[Carsideteam-LONG] Mitsubishi Xpander 1.5 GT | เมื่อหนุ่มสายเฟี้ยว ต้องเลี้ยวมาเป็นคุณพ่อมือใหม่

828

ผมเชื่อว่า ในชีวิตของคนหลายคน อาจมีหลายบทบาท หลากหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ และในปีที่ผ่านมา
ผมเองก็ได้รับซองสีชมพูสดใส ข้างในเป็นการ์ดเรียนเชิญงานแต่งงานของเพื่อนในสมัยเรียน
ที่เริ่มแต่งงานกันไปตามวัยวุฒิที่พอจะสามารถมีครอบครัวได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการสืบเผ่าพันธุ์
ของมนุษยชาติอยู่แล้ว

แต่ก็มีเพื่อนผมคนนึง เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เรียนจบกันไป ก็กลับบ้านเกิดไปทำธุรกิจส่วนตัว
ด้วยความที่ว่า ก็เป็นเสือร้ายตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ สาวๆนี่มีไม่ขาดมือ (ผมเองยังอิจฉาเลย) จนมาวันนึง
ชีวิตพลิกผันแบบตั้งตัวไม่ทัน ตอนนี้กลายเป็นคุณพ่อผู้น่ารักที่มีลูกสาวและครอบครัวที่น่ารัก ซึ่งภรรยา
ก็หน้าตาน่ารักเหมือนแฟนทุกๆคนที่เคยผ่านมาของเพื่อนผมคนนี้นี่แหละ และดูทรงว่า ความห้าวในวัยรุ่น
ต้องลงลดและมาพร้อมความรับผิดชอบชีวิตในลูกและภรรยาในทันทีทันใด

นี่คือสิ่งผมรู้สึกได้ว่า Mitsubishi Xpander ที่เพิ่งเปิดตัวมานั้น จะเหมาะกับบุคคลแบบใด จริงอยู่ที่หลายคน
อาจจะเคยขับรถแต่งที่แรง ขับสนุก แต่พอถึงวันนึงงบประมาณในการซื้อรถครอบครัวมีจำกัด และรถแต่งคันเก่ง
ที่เคยเอาไปขับเล่นกับเพื่อนตอนกลางคืนและในสนามแข่งสมัยยังโสด ก็คงเป็นเงินทุนต่อยอดเพื่อ
ซื้อรถคันใหม่ได้ราคาไม่เยอะนัก และต่อให้มีเงินเยอะ ก็ต้องเก็บไว้เผื่อใช้จ่ายในครอบครัวนั่นเอง

สำหรับ Mitsubishi Xpander จัดอยู่ในกลุ่ม Mini MPV โดยมีคู่แข่งคือ Honda Mobilio, Toyota Sienta,
Suzuki Ertiga และหากตามที่ Mitsubishi ได้วางตำแหน่งการตลาดของ Xpander ไว้เป็น Crossover
จะมี Honda BR-V เข้ามาเป็นอีกคู่แข่งโดยตรงอีกหนึ่งตัวเลือกด้วย

ภายนอก : ดูล้ำยุคข้ามกาลเวลาตามประสา Mitsubishi
สำหรับมิติตัวรถของ Xpander มีดังต่อไปนี้
– ความกว้าง 1,750 มม.
– ความยาว 4,475 มม.
– ความสูง 1,695 มม.
– ระยะฐานล้อ 2,775 มม.
– ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้องรถอยู่ที่ 200 มม.

ด้านหน้า เป็นงานออกแบบที่มีชื่อว่า Advance Dynamic Shield Design Concept และ Mitisubishi Xpander
ก็เป็นรถรุ่นแรกของ Mitsubishi ที่ได้งานออกแบบนี้ โดยเน้นการใช้เส้นสายเหลี่ยมสันและรูปทรงเรขาคณิต
ในการออกแบบมากขึ้น โดยมาพร้อมกับกระจังหน้าโครเมี่ยม 3 เส้น พร้อม Daytime Runing Light ด้านบน
เชื่อว่าหลายคนต้องเข้าใจว่า ไฟหน้าทำไมเล็กจังใช่ไหมครับ จริงๆแล้วไฟหน้าย้ายไปอยู่ด้านล่างตรงบริเวณ
ช่องทรงห้าเหลี่ยมกันชนหน้าตำแหน่งดูเหมือนไฟตัดหมอก แต่จริงๆนั่นแหละครับ ไฟหน้า อยู่ตรงนั้น
ถัดลงมาเป็นไฟเลี้ยว และไฟตัดหมอกทรงกลมอยู่บริเวณกันแคร้งน้ำมันเครื่องด้านล่างครับ

ด้านข้าง มีการใช้ Feature Line ตวัดขึ้นจากประตูคู่หน้า ยาวรับไปยังไฟท้าย กระจกมองข้างเป็นแบบสีเดียว
กับตัวรถ มาพร้อมกับไฟเลี้ยวบริเวณครอบกระจกมองข้าง เสาประตูตัดด้วยสีดำ ทำให้ดูมีมิติมากขึ้น

ด้านหลัง มาพร้อมกับสปอยเลอร์พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 กระจกหลังและก้านใบปัดน้ำฝนหลัง
ไฟท้ายใช้รูปทรงสามเหลี่ยมในการออกแบบ แยกเป็น 2 ชิ้นระหว่างตัวรถและฝาท้าย
โดยส่วนของไฟเบรกและไฟเลี้ยวจะอยู่ที่บริเวณตัวรถ และไฟถอยหลังกับทัมทิมสะท้อนแสง
อยู่บริเวณฝาท้าย โดยฝาท้ายมีการใช้เส้นตวัดขึ้นไปยังไฟท้าย ตรงกลางเป็นที่อยู่โลโก้
และถัดลงเป็นช่องใส่ทะเบียนด้านท้ายรถ กันชนหลังรถมาพร้อมทับทิมสะท้อนแสง 2 ข้าง

สำหรับการเข้ารถ ในรุ่น GT มาพร้อมกุญแจอัจฉริยะ KOS ทรงสหกรณ์ที่ใช้ตั้งแต่ Eco Car อย่าง Attrage/Mirage
ไปจนถึงรุ่นพี่อย่าง Pajero Sport ส่วนวิธีการใช้งานเพียงแค่พกกุญแจทรงสบู่สี่เหลี่ยมติดตัวไว้กับตัว
แล้วกดปุ่มที่ประตูรถ รถก็จะทำการล๊อคและปลดล๊อคให้ทันที  ส่วนรุ่น GLS LTD. ยังคงใช้กุญแจรีโมทธรรมดา


ภายใน : ดูเรียบง่าย ใช้งานสบาย ไม่ขาดซึ่งสิ่งจำเป็นที่ต้องมี

สำหรับ Mitsubishi Xpander จะมีการออกแบบภายในที่ดูเรียบง่าย แต่สามารถใช้งานได้ดีและไม่ขัดใจผู้ขับขี่นัก
จากขวาไปซ้าย สวิตช์ปรับกระจกมองข้าง ถัดมาเป็นปุ่ม Start-Stop ที่ใช้ในการติดเครื่องยนต์ เพียงแค่พกกุญแจ
ดังภาพบนติดตัวไว้ แล้วทำการเหยียบเบรก ต่อด้วยกดปุ่ม เครื่องยนต์ก็จะติดให้เองโดยอัตโนมัติ

พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้านทรงเดียวกันกับ Mitsubishi Mirage รุ่นปัจจุบัน มีความต่างที่บริเวณช่องตรงท้อง
พวงมาลัยมีการใส่วัสดุพลาสติกสีดำเงาเพื่อเพิ่มความหรูหรา สวย แต่ง่ายต่อการเจอครอบรอยนิ้วมือและคราบ
สกปรกขณะขับปกติ ด้านขวาของพวงมาลัยเป็นปุ่มควบคุมระบบ Cruise Control ฝั่งซ้ายของพวงมาลัยเป็น
ปุ่มควบระบบเครื่องเสียงและโทรศัพท์ ซึ่งอยู่ในจุดที่ใช้งานได้ดีและไม่ดูรกมากนัก

หน้าปัดเป็นแบบเรืองแสงตามสมัยปัจจุบัน มาพร้อมจอแสดงผล TFT ตรงกลางที่สามารถแสดงผลทั้งระยะที่วิ่งมาทั้งหมด
ระดับของน้ำมันเชื้อเพลิงในถังและมาตรวัดความร้อนเครื่องยนต์ รวมทั้งตำแหน่งเกียร์ในปัจจุบัน ขนาดของ Font
และการจัดวางตัวอักษรไม่ดูหวือหวา แต่ใช้งานง่ายและดูสะดวกสบายกว่ารถบางยี่ห้อ ซึ่งเป็นเรื่องดีและควรคงไว้ครับ

ถัดมาตรงกลาง เป็นที่อยู่วิทยุจอสัมผัสขนาด 2 DIN ที่สามารถเล่นแผ่น DVD ต่อ HDMI และ USB ได้
รวมทั้ง Bluetoothสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก เชื่อมต่อได้อย่างรวดเร็ว แต่คุณภาพเสียงต้องทำใจว่า
ไม่ได้ดีจนน่าประทับใจ แค่พอเกิดแก้เหงาได้เพียงเท่านั้น เพราะคุณภาพเสียงที่ออกมาทั้ง ทั้งแบนและแห้งครับ
ต่อให้มีการปรับ Equalizer แล้วก็ตามที

ลงมาเป็นช่องแอร์ตรงกลางและไฟฉุกเฉิน อยู่ในตำแหน่งที่พอดีและหยิบจับใช้ได้อย่างสะดวก ต่อมาเป็น
สวิตช์ปรับอากาศแบบลูกบิด สามารถปรับได้ทั้งทางลม ความแรงลมและอุณหภูมิ ซึ่งใช้งานได้ง่าย เย็นดี
แต่ไม่เร็ว Toyota ที่เป็นราชาระบบปรับอากาศรถยนต์ในประเทศไทยครับ ล่างสุดเป็นคันเกียร์และเบรกมือ
ที่ตำแหน่งความสูงพอดี ไม่ต้องเอื้อมมือไปข้างหน้ามากหรือน้อยจนเกินไป

ส่วนฝั่งผู้โดยสาร ถูกตกแต่งด้วนสีเงินตัดกับสีดำของคอนโซล ถัดลงมาเป็นช่องเก็บของที่ดูไม่ลึกนัก แต่ก็
เพียงพอในการใช้วางโทรศัพท์หรือของจุกจิกที่ชิ้นไม่ใหญ่นัก ล่างสุดเป็นเก๊ะเก็บของ เป็นที่อยู่ของคู่มือประจำรถ
เล่มทะเบียนและพรบ. ที่เก็บอยู่ตรงนี้เป็นปกติครับ

เบาะคู่หน้า ตำแหน่งในการนั่งพอดีค่อนไปทางต่ำเล็กเล็กน้อย ฟองน้ำเบาะไม่แข็ง ค่อนไปทางนิ่มแต่ไม่นิ่มยวบ
พนักพิงหลังเรียบ แบน ไม่ได้โอบกระชับนัก ปีกเบาะโอบรับรับสีข้างประมาณนึง ไม่ถึงขึ้นกระชับ รองนั่งพอดี
ไม่สั่นและยาวจนเกินไป แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือการปรับเบาะ ที่เมื่อต้องปรับดันหลัง ดันหลังยิ่งห่าง
และรองนั่งยิ่งยื่นเกินไป จนรู้สึกว่าปัญหาเรื่องแบบนี้ ไม่ควรเกิดขึ้นกันรถยนต์บ้านๆแบบนี้ครับ

ในส่วนของเบาหลังนั้น การเข้าออกนั้นไม่ได้ยากนัก ไม่ว่าคุณจะตัวเล็กหรือใหญ่ ถือว่ามีการจัดวางตำแหน่ง
ในการเข้า-ออกรถได้ดีครับ ตัวพนักพิงหลังค่อนข้างชัน รองนั่งสั้นไปหน่อยราวเกือบ 2 คืบ เหมาะกับคนที่
ตัวไม่สูงมากนัก


สำหรับการเข้าออกเบาะแถวที่ 3 นั้น เหมาะกับคนตัวเล็กอย่างเจ้าหญิงเบาะที่ 3 อย่างคุณนาย Army_Nutty
ที่เรือนร่างเล็กและบาง หรือเด็กที่ความสูงไม่เกิน 160 ซม. จะเหมาะกับการนั่งแถวที่ 3 มากกว่า

ส่วนเบาะแถวที่ 3 นั่ง พนักพิงชันกว่าเบาะแถว 2 และ Legroom น้อยมากจนคนตัวสูงเกิน 160 ซม.
และมีความยาวขามากกว่าลำตัว ไม่ควรเข้าไม่นั่งอย่างยิ่งครับ แต่ถ้าตัวเล็กและความสูงไม่สูงมาก
ก็สามารถนั่งไปไหนทางไกลได้สบายแบบไม่มีปัญหาครับ

สำหรับหลายคนที่กลัวว่า การมีรถ 7 ที่นั่ง แอร์จะเย็นไหม บอกเลยว่า Xpander จัดตู้แอร์หลังพร้อมสวิตช์ปรับ
ความแรงของพัดลมแอร์มาให้ครบ เย็นสบาย สู้อากาศร้อนประเทศได้ดี จะแพ้ก็มีแค่แอร์รถยนต์ของ
Toyota แค่นั้นเองครับ

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง : ไม่หวือหวา เน้นดูแลง่าย แต่ไม่ได้แย่

สำหรับเครื่องยนต์ของ Xpander นั้น เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบแถวเรียงความจุ 1,499 ซีซี
(หรือภาษาทางการตลาดคือ 1,500 ซีซี) ควบคุมระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบ ECI-Multi Point
ความกว้าง x ระยะชักกระบอกสูบอยู่ที่ 75×84.8 มม. กำลังอัด 10:1 ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า
ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 141นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที รองรับเชื้อเพลิงสูงสุด
Gasohal E20 จับคู่กับระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 4 จังหวะ โดยมีอัตราทดดังนี้

เกียร์ 1 : 2.857
เกียร์ 2 : 1.568
เกียร์ 3 : 1.000
เกียร์ 4 : 0.697
เกียร์ถอยหลัง : 2.300
อัตราทดเฟืองท้าย (Final Drive) : 4.375

เห็นจากตัวเลขแล้ว ถ้าเทียบรถที่เราเคยทดสอบ เอาแบบจับสเปคมาชนกัน พบว่าดีกว่า MG ZS ทั้งช่วงออกตัว
และช่วงเร่งแซง แต่ไม่ได้เร็วฉับไวเหมือนรถกลุ่มอื่นๆ ย้ำอีกทีว่านี่คือรถครอบครัว ดังนั้นคาแรกเตอร์ที่ออก
จะไปสุขุมสุภาพ บู๊ไม่บ่อย ดังนั้นมันจะอยู๋ในเกณฑ์กลางๆ ไม่เลวร้ายและไม่ดีเริ่ด

ส่วนเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ลูกเดียวกับ Suzuki Ertiga รุ่นปัจจุบัน การทำงานอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
ต่อเกียร์นุ่มนวล ไม่กระตุก ถึงแม้ว่าด้วยความที่เป็นเกียร์ 4 จังหวะอาจทำให้รอบเครื่องใช้เดินทางไกลจะสูงไปบ้าง
แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาหากใช้งานปกติในเมือง ซึ่งเน้นอัตราเร่งในการออกตัวเมื่อมีภาระบรรทุกเยอะมากกว่า

ระบบช่วงล่างและเบรค
Mitsubishi Xpander มาพร้อมกับระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทคอยล์สปริง
พร้อมเหล็กกันโคลงและเหล็กค้ำหัวโช๊ค และในด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีม

การซับแรงสะเทือน ถือว่าทำได้ดี เก็บได้อย่างเนียนและไม่มีอาการดีดซ้ำให้เห็นในช่วงความเร็วสูง
ส่วนการขับขี่ในย่านความเร็วต่ำ-ปานกลาง ด้านหน้าเซ็ทมาได้นุ่มและนิ่ง ขณะที่ด้านหลังมีอาการย้วย
ให้เห็นเมื่อคือสภาพถนนที่มีรอยต่อ เห็นคอสะพานพร้อมมีอาการโยนเล็กๆ พอย่านความเร็วสูง
มีความนิ่งจนสงสัยกับ Naow27 ว่าตกลงรถถูก Setting มาให้เหมาะสมกับการขับขี่ที่ย่านความเร็ว
ประมาณไหนกันแน่ เมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง Suzuki Ertiga ถือว่าสูสีกันในย่านความเร็วสูง
แต่ในช่วงความเร็วต่ำ Ertiga เก็บอาการได้ดีกว่าอย่างชัดเจน

พวงมาลัยเป็นแบบแรคแอนด์พิเนียน พร้อมระบบผ่อนแรงพาว์เวอร์แบบไฟฟ้า รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดที่ 5.2 เมตร
เรียกได้ว่า เป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของ Mitsubishi ก็ว่าได้ เพราะทั้งน้ำหนัก One Center Feeling
ที่ทุกอย่างกำลังดีจนน่าประทับใจ แต่ถ้าสุภาพสตรีหรือหลายคนที่คุ้นชินกับน้ำหนักของพวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้า
ในรถปัจจุบันบางรุ่นที่เบาโหวง อาจจะบ่นว่าน้ำหนักพวงมาลัยของ Xpander หนักไปซักหน่อย ในสำหรับความเห็น
ของทางเรา น้ำหนักตอนนี้กำลังดีและถือแบบไม่ต้องคอยคัดแต่งอาการพวงมาลัย ทำให้ขับขี่ได้อย่างสบายใจ
และมีการตอบสนองในการเปลี่ยนเลนไปตามมือได้อย่างเป็นธรรมชาติจนแอบคิดว่า ถ้า All New Mirage รุ่นใหม่
ที่กำลังจะเปิดตัวในปลายปี 2019-ต้นปี 2020 ได้ setting พวงมาลัยแบบนี้เรียกได้ว่า ดีงามพระราม 4
กันเลยทีเดียวครับ

ระบบเบรคด้านหน้าเป็นแบบดิสก์เบรคแบบมีช่องระบายความร้อน และด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรค
สำหรับการตอบสนองของแป้นเบรกนั้น สามารถทำได้ดีและเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเหยียบแรงกระทันหัน
หรือเหยียบแบบกดน้ำหนักเท้าไปเรื่อย และการหน่วงเพื่อให้ตัวรถชะลอความเร็ว จะเริ่มตั้งแต่ความลึก
ของแป้นลดไปราวๆ 30% ซึ่งกำลังดีและไม่ลึกและตื้นจนเกินไป


อุปกรณ์ความปลอดภัยและอื่นๆ : มีมาแบบครบๆแบบที่รถยุคปัจจุบันควรจะเป็น

สำหรับ Mitsubishi Xpander มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่รถยุคปัจจุบันควรต้องมี
อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อาทิ ถุงลมนิรภัย 2 จุด : ผู้โดยสารและคนขับ, ระบบเบรค ABS
พร้อมระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรค EBD และระบบช่วยเสริมแรงเบรค BA
ระบบช่วยออกตัวในทางชัน HSA (Hill Start Assist) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ASC
และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCL

Carsideteam Eco Mode

นอกจากอัตราเร่งและการขับขี่ที่คนสนใจแล้ว อีกส่วนที่หลายคนรอดูไม่แพ้กันคือ “อัตราสิ้นเปลือง”

ก่อนที่จะเข้าสู่การทดสอบอัตราสิ้นเปลือง ขออนุญาตพูดถึงเส้นทางการทดสอบในรีวิวนี้ เราได้เปลี่ยน
เส้นทางใหม่หมด จากเดิมที่เราจะเติมน้ำมันกันที่ปั้มเชลล์ ตรงสถานี BTS อารีย์ แล้วลัดเลาะขึ้นทางด่วน
ไปถึงด่านบางปะอินแล้ว กลับรถยิ่งยาวลงทางด่วนที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วกลับไปเติมน้ำมัน

เมื่อทำนานๆ ทีมงานเริ่มรู้สึกว่ามันไกลจากที่พักอาศัยพอควร และต้องการหาเส้นทางสำหรับ Carsideteam
โดยเฉพาะ จึงพยายามหาเส้นทางใหม่ภายใต้ข้อจำกัด 2 อย่างคือ 1. ติดไฟแดงน้อยที่สุด 2. ระยะทาง

ใกล้เคียงกับของเดิม ทีมงานจึงพยายามหาเส้นทางใหม่ จนสุดท้ายเราได้ พระราม 4 – บางพลีน้อย
อันเป็นเส้นทางที่ใช้ในการทดสอบนับจากนี้

การทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เริ่มต้นจากเติมน้ำมัน Shell Fuel Save Gasohol 95จนถึงคอถังน้ำมัน
หลังจากนั้นคาดเข็มขัดนิรภัยเซ็ทระยะทางบนมาตรวัดเป็น 0 สตาร์ทรถ ปรับแอร์เป็น 25 องศาเซลเซียส
แล้วเข้าเกียร์ D ออกจากปั้มน้ำมันเชลล์ พระราม 4 ติด Tesco Lotus Extra แล้วตรงไปผ่านแยกศุลกากร
หลังจากนั้นเลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนด่านเก็บเงินท่าเรือ 2 แล้วควบคุมเร็วบนทางด่วนเฉลิมมหานคร จากนั้น
เลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนไปชลบุรี ผ่านด่านเก็บเงินบางนา กม. 6 หลังจากนั้นขับทางตรงยาวใช้ความเร็ว
110 กม./ชม. แบบคงที่

หลังจากนั้น ลงทางด่วนตรงบางพลีน้อยแล้วขับตรงไปอีก 1 กม. เพื่อขึ้นสะพานกลับรถ หน้านิคมอุตสาหกรรม
เวลโกรว์ แล้วขึ้นทางด่วนตรงบางพลีน้อยอีกครั้ง แล้วขับไปเรื่อยๆ ผ่านด่านเก็บเงินบางนา กม. 6 ขาเข้า
วิ่งบนทางพิเศษสาย S1 แล้วลงสู่ถนนทางด่วนเฉลิมมหานคร แล้วลงสู่ถนนท่าเรือ เลี้ยวขวาเจอแยกศุลกากร
ตรงไปอีกประมาณ 300 เมตรแล้วเลี้ยวขวา ผ่าน Big C Extra แล้วกลับรถตรงบริเวณอาคารมาลีนนท์
จากนั้นเข้าเข้าปั้มน้ำมันเชลล์ พระราม 4 ติด Tesco Lotus Extra  หลังจากกลับมาเติมน้ำมันที่หัวจ่ายเดิม
อัดจนเกือบเอ่อล้นถังอีกครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้นการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และผลที่ออกมา

ระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 92.6 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 6.76 ลิตร
>>อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 13.69 กม./ล.<<

ถือว่าอยู่กลางๆ ไม่กินดุ แต่ไม่ประหยัดมาก หากขับในเมืองถือว่าไม่เลวร้าย ส่วนอัตราสิ้นเปลืองในเมือง
เฉลี่ยจะอยู่ประมาณ 9-10 กม./ล. ขณะที่น้ำมัน 1 ถัง สามารถวิ่งได้ไกลประมาณ 400 ก.ม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่
กับพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละท่าน

รวบให้ฟังหลังลองขับ
: คุณพ่อมือใหม่ กับภารกิจอันยิ่งใหญ่เพื่อครอบครัว

ชีวิตของคนที่เริ่มสร้างครอบครัว อาจต้องมีการปรับตัวทั้งการทำงาน การเก็บเงิน การหยุดเล่นบางอย่าง เพื่อครอบครัว
หากให้เปรียบเทียบ Mitsubishi Xpander เป็นคุณพ่อมือใหม่แบบไหน ก็คงจะเป็นคุณพ่อมือใหม่ที่ยังคงความเฟี้ยวฟ้าว
แต่เมื่อชีวิตต้องมาเป็นพ่อลูกอ่อน พร้อมสู้งาน แต่ยังคงความหล่อและกวนเล็กๆ ตามประสาคุณพ่อที่ยังอายุไม่มากนัก
เอาหละ สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่านอะไรยาวๆ ทางเราขอสรุปไว้ด้านล่างนี้เลยว่า คุณพ่อมือใหม่สายเฟี้ยวคนนี้ มีข้อดีที่ควรชม และข้อเสียที่ควรปรับปรุงตรงไหนบ้าง เลื่อนลงมากันเลยดีกว่าครับ

ข้อดีที่ควรชม
1.พวงมาลัยอันเฉียบคม จนคิดว่าไม่ได้ขับ Mini MPV
ไม่น่าเชื่อว่า สิ่งที่เคยเป็นจุดบอดของรถยนต์นั่ง Mitsubishi มาตลอดอย่างพวงมาลัย ถูกปรับปรุงและแก้ไข
จนประทับใจ เพราะไม่ว่าจะการตอบสนองที่ไปตามมือ One Center Feeling ที่ดีจนไม่ต้องคอยคัดพวงมาลัย
และคล่องตัวจนรู้สึกว่า นี่คือ Setting ที่ดีและถูกใจทาง Carsideteam จนคิดว่า ถ้า All New Mirage
ถูกปรับแต่งพวงมาลัยให้ออกมาแบบนี้ได้จุดบอดของ Mirage โฉมปัจจุบันที่พวงมาลัยเบาโหวงจนขับลำบาก
จะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ

2.เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังที่ดูแลง่าย ไม่ซับซ้อน
บางคนอาจปรามาสว่า Xpander มีเครื่องยนต์ที่ไม่ได้ใหม่ และเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ เป็นของคร่ำครึ โบราณ
แต่การที่ Xpander ได้เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังแบบนี้ ทำให้การบำรุงรักษาในระยะยาว ดูแลง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน
รวมทั้งความทนทานอันเนื่องมาจากระบบการทำงานไม่ซับซ้อน ทำให้ค่าซ่อมบำรุงในอนาคต ประหยัดค่าใช้จ่ายไปอีกด้วย

3.ราคาที่ตั้ง กับสิ่งได้ ถือว่าได้ครบถ้วนต่อการใช้งาน
ในเรื่องการจัดวางอุปกรณ์ Mitsubishi สามารถทำได้ดีมาตลอด การมีทั้งระบบความปลอดภัย เครื่องเสียงหน้าจอพร้อมเล่น DVD และสามารถต่อ Bluetooth และกล้องมองหลัง เรียกได้ว่า เพียงพอต่อการใช้งานและใช้งานได้ง่ายกว่า Suzuki Ertiga ถือว่าราคากับสิ่งที่ได้ ครบเครื่องสำหรับครอบครัวที่ไม่ได้งบประมาณในการซื้อรถมาก แต่มีความจำเป็น
ในการใช้รถ 7 ที่นั่งครับ

ข้อเสียที่ควรนำไปปรับปรุง

1.อัตราทดเกียร์ที่โหนรอบสูงเกินไป จนส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลือง
ถึงแม้ว่าการใช้เกียร์ 4 จังหวะ เป็นเรื่องที่ดีในแง่ของการบำรุงรักษาที่ไม่จุกจิกนัก แต่ถ้าหากทำให้รอบเครื่องสูง
จนส่งผลต่ออัตราสื้นเปลืองเชื้อเพลิงที่แอบกินจุพอสมควร เมื่อทดสอบอัตราสิ้นเปลือง เมื่อลองขับแล้วดูรอบเครื่องยนต์
ปรากฎว่าเครื่องยนต์ใช้รอบเครื่องสูงมาก ซึ่งมาจากอัตราทดรวมที่ต้องการให้รถถีบออกตัวได้ดี จึงทดมาให้จัด
เพื่อเน้นใช้ในการออกตัวและเร่งแซงในเมือง มากกว่าขับออกต่างจังหวัด ถ้าสามารถปรับได้ หรือการมาของเกียร์ 5 จังหวะ
ทำให้ราคาไม่แพงไปจากเดิมนัก ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีในแง่ของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นครับ

2.ตำแหน่งไฟหน้าที่ต่ำไป จนส่งผลต่อทัศนวิสัยตอนกลางคืน
จริงอยู่ที่งานออกแบบ  Advance Dynamic Shield Design Concept สวย ลงตัว แต่การที่ Xpander
ต้องย้ายตำแหน่ง ไฟหน้าลงไปอยู่ต่ำลง ทำให้ส่งผลต่อทัศนวิสัยยามค่ำคืน และนี่คงอาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่
หลายคนหนีจาก Xpander เพราะเรื่องไฟหน้าที่อยู่ตำแหน่งต่ำจนเกินไปนี่แหละครับ สวยไหม สวยแหละ
แต่ต่ำจนมองลำบาก ก็น่าคิดครับ

3.เบาะคู่หน้าที่ปรับใช้งานยากจนคิดว่า นี่คือรถบ้านจริงๆเหรอ
ณ วันที่ได้รถมาขับ เมื่อต้องการปรับเบาะ จะมีลูกบิดเพื่อปรับส่วนของรองนั่ง ซึ่งทำให้ผมเข้าใจผิดว่าเป็น
ส่วนของดันหลัง ก็ปรับไปปรับมา จนรองนั่งยื่นไปข้างหน้าและส่วนพนักพิงหลังเลื่อนออกไปจนขาดความกระชับ
ในการขับขี่ ดังนั้น หากส่วนของเบาะคู่หน้า มีการจัดวางของมือปรับเบาะที่ดีกว่านี้ จะทำให้รถใช้งานได้ง่ายขึ้น
และเป็นมิตรต่อคนใช้ครับ

คันต่อคัน : เมื่อพ่อบ้านต้องเลือกรถ 7 ที่นั่งราคาน่ารักเข้าประจำการ

บางครั้ง ชีวิตคนก็จุดเปลี่ยน เหมือนหัวเรื่องข้างต้น แต่ถ้าหากอยากรู้ว่า Mitsubishi Xpander 1.5 GT
ราคา 859,000 บาท มีคู่แข่งเป็นใครบ้าง เรามาดูกันดีกว่าว่า พ่อบ้านมือใหม่พร้อมเหน็บลูกอ่อน
ไปไหนต่อไหน จะมีอะไรให้เลือกกันบ้าง

1. Suzuki Ertiga GX 1.5 4AT ราคา 695,000 บาท
คุณพ่อสายติ๋ม ที่มีดีในเรื่องหน้าตาอันแสนสุภาพ พร้อมราคาอันเร้าใจ การตอบสนองของคันเร่งเร็วกว่า
Xpander อย่างชัดเจน เครื่องเสียงที่ใช้งานง่ายและมีคุณภาพเสียงไม่ได้ขี้เหร่ ความเร็วใช้งานปกติ
นั่งสบายกว่า Xpander

แต่สิ่งที่เป็นจุดบอดของ Ertiga คือหากใช้ความเร็วเดินทางไกล มีอาการช่วงล่างย้วยให้รู้สึกพอสมควร
และพวงมาลัยที่มีอาการคัดซ้ายขวาจนต้องคอยบังคับให้นิ่งอยู่ตลอด ซึ่งทำให้เกิดอาการเมื่อยล้า
ในการขับขี่ทางไกล และถึงแม้เครื่องเสียงติดรถจะมีคุณภาพเสียงที่ดี แต่การไม่มีจอและกล้องมองหลัง
อาจทำให้หลายบ้านที่ต้องแชร์รถกันใช้ระหว่างสามีและภรรยา อาจคิดมากในเรื่องนี้ได้ครับ

2.Honda Mobilio 1.5 CVT RS ราคา 765,000 บาท
คุณพ่อสายละทางซิ่งไม่ได้ เลยยังขอแอบซิ่ง เป็นรถที่มีการขับขี่ภาพรวมดีมาก ถึงแม้จะใช้โครงสร้าง
ทางวิศวกรรมร่วมกัน Honda Brio รถเล็กผู้น่าสงสารเฉกเช่นเดียวกันกับ Mobilio ถึงแม้จะมีการ
ปรับหน้าตาใหม่มาแล้วก็ตาม พวงมาลัยน้ำหนักกำลังดี แต่ Xpander ทำได้ดีกว่าในเรื่องน้ำหนักที่พอดีมือ
ช่วงล่างที่พอบู๊ได้ เครื่องยนต์และเกียร์ที่ทำงานแบบพร้อมพลีชีพ แต่เรื่องการเก็บเสียงและงานประกอบของ
Honda เอง ยังคงเป็นเรื่องที่คอยกวนใจผู้ซื้ออยู่ร่ำไปครับ

3. Toyota Sienta 1.5 V ราคา 865,000 บาท (ราคานี้รวมชุดแต่งแล้ว)
คุณพ่อสายอิ้นดี ผู้มาพร้อมสารพัด Gadget มาให้ภรรยาและลูกตัวเล็กน่ารักพกไว้เล่น เป็นการเปรียบเปรยที่ไม่ผิดนัก
เพราะน้อกจากหน้าตาที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรองเท้าวิ่ง (อันนี้เรื่องจริง) แล้ว การมีประตูไฟฟ้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ
ที่ Honda Freed เคยมีนั้น เป็นจุดที่ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ตัดสินใจซื้อไม่ยากนัก แต่ด้วยการต้องแบกน้ำหนักประตูไฟฟ้า
จึงทำให้อัตราเร่งหายไปพอสมควร และความคล่องตัวในการขับขี่ไม่ได้ดีนัก อันเนื่องจากการแบกน้ำหนักประตูไฟฟ้า
นี่แหละครับ แต่ถ้าใครสนใจแนะนำว่า รอตัวไมเนอร์เชนจ์ที่กำลังจะเปิดตัวในเดือนสิงหาคมถือว่าไม่น่าเกลียดนัก

4. Honda BR-V 1.5 CVT SV ราคา 835,000 บาท
คุณพ่อแอบลุย กลัวน้ำจนต้อนถกขากางเกงขึ้นมาอีกหน่อย เป็นรถไม่มีอะไรต่างกันกับ Mobilio นัก นอกจากความสูง
ที่มากกว่า ถึง 10 มม. (ครับ ฟังไม่ผิดจริงๆ) และโป่งที่เพิ่มความเป็น Crossover ขึ้นมาอีกนิดหน่อย และอุปกรณ์
ที่เพิ่มจากรุ่นเดิมไปจนน่าใช้ขึ้น

สำหรับข้อเสีย คงเป็นเรื่องที่ระบบแอร์ ชอบเปิดให้อากาศภายนอกเข้ามาแบบอัตโนมัติบ่อยๆ จนกลิ่นไม่พึงประสงค์
ลอยเข้ามาในห้องโดยสารและเป็นเรื่องที่ทำให้คนหนีหน้า BR-V ไป ทั้งที่ตัวรถไม่ได้แย่เลยครับ

บทส่งท้าย : เพื่อนรักที่เป็นคุณพ่อมือใหม่

ชีวิตคน ย่อมมีการเจริญเติบโตไปตามวัย และมีบทบาทที่เปลี่ยนไปตามวัย จากเด็กมะเหงกเกเร ต้องมานั่ง
ตั้งใจเรียนหนังสือในระดับอุดมศึกษา เพื่อนำความรู้ความสามารถเฉพาะด้านที่เรียนไปทำสัมมาอาชีพ

พอถึงวัยผู้ใหญ่ การเลือกคู่ชีวิตและเริ่มสร้างครอบครัว ก็เป็นเรื่องสำคัญของหลายคน และไม่แปลกนักของชีวิตคน
และแน่นอนว่า การเริ่มสร้างครอบครัวนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายและเป็นหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ยิ่งผู้ชายแล้วด้วยนั้น
การเป็นสามี พ่อของลูก ต้องขยันมากขึ้น และการรัดเข็มขัด ยอมละทิ้งสิ่งตัวเองรัก เพื่อภรรยาและลูกอันน่ารัก
ก็เป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง

ฉะนั้น การต้องเลือกรถยนต์ที่สามารถใช้งานได้อย่างครอบคลุมทุกด้านของชีวิต ในราคาที่ไม่แพงนัก
ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะวันหนึ่งที่หลายครอบครัวมีลูกอ่อน การจะให้คนในครอบครัวที่เรารัก
ต้องไปเผชิญกับระบบขนส่งมวลชนในปัจจุบันที่แย่นั้น ก็คงไม่ใช่เรื่องดีนัก ดังนั้น รถยนต์ประเภท
Mini MPV ก็ยังคงมีความจำเป็นกับหลายครอบครัว

Mitsubishi Xpander นั้น ก็มีบางอย่างที่รู้สึกดีและไม่ดีในเวลาเดียวกัน เหมือนกันคุณพ่อมือใหม่
ที่ยังไม่ถนัดในการอุ้มลูกซักผ้าอ้อม จับลูกอาบน้ำ และอีกหลายหน้าที่ ที่ยังคงมีการปรับตัวกันไป
มีหลายอย่างที่ดีอยู่แล้ว เพียงอาจต้องปรับความอินดี้ในตัวบางอย่าง เช่น การปรับเบาะที่
ควรใช้งานง่ายกว่านี้ รูปทรงที่ควรปรับให้ร่วมสมัย ไม่หลุดข้ามเวลาจากอนาคตมากแบบนี้
ค่าบริการในการเข้าศูนย์บริการ ที่ราคายังแพงแบบที่คนอื่นไม่เข้าใจ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์
ที่ควรขายคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ให้ตรงประเด็นกว่านี้

นี่บอกแล้วนะ อย่าให้ของดีๆโดนดองเลย 

ขอขอบคุณ
บริษัท มิตซูบิซิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
สำหรับเอื้อเฟื้อรถทดลองขับ


ทดลองขับและถ่ายภาพโดย Naow27 & PunTam
เผยแพร่วันที่ 6 กรกฎาคม 2562
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

Comments
Loading...