[Carsideteam-LONG] ทดลองขับ Honda Accord (G10) 2.0 Hybrid TECH e-CVT : เปลี่ยนไปทุกอย่าง ความรู้สึกไม่เหมือนก่อน(เหรอ???)

562
ย้อนกันกลับไปในช่วงปีต้น 2017 Toyota Camry TNGA ได้ถูกเผยโฉมออกมาสู่สายตาชาวโลกและแน่นอนครับ
ตัวรถฉีกแนวไป
แบบสุดๆ ทิศทางของตลาดกลุ่ม D-Segment ในบางประเทศมันก็แทบจะเปลี่ยนไปเลยในทันที
รวมถึงการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่แพร่หลายกันมากก็ทำให้เราได้เห็นรถใหม่กันง่ายดายกว่าเมื่อก่อนเยอะ แม้กระทั่ง
Honda Accord G.10 เพียงแค่คุณผู้อ่านเห็นภาพชุดแรกที่ปล่อยออกมาจาก American Honda ก็คงทำให้เห็นกัน
ได้ชัดกันเลยว่า D-Segment ในช่วงปีต่อๆไป “จะเปลี่ยนไปจากเดิม” 
(รวมถึง Teana/Altima ใหม่ที่จะ“ไม่”
เข้ามาเมืองไทยแน่นอนด้วย)


ทีนี้ย้อนกลับมาในเมืองไทยกันบ้าง ช่วงปลายเดือนตุลาคมปี 2018 Toyota Camry TNGA ก็ได้ออกสู่
ตลาดประเทศไทย ถือเป็นการ
วัดดวงครั้งใหญ่ครั้งนึงเลยก็ได้กับการเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆอย่าง
ทั้งแนวทางการออกแบบตัวรถรวมไปถึง แนวทางในการทำโฆษณา การเอารถสีแดงมาโปรโมตในตลาดนี้
ผมไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว ส่วนผลตอบรับน่ะเหรอครับ ทุกวันนี้วิ่งกันเต็มกรุงเทพมหานครและสนามบิน
สุวรรณภูมิกันเยอะไหมล่ะ โอเค ผมก็ขับมาแล้วแหละ มันอาจจะไม่หรูเท่ารุ่นเก่า
แต่มันก็พยายามจะทำตัวให้
หรูมากเท่าที่ทำได้ แต่ส่วนที่มันทำได้ดีมากเลยก็คือ การขับขี่ เรียกได้ว่ามันโดดเด่นไปเลยแหละ แล้วจาก
ที่กล่าวมาเกือบ 2 ย่อหน้ามันเกี่ยวกับ Honda ตรงไหนล่ะ มันอยู่ตรงนี้แหละครับ ลูกค้าเก่าของ Camry
มันก็จะมีบางกลุ่มที่เห็นรูปทรงของ Camry ใหม่แล้วหนีไปเซ็นใบจอง Accord กันไม่ทันเลย
(หรืออาจจะไปช่วยเซ็นใบจองของ Teana บ้างเล็กน้อย) อาจจะเพราะเห็นแล้วว่า ทรงของ Camry ใหม่
อาจจะเหมือน Vios เกินไป หรือ ไม่ก็ มันวัยรุ่นเกินอะ ลูกเอ้ย อาม่าไม่ชอบ //เอามือจัดผมทรง Lion King

Honda Accord จึงยังอาจจะมีลู่ทางในการจับกลุ่มของลูกค้าที่แตกต่างออกไปจาก Camry ก็เป็นได้
เลยมีการ
Continue ต่อกันใน Accord G.10 หลังจากการเปิดตัวไปแล้ว 6 เดือนของ Camry ทาง Honda Automobile ประเทศไทยก็ต้องหาทางทำ Accord ออกมาให้มีจุดเด็นที่ลูกค้าต้องหันมามอง(บางแหละ) ถึงขั้นถอดเครื่องยนต์
NA 2.0 และ 2.4 ลิตร
เดิมออก แทนที่ด้วย เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร VTEC Turbo แบบเดียวกับใน Honda Civic แต่ก็
มีการจูนเพิ่มกำลังมากขึ้นเป็น 190 แรงม้า โดยจะเป็นรุ่น 1.5 Turbo EL ตั้งใจชนกับ Toyota Camry 2.0G
(ชนแบบชั้นมาเหนือกว่า) และ 2.5G (ชนแบบตรงๆ) ส่วนเครื่องยนต์ Hybrid ก็ยังมีมาให้เหมือนเดิม โดยมี 2 รุ่นย่อย
คือ Hybrid และ Hybrid TECH ซึ่งก็ชน Camry Hybrid ทั้งสองรุ่นย่อยแบบตรงๆเหมือนกัน
 

อันที่จริงอาจจดูเหมือนว่า Accord ปล่อยให้ Camry เปิดตัวไปก่อน แต่อย่าลืมนะครับ เมื่อ Camry เปิดมา
คุณก็สามารถเอาออฟชั่นที่ Camry มี ไปต่อรองกับบริษัทแม่ให้ปล่อยของที่ Camry ไม่มีมาใส่ในรถเรียก
ความสนใจได้ มันจะสนุกก็ตรงนี้แหละครับ รถสองคันนี้มันก็ต่างมีในสิ่งที่คันนึงมี แต่อีกคันไม่มี อะมาเริ่มกันเลยดีกว่า

มาเริ่มกันที่มิติตัวถังของ Honda Accord G.10 มีขนาดดังนี้

  • ความยาว 4,894 มิลลิเมตร
  • ความกว้าง 1,862 มิลลิเมตร
  • ความสูง 1,450 มิลลิเมตร
  • ระยะฐานล้อ : 2,830 มิลลิเมตร
  • ความกว้างช่วงล้อคู่หน้า 1,588 มิลลิเมตร
  • ความกว้างช่วงคู่หลัง 1,603.2 มิลลิเมตร

จาก Accord G.9 มาเป็น Accord G.10 พบว่าขนาดตัวถังนั้น กว้างขึ้น 10 มิลลิเมตร ฐานล้อยาวขึ้น 55 มิลลิเมตร แต่สั้นลง 10 มิลลิเมตรและเตี้ยลง 15 มิลลิเมตร แต่ถ้าหากเทียบกับ Toyota Camry นั้น Honda Accord จะมีขนาดใหญ่กว่าในทุกมิติคือ ยาวกว่า 9 มิลลิเมตร กว้างกว่า 20 มิลลิเมตร สูงกว่า 5 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวกว่า 5 มิลลิเมตร


ด้านหน้ารถจะมีลักษณะเดียวกับ Honda Accord Turbo เกือบทุกประการคือ กระจังที่ออกแบบตามแนวทาง Solid Wing Face
แบบโครเมียมยาวตลอดหน้ารถ พร้อมช่องดักลมทรงสี่เหลียมคางหมูขนาดใหญ่พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุดำเงา ด้านล่างจะเพิ่มไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมกับตกแต่งด้วยวัสดุที่ดำเงา ต่างกับตัว Turbo EL  ที่ไม่มีไฟตัดหมอกและตกแต่งด้วยวัสดุสีดำด้าน ไฟหน้าเป็นแบบ LED Multireflector (หรือที่ชอบเรียกกันว่าไฟหน้าเกล็ดปลาน่ะแหละครับ) พร้อมกับ Daytime Running Light ไฟหน้านั้นขอบอกเลยครับว่า ข้อดีคือสวยครับ และแค่นั้น การส่องสว่างยังไม่ได้ดีเท่าที่ควร รบกวน Honda หาทางปรับปรุงตรงนี้ด้วยนะครับ เพราะไม่ใช่มีแค่ผมที่บ่น ผมเคยคุยกับคนใช้และสื่อมวลชนหลายๆท่าน ก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ยังไม่สว่างเท่าที่ควร ส่วนล้ออัลลอยก็เปลี่ยนจาก 5 ก้านคู่ขนาด 17 นิ้วมาเป็นลายใบพัด 5 ก้านขนาด 18 นิ้วพร้อมยาง
Yokohama Advan Db ขนาด
235/45 R18

จากรูปทรงภายนอกของ Accord ใหม่เห็นได้ชัดเลยครับว่า ภาพรวมมีการออกแบบให้ดูสปอร์ตมากขึ้น เริ่มจากด้านหน้าเหมือนการนำรถรุ่นเดิมมาทำให้ดูสง่าและวัยรุ่นมากขึ้น และแปะลงไปในบอดี้ของ Civic แล้วเหลาให้ดูสัดส่วนต่างๆดูสมส่วนมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันมันก็ยังดู Minimal ขึ้นกว่ารุ่นเดิม ด้านข้างนั้นมีการลาก Sholder Line ด้านข้างเป็นสันชัดเจน เสริมให้ดูลาดยาวสมส่วนมากขึ้น ควมทั้งเสา C-Pillar ที่ลาดยาวไปเกือบถึงท้ายรถมากขึ้น ช่วยให้รถมีความทะมัดทะแมง(และคล้าย Audi A7) แต่ส่วนที่ต้องแก้มีแค่ส่วนเดียวครับ ท้ายรถมีการเพิ่มสปอยเลอร์หลังเข้ามาให้จากโรงงานเพียงรุ่นเดียว ไฟท้ายที่มากแบบงงๆแล้วแปะลงไปทำให้ด้านท้ายมันดูห้อยๆแปลกๆ ผมว่าเอาดีไซน์ของตัว Inspire ในตลาดจีนมาปรับแก้ให้สมส่วนในตัว Minor Change รถจะดูสมบูรณ์ขึ้นแน่นอนครับ


หากจะให้เปรียบเทียบกับ Camry (ขอไม่พูดถึง Teana นะครับ เพราะผมเห็นว่ามันคือรถในช่วงคนละ Genarations กันแล้ว)ให้
เห็นภาพกันง่ายๆ Camry เปรียบเสมือน ผู้หญิงหุ่นดีคนนึงแต่มีความเซ็กซี่ ดึงดูด แต่ Accord ก็เป็นผู้หญิงหุ่นดีเหมือนกันครับ แต่ Accord จะมาในแนวทางที่สุภาพและเรียบร้อยกว่า เอาว่าใครชอบแบบไหนก็แล้วแต่จะมองละกันนะครับ 

สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถนั้น มีขนาดใหญ่โตพอๆกับรุ่น Turbo EL ธรรมดาเลย เพราะรถ Hybrid รุ่นใหม่ๆ
นิยมที่จะย้ายแบตเตอรี่ลงไปวางไว้ที่พื้นตัวถังแล้ว เพราะมันสามารถช่วยได้ทั้งในแง่ของพื้นที่เก็บของ ทำให้
เบาะหลังพับลงมาได้อีก แบบลงไปทั้งเบาะเลยไม่แยก 60:40 และยังทำให้จุดศูนย์ถ่วงตัวรถต่ำลงด้วยแน่นอน
ว่ามันสามารถเพิ่มความสามารถในการขับขี่ของตัวรถได้ดีกว่าการวางไว้ที่ท้ายรถแบบเดิม โดยพื้นที่ภายใน
ห้องสัมภาระนั้นมีขนาด 473 ลิตร

เปิดประตูดูภายในภายใน : อาจไม่เหวือหวาเหมือนเติม แต่ภายในสีน้ำตาลสุดสวย เรียบง่าย ใช้งานง่าย และดูดีขึ้น

การเข้าตัวรถนั้นก็ง่ายดายเช่นเดียวกันครับมันก็ต้องมีระบบ Keyless Smart Entry ตามสมัยนิยมมาให้แล้วน่ะแหละ
คุณก็แค่พกกุญแจไว้กับตัวหรือสิ่งใดๆจะใส่กุญแจของรถได้ เดินเข้าไปใกล้ตัวรถ รถก็จะมีไฟส่องสว่างบริเวณ
มือจับประตูติดขึ้นมาเพื่อแสดงสถานะว่า จะขับกูไหม จะขับกูแล้วใช่ไหม เย้~~~ (เล่นไปเพื่ออะไรว่ะเนี่ย)
จากนั้นจับมือเปิดประตูของรถก็จะปลดล๊อกตามปกติ หากจะล๊อกรถก็เอานิ้วสัมผัสตรงขีด 2 ขีดบริเวณ
มือเปิดประตูก็เป็นอันเรียบร้อย กุญแจนั้นหน้าตาเหมือนตัว Turbo EL ทุกประการแต่ข้อแตกต่าง
เพียงอย่างเดียวเกี่ยวกับกุญแจก็จะมีเพียงแค่พลาสติกตรงบริเวณโลโก้ของกุญแจรถจะเปลี่ยนจาก
สีดำเงามาเป็นน้ำเงินเพื่อแสดงว่าเจ้าของรถนั้นขับรถยนต์ที่แสนจะรักโลก(หราาาาา)

ที่นี้เราก็มาพูดถึงการเข้าออกตัวรถกันบ้าง เอาจริงมันแทบไม่มีปัญหาใดๆเลยครับ ตั้งแต่รุ่นที่แล้วมารุ่นนี้
รถอาจจะดูเหมือนเตี้ยต้องก้มเยอะ แต่ความจริงแล้วเข้าออกได้สบายๆ ประตูคู่หน้ามีขนาดใหญ่มากๆ
เสาคู่หน้าก็ไม่ได้ชันเท่าที่คิด ส่วนคู่หลังก็ใหญ่ไม่แพ้กัน เพียงแค่เส้นสายมันอาจจะทำให้ดูลาดเท่านั้นเอง
แต่พอลงไปนั่งจริงๆนั้น โอ้โห รถเตี้ยประมาณนึงเลยนะเนี่ย มันจะให้ความรู้สึกเหมือนคุณนั่งอยู่ในรถ
BMW ยุค 90 หน่อยๆคือมันจะเหมือนจมๆลงไป จังหวะลุกออกอาจจะต้องออกแรงกันหน่อยนึง
(เหมือนที่แม่ของผมบ่นตอนขึ้นมานั่ง Accord)
เบาะนั่งนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงครับ พิมพ์เดียวกับ Accord Turbo EL น่ะแหละครับ เบาะฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบปรับดันหลังไฟฟ้าและระบบ Memory Seat 2 ตำแหน่งแบบครบๆไปเลย ส่วนคนนั่งน่ะเหรอ เอาไป 4 ทิศทางพอ (พี่ครับ Camry เค้าให้มา 8 ทิศทางทั้งคนนั่งและคนขับนะจ้ะ) อย่างไรก็ตามเบาะของ Accord ก็ยังให้ความสบายกว่า Toyota Camry นะครับ โดยตัวเบาะนั้นกระชับ โอบอุ่มสรีละได้กำลังดี ไม่บีบหรือเรียบเกินไป นั่งนานๆหรือโดยสารทางไกลไม่ต้องขยับตัวบ่อยๆ ที่รองนั่งยาวกว่า Camry หมอนรองศรีษะนุ่มดีมาก
ส่วนเบาะนั่งด้านหลังให้ความสบายที่ดี พนักพิงหลังองศากำลังดี ความยาวเบาะรองนั่งยาวกว่าของ Camry รองรับศรีระได้ดี โอบกระชับกำลังดี พื้นที่วางขามีมาก ตำแหน่งวางแขนบนแผงประตูและที่เท้าแขนตรงกลางก็วางมาได้ดี มาพร้อมกับม่านบังแดดที่ประตูคู่หลังแบบปรับขึ้นลงด้วยมือ และน่าเสียดายที่รุ่นนี้โดนตัดม่านบังแดดด้านหลังออกไป โดยภาพรวมผมบอกๆได้เลยว่าเบาะหลังนั้นนั่งสบายกว่า Camry ชัดเจน แต่ก็อาจจะไม่มีของเล่นเบาะหลังที่แพรวพราวเท่ากับ Camry ที่สามารถปรับเอนเบาะหลังได้ด้วยไฟฟ้ารวมทั้งม่านบังแดดกระจกหลังไฟฟ้ามาให้ด้วย

การเปลี่ยนแปลงภายในจาก Accord G.9 มาเป็น G.10 เมื่อคุณขึ้นไปนั่งบนรถแล้วนั้นคุณจะเห็นได้ชัดเลยครับว่า ทุกอย่างจะโดนลดทอนความอลังการจากรุ่นที่แล้วลง เพิ่มความเรียบง่ายมากขึ้น และมันใช่งานง่ายขึ้นด้วย คอนโซลออกแบบมาให้กลิ่นรถยุโรป มีการใช้เส้นสายให้ดูล้อมห้องโดยสาร ตกแต่งด้วยลายไม้สีน้ำตาลที่สวยเมื่อมอง แต่อยากได้เอามือไปสัมผัสเพราะมีคือแผ่นพลาสติกพิมพ์ลายไม้เหมือนกับคู่แข่งยี่ห้ออื่นๆแหละครับ แค่ลายไม้ของ Honda รอบนี้ทำมาได้ดูดีเลยทีเดียว โทนสีนั้นก็ตามปกติของรถ Honda ครับหากคุณซื้อรถสีขาวหรือเงิน คุณจะได้เบาะหนังสีดำ แต่หากคุณซื้อสีเทาหรือดำ คุณจะได้สีน้ำตาลที่คล้ายสีของ BMW (ซึ่งแอบสวยกว่ารถยุโรปบางยี่ห้ออีก) และหลังคา Sunroof พร้อมม่านเปิดรับแสงแบบอัตโนมือซึ่งทั้งเบาะสีน้ำตาลและซันรูฟนั้นมีเพียงรุ่นย่อย Hybrid TECH เท่านั้นที่ได้มา

 


ตำแหน่งคนขับนั้นเมื่อลงไปนั่งแล้วคุณจะพบกับพวงมาลัย Multifunction 3 ก้าน วงใหญ่เต็มไม้เต็มมือดีเวลาจับ ก้านด้านซ้ายก็จะ
เป็นก้านควบคุมที่ปัดน้ำฝนพร้อมระบบ Rain Sensor ด้านขวาจะเป็นก้านควบคุมระบบไฟหน้าพร้อมระบบเปิดปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ส่วนปุ่มบนพวงมาลัยนั้นด้านซ้ายไปควบคุมระบบเครื่องเสียงกับหน้าจอบนหน้าปัดความเร็วของรถ ส่วนด้านซ้ายนั้นไว้ควบคุมระบบ Cruise Control แบบ Adaptive ที่สามารถรักษาระยะห่างกับรถคันข้างหน้าได้ รวมถึงระบบรักษารถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist ด้วย
ส่วนหน้าปัดนั้นก็ยังคงมาในแบบเดียวกับรุ่น Turbo EL เพียงแค่ตัดหน้าจอที่แสดงผลของรอบเครื่องยนต์ออกแล้วแทนที่ด้วย Power/Charge Meter แสดงผลการทำงานของระบบ Hybrid และเพิ่มหน้าจอการแสดงผลการทำงานของระบบ Honda SENSING และด้านบนสุดคือเพิ่มระบบการแสดงผลบนกระจกบังลมหน้า HUD (Head-Up Display) ซึ่งแสดงหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ความเร็ว Power/Charge Meter แบบย่อๆ และระบบ ​Adaptive Cruise Control ส่วนด้านขวาจะเป็นปุ่ม Engine Start/Stop ถัดลงมาจะเป็นแผงควบคุมระบบช่วยเหลือต่างๆที่เพิ่มมาจากตัว Turbo EL แบบเต็มแผงเรียงกันไปเลยคือ ปุ่ม VSA Off ปุ่ม Parking Sensor On/Off ปุ่มเปิดปิดระบบ Honda SENSING ปุ่มเปิดปิดระบบเสียงสังเคราะห์เมื่อขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน ปุ่มเปิดปิดและปรับความสว่างของ HUD Display ปุ่ม TRIP และสุดท้ายปุ่มปรับความสว่างของมาตราวัดความเร็ว

บริเวณคอนโซลกลางบริเวณคันเกียร์ก็คันมีคันเกียร์อัตโนมัติ(แน่สิว่ะ ไม่งั้นมันจะเป็นอะไรล่ะ) ถัดจากคันเกียร์ก็จะมีปุ่ม Mode การขับ
ขี่ให้เลือกสองโหมด (หรือไม่กดอะไรเลยก็จะเป็น Normal) ว่าคุณอยากจะขับแบบไหนระหว่าง ECON เอาไว้ขับสวยๆ รักโลกๆ โดยตัวรถจะปรับการทำงานของแอร์เบาลง คันเร่งหน่วงๆหน่อย กับ Sport โดยเครื่องยนต์ติดตลอดเวลาพร้อมสนองทุกการเหยียบคันเร่ง แถมมาพร้อมระบบหลอกผู้ขับขี่ว่ารถมี Turbo คือเวลาคุณกดคันเร่งเต็มเท้าจะมีเสียง Boost Turbo โผล่มาด้วยฮะ งงมาก ตกลงพี่จะเป็นรถ Turbo หรือ Hybrid ฮะเพ่!!!!

ถัดลงมา(อีกรอบ)ก็จะเป็นปุ่มเปิดปิดระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ระบบเบรคมือไฟฟ้าและปุ่มเปิดปิดระบบ
Brake Hold ส่วนด้านข้างก็จะเป็นช่องวางแก้วสองช่องแบบไม่มีที่ปิด ส่วนที่ผมขอตินะครับ วัสดุบริเวณรอบที่เป็นสีเทาควันบุหรี่รอบๆมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดลอกง่ายเหมือนที่ใช้ตกแต่งภายในห้องโดยสารของ Honda Civic FB ในช่วงปีแรกๆมาก อีกทั้งยังดูไม่แพงเท่าที่ควร ถ้าใส่ลายไม้มากคือจบเลยฮะ ไม่ต้องแก้เพิ่ม ส่วนที่เท้าแขนตรงกลางคอนโซลมีขนาดใหญ่ดีมาก ตำแหน่งวางมาได้ดี ด้านในยังบรรจุช่องเชื่อมต่อ USB ไว้อีก 1 ช่อง แถมพื้นที่จุของนั้นยังใหญ่สะใจมากๆ

 

ขุมพลัง
เครื่องยนต์ของ Honda Accord Hybrid G.10  แม้จะยังคงใช้ขนาด 2.0 ลิตรเหมือนเดิม แต่ได้มีการ
ปรับรายละเอียดและชิ้นส่วนให้ใหม่ พร้อมพละกำลังที่แรงและประหยัดน้ำมันมากขึ้น ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร i-VTEC 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว กำลังอัด 13.5 : 1
ให้กำลังสูงสุด 145 แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบต่อนาที
ทำงานรวมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า Synchronous Permanent Magnet Electric Motor 2 ตัวที่สามารถสร้าง
กำลังแรงม้าได้สูงสุด 184 แรงม้าที่ 5,000 – 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 315 นิวตันเมตร ที่ 0 – 2,000
รอบต่อนาที ใช้แบคเตอรี่แบบ Lithium-Ion วางอยู่ใต้เบาะที่นั่งด้านหลัง ขนาดความจุ 1.3 kWh และกำลัง
เมื่อรวมกันทั้งเครื่องยนต์และระบบมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีกำลังสูงสุดที่ 215
แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ที่ไม่มีเพืองและพูลเลย์นะครับ แต่เป็นการรวมชุดกันของมอเตอร์ เครื่องยนต์
และชุดตัดต่อกำลังเพื่อเหมารวมหน้าที่ในการเร่งโดยใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่หรือเครื่องยนต์ เบรคเอาพลังงาน
กลับมาปั่นกลับไปสู่แบตเตอรี่ และแม้กระทั่งส่งกำลังจากเครื่องยนต์อย่างเดียวไปหมุนตัวมอเตอร์อย่างเดียวก็ทำได้
รองรับน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล E10 และ E20 และถังน้ำมันลงเหลือเพียง 48.5 ลิตร จากรุ่น Turbo ที่มีขนาด 56 ลิตร

ส่วนระบบ Hybrid ของ Honda Accord Hybrid ใช้ชื่อระบบว่า i-MMD (Intelligent Multi Mode Drive) โดยจะเป็นระบบ Hybrid ที่เน้นการทำงานมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก และ เครื่องยนต์เป็นรอง โดยการทำงานของระบบ Hybrid ในช่วงความเร็วเดินทางในเมืองมันก็ปกติครับ ไม่มีอะไรต่างจากของ Toyota ซักเท่าไหร่ แต่จุดที่แตกต่างกันจริงๆ และเห็นความต่างได้ชัดเจนมากๆนั้นก็คือ ทุกครั้งที่คุณกดคันเร่งเต็มเท้า เครื่องยนต์จะปั่นไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้าแล้ว ยกหน้าที่การขับเคลื่อนรถให้มอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวลากรถ 4 ประตูหนัก 1.6 ตัน ออกไปได้อย่างรวดเร็วแล้วจึงเริ่มแผวลงในช่วงหลังจาก 160 Km/hr เพราะต้องป้องกันมอเตอร์ไฟฟ้าไม่ให้ร้อนเกินไป แตกต่างกับของ Toyota ที่เมื่อคุณกดคันเร่งเต็มเท้า เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยกันขับกันออกไป เพราะระบบ Hybrid ของฝั่ง Toyota จะเน้นครื่องยนต์เป็นหลักและมีมอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยทำงานสลับกันเรื่อยๆ และโดยเฉพาะตัวมอเตอร์ไฟฟ้าของ Accord Hybrid เนื่ยแหละครับ กำลังสูงแซงหน้า Toyota ไประดับนึงเลยเมื่อรวม ( Toyota 88 แรงม้า vs Honda 184 แรงม้า ) ดังนั้นช่วงออกตัวก็จะพุ่งออกไปดีกว่า Camry Hybrid และแน่นอนครับในเมื่อระบบ Hybrid ของ Honda เน้นการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า หากวิ่งที่ความเร็วสูงเครื่องยนต์ของ Honda จะติดขึ้นมาเพื่อปั่นไฟให้มอเตอร์ไฟฟ้าอยู่เรื่อยๆและยังต้องขับเคลื่อนตัวเองด้วย ดังนั้นอัตราสิ้นเปลืองจึงออกมาต่ำกว่า Toyota Camry เล็กน้อย
สมรรถนะ
แน่นอนครับเรายังรักษามาตราฐานการทดสอบเดิมคือ อัตราเร่งในโหมดธรรมดา
อุณหภูมิขณะทดสอบ 30 องศาเซลเซียล

ส่วนผลลัพธ์ก็เห็นได้ชัดเลยนะครับว่า Honda Accord สามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 ได้เร็วกว่า Camry Hybrid
แบบแน่นอน หาก Kickdown ลงไป การตอบสอนงจะทันใจกว่า ส่วนอัตราเร่ง
80 – 120 นั้นถือว่าไล่ๆกันกับ
Toyota Camry การตอบสนองที่ทุกๆย่านความเร็ว ให้ความแรงสะใจคุณแน่นอน แล้วเมื่อเทียบกับรุ่น G9 ละ?
คำตอบคือดีกว่ารุ่นเดิม ทั้งการตอบสนองคันเร่งที่เร็วขึ้นจะรู้สึกได้ และกำลังเครื่องช่วงปลายไหลต่อเนื่อง
ภาพรวมดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมพอสมควร
ระบบของพวงมาลัยของ Honda Accord Hybrid ใหม่ใช้ระบบแบบ DP-EPS (Dual-Pinion Electric Power Steering) รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 6.1 เมตร (กว้างชิบหายยยยยย) การตอบสนองถ้าหากเทียบกับ Accord G.9 นั้นถือว่าดีขึ้นแบบชัดเจน เริ่มจากน้ำหนักพวงมาลัยที่ความเร็วต่ำ ที่ไม่ได้เบาแบบบ้าบอๆเหมือนรุ่นที่แล้ว แต่มันเบานะ แต่มันมีแรงต้านมือในการหมุนที่เหมาะสมมากขึ้น อัตราทดอยู่ในเกณฑ์จัดกำลังดี คล้องตัวในเมือง เสียเพียงแค่วงเลี้ยงพี่แกกว้างงงงงงงงแบบล้างผลาญมากกกกกกกก ส่วนที่ความเร็วสูงนั้น On-Center Feeling นิ่งขึ้น น้ำหนักหน่วงกลางดีขึ้นมาก และที่สำคัญคือมันไม่ไวแบบชิบหายวายป่วงแบบ G.9 การหักเปลี่ยนเลนเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ต้องเกรงมือขับแบบ G.9 เอาง่ายนะครับ มันใกล้เคียง Camry มากๆ ย้ำว่าใกล้เคียงกันมาก โดยความรู้สึกของผมยังรู้สึกกว่าการตอบสนองของ Camry ยังมีความเป็นธรรมชาติและสามารถให้การควบคุมที่ได้ดังใจมากกว่าหน่อยนึง

แป้นเบรคนั้นแน่นอนครับเบรคของรถ Hybrid ต้องเชื่อมต่อกับระบบ Regenatative Breaking เพื่อจะปั่นไฟกลับไปเก็บไว้ในแบต
เตอรี่ จึงอาจจะมีฟีลลิ่งของแป้นที่แต่ต่างจากรถยนต์ทั่วไปอยู่แล้ว แต่ของ Honda Accord Hybrid นั้นเรื่องของความรู้สึกตอนกดนั้นถือว่าเป็นธรรมชาติดี ซึ่งมันดีกว่าของ Toyota Camry Hybrid ชัดเจน ให้ความคล้ายรถยนต์นั่งทั่วๆไป แต่มันยังขาดความมั่นใจในการหน่วงความเร็วไปหน่อย คือผมต้องกดลึกหน่อยรถถึงจะหน่วงความเร็วให้ได้ตามต้องการซึ่งตรงนี้ Camry Hybrid ทำได้ดีกว่า ถือว่าแลกกันไปคนละหมัดในเรื่องของการเซ็ตฟีลลิ่งของแป้นเบรค ผมอยากให้ Honda เซ็ตแรงหน่วงของเบรคเพิ่มจากปัจจุบันซักระดับนึงเลย

ช่วงล่างของ Honda Accord Hybrid ยังคงมากใน Pattern เดิมๆนะครับ ด้านหน้าเป็น อิสระ แบบ MacPherson strut  พร้อมเหล็กกันโครง  ส่วนด้านหลังก็เป็น Multi-Link พร้อมเหล็กกันโครงเช่นเดียวกัน จากข้อมูลที่หามาเพิ่มนะครับ ช่วงล่างของรุ่น Hybrid จะมีการปรับให้แข็งขึ้นกว่าตัง Turbo ในระดับนึง เพื่อรองรับน้ำหนักของแบตเตอรี่โดยแนวทางหลักก็ยังเซ็ตมาในแนวที่นุ่ม แน่น และสปอร์ตหน่อยๆ ส่วนในการใช้งานจริงนั้น ช่วงความเร็วต่ำถือว่าซับแรงสะเทือนได้ดีกว่ารุ่นที่แล้วได้ดีมากขึ้น แต่เนื่องจากการใช้ที่ใส่ล้อขนาด 18 นิ้วเพิ่มขึ้นมามันก็จะอาการแข็งตึงๆนิดๆเพียงเพิ่มขึ้นจากรุ่น Turbo ประมาณ 10% แต่ก็ไม่ได้สะเทือนและตึงตังจนน่ารำคาญเท่ากับ Honda ในช่วงปีที่ผ่านๆมา
เมื่อวิ่งที่ความเร็วสูงขึ้นก็ให้ความมั่นคงที่ดีอยู่ มาในแนวนุ่ม แน่น การเข้าโค้งที่ความเร็วสูงทำได้นิ่งขึ้นจากรุ่นที่แล้วมาก เพียงแต่ว่าแต่มันข้อเสียอยู่อีกอย่างนึงที่ผมเจอ เจอเป็นประจำในรถ Honda ช่วงปีที่ผ่านๆมา คือ การคุมการแกว่งของตัวรถที่ความเร็วสูง ยังคงมีอาการแกว่งข้างเหลืออยู่ให้เจอเรื่อยๆ อาจจะต้องระวังกันบ้างในเวลาเข้าโค้ง อาจจะทำให้คุณเสียความมั่นใจได้ แต่จงมีสติและคุมรถครับ ช่วงล่างของรถมันไปได้ แต่แค่อาการของตัวถังมันทำให้เสียความั่นใจ ซึ่งจุดนี้ผมก็ยังยืนยันว่า Camry ก็ยังเซ็ตช่วงล่างมาให้ขับสนุกและเป็นกลางได้กว่า Accord อยู่ดี แต่ Accord ก็ทำได้ดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้วมากๆเลย
การเก็บเสียงของรถนั้นพัฒนาขึ้นจากรุ่นที่แล้วมาก ย้ำเลยครับว่ามาก เพราะมันเงียบกว่า Camry แล้วตอนนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่า
ประทับเลย เพราะเราไม่ค่อยได้เห็นรถฮอนด้าที่สามารถเก็บเสียงดีคนต้องออกปากชมกันได้นานแค่ไหนแล้ว อันที่จริงสาเหตุของการเก็บเสียงที่ดีขึ้นนอกเหนือจากการเพิ่มวัสดุซับเสียงแล้ว ยังมีการติดตั้งระบบ Active Sound Control ที่จะปล่อยคลื่นเสียงมาหักล้างกับเสียงที่เข้ามาในห้องโดยสาร
ความปลอดภัย Honda Accord G.10. ถูกพัฒนาขึ้นบน Platform เดียวกับ Accord G.9 และ Civic FB
แต่มีหลายๆส่วนมากที่ได้รับการ
ปรับปรุงใหม่ จนสามารถเพิ่มความต้านการบิดของตัวถังได้ดียิ่งขึ้นทั้งใน
แนว Bending และ Torsional รวมถึงยังทำให้ Center of Gravity หรือจุดศูนย์ถ่วงรถต่ำลงได้อีก
และในทุกรุ่นย่อยจะมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ถือได้ว่าครบตามยุคตามสมัยนะครับได้แก่
ถุงลมนิรภัย
6 ตำแหน่ง ระบบเบรค ABS,EBD,BA ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวและป้องกันล้อหมุนฟรี
VSA,TCS
ระบบช่วยการขับขี่ AHA (Agile Handling Assist) และระบบไฟเบรกฉุกเฉินเมื่อเหยียบเบรกรุนแรง ESS

ส่วนรุ่น Hybrid/Hybrid TECH นั้นจะเพิ่มระบบ HONDA SENSING เข้ามาให้อีก ซึ่งจะประกอบด้วย
  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนน พร้อมระบบเบรกเอง (CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันตามความเร็ว (ACC with LSF)
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน พร้อมระบบช่วยควบคุมออกนอกเลน (LKAS)
  • ไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)

และหนึ่งออฟชั่นที่จะมีเฉพาะรุ่น Hybrid TECH จะเพิ่ม Option ด้านความปลอดภัยที่เยอะกว่ารุ่นย่อย Hybrid ธรรมดาคือเซ็นเซอร์กะระยะรอบคัน (ด้านหน้า 4 จุด ด้านหลัง 4 จุด) เอาจริงควรมีตั้งแต่ตัว Turbo EL แล้วนะครับ ออฟชั่นแบบนี้ควรเป็นออฟชั่นมาตราฐานได้แล้ว ส่วนการใช้งานจริงของ Honda SENING นั้นระบบการทำงานค่อนข้างเร็วในระดับนึงเลยที่เดียว เซ็นเซอร์ตรวจจับรถหรือวัตถุทำงานได้ไว้ดีมาก จนบางครั้งก็ไวเกิ้นนนนนนนน เช่น จากสถานะการณ์จริง มีอยู่วันนึงครับผมขับรถเข้าคอนโดของผม มันต้องผ่านลูกระนาดเพื่อป้องกันรถวิ่งเร็ว ผมก็วิ่งคลานๆปล่อยไหลมาที่ความเร็ว 10 Km/Hr จนเข้าใกล้ลูกระนาดความสูงไม่มากครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ปี๊ปๆๆๆๆๆ และรถก็สั่งเบรคจ้าาา ผมนี่งงเลย เลยมาหาข้อมูลเพิ่ม เลยได้เห็นว่าตัวตรวจจับวัถตุนั้นอยู่บริเวณช่องดักลมด้านล่าง เลยคาดว่าอาจจะเกิดการตรวจจับผิดพลาดได้บ้าง เลยจับลูกระนาดให้เป็นวัตถุเลยสั่งเบรค มันก็ดีนะสำหรับมือใหม่หัดขับรถใหญ่ แต่พี่บางทีก็ไวเกินไปหน่อยครับ

Carsideteam Eco Mode

แน่นอนครับว่ารถยนต์ Hybrid ถือเป็นรถยนต์ที่ผู้คนให้ความสนใจพอสมควร โดยเฉพาะอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
ดังนั้น Carsideteam จึงต้องทดสอบเพื่อให้ได้ตัวเลขค่าเฉลี่ยที่แท้จริง เริ่มต้นจากเติมน้ำมัน Shell Fuel Save
แก็สโซฮอล์ 95 จนถึงคอถังน้ำมัน หลังจากนั้นคาดเข็มขัดนิรภัยเซ็ทระยะทางบนมาตรวัดเป็น 0 สตาร์ทรถ
ปรับแอร์เป็น 25 องศาเซลเซียส แล้วเข้าเกียร์ D ออกจากปั้มน้ำมันเชลล์ พระราม 4 ติด Tesco Lotus Extra
แล้วตรงไปผ่านแยกศุลกากร หลังจากนั้นเลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนด่านเก็บเงินท่าเรือ 2 แล้วควบคุมเร็วบนทางด่วน
เฉลิมมหานคร จากนั้นเลี้ยวซ้ายขึ้นทางด่วนไปชลบุรี ผ่านด่านเก็บเงินบางนา กม. 6 หลังจากนั้นขับทางตรงยาว
ใช้ความเร็ว 110 กม./ชม. แบบคงที่

 

หลังจากนั้น ลงทางด่วนตรงบางพลีน้อยแล้วขับตรงไปอีก 1 กม. เพื่อขึ้นสะพานกลับรถ หน้านิคมอุตสาหกรรม
เวลโกรว์ แล้วขึ้นทางด่วนตรงบางพลีน้อยอีกครั้ง แล้วขับไปเรื่อยๆ ผ่านด่านเก็บเงินบางนา กม. 6 ขาเข้า
วิ่งบนทางพิเศษสาย S1 แล้วลงสู่ถนนทางด่วนเฉลิมมหานคร แล้วลงสู่ถนนท่าเรือ เลี้ยวขวาเจอแยกศุลกากร
ตรงไปอีกประมาณ 300 เมตรแล้วเลี้ยวขวา ผ่าน Big C Extra แล้วกลับรถตรงบริเวณอาคารมาลีนนท์
จากนั้นเข้าเข้าปั้มน้ำมันเชลล์ พระราม 4 ติด Tesco Lotus Extra  หลังจากกลับมาเติมน้ำมันที่หัวจ่ายเดิม
อัดจนเกือบเอ่อล้นถังอีกครั้ง เป็นอันเสร็จสิ้นการทดสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และผลที่ออกมา

ระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 91.2 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 4.76 ลิตร
>>อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 19.15 กม./ล.<<

ด้านอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในเมือง จะอยู่ที่ 17.4 กม./ล. น้ำมัน 1 ถัง สามารถวิ่งได้ไกลประมาณ 645 กม.
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล “ดังนั้นสรุปง่ายๆนะครับ ถ้าคุณเป็น
ประเภทตีนผีผมบอกได้เลยครับว่า ระบบ Hybrid ของ Honda สามารถสนองเท้าคุณได้ดีกว่า แต่ก็จะกิน
กว่ากันหน่อยนึง ส่วนถ้าคุณเป็นประเภทที่ว่าไม่คิดมากเน้นใช้งานประหยัดวิ่งทางไกลเยอะ  ไปหา Toyota
มันจะตอบสนองเรื่องอัตราสิ้นเปลืองได้ดีกว่า”


รวบให้ฟังหลังลองขับ
: เปลี่ยนไปเยอะจริงๆนะ ความรู้สึกที่ไม่ค่อยโอเคจากรถรุ่นเดิมๆหายไปเยอะ แต่ก็ยังมีเหลืออยู่บ้าง

การเปลี่ยนแปลกจาก G.9  มาเป็น G.10 นั้นผมกล้าบอกได้เลยนะครับว่า มันดีขึ้นจริงในทุกด้านที่มันควรจะดีขึ้น
และมันก็เปลี่ยน
แปลงไปตามทิศทางที่เปลี่ยนไปก็ D-Segment เช่นกัน หลายๆอย่างกลุ่มลูกค้าเดิมอาจจะไม่ได้
ชอบเช่น การตกแต่งภายในที่ไม่ได้หรูหราเหมือนรุ่นที่แล้ว แต่มันก็แลกมาดัวยการโดยสารที่สบายที่สุดในกลุ่ม
เรามาดูข้อดี-ข้อเสียเด่นๆ กันบ้างดีกว่า
ข้อดี
  • ระบบส่งกำลังแบบ Hybrid ตอบสนองได้ดีกว่าคู่แข่ง และยังให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงใกล้ๆกัน
  • ห้องโดยสาร วางตำแหน่งอุปกรณ์ วางตำแหน่งการนั่ง องศาการนั่ง มุมเงยต่างๆของเบาะทำได้ดีกว่าคู่แข่ง
  • ระบบ Honda SENSING สามารถช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการขับขี่ในบางสถาวะได้จริง เรียกได้ว่า Semi-Autonomous Driving ได้เลย และครอบคลุมการทำงานช่วงความเร็วที่หลากหลายกว่าคู่แข่ง
ย้ำนะครับว่า Honda SENSING เป็นระบบช่วยเหลือการขับขี่เท่านั้น ไม่ใช้ระบบขับขี่อัตโนมัติ
Full-Autonomous Driving
ข้อเสีย
  • คุณภาพของวัสดุที่ใช้ในการตกแต่งภายในบางจุด เช่น บริเวณที่ควบคุมกระจกไฟฟ้า วัสดุตกแต่งสีเทาบริเวณคันเกียร์ ควรมีการปรับปรุงให้ดูดีมากกว่านี้ เพราะดูจากผิวสัมผัสและร่องรอยต่างๆแล้ว มันน่าจะมีโอกาสที่จะเสื่อมสภาพภายใน 5 ปีแน่ๆ
  • Setting ช่วงล่าง อย่างที่บอกไปครับ แก้เรื่อง Body Control ให้ได้คือจบเลย และเท่านั้น
  • งานประกอบบบบ (อีกแล้วเหรออออ) ปัญหาดั้งเดิมของ Honda อันนี้เจอกันเรียกได้ว่าเป็นเรียกปกติไปแล้ว ผมจะไม่บรรยายละกันนะครับ เอาว่ารถคันนี้วิ่งมา 3700 km. ตอนรับรถมา และนี่คือสิ่งที่ผมเจอ
 และยังไม่นับเสียงพลาสติกของกรอบระบบ HUD สีกันดังก๊อบๆแก๊บๆอีกนะครับเนี่ย
คันต่อคัน
คู่แข่งเครื่องยนต์ Hybrid อีกเพียง 1 เดียวในตลาด D-Segment
Toyota Camry Hybrid 2.5 HV Premium
คู่แข่งดังเดิมของ Honda Accord ที่มารอบนี้พี่แกเล่นเปลี่ยนไปในทุกๆอย่างตั้งแต่การมองครั้งแรก
พอได้ขึ้นไปสัมผัสรถนั้นความ
หรูหราหายไปเยอะเลย ห้องโดยสารยังรักษามาตราฐานไว้ได้ดี
อาจจะยังนั่งไม่สบายได้เท่า Accord แต่มีออฟชั่นเบาะหลังที่แพรวพราวกว่า การขัยขี่ที่ระบบ Hybrid
อาจจะยังไม่สนองเท้าได้ดีเท่า Accord แต่ก็มีการเซ็ตช่วงล่างและพวงมาลัยที่ดีกว่า Accord ประมาณหนึ่งก้าว
ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense ก็มีแต่ก็ไม่ได้ Update เท่า Accord ไม่ได้มีกล้องรอบคัน
หรือระบบถอยจอดอัตโนมัติแบบ Accord 
คือแลกกันไปคนละหมัด สองหมัดละคู่นี้
ส่วน Nissan Teana นั้น……………….เราจะปล่อยให้เค้าจากไปอย่างสงบ ถึงแม้เค้าจะให้ช่วงล่างที่นิ่งแน่น
นุ่มขนาดไหนก็ตาม หน้าตาของมันก็ไม่ได้ดึงดูดลูกค้าซักเท่าไหร่เลย

เงิน 1.799 ล้านกับ D-Segment 2 คัน ระหว่างค่าย Live Alive กับ The Power of Dream ง่ายๆครับ
ไปลองจับ ไปลองสัมผัสรถตัว
ตัวจริงได้เลยที่โชว์รูมใกล้บ้านท่าน ชอบคันไหน ซื้อคันนั้น เพราะมันก็ดีทั้งคู่
และอย่าลืมทดลองขับ ทดลองนั่งให้แน่ใจด้วยนะครับ เพราะรถยนต์มันก็เหมือนเสื้อผ้าน่ะแหละ หาที่มัน
เหมาะกับตัวเรามากที่สุดและเราชอบมาที่สุด แล้วทุกอย่างจะโอเค

ขอขอบคุณ
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

ที่เอื้อเฟื้อรถยนต์สำหรับทดสอบ


ทดลองขับและภาพถ่าย : BellzonaPT.
เผยแพร่ครั้งแรก : 2 พฤศจิกายน 2562
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam

Comments
Loading...