รองรับน้ำมันสูงสุด E20 พร้อมระบบดับเครื่องยนต์ขณะรถหยุด Idling Stop
ซึ่งสมรรถนะของเครื่องยนต์ดังกล่าวทำให้ Swift ใหม่เป็นรถยนต์ Eco Car โครงการ 2 ได้อย่างเต็มตัว

นอกจากนี้ Swift ใหม่ยังสร้างบนพื้นฐาน Heartech ที่มีน้ำหนักน้อยลง แต่มีความแข็งแรงขึ้น
และประหยัดน้ำมันขึ้น พร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคฟอร์สันสตรัท ด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมที่เชื่อมติดกัน
ทำให้ขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น

ความปลอดภัยพัฒนาจากรุ่นเดิมชัดเจน นอกจากจะมีระบบเบรก ABS,ระบบกระจายแรงเบรก EBD
ระบบเสริมแรงเบรก BA และถุงลมนิรภัยคู่หน้าทุกรุ่นแล้ว ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการทรงตัว ESP
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ระบบออกตัวบนทางลาดชัน HLA และถุงลมนิรภัยด้านข้าง ม่านนิรภัย
เป็นครั้งแรกของ Suzuki ที่ประกอบในประเทศไทยอีกด้วย

Suzuki Swift มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.2 GA

  • ไฟหน้ามัลติรีเฟลคเตอร์
  • กระจังหน้าแนวนแนสีดำ
  • ไฟท้าย LED
  • กระจกตัดแสง
  • กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ
  • ที่ปัดน้ำฝน 2 จังหวะ
  • ที่ปัดน้ำฝนด้านหลัง
  • ฝาครอบล้อ 15 นิ้ว
  • มาตรวัดรอบ
  • จอแสดงผลการขับขี่ MID แบบปกติ
  • พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ปรับสูง/ต่ำได้
  • กระจกไฟฟ้าคู่หน้า
  • ไฟอ่านแผนที่
  • แผงบังแดดคู่หน้า
  • กระจกมองหลังตัดแสง
  • เบาะผ้า
  • พนักพิงศรีษะคนขับแบบติดกับเบาะ
  • ที่พักแขนด้านคนขับ
  • เบาะหลังพับแยกส่วนได้ 60/40
  • ช่องเก็บของและที่วางแก้วรอบคัน
  • ลำโพงคู่หน้า
  • ระบบปรับอากาศแบบธรรมดา
  • ระบบเบรก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว ESP
  • ระบบป้องกันล้อล็อก TCS
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
  • ไฟเบรกดวงที่สาม
  • Idling Stop
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
  • ดิสก์เบรกหน้า ดรัมเบรกหลัง

1.2 GL

  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันบนกันชนหน้ารถ
  • มือเปิดประตูสีเดัยวกับตัวรถ
  • กระจกไฟฟ้า 4 บาน
  • เซ็นทรัลล็อก
  • กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
  • กลองเปิดประตูท้ายแบบไฟฟ้า
  • ที่ปัดน้ำฝนปรับตั้งเวลาได้
  • วิทยุ ซีดี 1 แผ่น รองรับ MP3 WMA พร้อมช่องต่อ AUX USB
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย
  • กระจกแต่งหน้าฝั่งคนขับและผู้โดยสาร
  • สัญญาณกันขโมย
  • เบาะนั่งคู่หน้าแบบแยกพนักพิง
  • เบาะคนขับปรับสูง/ต่ำได้
  • ที่เก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า
  • ไฟส่องสว่างบริเวณที่เก็บของห้องโดยสารด้านหลัง

 

1.2 GLX

  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมไฟหรี่ LED
  • กระจังหน้าลายตาข่ายพร้อมเส้นสีแดง
  • ไฟตัดหมอกหน้า
  • ไฟเลี้ยวในกระจกมองข้างพร้อมพับเก็บด้วยไฟฟ้า
  • ไล่ฝ้ากระจกหลัง
  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
  • จอแสดงผล MID แบบ LCD พร้อมบอกข้อมูลความเร็วเฉลี่ยและอุณหภูมิภายนอก
  • กุญแจอัจฉริยะพร้อมปุ่มสตาร์ท
  • เสืยงเตือนเมื่อลืมกุญแจ
  • มือเปิดประตูด้านในโครเมียม
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ
  • พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับระดับใกล้-ไกล พร้อมปุ่มควบคุมโทรศัพท์
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • Bluetooth
  • ลำโพงคู่หลังและทวิตเตอร์
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้างและม่านถุงลม
  • ดิสก์เบรกหลัง

1.2 GLX Navi

  • ชุดเครื่องเสียงจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
  • รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay
  • ระบบเชื่อมต่อ SD Card
  • ระบบนนำทาง Navigator

สีตัวรถมี 6 สีให้เลือกได้แก่ สีแดง Ablaze Red Pearl,สีน้ำเงิน Speedy Blue Metallic,สีขาวมุก
Pure White Pearl สีเทา Star Silver Metallic,สีเทา Mineral Gray Mettallic และสีดำ Super Black Pearl
ตั้งเป้าไว้ที่ 17,500 คัน ภายในปี 2018 นอกจากนี้ ยังดึงนักฟุตบอลชื่อดัง ชาริล ชับปุยส์ และ วี วีโอเลต วอเทียร์
ที่เคยประกวดใน  The Voice Thailand 2 อีกด้วย เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้ และจะทยอยแสดงที่โชว์รูม Suzuki
และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

Comments
Loading...