All New BMW Series 8 Coupe : การกลับมาของสปอร์ตคูเป้ในรอบ 20 ปี

200

BMW Series 8 เป็นรถ Coupe 3 ประตูที่ทำตลาดมาตั้งแต่ปี 1989 และยุติการทำตลาดในปี 1999
ซึ่งระหว่างนั้นก็มี Series 6 มารับช่วงต่อในการทำตลาดในระยะหึ่ง แต่ ณ เวลานี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องหลีกทางให้
Series 8 กลับมาทำตลาดอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มาพร้อมกับหน้าตาที่ทันสมัยขึ้น พร้อมเทคโนโลยีต่างๆที่มากขึ้น
ตามกาลเวลาที่ผ่านไปนานถึง 20 ปี และพร้อมทำตลาดภายในปี 2018 นี้อีกด้วย

หน้าตาภายนอกปรับให้ล้ำสมัยขึ้นจาก Series 6 เดิม ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า Bi-LED ทรงใหม่ที่สวยขึ้น
และมีแบบ Adaptive Laser Light มาให้เป็นออปชั่นเสริม กระจังหน้าทรงไตคู่ที่เป็นเอกลักษณ์ของ
BMW มาตั้งแต่ช้านานมีขนาดใหญ่ขึ้น และออกแบบเส้นโครเมียมที่รวบให้เป้นชิ้นเดียวกัน พร้อมกับ
กันชนหน้าที่ออกแบบช่องตาข่ายให้ใหญ่ขึ้น

ด้านข้างปรับการออกแบบให้มีความหวือหวาขึ้น เริ่มจากเส้นสายด้านข้างที่ลากจากแก้มข้างพร้อม
แนวกระจกที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม รวมถึงชายล่างที่ออกแบบเป็นเสกิร์ตในตัวเล็กน้อย ด้านหลังออกแบบ
ไฟท้ายที่ยังเน้นตัว L ตามสไตล์ BMW แต่มีการออกแบบให้มีมิติขึ้น โดยไฟท้ายหลักจะนูนขึ้น
จากไฟเลี้ยวและไฟท้าย พร้อมหลอด LED ยกโคม และกันชนหลังที่มีรายละเอียดเยอะพอสมควร
ทั้งติดตั้งไฟทับทิมที่ต่อเนื่องกับช่องระบายอากาศบริเวณกันชนหลัง รวมถึงทำช่องสำหรับท่อไอเสีย
ไว้เล็กน้อย และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว 5 ก้านรูปตัว Y ที่เข้ากับตัวรถ

นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งเสริมเป็น 2 แบบคือ

  • M Sport ที่มาพร้อมกับช่อรับอากาศด้านข้าง,ล้ออัลลอย 19 นิ้วน้ำหนักเบา ระบบเบรกที่ทำมาให้เฉพาะรุ่น
    โดยเฉพาะ,เบาะนั่งแบบมัลติฟังก์ชั่น,พวงมาลัยดีไซน์เฉพาะรุ่น สคัฟเพลทเรืองแสงลายโลโก้ตัว M
  • M Performance มาพร้อมกับล้ออัลลอย 20 นิ้วน้ำหนักเบาพร้อมยางสมรรถนะสูง,ระบบเบรกทำมาเฉพาะรุ่น
    สีภายนอกเพิ่มสีเทา Cerium Grey,ภายในตกแต่งด้วยสีสแตนเลส,สคัฟเพลทเรืองแสงลายโลโก้ตัว M

ขนาดตัวถังมีดังนี้

– ยาว 4,843 มิลลิเมตร
– กว้าง 1,902 มิลลิเมตร
– สูง 1,341 มิลลิเมตร
– ฐานล้อยาว 2,822 มิลลิเมตร

การออกแบบภายในมิติขึ้นมาพอสมควร เริ่มจากโทนสีภายในที่เป็นแบบสีดำ/น้ำตาลตามสไตล์ Premium Car
ยุคปัจจุบัน รวมทั้งเดินตะเข็บแท้จากคอนโซลหน้าถึงคอนโซลกลาง พร้อมตกแต่งแผงด้วยสีดำเงา Piano Black
บริเวณแผงควบคุม และสีเงินเมทัลลิกในหลายๆจุด เช่น แผงมือจับประตู พวงมาลัย ช่องแอร์ฝั่งคนขับกับ
ผู้โดยสารด้านหน้า และคอนโซลกลาง (ยกเว้นฐานเกียร์และสวิตซ์ใกล้เคียง)

 

หน้าจอแสดงผลมีขนาดใหญ่ถึง 10.25 นิ้วติดตั้งระบบ BMW Operating System 7.0 ที่ปรับกราฟิกให้ทันสมัย
และทำงานเร็วขึ้น สามารถควบคุมได้จากการสัมผัสจอ,ปุ่มบนแผงคอนโซลและพวงมาลัย,สั่งงานด้วยเสียงและ
ใช้ท่าทาง Gesture Control อีกทั้งยังมี BMW ConnectedDrive รองรับการเชื่อมต่อและบริการจาก BMW
ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเหลือส่วนตัว,สคาร์ทรถผ่าน Smartphone,อัพเกรด Software อีกทั้งยังติดตั้ง
โปรแกรมอย่าง Microsoft Office 365 และ Skype มาให้ตั้งแต่แรก

มาตรวัดเป็นแบบ BMW Live Cockpit ขนาด 10.3 นิ้ว พร้อมกับมาตรวัดเสริมบนกระจกหน้า Head-Up Display
ขนาดใหญ่กว่าเดิม 16 เซนติเมตรพร้อมกราฟิกที่สวยขึ้น และแสดงผลได้มากขึ้น เบาะนั่งได้ออกแบบให้ดูสปอร์ต
พร้อมกับปรับตำแหน่งให้ต่ำลง ส่วนเบาะหลังสามารถพับได้ในอัตราส่วน 50/50 สำหรับเพิ่มพื้นที่สัมภาระ
วัสดุที่ใช้จะหุ้มด้วยหนังจาก Vernasca

ออปชั่นต่างๆมาพร้อมกับระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย,กุญแจรีโมทแบบติดตั้งจอแสดงผล BMW Display Key
ชุดเครื่องเสียงจาก Bowers & Wilkins Diamond พร้อมระบบเสียงแบบ Surround

เครื่องยนต์มีให้เลือกดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 4.4 ลิตร V8 เทอร์โบคู่ (Twinturbo) มาพร้อมกับวาล์วแปรผัน VALVETRONIC
    และ Double-VANOS มีพละกำลัง 530 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตัน-เมตร พร้อมระบบปล่อยไอเสียที่
    ปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพขึ้น จับคุ่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic อัตราสิ้นเปลืองจากโรงงาน
    10 – 10.5 กิโลเมตร/ลิตร และมีค่าปล่อย CO2 ถึง 228 – 240 กิโลกรัม/เมตร (ในรุ่น M850i)
  • เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร 6 สูบ เทอร์โบคู่ พร้อมระบบจ่ายน้ำมัน Common-rail มีกำลัง 320 นิวตัน-เมตร
    แรงบิด 680 นิวตัน-เมตร  จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic อัตราสิ้นเปลืองจากโรงงาน
    6.2-5.9 กิโลเมตร/ลิตร และมีค่าปล่อย CO2 ถึง 154-164 กิโลกรัม/เมตร (ในรุ่น 840d)

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่แบบแปรผัน ที่สามารถเลือกได้ 4 โหมดคือ Comfort,Eco Pro
Sport และ Sport+ ซึ่งจะปรับเครื่องยนต์และช่วงล่างให้เป็นไปตามที่เลือก

ในส่วนของการขับขี่ได้ออกแบบตัวถัง,เทคโนโลยีและช่วงล่างให้มาในสไตล์รถสปอร์ต ไม่ว่าจะเป็นจุดศูนย์ถ่วงต่ำ
ปรับการกระจายน้ำหนักรถ,ใช้อลูมิเนียนเพื่อลดน้ำหนัก และตัวถังที่ใช้วัสดุ carbon-fibre-reinforced plastic
(CFRP),ช่วงล่างที่ปรับจูนให้ขับดีขึ้น รวมถึงมาพร้อมกับช่วงล่างแบบ Adaptive M suspension,พวงมาลัยแบบ
Integral Active Steering  พร้อมกับระบบควบคุมรถไม่ให้พลิกคว่ำ Active roll stabilization ในรุ่น M850i

 

ระบบช่วยเหลือการขับขี่มีมาให้ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Active Cruise Control
ควบคุมรถหยุด/เคลื่อนไหว,ระบบเตือนรถออกนอกเลยและช่วงดึงให้รถเข้าเลน,ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง
ระบบช่วยเตือนรถให้เปลียนเลนเมื่อเลนข้างหน้าตรวจจับวัตถุได้และระบบเตือนป้ายให้ทางกับขับย้อนศร
และยังมาพร้อมกับระบบช่วยจอดรถ Parking Assistant ที่มีกล้องรอบคันสามารถแสดงผลแบบ 3 มิติได้อีกด้วย

BMW Series 8 เริ่มวางจำหน่ายในยุโรปในเดือนพฤศจิกายน 2018 ส่วนตลาดอื่นๆเรื่มวางจำหน่าย
ภายในปี 2019 ส่วนประเทศไทยมีโอกาสสูงที่จะวางจำหน่าย แต่จะมาช่วงไหน ยังระบุไม่ได้ในขณะนี้

 

Comments
Loading...