All New BMW X5 : SUV รุ่นพี่ พกความหรูและไฮเทคแบบแน่นคัน

106

เป็นเวลาเกือบ 20 ปีที่ BMW X5 SUV รุ่นใหญ่ที่ครองใจผู้ใช้ด้วยยอดขายมากกว่า 2,200,000 คันทั่วโลก
มาในวันนี้เจเนอเรชั่นที่ 4 ได้เผยโฉมอย่างเป็นการ มาพร้อมขุมพลังและเทคโนโลยีที่มากขึ้น รองรับการขับขี่
ทุกรูปแบบได้หลากหลายขึ้น


ภายนอกของ All New BMW X5 มีการปรับเส้นสายจากรุ่นเดิมให้เหลี่ยมสันแต่โค้งมนมากขึ้น
ไฟหน้าเป็นแบบ BMW Laserlight พร้อม Adaptive LED Headlights พร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED
การตกแต่งหลักๆจะมี 2 แบบคือ xLine และ M Sport สิ่งที่แตกต่างคือชุดแต่งรอบคัน ล้ออัลลอย
จะมีตั้งแต่ขนาด 18 – 21 นิ้ว ไฟท้ายเป็นแบบ Tube LED ดีไซน์ใหม่ มีลักษณะเรียวยาวขึ้น

ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบใหม่หมด เริ่มจากชุดมาตรวัดแบบ BMW Live Cockpit Professional Display
หน้าจอกลาง Operating System ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบสัมผัส Touchscreen ระบบปฏิบัติการ BMW OS 7.0
พร้อมปุ่มควบคุมหน้าจอกลาง iDrive Touch Controller และ ระบบ Gesture Control สั่งการด้วยการกวาดมือ
ระบบสั่งงานด้วยเสียง Voice Control ชุดควบคุมระบบปรับอากาศแบบใหม่ พร้อมหน้าจอระหว่างช่องแอร์กลาง
BMW Head-up Display รูปแบบใหม่ ขนาดใหญ่กว่า 7 x 3.5 นิ้ว แสดงผลแบบ 3D Graphics
สวิตซ์ปรับไฟหน้าแบบสัมผัส Touch Button ฝาท้ายแยกเปิด 2 ชิ้น บน – ล่าง Two-piece split Tailgate
วัสดุหุ้มเบาะนั่ง Vernesca / Merino Leather มีให้เลือก 4 โทนสี เบาะนั่งแถวที่ 2 ปรับ – พับด้วยระบบไฟฟ้า
สำหรับการเข้าออกเบาะแถวที่ 3 สามารถสั่งเพิ่มเบาะนั่งแถวที่ 3 ได้ รวมเป็น 7 ที่นั่ง (optional)

ชุดระบบความบันเทิง BMW Travel & Comfort หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 2 จอ หลังคากระจก
Panorama Glass roof เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า Sky Lounge พร้อมระบบไฟ illuminated graphic
มากกว่า 15,000 รูปแบบ ระบบเสียง 3 มิติ 3D Audio กำลังขับ 1,500 วัตต์ พร้อมลำโพง Bower & Willkins
Diamond 20 ตัว ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging ช่องวางแก้วน้ำ พร้อมระบบรักษา
ความร้อน – เย็น Heated / Cooled ระบบปรับอากาศแยกอิสระ 4 โซน กุญแจ BMW Display Key /
BMW Digital Key ที่เชื่อมต่อผ่าน Smart Phone ระบบไฟต้อนรับ Welcome Light Carpet

ขณะที่เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 รุ่นหลัก คือ เครื่องยนต์เบนซิน และ เครื่องยนต์ดีเซล แบ่งเป็นรุ่นละ 2 บล็อกได้แก่

X5 xDrive40i | เครื่องยนต์เบนซิน 3,000 ซีซี V6 BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 340 แรงม้า
ที่ 5,500 – 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที

X5 xDrive50i | เครื่องยนต์เบนซิน 4,400 ซีซี V8 BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 462 แรงม้า
ที่ 5,250 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 650 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 4,750 รอบ/นาที

X5 xDrive30d | เครื่องยนต์ดีเซล 3,000 ซีซี V6 BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า
ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 2,500 รอบ/นาที

X5 M50d | เครื่องยนต์ดีเซล 3,000 ซีซี V6 BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า
ที่ 4,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 3,000 รอบ/นาที

ทั้ง 4 เครื่องยนต์จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ และขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive
ส่วนความปลอดภัยได้ใช้ชื่อระบบ Driving Assistant Professional ได้แก่
-ระบบ Active Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน
-ฟังก์ชั่น Stop & Go ช่วยในการหยุดรถ – ออกตัว ตามรถคันหน้า
-ระบบ Steering & Lane Control Assistant ช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร
-ระบบ Lane Change Warning & Departure Warning ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร
-ระบบปกป้องการชนจากด้านข้าง Side Collision Protection
-ระบบ Crossing Traffic Warning เตือนเมื่อมีรถตัดผ่านเมื่อถอยหลัง
-ระบบ Emergency Stop Assistant ช่วยเบรกอัตโนมัติ
-ระบบ Parking Assistan ช่วยจอดรถอัตโนมัติ
-ระบบกล้องรอบคัน 360 Panorama Camera พร้อมแสดงภาพแบบ 3D View
-ระบบเชื่อมต่อรถกับสมาร์ทโฟน ConnectedDrive

สำหรับ All New BMW X5 ในตลาดโลกจะเริ่มขึ้นสายการผลิตในเดือนพฤศจิกายน 2018
ส่วนประเทศไทยคาดว่าจะนำเข้ามาในช่วงก่อน Motor Show 2019

Comments
Loading...