Sofia Vergara เป็นผู้หญิงที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสวย เเละบุคลิกที่ตลกโปกฮา เเถมยังซ่อนความเซ็กซี่ไว้ในนั้น ด้วยคุณสมบัติที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้เธอเป็นนักเเสดงชาวอเมริกัน ที่ได้ค่าตัวสูงสุดเป็นเวลาติดต่อกัน 7 ปีในวงการโทรทัศน์ ในวันนี้ Sofia Vergara ก็ได้มีอายุปาเข้าไป 49 ปีเเล้ว รวมถึงตำเเหน่ง The Queen of Television Industry ก็ได้ตกไปเป็นของนักเเสดงคนต่อๆไป…

เเล้วมันเกี่ยวข้องกับรถคันนี้อย่างไร?

สิ่งที่ทำให้นึกถึงรถคันนี้ คือการมีหน้าตาเเละบุคลิกที่โดดเด่นกว่าใคร เเต่ถึงอย่างนั้นเเล้วไม่ต่างอะไรกับ Honda Accord คันนี้ ที่ในอดีต มันถูกเปิดตัวมาพร้อมกับหน้าตาที่ทันสมัย รูปทรงโฉบเฉี่ยว รวมถึงมีเครื่องยนต์บล็อกใหม่ที่เข้ามาสร้างสีสันในวงการ เเต่เเล้ววันนี้ การมาของ Toyota Camry โฉมไมเนอร์เชนจ์ก็ได้พรากความนิยมไปจาก Honda Accord เฉกเช่นเดียวกัน

เเล้วอะไรที่ทำให้ผู้บริโภคยังต้องซื้อรถคันนี้หล่ะ? เเน่นอน การที่ผมนำรถมาเปรียบเทียบกับนักเเสดงหญิงท่านนี้นั้นมีเจตนาเเฝงครับ ถึงเเม้ว่าวันนี้จะไม่ได้เปล่งประกายเป็นดาวค้างฟ้าเหมือนเเต่ก่อน เเต่ผมรู้สึกได้เลยว่ารถคันนี้มีอีกหลายเรื่องมากๆ ที่จะทำให้คุณตกหลุมรักได้ง่ายๆ ทั้งในเรื่องของดีไซน์ เเละบุคลิกการขับขี่ ซึ่งผมจะมาสาธยายให้ได้ฟังกันอย่างละเอียดในรีวิวฉบับนี่ครับ

จริง ๆ แล้ว Honda Accord 1.5 Turbo เราเคยนำเสนอผ่านรีวิวไปแล้ว แต่เราจะรีรันซ้ำอีกครั้ง เริ่มจากไฟหน้าเเบบ LED ทั้งโคมซึ่งให้ความรู้สึกที่เเตกต่างจาก Toyota Camry โดยสิ้นเชิงเพราะไม่ได้ใช้โคมไฟเเบบลูกเเก้วเเล้ว เเต่เป็นโคมไฟเเบบเฉพาะของ Honda ที่มีดีไซน์เเปลกออกไป โดยในตัว MY2021 คันในรีวิวนี้ จะมีการเพิ่มไฟตัดหมอกเข้ามาให้ หลังจากที่ไม่มีในตัวก่อนหน้า ถัดมาจากทางด้านหน้า จะพบกับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 225/50 R17 รูปทรงโดยรวมของตัวรถดูมีความโฉบเฉี่ยวขึ้นจากโฉมที่เเล้วอย่างเห็นได้ชัด เเละก็มาจบกันที่ด้านท้ายกับไฟท้ายระบบ Hybrid กล่าวคือเป็นกึ่งระบบ LED กับ ไฟหลอด ซึ่งตรงนี้อยากให้ปรับปรุงในโฉมหน้าเพราะไฟหลอดในรถราคาล้านกลางๆ ถือว่าไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย

ภายนอกถ้าจะว่าไปมันก็ดูสวย ล้ำสมัยไม่น้อยเลย โดยส่วนตัวถ้าต้องเลือกการดีไซน์ระหว่าง Honda Accord กับ Toyota Camry ก็อาจจะเลือกคันนี้เป็นช้อยส์เเรก เพราะมันดูเป็นรถที่เหมาะกับคนหลากหลายวัย ต่างจากทางฝั่งโน้นที่ให้ความรู้สึกเป็นรถผู้บริหาร หรือรถสำหรับนักธุรกิจที่มองเรื่องความน่าเชื่อถือ

เปิดประตูดูภายใน : เรียบง่าย แต่ไม่ทิ้งความหรู
ความรู้สึกแรกที่เห็นภายในของ Honda Accord 1.5 Turbo มีคำว่า “Minimal” ผุดเป็นคำเเรกที่เข้ามาในหัวของผม มันให้ความรู้สึกคล้ายกับ Apple Store ที่ Central World ยังไงชอบกล ที่มีลายไม้มาเป็นส่วนประกอบซะเยอะ เเต่ในเรื่องของดีไซน์ต่างๆ ให้ความรู้สึกเรียบหรูดี ทางด้านคอนโซลมีการลดทอนลายเส้นลงกว่าตัวก่อนเยอะพอสมควร เริ่มกันจากการควบคุม Infotainment system ทั้งหมดที่ถูกย้ายมารวมกันบนจอทัชสกรีนที่เดียว ซึ่งใช้งานง่าย หน้าจอมีขนาด 8 นิ้ว รองรับทั้ง Apple Carplay เเละ Android Auto ลำโพงมีมาให้ 8 ตัว จากที่ทดลองฟังถือว่าให้เนื้อเสียงที่ดีเลย ซึ่งตรงนี้ต้องขอชื่นชมเพราะส่วนตัวชอบมากกว่าเครื่องเสียงของ Toyota Camry โดยตัวมิติเสียงมีการเเบ่งความตื้น ลึก มาให้ชัดเจนมากกว่า

ทีนี้มาพูดถึงที่นั่งผู้ขับขี่กันบ้าง หน้าจอมาตรวัดเป็นเเบบอนาล็อกผสมกับดิจิตอล กล่าวคือการเเสดงผลความเร็วยังใช้เข็มมาตรวัดอยู่ เเต่ทางฝั่งเข็มวัดรอบจะใช้เป็นหน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว ซึ่งสามารถใช้งานดูข้อมูลได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเพลงที่เล่นอยู่ อัตราการใช้น้ำมัน หรือเข็มวัดรอบ ขณะที่พวงมาลัยเป็นทรงเเบบสามก้าน รูปทรงดูดี จับถนัดมือใช้ได้

เบาะนั่งคู่หน้านั่งสบายพอตัวเลย เเต่มันยังสบายไม่สุด… แต่ที่ผมค่อนข้างงุนงงสักนิดหลังจากเพิ่งลงจากรถอีกคันนึง เปลี่ยนมาขับคันนี้ ทำไมมันนั่งสบายสู้อีกคันไม่ได้ทั้ง ๆ ที่ Honda Accord ราคาสูงกว่าด้วยซ้ำ ซึ่งคำว่า “สบายไม่สุด” ของผมก็มาจากลักษณะเบาะที่ทำให้รู้สึกจมมากไป เเม้ว่าจะพยายามปรับให้สูง เเละชันมากขึ้นเเล้วก็ตาม อีกทั้งเบาะยังรองรับบริเวณเเผ่นหลังได้ไม่ค่อยโอบกระชับเท่าที่ควร อย่างไรก็ตามในส่วนของเบาะหลังถือว่าทำมาหักล้างกับเบาะหน้าได้เลย เพราะมันนั่งสบายใช้ได้ ผมไม่ประสบปัญหาในการเดินทางไกลโดยการนั่งเบาะหลังรถคันนี้ เเละคิดว่าการนั่งไป-กลับเชียงใหม่คงจะพบความบันเทิงได้ไม่น้อยเลย

นอกเหนือจากรายละเอียดทางด้านบน รถคันนี้ก็ยังใส่อุปกรณ์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความสบาย เเละให้สอดคล้องกับยุคสมัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Wireless Charger, ม่านบังเเดดที่กระจกบานประตูหลัง กับกระจกด้านท้าย, Power Outlet เเบบ 12 Volt เเละ เเอร์หลัง ที่ใส่มาให้ตั้งเเต่รุ่น 1.5 Turbo ยัน 2.0 Hybrid Tech ตัวท๊อป

โดยรวมถ้าต้องให้คะเเนนห้องโดยสารของรถคันนี้ คงจะได้เกรด B ไป เพราะขอติเรื่องเบาะคู่หน้าที่จมไปสักนิดเเละฟองน้ำที่ไม่ค่อยหนานุ่มจึงไม่โอบกระชับเท่าที่ควร ซึ่งในจุดนี้ Toyota Camry จะทำได้ดีกว่าเลยจะได้เกรด B+ ไป ส่วนตัวเคยเข้าไปศึกษาข้อมูลในคลับของเเอคคอร์ด ก็พบผู้ใช้งานจำนวนมากเเก้ปัญหาเรื่องเบาะจมโดยการซื้อเบาะรองนั่งมาใส่ไว้เลย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเเก้ปัญหาที่ดีมากครับ

ขุมพลัง
สำหรับ Honda Accord G10 ในรุ่นเครื่องยนต์สันดาป Honda ตัดสินใจปลดระวางเครื่องยนต์
2 ขนาดที่ร่วมชะตากรรมมานานอย่างขนาด 2.0 และ 2.4 ลิตร ออกจากสายการผลิต แล้วนำเครื่องยนต์
เบนซินขนาด 1.5 ลิตร Turbo ที่ยกมาจาก Honda Civic มาบรรจุพร้อมปรับจูนใหม่ให้เหมาะสมกับ
ขนาดของตัวรถ สำหรับรายละเอียด มีดังนี้

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร รหัส L15BG ความจุกระบอกสูบ 1,498 ซีซี DOHC 16 วาล์ว VTEC
พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบ กระบอกสูบ x ช่วงชัก 73.0 x 89.5 มม. กำลังอัด 10.3 : 1
ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 243 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 1,500-5,000 รอบ/นาที
สามารถเติมน้ำมันเชื้อเพลิงแก็สโซฮอล์ 91, 95, E20 และ E85 ความจุถังน้ำมัน : 56 ลิตร

จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT พร้อม Manual Mode และแป้น Paddle Shift บนพวงมาลัย
อัตราทด 2.645-0.405 / เกียร์ถอยหลัง : 1.859 –  1.265 / อัตราทดเฟืองท้าย  5.363

ระบบกันสะเทือน : เป็นเเบบเเม๊คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงในคู่หน้า เเละมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลงในคู่หลัง

ส่วนตัวเลขอัตราเร่งและอัตราการกินน้ำมันเราขออ้างอิงจากรีวิวที่พี่หนาวเขียนไว้เมื่อปี 2019 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

อัตราการกินน้ำมัน
ระยะทางที่วิ่งไปทั้งหมด 93.8 กิโลเมตร
ปริมาณน้ำมันเติมกลับ 5.57 ลิตร
>>อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 16.84 กม./ล.<<

หลังจากรับกุญแจจากพี่หนาวแล้วลองขับไปสักพัก จับความรู้สึกได้ว่าเเรงกว่าที่คิด เพราะจากประสบการณ์ที่เคยขับเครื่องเล็กใส่เทอร์โบจะไม่เร็วเท่านี้ ตัวเครื่องให้การตอบสนองที่ดีเลยสำหรับรถคันใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก เมื่อต้อง kick-down ในความเร็วต่ำ หรือใช้งานในเมือง รู้สึกได้ว่าว่ารวดเร็ว ตอบสนองไว แต่เมื่อต้องการกดคันเร่งเพิ่มในความเร็วสูงเกิน 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตัวรถจะใช้เวลาสัก 1-2 วินาที เเล้วจึงค่อยดีดตัวเองออกไป ซึ่งถือว่าเเปลก โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากสมองกลเกียร์ที่กำลังช็อกกับการกดคันเร่งเเบบกระทันหันเกินไป ทั้งนี้คุณสามารถเเก้ปัญหาได้โดยการค่อย ๆ กดคันเร่งเพิ่มเเบบค่อยเป็นค่อยไป รถก็จะตอบสนองได้ลื่นไหลมากขึ้น โดยรวม คิดว่ามันถูกสร้างมาเพื่อการเป็นรถครอบครัว ไม่ใช่รถสำหรับขาซิ่ง

พวงมาลัย : พวงมาลัยถือว่าเซ็ตมาใช้ได้เลย มีน้ำหนักกำลังดี เเต่ก็ต้องยอมรับว่ามันมีบุคลิกที่ค่อนข้างเรียบร้อยไปสักนิด คือเหมาะกับเป็นรถที่ขับเรื่อยๆ เข้า-ออก ที่จอดรถตามห้างได้ง่าย เนื่องจากน้ำหนักเบา ซึ่งการที่มันถูกเซ็ตให้มีลักษณะเเบบนี้ ทำให้ในการใช้ความเร็วสูง หรือการซิกเเซกไปตามทางด่วน อาจจะไม่ได้ให้ความมั่นใจเท่าที่ควร

ช่วงล่าง : สมเหตุสมผลกับราคา น่าจะเป็นคำอธิบายที่เหมาะสมสำหรับรถคันนี้ คือเมื่อผมลองขับทางไกล ลองเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือเเม้กระทั้งขับผ่านถนนที่ขรุขระมีฝาท้อ ตัวรถสามารถจัดการกับอุปสรรคเหล่านี้ได้ดี รถยังนิ่ง มั่นคง ถึงเเม้ว่าจะมีความรู้สึกเเข็งไปบ้างบางช่วง เเต่ก็ถือว่าทำได้ดี ตามมาตรฐานของรถ D-Segment Sedan เเต่ในอีกเเง่มุมนึง ในฐานะของคนที่ลองรถมาพอสมควร มองว่ายังมีรถอีกหลายรุ่นที่ทำได้ดีกว่านี้ในราคาที่ใกล้เคียงกัน ยกตัวอย่างเช่น Mazda CX-5, Subaru Forester หรือ Peugeot 3008 ซึ่งสิ่งที่จะรู้สึกได้ชัดเจนคือการเก็บอาการช่วงเข้าโค้ง หรือการเปลี่ยนเลน ที่รถจะให้ความรู้สึกเกาะถนนมากกว่า

ภาพรวมของการขับขี่ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ถ้าคุณชอบรถซีดาน เเละอยากได้รถใหญ่ คุณจะมีเเค่สองตัวเลือกให้ได้ตัดสินใจคือ Honda Accord คันนี้ กับ Toyota Camry ซึ่งมันก็ไม่ได้เเตกต่างกันมากเท่าไหร่ในเรื่องการของการขับขี่ เพราะฉะนั้นการที่คุณจะตัดสินใจได้ ก็คงต้องพึ่งส่วนประกอบด้านอื่นๆเเทน

เทคโนโลยี
สิ่งที่ Honda Accord 1.5 Turbo ได้ใส่เพิ่มเข้าไปรอบนี้คือชุดความปลอดภัย Honda Sensing ซึ่งผมจะสรุปให้เข้าใจง่ายขึ้นว่าเจ้าตัวระบบที่ว่านั้นมันมีอะไรมาให้บ้าง

  • ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนน พร้อมระบบเบรกเอง (CMBS)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแปรผันตามความเร็ว (ACC with LSF)
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน พร้อมระบบช่วยควบคุมออกนอกเลน (LKAS)
  • ไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)

ซึ่งหลังจากการทดสอบใช้ฟังชั่นทั้งหลายเหล่านี้พบว่ามีประสิทธิภาพที่ดี เเละค่อนข้างน่าสนใจถ้าเปรียบเทียบกับรถในระดับราคาใกล้เคียงบางรุ่นที่ไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือการขับขี่เหล่านี้มาให้ ตรงนี้ก็ถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของรถรุ่นนี้เลย

รวบให้ฟัง หลังลองขับ
: ขับดีเหมือนเดิม เติมออปชันให้น่าสนใจ และบางอย่างก็ยังต้องปรับปรุง

รถคันนี้เปรียบดั่งผู้หญิงผมยาว ใส่ส้นสูง เครื่องหน้าเครื่องผมจัดเต็ม มีรสนิยมการเเต่งตัวที่ถือว่าจัดจ้าน เเถมยังเป็นที่หมายปองของเหล่าชายโสด ข้อดีของการมีคุณสมบัติทางข้างต้นคือ เธอจะเป็นคนที่คุณอยากจะไปไหนมาไหนด้วยตลอด เธอจะเป็นผู้หญิงที่คุณอยากจะจูงมือไปเดินตามห้างหรูต่างๆ กินดินเนอร์ริมทะเล หรือเธอก็ยังจะเป็นผู้เเนะนำเทรนด์เเฟชั่นต่างๆให้คุณได้ด้วยเช่นกัน

เเต่ใช่ว่าจะมีเเต่ข้อดี เพราะถ้าตามหลักความเป็นจริงเเล้ว เธอจะไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณสามารถชวนไปเป็นเพื่อนตีกอล์ฟได้ หรือเธอก็คงจะไม่ใช่ผู้หญิงที่คุณจะพาไปล่องเเพ ปีนผา ได้เช่นกัน ดูไปเเล้วเธอจะไม่ใช่ผู้หญิงสายผจญภัยสักเท่าไหร่

เอาละมาพิจารณาข้อเด่นและข้อขัดใจที่ต้องปรับรุงมีอะไรบ้าง 

ข้อดีที่ควรชม
1.เครื่องยนต์และเกียร์ประสานการทำงานได้ดีจนน่าตกใจ
ถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบ พร้อมพ่วงเกียร์หนังสติ๊กอย่าง CVT แต่ครับ ใครที่ไปปรามาสมันไว้ ถ้าขึ้นไปขับ บอกได้เลยว่า ตกใจแน่นอน เพราะถ้าขับใช้งานปกติการตอบสนองช่วงต้นอาจสู้ Civic Turbo RS ไม่ได้เนื่องด้วยน้ำหนักรถที่มาก แต่พอรถลอยตัวไปแล้ว Accord 1.5 Turbo ก็พร้อมทะยานยาวแบบเดียวกับเครื่องบินที่ต้องการ Runway เพื่อ Takeoff ตัวเองขึ้นไปเหนือน่านฟ้า ดึงแรง ดึงยาว ถ้าใครชอบขับรถทางไกลแล้วใช้ความเร็วสูงเป็นประจำรับประกันว่าใบสั่งที่ส่งไปเก็บค่าปรับที่บ้าน ความเร็วไม่มีไก่กาอย่างแน่นอนครับและถึงแม้ว่าเกียร์จะเป็นแบบ CVT แต่ด้วยการปรับจูนมาให้มีการตอบสนองที่ดี และสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เหมือนเกียร์อัตโนมัติปกติ จึงทำให้ความสนุกในการขับขี่ จนรู้สึกประทับใจอย่างแน่นอน

2.แป้นเบรกที่ตอบสนองได้ดีและอาการ Fade ต่ำ
เป็นสิ่งหนึ่งที่เคยกังวลใน Civic FC และ FK แต่ใน Accord 1.5 Turbo นั้น กลายเป็นสิ่งที่ทำได้ดีและสร้างความมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น สามารถลดความเร็วลดมาได้อย่างรวดเร็ว และหากต้องลดความเร็วจากช่วงความเร็วสูง
ติดกันหลายๆคัน กลับไม่มีอาการ Fade แต่อย่างใด ซึ่งนี่คือสิ่งดีและควรพัฒนาลงไปใน Civic FC และ FK ครับ

3.ช่วงล่าง การซับแรงสะเทือนมีความแข็งนิดๆในย่านความเร็วต่ำ แต่นิ่งและเฟิร์มในย่านความเร็วสูง
จึงเป็นจุดที่ประทับใจกว่ารุ่นเดิม

ข้อเสียที่ควรนำไปพัฒนา
1.พวงมาลัยที่ยังคงมี Gap เล็กๆ ไม่ไปตามมือ
ถึงแม้ว่าพวงมาลัยจะความเป็นธรรมชาติ และน้ำหนักที่ดีจนน่าพอใจ แต่การตอบสนองในการเลี้ยวนั้น ยังคงมี Gap เล็กๆ ที่ไม่ไปตามมือ ถ้าหากท่านผู้อ่านไม่นึกไม่ออก ขณะที่ขับขี่ ต้องการเลี้ยวไปเท่าไร อาจจะเติมวงเลี้ยวเพิ่มจากปกติอีกเล็กน้อย เพื่อให้รถสามารถเลี้ยวไปได้ดั่งใจสั่ง ตรงนี้เป็น Gap เล็กๆ ที่ควรนำไปปรับเพิ่ม ซึ่งอีกนิดเดียวจริงๆ แล้วจะดีกว่าครับ

2.Setting ช่วงล่างมาเน้นการขับขี่ แต่กลับเลือกยางเน้นนุ่มนวมใส่เป็นยางติดรถ
ช่วงล่างที่มั่นใจค่อนไปทางแข็งของ Accord 1.5 Turbo เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ช่วงความเร็วสูง
ขับขี่ได้อย่างมั่นใจจนน่าทะลึง แต่คุณค่าของการ Setting จะมีประสิทธิภาพและทำให้ตัวรถน่าขับขี่ขึ้น
ถ้าหากยางติดรถยนต์เป็นยางกึ่งสปอร์ตอย่าง Michelin Pilot Sport 4 ที่ให้ประสิทธิภาพการขับขี่ดีกว่า
Michelin Primacy 3 ซึ่งเป็นยางติดรถจากโรงงาน จริงอยู่ที่หลายคนอาจจะทัดท้านว่า Accord เป็นรถที่เน้น
การขับขี่ที่นุ่มนวล แต่อย่าลืมว่า Accord โฉมนี้ เกิดมาเพื่อคนที่ชอบขับรถมากขึ้น และผู้ใช้รถที่อายุน้อย
รวมทั้งการ Setting ช่วงล่างที่เน้นการขับขี่มากกว่าความสบาย เรื่องเสียงยางที่เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย
แลกกับการขับขี่ที่สนุกและมั่นใจขึ้นอีกเยอะ น่าจะดีกว่าครับ

Honda Accord คันนี้มีบุคลิกเฉพาะตัวของมันที่ชัดเจน เเละมันก็บอกกรายๆเอาไว้เเล้วด้วยว่าคนที่ใช้มันน่าจะต้องมีไลฟ์สไตล์ไปในเเนวทางไหน สำหรับท่านใดที่อ่านรีวิวมาถึงตรงนี้เเล้วรู้สึกสนใจ เเนะนำให้ไปทดลองขับที่โชว์รูมใกล้บ้าน เเละลองเปรียบเทียบกับคันอื่นๆดูครับ เเต่ผมขอฝากไว้ว่า รถคันนี้อาจจะไม่ได้หวือหวา หรือสามารถสร้างความเร้าใจได้เท่ากับรถคันอื่นๆ เเต่มันก็มีดีในเเบบของมัน ซึ่งถ้าคุณบังเอิญตกหลุมรักกับสิ่งที่มันเป็นไปเเล้ว ก็น่าจะเป็นเวลาที่ดีที่จะวางเงินจองเเล้วล่ะครับ

ขอขอบคุณ
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

ที่เอื้อเฟื้อรถยนต์สำหรับทดสอบ


ทดลองขับและภาพถ่าย : Pipat Wang
เผยแพร่ครั้งแรก : 27 พฤษภาคม 2565

ติดตามข่าวสารได้ที่ www.carside.in.th
อัปเดตทุกความเคลื่อนไหวโลกยานยนต์ได้ที่
YouTube/ facebook/ instagram : carsideteam