Mazda CX-3 Minorchange (JDM Spec.) : ปรับหน้าตาใหม่พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 1.8 ลิตร

172

แม้ว่าตลาด Crossover จะแรงขนาดไหน แต่ CX-3 กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อันเนื่องมาจาก
พื้นที่ห้องโดยสารค่อนข้างเล็ก,การตกแต่งภายในที่เหมือนกับ Mazda 2 เกินไป รวมไปถึงเจ้าตลาด
อย่าง Toyota ได้เปิดตัว C-HR และกวาดยอดขายไปค่อนข้างมาก

อย่างไรก็ตาม Mazda พยายามที่จะสู้ในตลาดกลุ่มนี้อีกครั้ง โดยเปิดตัว CX-3 รุ่นปรับโฉมครั้งแรก
ที่อเมริกาในงาน New York Autoshow 2018 แต่ไม่ได้เปิดเผยเสปคอะไรออกมาคราวนี้ ที่ญี่ปุ่น
ก็ได้เวลาปรับโฉมกันบ้าง รอบนี้ได้เผยรายละเอียดเครื่องยนต์ใหม่ และพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

หน้าตาภายนอกไม่แตกต่างจากเวอร์ชั่นอเมริกาที่ออกมาก่อนหน้านี้ เริ่มจากกระจังหน้าจากเดิมเป็นเส้น
โครเมียม 7 เส้นเป็น 4 เส้นทรงสี่เหลี่ยม กรอบไฟตัดหมอกหน้าจากสีเงินเป็นสีดำ พร้อมตกแต่งโครเมียม
บริเวณชายล่างด้านหน้า ด้านข้าง และช่องไฟเลี้ยวและไฟตัดหมอกหน้าด้วยเช่นกัน

ด้านข้างตกแต่แนวกรอบเสาประตูเป็นสีดำเงา (Piano Black) ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้วลาย
5 ก้านคู่ ด้านท้ายเปลี่ยนรายละเอียดไฟท้าย LED ใหม่ จากเดิม ซึ่งไฟเลี้ยวเปลี่ยนทางทรงเหลี่ยม
เป็นทรงกลมและไฟถอยขนาดเล็กลง (มาในสไตล์เดียวกับ CX-5)

ภายในออกแบบให้ต่างจาก Mazda 2 มากขึ้น (จากเดิมที่เหมือนกันทุกประการ แต่เสริมสีแดงในบางจุด)
เริ่มจากบริเวณฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าจะตัดเส้นที่ลากระหว่างช่องแอร์ออกไป แผงตกแต่งคอนโซลหน้าทำจาก
หนังกลับ Alcantara ฐานเกียร์ใหม่เป็นสีดำเงายกชุดพร้อมปรับชุดควบคุม MZD Connect รวมถึงโทนสี
ภายในตกแต่งด้วยสีดำทั้งหมด นอกจากนี้ รุ่นพิเศษ Exclusive Mods ยังตกแต่งภายในด้วยสีน้ำตาล
บริเวณเบาะนั่ง แผงประตู และแผงคอนโซลด้านข้างมาให้โดยเฉพาะ

ออปชั่นที่หลายๆคนรอคอยก็มีมาให้ เริ่มจากที่พักแขนด้านหน้าพร้อมเป็นฝาปิดคอนโซลกลางในตัว
เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง,พวงมาลัยเพิ่มระบบอุ่นมือ (Heater),และเพิ่มที่พักแขนพร้อม
ที่วางแก้วบริเวณเบาะหลังตามที่หลายๆคนร้องขอมา

ชุมพลังได้เปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซล SKYACTIV-D ใหม่ จากเดิมมีขนาด 1.5 ลิตร มาเป็นขนาด 1.8 ลิตร
แรงม้าเพิ่มขึ้นจาก 105 แรงม้าเป็น 116 แรงม้า แรงบิด 270 นิวตัน-เมตรเช่นเดิม ส่วนเครื่องยนต์เบนซิน
2.0 ลิตร SKYACTIV-G มีการปรับปรุงฝาสูบและหัวฉีดใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีพละกำลัง
150 แรงม้า แรงบิด 119 นิวตัน-เมตร ทั้งคู่จับคู่กับเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
พร้อมมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ i-ACTIV AWD เป็นออปชั่นเสริม

ระบบความปลอดภัยก็ได้มีการติดตั้งระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างรถคันข้างหน้า MRCC
(Mazda Radar Cruise Control),ระบบเตือนการชนด้านหน้า Advance SCBS ที่ปรับปรุงให้
สามารถทำงานได้ในความเร็วสูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง (จากเดิมอยู่ที่ 30 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
รวมถึงตรวจจับคนข้ามถนนได้ และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ “ทุกรุ่นย่อย” รวมไปถึง
กล้องรอบคันที่มีให้เลือกทุกรุ่นย่อย

Mazda CX-3 มีให้เลือก 10 รุ่นย่อยหลัก (ดีเซล 5 รุ่นย่อย,เบนซิน 5 รุ่นย่อย) สนนราคาดังนี้
– รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ราคาอยู่ที่ 2,127,600 – 2,824,480 เยน (617,000 – 819,000 บาท)
– รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 1.8 ลิตร ราคาอยู่ที่ 2,436,480 – 3,094,480 เยน (707,000 – 897,000 บาท)

มีสีให้เลือก 6 สี
– สีแดง Soul Red Crystal
– สีขาวมุก Snowflake White Pearl
– สีขาว Ceramic Metallic
– สีดำ Jet Black Mica
– สีเทา Machine Gray
– สีน้ำเงิน Eternal Blue Mica
– สีน้ำเงินเข้ม Deep Crystal Blue Mica
– สีน้ำตาล Titanium, Flash Mica

เริ่มทำตลาดในญี่ปุ่น 31 พฤษภาคม ส่วนรุ่นพิเศษ Exclusive Mods ต้องรอถึงเดือนกรกฏาคมถึงจะส่งมอบรถได้
ส่วนประเทศไทยอาจจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2018 แน่นอนว่าหน้าตาจะเหมือนกับเวอร์ชั่นญี่ปุ่นและอเมริกา”เป๊ะ”
ออปชั่นที่เพิ่มเข้ามาอาจจะติดมาให้ในบ้านเรา”เกือบ”ทั้งหมด ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะ
เปลี่ยนมาเป็นเครื่อง 1.8 ลิตร หรืออาจจะยกเลิกเครื่องดีเซลก็เป็นไต้ ต้องรอดูกันต่อไป

Comments
Loading...