All New Mercedes-Benz GLE : เปลี่ยนโฉม SUV หรูพร้อมเทคโนโลยีเต็มคัน

195

Mercedes-Benz GLE เป็นรถ SUV รุ่นใหญ่ที่แม้ว่าจะใช้ชื่อนี้ไปเพียง 3 ปี แต่ต้นตระกูลของรุ่นนี้
มันคือ M-Class ที่วางจำหน่ายมาตั้งแต่ปี 1997 แล้ว หลังจากทำตลาดรุ่นที่ 3 มาตั้งแต่ปี 2011
ก็ได้เวลาเปลี่ยนโฉมใหม่ทั้งคันที่มาพร้อมกับหน้าตาที่ทันสมัยขึ้น เทคโนโลยีที่จัดเต็มทั้งในเรื่อง
การขับขี่ ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ซึ่งจะเริ่มเปิดตัวในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

หน้าตาภายนอกปรับให้ดูล้ำสมัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า Multibeam LED ที่มาพร้อมกับไฟหรี่เส้นคู่
สามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร กระจังหน้าที่แม้ว่ายังคงเส้นแนวนอน 2 เส้น แต่เปลี่ยนทรงใหม่
รวมถึงตัวเส้นที่รับกับโลโก้ดาวสามแฉก กันชนหน้าตกแต่งด้วยลายตาข่ายขนาดใหญ่ พร้อมเส้นโครเมียมเล็กๆ
และแผงตกแต่งกันชนหน้าที่เป็นพื้นที่สำหรับใส่ป้ายทะเบียนเสริมด้วยโครเมียม

ด้านข้างปรับเส้นสายให้เรียบหรูขึ้น เริ่มจากปรับลายเส้นด้านข้างใหม่ แนวกระจกยังคงดีไซน์เดิม
เพิ่มเติมคือคิ้วโครเมียม และเส้นสายที่โค้งมนขึ้น พร้อมกับชายล่างและคิ้วขอบล้อสีดำ ส่วนด้านท้าย
ปรับขนาดไฟท้าย LED ให้มีขนาดเล็กลงพร้อมคิ้วโครเมียมเหนือช่องใส่ป้ายทะเบียนที่เชื่อมกับไฟท้าย
ทั้งสองข้าง รวมถึงกันชนหลังที่เพิ่มพื้นที่ชายล่างสีดำเยอะขึ้น ล้ออัลลอยมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด
18 – 22 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) ส่วนค่าสัมประสิทธิ์ตัวรถ (Cd) อยู่ที่ 0.29 (จากเดิมอยู่ที่ 0.32)
และความยาวฐานล้อขยายจากรุ่นเดิม 80 มิลลิเมตร ทำให้ฐานล้อของรุ่นนี้อยู่ที่ 2,995 มิลลิเมตร

ภายในที่แม้ว่ามาในสไตล์เดียวกับรถหลายๆรุ่นในค่ายตัวเอง แต่เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมถือว่าพัฒนาไปเยอะมาก
ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งด้วยโทนสีภายใน ดำ/น้ำตาล เสริมด้วยลายไม้สีน้ำตาลเข้ม เสริมลายตะเข็บบริเวณ
แผงคอนโซลหน้าอยู่หลายๆจุด พร้อมกรอบช่องแอร์ที่แยกมาเป็น 4 ช่องทรงเหลี่ยม (หลังจากที่เป็นทรงกลม
ในหลายๆรุ่น) พร้อมไฟสร้างบรรยากาศภายใน ENERGIZING comfort control

มาตรวัดและจอสำหรับควบคุมระบบต่างๆภายในรถมีขนาดเท่ากันอยู่ที่ 12.3 นิ้ว โดยมาตรวัดสามารถ
ปรับกราฟิกได้ถึง 4 แบบ ส่วนจอควบคุมระบบภายในรถ มาพร้อมกับ Mercedes-Benz User Experience
(MBUX) เวอร์ชั่นล่าสุด สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้โดยพูดคำว่า Hey Mercedes เพื่อเริ่มสั่งงานหรือ
ใช้ลักษณะท่าทางก็ได้ (Gesture Control) พวงมาลัย 3 ก้านปรับการออกแบบใหม่ให้ดูสปอร์ตขึ้น
พร้อมปุ่มบนพวงมาลัยที่ล้ำสมัยขึ้น รวมถึงติดตั้งมาตรวัดบนกระจกอีกด้วยที่มีขนาด 25 X 15 เซนติเมตร
ความละเอียดอยู่ที่ 720 x 240 พิกเซล

เบาะนั่งของ GLE มีให้เลือกทั้งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งและ 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อม
หน่วยความจำแบบ ENERGIZING Seat เบาะแถวที่ 2 สามารถพับด้วยไฟฟ้าในอัตราส่วน 40:20:40
และเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับได้ด้วยไฟฟ้าในอัตราส่วน 50:50 พร้อมทั้งขยายพื้นที่วางขา (Legroom)
ให้ยาวขึ้นจากรุ่นเดิม 69 มิลลิเมตร รวมทั้ง พื้นที่ห้องสัมภาระด้านหลังมีความจุ 825 ลิตร เมื่อพับเบาะแล้ว
จะมีพื้นที่ใหญ่ถึง 2,055 ลิตร

ขุมพลังของ GLE มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 3.0 ลิตรแบบ Mild Hybrid (มีมอเตอร์ไฟฟ้าเสริมกำลังเล็กน้อย)
6 สูบแถวเรียงให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร (มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง 22 แรงม้า
แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-TRONIC และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Matic
พร้อมปุ่ม EQ Boost สำหรับเรียกกำลังเครื่องยนต์เพิ่มเติมในช่วงสั้นๆ

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์แบบ Plug-In Hybrid จะตามมาภายหลัง

ช่วงล่างของ GLE เป็นแบบถุงลม AIRMATIC พร้อมระบบ E-ACTIVE BODY CONTROL (48V Suspension)
ซึ่งสปริงและตัวซับแรงกระแทก (Damping Forces) ทำงานอิสระทั้ง 4 ล้อพร้อมระบบตรวจับสภาพพื้นถนน
โดยใช้กล้องคู่ ROAD SURFACE SCAN เพื่อปรับจูนช่วงล่างให้นุ่มนวลที่สุดเท่าที่ทำได้ รวมถึงติดตั้งระบบ
ปรับแรงสั่นสะเทือนอัตโนมัติ Adaptive Damping System Plus (ADS+)

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีมาให้หลากหลาย ประกอบไปด้วยดังนี้

  • Active Distance Assist DISTRONIC ระบบรักษาความเร็วจากรถข้างหน้าอัตโนมัติ
  • Active Stop-and-Go ระบบเบรกและเร่งเองอัตโนมัติ
  • Active Steering Assist ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลนที่สามารถตรวจับได้หลายเลน
    และตรวจจับรถข้างหน้าในกรณีที่ไม่สามารถตรวจจับเส้นจราจรได้
  • Active Brake Assist ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ
  • Active Blind Spot Assist ระบบตรวจจับมุมอับด้านข้างที่สามารถตรวจจับได้ทั้งขณะขับรถ
    หรือกำลังเปิดประตูออกจากรถภายในเวลา 3 นาทีหลังดับเครื่องยนต์ (Exit Warning)
  • Trailer Manoeuvring Assist ระบบช่วยถอยรถขณะกำลังลากจูงรถพ่วง

All New Mercedes-Benz GLE เตรียมขึ้นสายการผลิตที่โรงงานใน Tuscaloosa, รัฐ Alabama สหรัฐอเมริกา
เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Mondial de l’Automobil ณ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจัดงานวันที่
4 – 14 ตุลาคม 2018 และเริ่มจำหน่ายในยุโรปและอเมริกา ในช่วงต้นปี 2019 หลังจากนั้นตามมาด้วย
ประเทศจีน ส่วนประเทศไทยเตรียมพบกันในปี 2019 แต่จะเป็นช่วงไหนต้องติดตามกันต่อไป

 

Comments
Loading...