ครั้งล่าสุดที่ Mercedes-Benz มีราคาต่ำกว่า 2,000,000 บาท และไม่มีส่วนลด คุณเห็นเมื่อไร? อาจจะนึกนานพอสมควร เพราะราคาแบบนี้เราอาจจะเห็นได้เมื่อ 30 ปีที่แล้ว   และมันเกิดขึ้นแล้ว…

เพราะ Mercedes-Benz ตัดสินใจนำรถยนต์รุ่น A-Class ที่จากเดิมนำเข้าทั้งคัน เปลี่ยนมาประกอบที่โรงงานธนบุรีประกอบยนต์ในรูปแบบ CKD (Complete Knock Down : ผลิตชิ้นส่วนจากเมืองนอก แต่มาประกอบที่ประเทศไทย) ทำให้การคิดภาษีสรรพสามิตต่ำลงกว่าเดิม การตั้งราคาทำได้ถูกลงกว่ารุ่นเดิม ไม่เพียงเท่านั้นยังได้เพิ่มรุ่นย่อยใหม่เพื่อเอาใจสาวกที่ต้องการรถยนต์ใช้งานทั่วไปแต่ไว้ใจแบรนด์นี้ไปแล้ว อุปกรณ์ที่จัดมาให้แบบไม่ขี้เหร่ เพียงพอต่อการใช้งาน ในชื่อ Progressive กับราคาที่จับต้องได้จริง ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ มีอะไรบ้าง เลื่อนลงมาดูพร้อมกันครับ

ขนาดตัวรถของ Mercedes-Benz A-Class Sedan มีดังนี้
ความยาว 4,556 มิลลิเมตร x ความกว้าง 1,796 มิลลิเมตร x ความสูง 1,425 มิลลิเมตร

ภายนอกของ Mercedes-Benz A-Class A200 Progressive หากจอดเทียบกับรุ่น AMG Dynamic ที่แพงกว่ากัน 169,000 บาท พบว่ามีหลายส่วนที่หายไป เริ่มตั้งแต่ กระจังหน้าทรงธรรมดา ชุดแต่ง AMG รอบคันหายไปเป็นแบบของรุ่น Progressive ล้ออัลลอยลดลงเหลือขนาด 17 นิ้ว 10 ก้าน หน้าตา Standard แบบกำลังดีพร้อมยาง 205/55 R17  รัดด้วยยาง Continental EcoContact 6 แบบบ้านๆ อีกทั้งจะเป็นยางที่คุณจะเจอได้ใน GLA 200 AMG อีกคันที่เรายืมมาทำรีวิวเช่นกัน แต่ๆๆ อุปกรณ์อื่นๆยังอยู่ครบ เช่น ไฟหน้า LED High Performace ชุดเซ็นเซอร์กะระยะรอบคัน ไฟท้ายแบบ Full LED 

ช่วงของกลางรถของ A200 นั้น จะมีให้ความรู้สึกเหมือนการนำ CLA รุ่นที่แล้วมาเหลาลดทอนความโฉบเฉียว ความเยอะของเส้นสายทิ้ง เพิ่มความเรียบง่ายของเส้น อีกทั้งขยายพื้นที่กระจก รวมๆแล้วทำได้ดีขึ้น เส้นสายของรถมองได้นาน อีกทั้งรถยังไม่มีน่ารักเพิ่มขึ้นนิดหน่อย จากทรงที่ดูป้อมๆขึ้น ผู้ใหญ่หลายๆคนอาจจะมองรถคุณเป็นมิตรต่อการโดยสารมากขึ้น

ท้ายรถนั้นยังคงคอนเซ็ปเดิมกับกลางรถคือนำ CLA รุ่นเก่ามาเหลาลดความเวียนหัว และเพิ่มความเป็นรถยนต์ โดยเส้นของฝากระโปรงต่างๆ จะลดทอนความซับซ้อนลง แบ่งไฟฟ้าออกเป็นสองส่วน โดยแปะไว้ทั้งที่ตัวถังและฝากระโปรงเพื่อเพิ่มช่องทางในการถ่ายเข้าและถ่ายออกสัมภาระ คิวฝากระโปรงท้ายจะถูกซ่อนไปตามเส้นสายของไฟท้าย มีกล้องหลังซ่อนอยู่เหนือแผ่นฝ้ายทะเบียนพร้อมมีปุ่มเปิดฝาท้ายอยู่ด้วยเช่นกัน เปิดฝาท้ายขึ้นมาด้วยระบบอัตโนมือ ไร้ซึ่งฝาท้ายไฟฟ้าใดๆ พื้นที่จุสัมภาระนั้นมีให้มากถึง 420 ลิตร ขนได้สะใจแน่นอน

เปิดประตูเข้ามาภายใน สิ่งหลักๆที่มีให้คุณในรุ่น Progressive เลยก็คือ เบาะหนัง ARTICO สีดำล้วน พร้อมระบบปรับไฟฟ้าฝั่งคนขับ 8 ทิศทางพร้อม Memory Seat 3 ตำแหน่ง ส่วนฝั่งคนนั่งนั้นปรับด้วยมือ 8 ทิศทางแต่อย่างไรก็ตามทั้งสองฝั่งมีระบบปรับดันหลังไฟฟ้ามาให้ด้วย จอกลางขนาด 10.25 นิ้วพร้อมระบบ  Infortainment เป็นระบบ MBUX มาให้เรียบร้อย เพียงแต่สิ่งที่ลดลงมาจากรุ่น AMG ก็คือจอมาตรวัดความเร็วที่เป็นจอเล็กกว่า แต่ใช้งานจริงนั้นดูสวย และใช้งานได้จริง เลือกการแสดงข้อมูลได้หลากหลายตามความต้องการ พวงมาลัยเป็นทรงแบบธรรมดาที่จะเจอได้ตาม Mercedes-Benz Avangrade Line ทั้งหลายหุ้มหนังมาให้ วงกำลังพอดีมือพร้อมปุ่มระบบ Multifuction ด้านขวาคุมจอมาตรวัดความเร็วและระบบ Cruise Control แบบธรรมดา No Adaptive ใดๆ ด้านซ้ายคุมจอระบบ MBUX ข้าม/ถอยหลังเพลง ปรับเสียงเพิ่มลด และใดๆ อีก 1 สิ่งที่ต้องขอชมคือจอทั้งสองจอยังสู้แสงได้ค่อนข้างดีมองได้ชัดเจนแม้แสงสะท้อนจัดๆ

ถัดลงมาจากหน้าจอระบบ MBUX นั้นเป็นแผงควบคุมระบบแอร์อัตโนมัติแบบโซนเดียวหน้า เป็นระบบปุ่มทั้งหมด มีปุ่มปรับอุณหภูมิแยกจากปุ่มอื่นๆ เข้าใจง่าย เพียงแต่ปุ่มปรับระดับความแรงลมควรมาอยู่อีกฝั่งที่เป็นปุ่มใหญ่น่าจะมีเหตุผลกว่านี้ และได้โปรดเลิกเสียทีกับระบบ Automatic Recirculation ที่ชอบตัดระบบหมุนเวียนอากาศเอาอากาศภายนอกเข้ามา น่าจะเพิ่มระบบเปิดปิดได้เหมือนของ Audi จะเป็นอะไรที่ดีมากครับ

ช่องวางของตรงกลางคอนโซน และกรอบของช่องแอร์ใต้จอระบบ MBUX ตกแต่งด้วย Piano Black สวย แต่เป็นรอยนิ้วมือง่ายตามปกติ ช่องวางของใต้แผง Controller แอร์มีขนาดใหญ่ใช้ได้ มีที่วางแก้วมาให้ 2 ตำแหน่ง มีช่องเชื่อมต่อระบบ Infortainment ผ่านมือถือมาให้เป็นแบบ Type-C ตามยุคสมัย (ที่ Benz นำหน้าชาวบ้านไปแล้ว) อาจจะต้องหามาให้รองรับกับมือถือของท่านด้วยนะครับ ตรงกลางคอนโซลที่ควรจะเป็นคันเกียร์นั้นแน่นอนมันถูกแทนที่ด้วย Trackpad ควบคุมระบบ MBUX แล้วเป็นทรงใหม่มีความเรียบราบไปกับคอนโซลใช้งานง่าย ปุ่มทางลัดระบบต่างๆที่ใช้ประจำมีมาให้ รอบ Trackpad ก็จะมีปุ่มทางลัดของจอ MBUX ปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่มปรับโหมดการขับขี่มาให้

การโดยสารในของเบาะหน้านั่น ทำได้ดี ดีมากกก แถมการว่าอุปกรณ์ต่างๆนั้นเป็นมนุษย์เสียที นานๆทีเราจะ Mercedes-Benz ทำเรื่องของตำแหน่งนั่งได้ดีแบบนี้ แถมตำแหน่งต่างๆมีความพอดี เบาะนั่งด้านหน้าโอบกระชับกำลังดี ไม่บีบจนเกินไป ฟองน้ำด้านข้างใช้งานได้จริง รั้งตัวได้จริงตอนเข้าโค้ง เบาะคู่หน้าปรับความยาวที่รองนั่งได้ ความพอดีของพวงมาลัยและเบาะนั่งมีมากที่สุดแล้วในบรรดารถพวงมาลัยขวาของ Mercedes-Benz ทำดี ทำไมไม่ทำแบบนี้ตั้งแต่แรกครับ หวังว่ารถรุ่นใหม่ๆของ Mercedes หลังจากนี้จะแก้ให้เหมือน A บ้าง เบาะหลังนั้นมีพื้นที่มากขึ้นจาก CLA ตัวที่แล้ว องศาพนักพิงหลังทำได้ดี แต่ยังแอบชันไปเล็กน้อย ตัวที่รองนั่งทำได้ดีใช่ได้ พื้นที่เหนือศรีษะมีเยอะเกินขนาดรถ ถือว่ารอบนี้ทำการบ้านมาได้ดีกว่ารอบที่แล้วเยอะ!!! เป็นมิตรกับผู้โดยสารเสียที อากงอาม่าจะได้กล้าขึ้นรถกันบ้าง

ขุมพลัง
เครื่องยนต์ของ Mercedes-Benz A-Class Progressive เป็นบล็อกได้ที่รับการพัฒนาร่วมกันกับเครือ Renult-Nissan-Mitsubishi และเป็นบล็อกที่คุณพบได้ใน GLA และ GLB โดยมีรายละเอียดดังนี้

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.3 ลิตร รหัส M282  4 สูบ ความจุกระบอกสูบ 1,332 ซีซี DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,620 – 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบดับเครื่องเมื่อหยุดรถ Eco Start-Stop และระบบเปลี่ยนโหมดการขับขี่ Dynamic Select ที่ปรับได้ทั้ง Comfort,Eco,Sport,Sport+ และ Individual

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-DCT มีอัตราทดดังนี้
เกียร์ 1 : 18.64
เกียร์ 2 : 11.06
เกียร์ 3 : 6.81
เกียร์ 4 : 4.62
เกียร์ 5 : 3.58
เกียร์ 6 : 2.86
เกียร์ 7 : 2.29
เกียร์ถอยหลัง : 17.17
อัตราทดเฟืองท้าย : N/A

เห็นตัวเลขแล้วแอบประหลาดใจจริง ๆ เครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร ติดหอย ที่เห็นเลขบนกระดาษสเป็กแล้วดูไม่หวือหวา แต่พอได้ขับจริง ๆ กลับผิดคาด มันแรงและทันตีนมาก ๆ แม้จะไม่ถึงกระชากหลังติดเบาะ แต่มันให้ความลื่นไหลของพละกำลังได้ดีมาก ๆ โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ซิ่งมาก วิ่งไหลตามรถยนทางด่วนเข็มความเร็วแตะ 130 กม./ชม. ได้แบบงง ๆ ช่วงออกตัวมีอาการอมกำลังประมาณครึ่งวินาที แล้วบ้วนออกมาแบบไม่มีเนือย ด้านเร่งแซงกันทำงานได้ดี ไม่ถึงกับไวทันเท้าแต่มันมีกำลังเพียงพอต่อการแซงรถที่ขับช้าแช่ขวาได้รวดเร็ว แต่เกียร์อัตโนมัติ Dual Clucth 

พวงมาลัยนั้นเบากำลังดี อัตราทดคล่องตัวดีมาก แถมน้ำหนักในทุกๆย่านความเร็วทำออกมาได้ดีเลย ไปตามใจสั่ง ไม่ยึกยัก คุ้นมือได้อย่างง่ายดายแม้จะเปลี่ยนมาจากรถคันอื่นๆ เป็นพวงมาลัยที่ไว้ใจได้ดีมากๆ ชอบ ไม่ต้องแก้แล้วทำออกมาได้จบมาก

ช่วงล่างโดยบุคคลิคของช่วงล่างรถคันนี้จะเป็นแนวตึงตังแต่ๆๆๆ สิ่งที่มันทำออกมาได้ดีมากๆนั้น คือการซับแรงสะเทือนที่เก็บอยู่ทุกรอยต่อ คุณจะรู้สึกว่ารถมันผ่านรอยต่อไปแต่รถให้คุณรับรู้แบบเบาๆ ว่าผ่านรอยต่อนะ แต่ชั้นซับให้แค่คุณรู้พอ ไม่ต้องสะเทือน แต่ความรู้สึกสะเทือนเลื่อนลั่นในรุ่นเดิมอย่าง CLA นั้นหายไปหมดเลย เป็นช่วงล่างที่ให้ความสบายมากในการรูด และการคุมตัวถังนั้น ทำออกมาได้อย่างดีจนน่าแปลกใจว่าทำไมพวกพี่ไม่ทำช่วงล่าง C-Class หรือ E-Class ให้ได้แบบนี้บ้าง การเข้าโค้งนั้นรถพยายามคุมตัวถังให้นิ่งได้ดีมาก แถมยังให้ความรู้สึกว่ารถเลี้ยวไปทั้งคันไม่ใช่แยกส่วนกันเข้าโค้ง เห้ยมันดีมากกก ดีจนเห้ยยยย พี่ไปเอา Mini มาเป็นต้นแบบหรือเปล่าเนี่ย แต่พี่ทำออกมาได้กลมกล่อมกว่ากันเยอะเลย สรุปเลยนะครับ คุณต้องลอง ช่วงล่างเบนซ์คันนี้มันคือส่วนที่สามารถพิสูจน์ได้เลยว่า A Sedan ไม่ใช่รถที่ขับเอาตราดาวเฉยๆแล้ว

แป้นเบรกในย่านความเร็วต่ำแอบมีช่วงจังหวะแรกที่กดแล้วหน้าทื่มเล็กน้อย แต่ภาพรวมของแป้นนั้นเซตออกมาได้นุ่ม กระชับ ทำงานไว ย่านความเร็วสูงมีความกระชับมากขึ้น หน่วงล้อได้ดี ยังคงรักษาชื่อของ Mercedes-Benz ในการเซ็ตแป้นเบรคได้ดีเช่นเคย

อัตราสิ้นเปลืองของ Mercedes-Benz A-Class A200 Progressive เรายังคงทดสอบภายใต้มาตรฐานเดิมของ Carsideteam คือนั่ง 2 คนโดย Naow27 และ ปลื้ม BellzonaNT เริ่มตั้งแต่ปั้มน้ำมันบางจาก สุขุมวิท 62 ลัดเลาะไปตามเส้นทางสุขุมวิทเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระราม 4 แล้วขึ้นทางด่วนท่าเรือ จากนั้นยิงตรงยาวจนถึงด่านบางพลีน้อย ในความเร็ว 110 กม./ชม. คงที่ โดยใช้ระบบล็อคความเร็ว Cruise Control แล้วกลับรถที่หน้านิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ แล้วขึ้นทางด่วนอีกครั้งแล้วยิงตรงจนถึงด่านบางนาแล้วลงบริเวณหน้าเซ็นทรัลบางนา ลัดเลาะเข้าสู่ถนนสุขุมวิทแล้วกลับไปเติมน้ำมันที่ปั้มเดิม หัวจ่ายเดิม

โดยผลที่ได้มีดังนี้
ระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 90.2 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 4.45 ลิตร
>>อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 20.25 กม./ลิตร<<

ขณะที่อัตราสิ้นเปลืองในการใช้งานจริง ตลอดการใช้งาน 5 วัน วิ่งมาทั้งหมด 463.6 กม. เติมน้ำมันกลับเต็มถังอยู่ที่ 37.86 ลิตร ตัวเลขเฉลี่ยออกมาอยู่ที่ 12.24 กม./ลิตร ส่วนน้ำมัน 1 ถัง สามารถวิ่งไกลประมาณ 464 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจรและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล

รวบให้ฟังหลังลองขับ
: CLA Replacement ซื้อได้ และไม่ใช่การซื้อเพื่อเอาแบรดน์อย่างเดียวด้วย

ต้องยอมรับกันก่อนว่า A Sedan คันนี้มันโดนเอามาแทนที่ CLA รุ่นที่แล้ว มันได้พิสูจน์ตัวเองได้แล้วครับว่า A/CLA/GLA/GLB หรือรถรุ่นใหม่ๆหลังจากนี้มันไม่ได้ใช่รถที่ทำเพื่อความขับเอาสวยๆงามๆ อวดบ้านข้างๆเพียงอย่างเดียวแล้ว มันคือรถที่ขับดีคันนึงเลย มันแอบขับสนุกเสียด้วยซ้ำ และที่สำคัญคือ มันเป็นมิตรกับทุกคนในบ้าน มันไม่ใช่รถที่แม้แต่วัยรุ่นขับยังบ่นทรมาณแบบ CLA มันพิสูจน์ตัวเองเรื่องปัญหาเดิมๆของเบนซ์ที่มีอะไรหลายผิดเพี้ยน เช่นตำแหน่งนั่ง ตำแหน่งอุปกรณ์ ในรุ่นก่อนถูกแก้ไปหมดในรุ่นนี้ หลังจากนี้คือข้อดีข้อเสียของรถรุ่นนี้แบบสั้นๆครับ

ข้อดี

  • ช่วงล่างและพวงมาลัย : พวงมาลัยคล่องมือและไปได้ตามที่ต้องการ น้ำหนักกำลังดี ช่วงล่างที่ Balance ไว้ทั้งการเกาะถนนที่ดีและความนุ่มนวลที่มีมาให้
  • เครื่องยนต์วิ่งดีเกินตัว : เครื่องยนต์ 1300 cc. พร้อม Turbo ที่ทุกคนที่ขับพร้อมใจการพูดว่า เห้ยยย วิ่งดีชิบหาย ดีเกินตัวไปมากกกกก ดีจนเชื่อว่าคุณเอาคนขับ Civic Turbo RS แอบเหงื่อตกได้แน่ๆ
  • Packaging ภาพรวมที่ดีเกินคาด : นานๆทีที่ Mercedes จะทำรถได้มีตำแหน่งหลายๆอย่างมั้งอุปกรณ์และการนั่งโดยสาร ความอเนกประสงค์ต่างๆลงตัวและใช้งานได้ดี

ข้อเสีย

  • งานประกอบ : ธนบุรีประกอบรถยนต์นั้นคือชื่ออยู่แล้วนะครับเรื่องของความจังไรในการประกอบรถ ปัญหาของรถคันนี้คือ งานประกอบภายนอก ช่องว่างหลายๆช่องของส่วนต่างๆภายนอกนั้นไม่เท่ากัน ง่ายสุดที่จะสังเกตได้เลยคือไฟท้ายรอยต่อของเส้นไฟ LED Light Guiding มันไม่ตรงกัน
  • ช่วงล่างเกือบจบแล้ว : มันอาจจะไม่ได้เป็นข้อเสียที่ใหญ่มากนัก คือ รถมีอาการหน้าลอยเล็กๆเวลาวิ่งความเร็ว 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งจุดนี้อาจจะเพราะใช้ยางธรรมดาหน้ากว้างแค่ 205 mm.

โดยภายรวมแล้ว A-Sedan ใหม่นั้นเป็นรถที่ผมแนะนำทุกคนเลยว่า เห้ย มันดีว่ะ ต้องลองจริงๆ มันไม่ใช่รถที่ขับเอาแบรนด์ตราดาวเก๋ๆแบบเมื่อก่อนนะ มันคือรถที่เป็นรถจริงๆ มัน Daily Use มันเป็นรถจริงๆมากขึ้น และไม่ใช่แค่รถที่ขับดีแบบกลางๆด้วย มันทำให้คำพูดที่ว่า เกือบสองล้าน ซื้อ Camry/Accord ดีกว่า ผมอาจจะเห็นด้วยแบบนั้นก่อนขับ A200 Progressive แต่หลังจากขับแล้ว มันมีบุคคลิคบางอย่างที่ Camry/Accord ไม่สามารถให้ได้เช่น โอเค  Camry/Accord ให้อุปกรณ์มากกว่า นั่งสบายกว่า (ถ้าจะเอาสบายอะนะ) คือความจริง แต่โดยเฉพาะเรื่องของการขับขี่นี่น่ะสิ คนที่ชอบขับรถหลายๆคนกลับชอบมันเสียด้วยซ้ำ ผมขอย้ำเลยนะครับ

คุณต้องขับมันจริงๆ มันคือ Benz ที่ทำให้คนด่าเบนซ์เช้าเย็น มองเบนซ์ดีขึ้นจริงๆ

ขอขอบคุณ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์การตลาด
บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด
สำหรับเอื้อเฟื้อรถในการทดสอบ


ทดลองขับและถ่ายภาพ : BellzonaNT
เผยแพร่วันที่ : 9 มิถุนายน 2564
หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัพเดททุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
facebook/instagram : carsideteam