[Carsideteam-LONG] Volvo XC90 T8 Twin Engine Plug-in Hybrid Inscription (MY2019) : พี่ใหญ่ SUV ที่รักษ์โลกและกินดุในเวลาเดียวกัน..

0
409

“อยากขับรถหรูๆ ตัวฉันคงดูดีไม่น้อย” นี่คือความคิดผมหากย้อนกลับไป
ในช่วงอายุ 18 ปีบริบูรณ์ เป็นช่วงอายุที่สามารถทำใบขับขี่ได้อย่างถูกต้อง
ตามกฎหมาย ความคิดแรกที่ ณ ห้วงเวลานั้น ด้วยความเป็นคนบ้ารถยนต์
มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว (และบ้าถึงขั้นต้องมาเปิดเว็บตัวเองนี่แหละ)
ความคิดแรกที่ทำเมื่อได้ใบขับขี่คือ “ลองขับรถยนต์” และอยากขับรถยนต์ทุกประเภท
รถ Eco Car ยัน D-segment ขับมาหมดแล้ว มันเหลือเพียงรถยนต์กลุ่มเดียว
ที่อยากสัมผัสคือ “Premium Car” ในช่วงอายุนั้นอยากขับด้วยความอยากโก้
อยากเท่ อยากให้สปอร์ตไลท์ส่องมา แล้วบอกว่า “ฉันได้ขับรถรุ่นนี้แล้วโว้ย”
โดยที่ลืมไปว่าที่เห็นนะ เป็นเพียงก้อนน้ำแข็งที่โผล่อยู่เหนือทะเล

เพราะเอาเข้าจริงเวลาผ่านไป วัยวุฒิ และ วุฒิภาวะ เติบโตขึ้นก็ค้นพบความจริงอยู่ว่า
“มันไม่สนุกเสียเลย” กับการที่คุณต้องดูแลรถยนต์ที่มีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 2,000,000 บาท
ไปจนถึงหลักสิบล้าน!!! และขับขี่อย่างระมัดระวัง ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ต่อม
มาพร้อมระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์ที่เรียกได้ว่าล้ำที่สุด แน่นอนคนลองรถ
อย่างเราๆ ต้องทำการบ้านมากกว่าเดิมเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง และบทความออกมา
สมบูรณ์แบบ เป็นที่ไว้วางใจคุณผู้อ่าน แต่การที่จะได้ขับรถยนต์หรูๆ เหล่านี้
ไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ อย่างเช่นคันข้างล่างนี้

กว่าที่เราจะได้รถยนต์คันใหญ่ที่จอดอยู่ตรงหน้าผม ใช้เวลาครึ่งปีในการประสานงาน
และล็อกคิวเพื่อทดลองขับ นี่ถือเป็นรถยนต์คันแรกในกลุ่ม Premium Car
ที่ได้ทดสอบเตรียมรูปแบบภายใต้มาตรฐาน Carsideteam อย่าเสียเวลามากกับ
การอรัมภบท ได้เวลาเลื่อนเม้าท์ลงมาอ่านรายละเอียดกันเถอะครับ

Volvo XC90 ถือเป็นรุ่นใหญ่สุดของตระกูล XC จะเรียกได้ว่าเป็นเรือธงของ Volvo
เลยก็ว่าได้ เจนเนอเรชั่นแรก เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2002 รหัสตัวถัง P2 สำหรับรถ
ที่เราทดลองขับเป็น รุ่น Inscription อันเป็นรุ่นแพงที่สุด เคาะราคาอยู่ที่ 4,790,000 บาท

ขนาดตัวรถ มีรายละเอียดนี้
ความยาว x ความกว้าง x ความสูง x ฐานล้อ
4,953 x 2,140 x 1,776 x 2,93 มิลลิเมตร
น้ำหนักรวม 2,020 กิโลกรัม

ภายนอกของ Volvo XC90 Inscription รุ่นที่ทดลองขับนี้เป็นรุ่นปี 2019 เราได้ทดลองขับก่อนที่
รุ่นปี 2020 จะเปิดตัว ดังนั้นรายละเอียดจะต่างจากรุ่นปี 2019 เล็กน้อย เริ่มจากกระจังหน้าแบบ
โครเมียมดีไซน์ใหม่ กันชนหน้ามีการปรับดีไซน์ให้ใหญ่ขึ้น ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลายใหม่
พร้อมยาง 275/45R20

ส่วนอื่นๆ ยังคงเดิม อาทิ ไฟหน้า Full LED ทรง T-Shape, แถบโครเมียมพร้อมสลักคำว่า “Inscrpition”
,ไฟท้ายแบบ Full LED  ด้านกุญแจรถของ Volvo XC90 จะเป็นทรงสีเหลี่ยมหุ้มวัสดุหนัง ด้านปุ่มควบคุม
จะอยู่ด้านข้าง สามารถปลดล็อค-ล็อครถได้ และสั่งงานเปิด-ปิด ฝาท้ายได้

เปิดประตู ดูภายใน : หรูหรา สมราคา ลูกเล่นละลานตา
ภายในของ Volvo XC90 Inscription (MY2019) ยังคงกลิ่นสวีเดนอยู่เช่นเคย เพิ่มเติมคือ
อุปกรณ์ที่จัดมาให้เยอะมาก เริ่มจากวัสดุภายในถูกตกแต่งด้วย Dark Driftwood และ Black Walnut
มีการเก็บรายละเอียดไม้อย่างประณีตให้บุคลิกร่วมสมัยและเป็นธรรรมชาติ วัสดุหนังหุ้มเบาะแบบ
Tailored Wool Blend ทำจากผ้าวูล 30% และเส้นใยสังเคราะห์ 70% โทนสีภายใน รุ่นที่เรา
ทดลองขับภายนอกเป็นสีดำ ฉะนั้นโทนสีภายในที่ได้จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม Maroon Brown Fine Nappa
ส่วนภายนอกสีขาว สีทอง และ สีเทาดำ จะได้เป็นโทนภายในสีดำแบบ Charcoal Fine Nappa

เบาะนั่งคู่หน้าปรับแบบไฟฟ้า 8 ทิศทางที่แผงข้างประตู พร้อมสวิตช์ปรับความดันหลังของเบาะ
ที่ข้างเบาะนั่ง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งการขับขี่ (Memory Seat) ที่รองรับได้ 2 แบบ
ในแง่ความสบายของเบาะถือว่าดีมากๆ การโอบกระชับ ส่วนหลังและไหล่ทำได้ดี หมอนรองศีรษะ
แอบดันนิดนึง แหงละมาตรฐานความปลอดภัย เซฟหัวกบาลเวลาโดนชน ฉะนั้นอาจต้องเข้าใจ
(และทำใจ) ในการทำเบาะแบบนี้ นอกจากนี้ในรุ่น Inscription จะได้หลังคาแบบ Panoramic Sunroof
พร้อมปุ่มแบบ One Touch ที่สามารถเปิดม่านได้ทั้งแบบครึ่งและเปิดเต็มหลังคา

มาตรวัดเป็นแบบ Full LCD ขนาด 12.3 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นอัตราสิ้นเปลือง
เชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย, อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงขณะขับขี่, ระยะทางที่สามารถวิ่งได้จากน้ำมันที่เหลือ
แสดงระบบนำทางที่เชื่อมจากจอคอนโซลกลาง และยังมี Head Up Display ที่แสดงผลความเร็ว
ผ่านการสะท้อนตัวกระจก เพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบข้อมูลได้โดยไม่ต้องละสายตามาดูที่มาตรวัด

ด้านระบบความบันเทิงของ Volvo XC90 Inscription (MY2019) จะได้จอเครื่องเสียงขนาด 9 นิ้ว
ที่เรียกได้ว่าใหญ่ยักษ์มาก พร้อมฟังก์ชั่นที่เยอะบานตะไทมาก โดยที่จอกลางคอนโซลเสมือนเป็น
ศูนย์ควบคุมระบบต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด-ปิดระบบปลอดภัย, การตั้งค่าระบบ Cruise Control
ให้เป็นแบบระบบแปรผันความเร็วตามรถคันหน้าและสามารถตั้งเป็นระบบ Pilot Assist, เปิด-ปิดระบบ
เตือนป้ายจำกัดความเร็ว ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถเปิดดูคู่มือรถ, พยากรณ์อากาศ และข่าว ซึ่งเชื่อมต่อ
กับอินเตอร์เน็ตได้ แสดงภาพกล้องรอบคัน พร้อมฟังก์ชั่นช่วยจอดอัตโนมัติ 2 โหมดคือ แบบจอดขนาบข้าง
และจอดแบบเข้าซอง ระบบนำทางในตัว นอกจากนี้ยังรองรับระบบ Infortainment อย่าง Apple Car Play และ Android Auto

ส่วนชุดเครื่องเสียงลำโพงและ Subwoofer จาก  Bowers & Wilkins จำนวน 19 ตัว
แอมพลิไฟเออร์ 1400 วัตต์ พร้อมระบบ Dirac Dimensions สามารถเลือกรูปแบบได้ 3 แบบ
คือแบบปกติ, แบบรอบทิศทาง (Surround) และ แบบคอนเสิร์ต (Concert) ในแง่คุณภาพเสียง
ถ้าเป็นนักฟังหูทองคำ จะกรี๊ดและประทับใจมากๆ ทั้งตัวเบสที่ขับออกมาได้แน่น เสียงโปร่ง
ที่ทำได้นุ่มนวล ไม่แหลมจนเกินไป

เบาะหลังแถวสองของ Volvo XC90 Inscription (MY2019) เท่าที่ได้ลองนั่งพบว่ามีความ
สบายอยู่ ด้วยตัวเบาะรองนั่งที่มีความชันเล็กน้อยทำให้รับกับช่วงต้นขาได้ เบาะรองนั่งมีความ
โอบกระชับน้อยกว่าด้านหน้าแต่ยังสบายอยู่ ส่วนการพับเบาะเป็นแบบ 40:20:40 เมื่อพับทั้ง 3 แถว
จะมีพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากขึ้น ชนิดที่ขนโซฟาจากอีเกียได้!! (การันตีโดย คุณบอน Ridebuster.com)

ส่วนเบาะหลังแถวสาม เมื่อลองนั่งแล้ว รู้สึกว่าตัวเบาะรองขาชันกว่าเบาะแถวสอง และเบาะรองนั่ง
มีลักษณะชันตรง แน่นอนว่าถ้าจะให้ผู้ใหญ่มานั่งเบาะแถวสาม คงจะโดนด่าบุพการีตลอดทาง
ดังนั้นเบาะแถวสามจึงเหมาะสำหรับน้องๆ หนูๆ ที่มีอายุ 5 ขึ้นไป หรือโตพอที่จะไม่ต้องใช้ Child Seat
ก็สามารถนั่งได้ และยังพับเบาะแบบ 50:50 ได้อีกด้วย


ขุมพลัง
นี่ถือเป็นครั้งแรกของ Carsideteam ที่ได้ทดสอบรถยนต์ประเภท Plug-in Hybrid
จะให้เรียกภาษาบ้านๆ คือ “รถถ่านเสียบปลั๊ก!!” หลักการคือระบบ Hybrid ที่หลายคน
คุ้นเคยคือเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำงานร่วมกัน จะเพิ่มก็ตรงที่สามารถเสียบปลั๊ก
เพื่อชาร์จไฟเก็บไว้ในแบตเตอรี่ได้ ต่างจากระบบ Hybrid ที่ต้องอาศัยการถอนคันเร่ง
หรือเหยียบเบรกเพื่อให้มอเตอร์ไฟฟ้าปั่นกระแสไฟเก็บไว้ในแบตเตอรี่ ส่วนรายละเอียด
เชิงลึกมีดังนี้

เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ พร้อม Super Charge Turbo Charge
และมอเตอร์ไฟฟ้า ความจุกระบอกสูบ 1,969 ซีซี รหัส B4204T35
กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 82.0 x 93.2 มิลลิเมตร แรงม้าจากเครื่องยนต์
ให้กำลังสูงสุด 320 แรงม้า ที่ 5,700 รอบต่อนาที บวกกับแรงม้าของมอเตอร์ไฟฟ้า
ให้กำลังสูงสุด 87 แรงม้า เมื่อรวมกันจะให้กำลังสูงสุด 407 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 640 นิวตันเมตร
อัตราการปล่อยก็าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่
49 กรัม/กิโลเมตร* สามารถเติมน้ำมันเชื้อเพลิง แก็สโซฮอล์ 91, 95 (*อ้างอิงจาก www.car.go.th)
พร้อมโหมดการขับขี่ 6 แบบ ได้แก่ Hybrid, Pure, Power, AWD, Off-Road และ Individual

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ แบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์จาก Ashin
มีอัตราทดดังนี้
เกียร์ 1 : 5.250
เกียร์ 2 : 3.029
เกียร์ 3 : 1.950
เกียร์ 4 : 1.457
เกียร์ 5 : 1.221
เกียร์ 6 : 1.000
เกียร์ 7 : 0.809
เกียร์ 8 : 0.673
เกียร์ถอยหลัง : 4.015
อัตราทดเฟืองท้าย : 3.329

สมรรถนะ
เช่นเคย เริ่มต้นกันด้วยตัวเลขสมรรถนะที่ Carsideteam ได้ทำการทดสอบ
ทั้งอัตราเร่งออกตัว-เร่งแซง ความเร็วและรอบเครื่องยนต์ ตำแหน่งเกียร์ D
โหมด Normal อุณหภูมิภายนอกอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียล

อัตราเร่งของ XC90 ช่วงออกตัวเนื่องจากเป็นระบบ Hybrid จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า
ทำงานก่อนทำให้ออกตัวไวมีหน่วงเล็กๆ ให้สัมผัส หลังจากนั้นเมื่อย่างเข้าความเร็ว
กลางเครื่องยนต์จะทำงานและรับช่วงต่อทันที ในด้านโหมดปกติอัตราเร่งจะไปในลักษณะ
ต้นแรง กลางลื่น ปลายไหล แต่ถ้าเปลี่ยนไปใช้ Sport Mode จะเป็น ต้นจัด กลาง
และปลายไหล เพราะเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานร่วมกันและช่วยค้าง
รอบเครื่องไว้ให้ช่วงเร่งแซง ทำให้เวลากระแทกคันเร่งในแต่ละครั้ง ตอบสนองได้ทันใจ

ขณะที่เกียร์อัตโนมัติของ XC90 ทำงานได้อย่างราบรื่นนุ่มนวลตามคาแรกเตอร์
ของรถเสียดายที่ไม่มีโหมดบวกลบให้เล่นเวลาขับขี่บทบู๊ด้านการใช้งานไม่ยาก
อย่างที่คิดอาจต้องปรับตัวเข้าหารถนิดนึง ใครที่อยากได้โหมดบวกลบ
จงวิ่งไปหารุ่น R-Design เถิด

พวงมาลัยเป็นแบบแปรผันและผ่อนแรงแบบไฟฟ้า ในด้านน้ำหนักเซทได้กำลังดี
ไม่ตึงมือและไม่เบาหวิวจนเกินไป ทุกเพศใช้งานง่ายส่วนการตอบสนองวงเลี้ยว
ทำได้ไวกำลังดี ทั้งนี้อยู่ที่โหมดการขับขี่ที่คุณเลือก หากใช้โหมด Sport / Individual
น้ำหนักพวงมาลัยจะปรับความหนืดเพิ่มขึ้น แต่ถ้าใช้โหมด Hybrid และ Pure
จะมีน้ำหนักเบา ทั้งนี้คุณสามารถการตอบสนองพวงมาลัยได้ที่จอกลาง

ส่วนแป้นเบรกแม้จะเป็นรถ Hybrid เท่าที่จับความรู้สึกได้คือหน่วงดีมากๆ
ในบรรดารถ Hybrid ที่ทีมงานเคยทดสอบคันนี้ธรรมชาติสุดคืออาการต้านเท้า
และแป้นแข็งน้อยมากหน่วง ใกล้เคียงรถปกติแต่ถ้าจะให้เทียบรถรุ่นอื่น
ในคลาสเดียวกันแล้ว อันนี้แปะไว้ก่อน

ส่วนระบบกันสะเทือนของ Volvo XC90 Inscription (MY2019) ด้านหน้าและด้านหลัง
เป็นแบบถุงลม 4 จุด พร้อมระบบปรับระดับแบบอัตโนมัติ ในแง่การซับ
แรงสะเทือนตามพื้นถนนถือว่าทำได้ดีบางจังหวะมีย้วยบ้างแต่กำลังดีส่วนการเกาะถนน
ในย่านความเร็วสูงทำได้นิ่งเกาะถนนกว่าที่คาดไว้มาก โดยคิดว่ารถที่มีช่วงล่างนุ่มย้วย
การเข้าโค้งเร็วอาจจะมีอาการหน้าดื้อหรือดิ้นตามพื้นถนนคันนี้เก็บอาการได้ดีแต่ระวัง
เรื่องอาการโคลงเล็กๆ อันเป็นเรื่องปกติของรถช่วงล่างถุงลม ใน XC90 จะมีโหมดช่วงล่าง
ให้เลือก 3 แบบ คือ Pure , Hybrid และ Sport ทั้ง 3 โหมดจะมีความแตกต่างในการซับแรงสะเทือน
หากต้องการยึดเกาะมากเป็นพิเศษในความเร็วสูง ไปที่ Sport Mode แต่เน้นนุ่มสบายเดินทางไกล
ให้ใช้ Hybrid แต่หากใช้ในเมือง บรรทุกมีผู้โดยสาร 4 คน แนะนำใช้โหมด Pure จะดีกว่า
เนื่องจากความนุ่มนวลและอาการดิ้นอยู่ในเกณฑ์กำลังดี เป็นมิตรกับผู้คนในรถจริงๆ

ส่วนระบบความปลอดภัยของ Volvo XC90 Inscription (MY2019) ถือว่าครบครัน และมากที่สุด
เพราะ Volvo เป็นค่ายรถยนต์ที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นลำดับแรกๆ ดังนั้นเทคโนโลยีระบบความปลอดภัย
จะมีรายละเอียดการทำงานที่ซับซ้อนแต่แม่นยำพอสมควร ซึ่งระบบที่ติดตั้งมาให้มีดังนี้

-ระบบป้องกันการชน City Safety ด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน
ผู้ขบขี่รถจักรยาน และสัตว์ใหญ่ พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถและหักหลบ
-ระบบป้องกันการชนและบรรเทาการบาดเจ็บพร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติ
ด้านหน้าด้านหลัง และ บริเวณทางแยก
-ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา พร้อมหักหลับอัตโนมัติ
-ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีสิ่งกีดขวาง ขณะถอยหลังพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ
-ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา BLIS – radar sensor
-ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง Cross Traffic Alert
-ระบบแจ้งเตือนให้เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า Distance Alert
-ระบบแจ้งเตือนเมื่อผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้า Driver Alert Control
-ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกช่องจราจร Lane Departure Warning
-ระบบแจ้งเตือนด้วยการสั่นที่พวงมาลัยเมื่อออกนอกช่องจราจร Lane Keeping Aid
-ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งมาทางด้านหลังขณะเปลี่ยนเลน Lane Change Merge Aid
-ระบบช่วยการขับขี่ Pilot Assist
นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานไล่ตั้งแต่ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบ
กระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA ระบบควบคุมการทรงตัวแบบไดนามิกและควบคุม
การโคลง DSTC ,ระบบควบคุมการทรงตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ ESC ,ระบบยึดเกาะถนนขณะเข้าโค้ง
Corner Traction by Torque Vectoring, ระบบควบคุมและป้องกันการโคลงของรถ RSC,
ระบบปกป้องเมื่อเกิดการวิ่งตกถนน Run-Off Road Protection, ระบบปกป้องเมื่อเกิดการพลิกคว่ำ ROPS,
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน, กล้องรอบคัน 360 องศา
ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ด้านหน้า 2 จุด, ด้านข้าง 2 จุด, ม่านนิรภัย 2 จุด, หัวเข่าผู้ขับขี่ 1 จุด

ระบบความปลอดภัยของ Volvo XC90 Inscrpition จากที่เราได้ใช้บางระบบ พบว่าการทำงาน
ของเซนเซอร์ทำอย่างรวดเร็ว ละเอียด และนุ่มนวล อีกทั้งการตรวจจับวัตถุทำได้ค่อนข้างไว
ส่วนระบบ Pilot Assist อันเป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่ ทำงานได้นิ่ง ไว้ใจได้ แต่ทั้งนี้ระบบช่วยเหลือ
การขับขี่ ยังคงต้องให้ผู้ขับขี่จับพวงมาลัยอยู่ มิเช่นนั้นระบบจะเตือนทันที และขอย้ำว่า “ระบบนี้
เป็นเพียงการช่วยเหลือการขับขี่เท่านั้น ไม่ใช่ระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติแต่อย่างใด

Carsideteam Eco Mode
ไหนๆ เราได้รถยนต์ SUV Premiem มาลองขับแล้ว ครั้นจะไม่ทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ก็จะกระไรอยู่ เราจึงนำ Volvo XC90 Inscription มาทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ตามมาตรฐาน Carsideteam เพื่อให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองได้ชัดเจนขึ้น

ก่อนที่เราจะทดสอบ ผมได้ให้น้องทีมงานชื่อ BellzonaNT. ทำการชาร์จแบตเตอรี่ แล้วเปิดระบบ
Hold ไว้ เพื่อไม่ให้ระบบ Hybrid ดึงพลังงานไปใช้จนแบตเตอรี่หมด หลังจากนั้นผมได้นัดน้องทีมงาน
มาเจอที่ปั้มน้ำมันเชลล์ ถนนพระราม 4 เพื่อทำการทดสอบ จากนั้นเติมน้ำมัน Shell Fuel Save
แก็สโซฮอล์ 95 จนถึงคอถังน้ำมัน หลังจากนั้นคาดเข็มขัดนิรภัยเซ็ทระยะทางบนมาตรวัดเป็น 0 สตาร์ทรถ
ปรับแอร์เป็น 25 องศาเซลเซียส แล้วเข้าเกียร์ D ออกจากปั้มน้ำมันเชลล์ พระราม 4 ติด Tesco Lotus Extra
แล้วตรงไปผ่านแยกศุลกากร หลังจากนั้นเลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนด่านเก็บเงินท่าเรือ 2 แล้วควบคุมเร็วบนทางด่วน
เฉลิมมหานคร จากนั้นเลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนไปชลบุรี ผ่านด่านเก็บเงินบางนา กม. 6 หลังจากนั้นขับทางตรงยาว
ใช้ความเร็ว 110 กม./ชม. แบบคงที่เนื่องจากรถรุ่นนี้มีระบบ Cruise Control ทำให้การงานง่ายขึ้น

หลังจากนั้น ลงทางด่วนตรงบางพลีน้อยแล้วขับตรงไปอีก 1 กม. เพื่อขึ้นสะพานกลับรถ หน้านิคมอุตสาหกรรม
เวลโกรว์ แล้วขึ้นทางด่วนตรงบางพลีน้อยอีกครั้ง แล้วขับไปเรื่อยๆ ผ่านด่านเก็บเงินบางนา กม. 6 ขาเข้า
วิ่งบนทางพิเศษสาย S1 แล้วลงสู่ถนนทางด่วนเฉลิมมหานคร แล้วลงสู่ถนนท่าเรือ เลี้ยวขวาเจอแยกศุลกากร
ตรงไปอีกประมาณ 300 เมตรแล้วเลี้ยวขวา ผ่าน Big C Extra แล้วกลับรถตรงบริเวณอาคารมาลีนนท์
จากนั้นเข้าเข้าปั้มน้ำมันเชลล์ พระราม 4 ติด Tesco Lotus Extra  หลังจากกลับมาเติมน้ำมันที่หัวจ่ายเดิม
อัดจนเกือบเอ่อล้นถังอีกครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้นการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และผลที่ออกมา

ระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 91.8 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 6.22 ลิตร
>>อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 14.75 กม./ล.<<

ตัวเลขออกมาถึงกับช็อกพอสมควร แต่เมื่อทีมงานอธิบายเรื่องการทำงานของเครื่องยนต์และการชาร์จไฟแล้ว
ค่อนข้างจะมีเหตุผล เพราะรถคันนี้มีความหยินหยางคือมีเทอร์โบชาร์จและซูเปอร์ชาร์จในตัว แต่มีระบบ
Plug-in Hybrid เข้ามาเสริมในเรื่องการออกตัวและเร่งแซง โดยที่มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวช่วย อีกทั้งขนาดตัวรถ
ที่ใหญ่และรูปทรงที่ต้านลม ทำให้อัตราสิ้นเปลืองออกมาอย่างที่เห็น ทั้งนี้ถ้าใครจะเดินทางไกลแนะนำให้
ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มเสียก่อนจะเดินทาง อย่างน้อยๆ มีแบตเตอรี่ไว้เพื่อใช้และทดแทนการใช้เครื่องยนต์
ในบางจังหวะ ทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

ด้านอัตราสิ้นเปลืองในเมือง เฉลี่ยอยู่ประมาณ 10-12 กม./ล. ส่วนน้ำมัน 1 ถัง สามารถวิ่งได้ไกล
ถึง 770 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคลครับ

รวบให้ฟัง หลังลองขับ
: SUV Premiem  แรงจัด แต่กินดุ หรูหราสมราคา
ถ้าเบื่อรถแดนไส้กรอก มาคบสวีดิชไม่เสียหาย

ตลอดการใช้ชีวิตร่วมกัน 4 วัน 3 คืน กับรถยนต์ที่แพงที่สุดเท่าที่ Carsideteam ได้ทดสอบมา
ทำให้เรารู้ว่า การมีรถหรูระดับ 2 ล้านขึ้นไป ไม่ใช่ใครจะครอบครองได้ หากชีวิตคุณเพียบพร้อม
ทั้งงานที่ก้าวหน้า ฐานะการเงินที่มั่นคง และครอบครัว คงไม่ใช่เรื่องยากถ้าคุณสมบัติใช่หมด
Volvo XC90 Inscription (MY2019) อาจเป็นรถที่ตอบโจทย์ ทั้งในแง่ของสมรรถนะและ
ความสะดวกสบาย ด้านฟังก์ชั่นที่มากมายจนไม่สามารถอธิบายผ่านตัวอักษรได้หมด แต่มันล้ำมาก
พอที่จะช่วยคุ้มครองชีวิตคุณในขณะขับขี่ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ส่วนสมรรถนะหากจะบอกเหลือเฟือ
ด้วยขุมพลัง Plug-in Hybrid ถ้าอยากประหยัดก็ทำได้ แต่ถ้าอยากฟัดกับนักขับสร้างตัว ก็ย่อมทำได้เช่นกัน
แต่ต้องแลกกับอัตรสิ้นเปลือง ที่กินดุเอาเรื่อง กระนั้นถ้าค่าน้ำมันไม่ใช่ปัญหาสำหรับคุณแล้ว การจะครอบครอง
รถรุ่นนี้ไม่ใช่เรื่องยาก ทีนี้ขอสรุปข้อดี และข้อเสียให้ทุกท่านได้อ่าน (สำหรับผู้อ่านโควต้า 8 บรรทัด)

ข้อดี
1. อัตราเร่ง
การทำงาน Plug-in Hybrid เรียกได้ว่า แรงทันตีน ทั้งช่วงออกตัวและเร่งแซง
ไม่ว่าคุณจะใช้โหมดไหนจะก็ยังจะความแรงไว้อยู่ ดังนั้นถ้ามีใครกล้าที่ฟัด คันนี้
พร้อมฟาดกลับแบบทิ้งฝุ่นได้

2. ฟังก์ชั่น
ลูกเล่นของ Volvo XC90 Inscription (MY2019) มีเยอะมากๆ โดยเฉพาะ
จอกลางขนาด 9 นิ้ว ที่สามารถเปิด-ปิด ระบบต่างๆของตัวรถได้ อาจจะยากใน
ช่วงแรกๆ แต่พอปรับตัวเข้ากับรถแล้วจะรู้สึกว่า “เออ ง่ายวะ” เพียงแต่รายละเอียดมันเยอะ
ต้องศึกษาและทำความเข้าใจกับมันหน่อยนะ

3. ระบบความปลอดภัย
เยอะจัดปลัดบอก ขณะปลัดโดนออกยังบอกว่าเยอะจัด คือเยอะมากๆ ช่วยตั้งแต่เตือนกันชน
ตรวจจับวัตถุรถ สัตว์ และ สิ่งของ รวมไปถึงระบบ Pilot Assist ที่ช่วยการขับขี่และควบคุม
อยู่ในช่องถนน ทั้งนี้ระบบที่มีในรถคันนี้ มีหน้าที่ช่วยการขับขี่ไม่ใช่ควบคุมแทน ดังนั้นจับพวงมาลัยไว้ด้วย

4. วัสดุภายใน
สมราคา ไล่ตั้งแต่เบาะนั่งหุ้มวัสดุหนัง แผงคอนโซลตกแต่งด้วยวัสดุลายไม้ และหัวเกียร์
ที่ทำออกมาได้ประณีต เนียนมือ สมราคาค่าตัว

ข้อเสีย
1.ขนาดรถที่ใหญ่
คงจะทำอะไรมากไม่ได้ นอกเสียจากทำใจ เพราะนี่คือ Premiem SUV ใหญ่ที่สุดของ Volvo
ดังนั้นความใหญ่ของรถคันนี้ อาจทำให้คนที่ไม่เคยขับรถคันใหญ่มาก่อน ต้องปรับตัว(อยู่แล้ว)
เว้นระยะเผื่อไว้พอสมควร แต่พอชินแล้วจะไม่มีปัญหาเรื่องการขับรถรุ่นนี้เลย

2.อัตราสิ้นเปลืองที่กินดุเอาเรื่อง
ต้องเข้าใจว่าการมี Plug-in Hybrid คือด้านขาวที่มาช่วยให้การปล่อยไอเสียลดน้อยลง
บวกกับเครื่องยนต์ที่ติดตั้ง Turbo Charge และ Super Charge ที่ช่วยให้กำลังเครื่อง
ปล่อยออกมามหาศาลพอที่จะฉุดลากตัวถังรถที่มีขนาดใหญ่ได้ ดังนั้นวิธีที่ประหยัดที่สุดคือ
ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 100% แล้วค่อยใช้งานทางไกล จะเหมาะสม

3.ช่วงล่าง
แม้จะมีความมั่นใจเวลาเข้าโค้งแรงๆ แต่อาการโคลงและย้วย ยังพอมีให้สัผัสอยู่บ้าง
แต่ด้วยบุคลิกรถที่เน้นไปในทางครอบครัว นั่งสบายเวลาเดินทางไกล ถ้าต้องเข้าใจว่า
ถ้าจะไปปรับให้สปอร์ตจ๋าเลย บุพการีมีสาปส่งแน่นอน ดังนั้นถ้าอยากให้ปรับคงเป็นเรื่องอาการโคลง
ที่อยากให้ลดน้อยลงกว่านี้ จะถือว่าสมบูรณ์มาก

คันต่อคัน
ราคาของเจ้า Volvo XC90 Inscription (MY2020) ราคา 4,790,000 บาท
แล้วเทียบเพื่อนในตลาดและราคาที่ใกล้กันละ มีคันไหนที่เป็นตัวเลือกให้กับคุณ
(ทั้งนี้ คันต่อคันขอเปรียบเทียบเฉพาะในส่วนที่เรามองเห็น ส่วนเรื่องสมถรรนะ
ต้องรอให้แต่ละบริษัทรถยนต์ ส่งรถทดสอบมาให้เราในภายหลังครับ ถือว่า
ขอกันดื้อๆตรงนี้เลยแล้วกันนะครับ กราบบบบบ……..)

1.BMW X5 (รุ่น xDrive45e M Sport ราคา 4,959,000 บาท)
SUV จากแดนเยอรมัน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบเทอร์โบ พ่วงด้วย
พลังมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีปลั๊กเสียบแบบเดียวกันกับ XC90 นั่นเอง
หากท่านต้องการรถเสียบปลั๊กที่ใช้งานแล้วไม่เจออาการจุกจิกกวนใจ
ยังคงมีตัวเลือกนี้ให้ท่านได้ลองใช้ เครื่องใหญ่ ไฟเต็ม ความสนุกแบบ
BMW เจ้านี่มีครบครันครับ

2.Mercedes-Benz GLE (รุ่น 300 d 4MATIC AMG Dynamic ราคา 5,190,000 บาท)
ดาวสามแฉก ที่ยังไม่มีรุ่นเสียบปลั๊กมาให้ให้ลองใช้กัน ทุกอย่างใหม่หมด
ภายในในเรื่องของสัมผัสที่อาจจะไม่ฟินเท่า XC90
แต่ถ้าหากเป็นที่ขับรถทางไกล ต้องการความประหยัดที่ไม่ง้อถ่านชาร์จ
ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่รถดีเซลในปัจจุบัน
ต้องระวังในการเรื่องการเลือกเติมน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับ
รถยนต์ที่รองรับมาตรฐานไอเสีย Euro 6 ที่อาจเจอปัญหาเรื่อง Soot ใน DPF
ซึ่งนอกจากจะต้องวิ่งให้ DPF มีการ Gererate Soot ออกแล้ว การเติมน้ำมันเชื้อเพลิงก็มีผล
ในการเกิด Soot หากในเรื่องนี้ไม่ใช้ปัญหาของท่าน GLE300d รุ่นประกอบในประเทศ
ถือว่าน่าสนใจครับ

3.Audi Q7 (รุ่น55 TFSI quattro S line ราคา 4,999,000 บาท)
ไส้กรอกที่มีทีเด็ดจากตัวแทนจำหน่ายใหม่อย่าง Meister Technik และหากท่าน
รถถ่านไม่เอา ดีเซลก็รู้สึกเดียดฉันท์ ก็ยังมี Q7 ซึ่งมาพร้อมกับงานประกอบเนี๊ยบๆ
จากเยอรมันนี ภายในที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตกว่าทั้ง 2 คันข้างต้น
แต่อาจต้องแลกกับ Option ที่น้อยกว่าเนื่องจากต้องทำราคาให้สู้กับรถที่ประกอบ
ในภูมิภาคอาเซียนครับ

ถ้าทั้งหมดที่เราเทียบมาแล้ว ยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง Volvo XC90 เป็นตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณแล้ว
จัดได้เลยครับ แต่สิ่งที่จะเจอคือเรื่องอะไหล่ที่มีลูกค้าคนบอกว่าแพง แต่ทั้งใจคุณถึง ศูนย์ก็พร้อมพึ่งได้
ส่วนจะเหมาะหรือไม้ อันนี้ให้คุณไปลองขับด้วยตัวคุณเอง ปัญหานี้เกิดขึ้นเหมือนกันไม่ว่ารถยนต์จะแพงขนาดไหน
ถ้าคุณไม่ลองขับ ไม่สมัผัส คุณก็ไม่มีทางรู้ว่ารถคันนั้นจะเหมาะสมกับคุณหรือไม่ เช่นเดียวกับความสัมพันธ์
ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ทำงาน แฟน หรือ คู่ค้าทางธุรกิจ ถ้าไม่เปิดใจ ไม่คุย ก็ไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่า
มีนิสัยอย่างไร ฉะนั้นแล้ว…..

“ถ้าได้รู้จักแล้ว ค่อยมาคิดอีกทีว่าคนที่อยู่ตรงหน้า เหมาะที่จะเป็นแบบไหน”

ขอขอบคุณ
บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด
สำหรับเอื้อเฟื้อรถทดลองขับ


ทดลองขับและถ่ายภาพ : Naow27
เผยแพร่วันที่ 16 มกราคม 2563 
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

Facebook Comments