Thailand Exculsive First Check Honda HR-V : เล็กกว่า CR-V แต่การขับขี่ไม่เล็กตาม

566

“Sport Crossover รุ่นใหม่ล่าสุด เพิ่งลงถนนบ้านเรา บลาๆๆๆๆๆ
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผมเจอเมื่อครู่ ลองเดาดูว่ามันเป็นรุ่นอะไร?
บอกได้แค่นี้แหละ…
หุหุ”

สถานะที่ผมโพสต์ลงไปในเฟซบุ๊คส่วนตัวและในเพจ carsideteam ทำให้หลายคน
เกิดความสงสัยและอยากรู้(จริงๆชาวบ้านเค้ารู้กันหมดแล้วล่ะ) ว่ามันคือรถรุ่นอะไร?
แน่นอนครับ เป็นรถ Sport Crossover ที่พึ่งครบ 1 สัปดาห์พอดีที่เปิดตัวสู่ตลาดบ้านเรา
เป็นรถที่ใครหลายคนถามถึงและรอคอยอยู่ว่า”ราคาจะแรงไหม….?” และคันนั้นคือ

Honda HR-V

รถ Sport Crossover C-segment ที่หลายคนพูดถึงกัน ณ เวลานี้ และเรากล้าพูดออกมาได้เต็มปาก
ว่า”เป็นสื่อมวลชนสายยานยนต์รายแรกในเมืองไทย”ที่ได้ทดลองขับรถรุ่นนี้และนำเสนอก่อนใคร!”
เอาเข้าจริง…เราก็ไปทดสอบกันที่โชว์รูมเจ้าประจำของเรานี้แหละครับ และใช้เวลาที่มีอันน้อยนิด
เก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด ก่อนที่เราจะเข้าถึงตัวรถนั้น เราต้องเล่าความเป็นมาของ HR-V กันคร่าวๆ
ว่ามาจากไหน แล้วมาได้ยังไง

Street of Story (a Little bit) by takatojenry24v
Honda HR-V เปิดตัวครั้งแรกในปี 1998 ในฐานะรถลุยสำหรับคนที่งบไม่พอที่จะไปเล่น CR-V
รุ่นแรกในตอนนั้น ทำให้ช่วงแรกนั้นก็นิยมใช้ได้ แต่พอเข้ายุคน้ำมันแพง HR-V นั้นเริ่มขายไม่ดีนัก
บวกกับตลาด SUV เริ่มถดถอยลงชั่วคราว ทำให้ฮอนด้านั้นได้ยุติ HR-V ไปในตลาดญี่ปุ่น และทั่วโลก

จนกระทั่งปี 2010 การมาของ Nissan Juke ทำให้ตลาด B-Suv ปะทุขึ้นมาทันที
ทำให้ฮอนด้าตัดสินใจพัฒนาตัวรถที่จะมาต่อกรและลงตลาดนี้ จนผลออกมากเป็น HR-V
ซึ่งในญี่ปุ่นเรียกมันว่า”Vezel” สำหรับตลาดบ้านเรานั้น เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 17 พ.ย.57
และเป็นความบังเอิญที่บทความเราคลอดออกมาครบ 1 สัปดาห์พอดี! โดยประเทศไทยเป็น
ประเทศที่ 4 ที่เปิดตัวรถรุ่นนี้ และเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ประกอบในประเทศ

หลายคนจะสงสัยว่า”HR-V มันอยู่ตลาดระดับไหน?”
คำตอบที่คุณกัน takatojenry24v ได้เขียนไว้ในข่าวคือ”Honda HR-Vจะวางตลาดกึ่งกลางระหว่าง
B-Segment กับ C-Segment SUV ซึ่งเหมือนกับ Suzuki SX-4 และ Subaru XV ซึ่งต่างจาก คู่แข่งอย่าง
Nissan Juke  และ Ford Ecosport และรวมถึง Mazda CX-3 ที่วางตัวเป็น B-Segment SUV”
หากยังงง ลองอ่านซ้ำหลายๆรอบ เพื่อความเข้าใจนะครับ

ขนาดตัวรถของ Honda HR-V นั้น ความกว้างจะอยู่ที่ 1,770 มม. ยาว 4,295 มม. สูง 1,605 มม.
ระยะฐานล้อ 2,610 มม. หากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Honda CR-V จะพบว่า”แคบกว่า 48 มม. 
สั้นกว่า 288 มม. เตี้ยกว่า 80 มม. ระยะฐานล้อสั้นกว่า 10 มม.” แต่ถ้าเทียบกับ Honda Jazz
จะพบกว่า“กว้างกว่า 75 มม. ยาวกว่า 340 มม. สูงกว่า 80 มม. ฐานล้อยาวกว่า 100 มม.”

สำหรับรุ่นที่เราทดลองนั้นเป็นรุ่น EL ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุดของ HR-V ภายนอกนั้น ไฟหน้าเป็น
แบบ Projector LED พร้อม Daylight ในโคม ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ลาย 5 ก้านแบบสปอร์ต
พร้อมยางขนาด 215/55 R17 มือจับประตูคู่หน้าแบบโครเมียม ส่วนด้านหลังจะอยู่บริเวณ
กรอบหน้าต่าง ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกันกับที่ Nissan Juke  เสาอากาศแบบ Shark Fin
พร้อมหลังคาแบบ Panoramic Roof ไฟท้าย LED แบบ Tube

กุญแจของ Honda HR-V ทุกรุ่นย่อยจะเป็นกุญแจแบบ Smart Keyless Entry
ในชื่อ “Honda Smart Key” พร้อมปุ่ม Push Start สามารถปลดล็อครถได้โดยไม่ต้องหยิบกุญแจ

เปิดประตู ดูภายใน
ภายในห้องโดยสารของ Honda HR-V นั้น โดยรวมแล้วเป็นการผสมงานออกแบบภายในระหว่าง
Jazz และ CR-Z จุดสังเกตของคอนโซลนั้นจะเป็นช่องแอร์ โดยทั่วไปแล้วช่องแอร์จะพยายาม
อยู่กึ่งกลางเพื่อกระจายความเย็นให้ผู้โดยสารหลัง แต่ Honda HR-V กลับออกแบบยาวจนเกือบ
ถึงกลางคอนโซลหน้า ซึ่งไม่ต้องกลัวว่าความเย็นจะไม่ทั่วถึง ในขณะที่วัสดุที่ใช้ในการตกแต่งนั้น
เป็นหนังแท้วัสดุสังเคราะห์ ให้ผิวสัมผัสที่ดี พร้อมลายตะเข็บผ้าที่ปั้มขึ้นรูปบนหนัง แนวเดียวกับ Jazz
อีกทั้งคอนโซลกลางได้ออกแบบเป็น ”Double Layer” พร้อมเบรกมือไฟฟ้า

แผงหน้าปัดของ Honda HR-V เป็นแบบเรืองแสง 3 วง พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ซึ่งสามารถ
ปรับสีได้มากถึง 7 สี การออกแบบนั้นหากดูในโบรชัวร์จะดูธรรมดามาก แต่เมื่อดูของจริงพบว่า
มีการวางเลย์เอ้าที่ซ้อนกัน ทำให้มีความรู้หลอกตาหน่อยๆ แต่ให้อารมณ์สปอร์ตแบบเรียบๆ
แถมหากคุณ Start เครื่องยนต์ เข็มไมล์จะหมุนไปจนสุดแล้วกลับมาที่เลข 0 เพื่อเช็คระบบไฟฟ้า

พวงมาลัยเป็นแบบ 3 ก้าน ซึ่งดีไซน์นั้น ไม่ใช่อื่นไกลที่ไหน ยกมาจาก Jazz เกือบทั้งดุ้น
เพียงแต่อัพเกรดวัสดุและเพิ่มปุ่มนิดหน่อยเข้าไป โดยตัวพวงมาลัยเองมีการเสริมปุ่มต่างๆ
ทั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและแสดงข้อมูลการขับขี่ สวิตช์รับสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย
พร้อมปุ่มสั่งการด้วยเสียงผ่านระบบ Siri และระบบควบคุมความเร็ว Cruise Control

เครื่องเสียงนั้นเป็นแบบ Advance Audio พร้อมจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch
ซึ่งสามารถเล่นเพลง วิทยุ CD พร้อมช่องต่อ AUX , USB และสามารถเชื่อมต่อแบบ HDMI ได้
สามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์ไร้สายผ่าน Bluetooth พร้อมสวิตช์รับสาย-วางสายโทรศัพท์บนพวงมาลัย
และยังรองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง Siri นอกจากนี้ยังแสดงภาพจากกล้องมองหลัง แถมยังปรับมุมมอง
ได้ 3 ระดับ แบบเดียวกันกับที่เจอใน Jazz , City , Odyssey และรถรุ่นใหม่ๆของฮอนด้า โดยการใช้งานนั้น
ถือว่าเรียบง่าย ไม่ยุ่งยาก ส่วนคุณภาพเสียงนั้น หากฟังทั่วไป อยู่ในที่ใช้ได้ แต่ถ้าเน้นเบสหนักๆล่ะก็
อันนี้อาจต้องปรับเพิ่มไปประมาณ 2-3 ระดับ น่าจะสนองนีดบรรดาหูทองได้ดีเลยทีเดียว

ส่วนเครื่องปรับอากาศนั้น ทุกรุ่นจะเป็นแบบอัตโนมัติ ซึ่งมาในแนวเดียวกันกับ Jazz , City และ Odyssey
แต่ไม่ได้เป็นแบบแยกส่วนซ้าย-ขวา ซึ่งการใช้งานนั้น หากกดปุ่ม Start 2 ครั้ง (เหมือนบิดกุญแจไปที่ On)
ตัวแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศจะทำงาน การใช้งานนั้นไม่ยุ่งยากสักเท่าไร

กระโดดมาที่เบาะแถวหลังบ้าง โดยเบาะแถวหลังนั้นเป็นแบบ 60:40 ซึ่งสามารถพับได้ 3 รูปแบบ
คือ Utility Mode , Tall Mode และ Long Mode เมือลงไปนั่งแล้วพบว่าเบาะนั้นนั่งสบายกว่า Nissan Juke
และเบาะรองนั่งทำผลงานได้ดีกว่า Ford Ecosport เพราะตัวเบาะซัพพอร์ตตรงต้นขาได้เยอะกว่า Ecosport
นิดหน่อย ในส่วนพื้นที่วางขานั้น ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่กว้างกว่า Ford Ecosport นิดหน่อย แต่โดยรวมถือว่า
“กว้างกว่าและนั่งสบายกว่า” ส่วนพื้นที่ศีรษะนั้นสั้นว่า”เหนือกว่า Juke”ครับ ขณะที่พื้นที่เก็บของด้านหลังนั้น
เนื่องจากตัวรถยาวกว่า  2 แบรนด์ที่เรากล่าวถึง (เพราะ HR-V อยู่ตำแหน่งสูงกว่า 2 คันนั้น) ทำให้พื้นที่ด้านหลัง
มีความจุเยอะกว่า Juke และ Ecosport โดยปริยาย

หากยังงง จงอ่านวนอีกรอบ!!!

ขุมพลัง
สำหรับเครื่องยนต์ของ Honda HR-V ในต่างประเทศ(ที่ชื่อ Vezel บางประเทศ) จะใช้เครื่องยนต์
ขนาด 1,500 ซีซี i-VTEC 131 แรงม้า และ ขนาด 1,500 ซีซี i-VTEC i-DCD (Intelligent-Dual
Cluth Drive) เครื่องยนต์ 132 แรงม้า

แต่ในบ้านเรากลับใช้เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี บล็อกเดียวกันกับ Honda Civic 1.8
ซึ่งนั้นคือเครื่องยนต์ขนาด 1,800 ซีซี รหัส R18A 4 สูบ SOHC 16 วาล์ว i-VTEC จ่ายน้ำมัน
แบบหัวฉีดมัลติพอยท์ PGM-FI ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ-นาที
แรงบิด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ-นาที สามารถใช้น้ำมันแก็สโซฮอล์ E85 ได้
พร้อมปุ่ม Econ Mode และระบบ Eco Coaching พร้อมไฟแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT แบบ Earth Dreams Teachnology พร้อม Paddle Shift 7 Speed

สมรรถนะ
หลายคนจะสงสัยว่า”ในเมื่อเครื่องยนต์ยกมาจาก Civic 1.8 แถมยกสูงอีก แล้วสมรรถนะจะออกมาดีไหม?”
ก่อนที่จะสาธยาย ข้อมูลสำคัญที่มีอยู่ในมือ คือ”ตัวเลข 0-100 กม./ชม.” ซึ่งการเป็น First Check นั้น
เนื่องด้วยหลายๆอย่างไม่เอื้ออำนวย จึงทำได้เพียงครั้งเดียว เกณฑ์การทดสอบคือเข้าเกียร์ D แล้วกดคันเร่งเต็ม
ออกตัว ผลออกมาอยู่ที่” 11.57 วินาที” ตัวเลขนี้เป็นเลขยังไม่เป็นทางการ

ในเรื่องอัตราเร่งนั้น ก่อนจะขับเจ้า HR-V ผมเลยจำเป็นที่จะต้องขับ Civic 1.8 ลิตรเสียก่อน เพื่อจับความรู้สึกต่างๆ
หลังจากขับ Civic 1.8 เสร็จ ก็มาขับ HR-V สิ่งเจอคือ”มีความกระฉับกระเฉ่ง และตอบสนองไวพอๆกับ Civic 1.8
ประมาณ 3 ใน 4 ของอัตราเร่ง” ตอนต้นจะมีช่วงอืดอยู่ แต่ไม่มาก หลังจากนั้นกำลังเครื่องจะไหลเรื่อยๆ ทันเท้า
ซึ่งอันนี้อานิสงส์จากการทำงานของเกียร์ CVT ที่ทำงานประสานกันได้ไหลลื่น การเร่งแซงนั้น บอกได้เลยว่า
“เหลือเฟือครับ” คือครึ่งคันเร่ง กำลังเครื่องสนองทันที แม้มีช่วงหน่วงบ้าง แต่มาแค่ระยะสั้น หลังจากกำลังเครื่อง
ก็จะไหลมาเทมา ในส่วนแป้นเบรกนั้น อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่ถึงขั้นจึก หรือหน่วงเกินไป การตอบสนองอาจต้อง
กดลึกนิดหน่อย ฉะนั้นข้อนี้ต้องรอยืมมาทดสอบ เพื่อเก็บรายละเอียดมากขึ้น ส่วนเกียร์นั้น แม้จะเป็น CVT
ลูกเดียวกับ Jazz ก็ตาม แต่ก็ทำผลงานได้ไม่ผิดหวัง ไหลลื่นไม่มีสะดุดตามสไตล์ CVT ส่วน Paddle Shift
นั้นก็ทำงานได้ไวในระดับนึง

พวงมาลัยของ Honda HR-V นั้นเป็นแบบแร็ค แอนด์ พีเนียน พร้อมระบบผ่อนแรงแบบไฟฟ้า EPS
และระบบช่วยการควบคุมการบังคับพวงมาลัย MA-EPS ในเรื่องน้ำหนักพบว่ามีความเบาในช่วงความเร็วต่ำ
ความเร็วเริ่มมีความหนืดมากขึ้น การตอบสนองของพวงมาลัยนั้น จัดว่าไวใช้ได้เลยทีเดียว แต่พอที่จะสู้
กับ Subaru XV ได้ในระดับนึง

ช่วงล่างของ Honda HR-V นั้น ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตร์ท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง
ด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีมแบบ H-Shape ความรู้สึกคือดูแข็งๆ คล้าย Jazz แต่เวลาขับช้าๆ
ค่อยๆออกตัว จะพบว่ามาในโทนนุ่มนวล แต่เมื่อขับในช่วงความเร็วปกติ พบว่ามีอาการแข็ง
ส่วนนึงเกินจากการเติมลมเกินขนาดของรถทดสอบ (ซึ่งเรื่องนั้นเป็นปกติสำหรับดีลเลอร์ที่ต้องจอดโชว์)
การเข้าโค้งนั้น หากใช้ความเร็วที่เกินจากช่วงปกติแล้วล่ะก็อันนี้อาจต้องระวังนิด ในข้อช่วงล่างนี้ขอไป
สรุปอีกทีตอน Check-in Drive ล่ะกัน

ความปลอดภัย
สำหรับ Honda HR-V ค่อนข้างจัดหนักในเรื่องความปลอดภัยเยอะกว่าคู่แข่ง ในด้านป้องกันนั้นมีทั้ง
ระบบเบรก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ,ระบบควบคุมการทรงตัว VSA , ระบบช่วยขึ้นเขา HAC ,
ระบบไฟเบรกฉุกเฉิน ESS, จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX, เซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด โดยระบบที่กล่าวมานี้
“มีให้ทุกรุ่นย่อย!”ส่วนด้านการปกป้องนั้นมีทั้ง โครงสร้างนิรภัย G-CON ,ถุงลมนิรภัยแบบ SRS
ในรุ่น S และ E จะได้เป็นคู่หน้า แต่ถ้าเป็นรุ่น EL จะได้ถุงลมนิรภัย 6 จุด

รวบให้ฟัง หลังลองคร่าวๆ
: ขับดีไหลลื่น พื้นที่เยอะกว่าคู่แข่งใกล้เคียง ราคาแอบแรงนิดๆ ที่เหลือรอเทสเต็ม
การมาของ Honda HR-V นี้ เป็นเติมตลาดรถ Crossover ที่ราคาเอื้อมถึง และกำลังเริ่มเป็นที่นิยม
ในตลาดทั่วโลก รวมไปถึงในประเทศไทย นับตั้งแต่การมาของ Nissan Juke ทำให้ค่ายรถยนต์เองเริ่ม
หันมาจับตลาดทางนี้กันมากขึ้น ด้วยคอนเซปต์ที่”ลุยได้ อัธประโยชน์สูง แต่ราคาเอื้อมถึง”

HR-V ก็เป็น 1 ตัวเลือกที่ว่า”ฉันอยากได้ความสะดวกสบายเหมือนรถใหญ่ แต่เงินฉันไม่พอ”คันนี้อาจ
จะตอบโจทย์สำหรับตัวคุณก็เป็นได้ เพราะเอาของจริง การขับขี่มันไม่ขี้เหร่ แถมทำอัตราเร่งได้น่าพอใจอยู่
พื้นที่ห้องโดยสารที่ดูแล้วนั่งสบายในระดับนึง อุปกรณ์ที่จัดมาก็เถอะคุ้มอยู่ ราคาแม้จะแอบแรงไปนิด
แต่ก็ไม่ได้โหดแบบขูดเลือดขูดเนื้อ เพราะฮอนด้าต้องการให้ HR-V อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำว่า CR-V อยู่แล้ว
และไม่อยากให้เกิดการทับไลน์ อีกทั้งพยายามทำราคาให้ถูกใจชาวไทยให้ได้มากเท่าทำได้

หากคนจะเทียบกับ Nissan Juke และ Ford Ecosport นั้น อาจเปรียบได้บางจุด เพราะทั้ง 2 คันนี้
เป็นรถในประเภท B-segment SUV แต่ถ้าเป็นเครื่องยนต์ อาจเทียบไม่ได้เพราะอยู่คนละตำแหน่ง
แต่ใช้เครื่องคนละไซส์กัน ฉะนั้นเราอาจจะต้องเทียบในบางข้อ ถึงจะดูว่าคันไหนคุ้ม

ในช่วงนี้หากสิ่งที่ผมเขียนมันอาจไม่เชื่อสำหรับคุณ แนะนำว่า”ให้คุณไปลองด้วยตัวเอง”ที่โชว์รูมฮอนด้า
ทั่วประเทศ หรือถ้าให้ไวหน่อยก็ไปลองได้ในงาน Motor Expo ที่จะเกิดขึ้นในเสาร์นี้ (28 พ.ย.57)
แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่ผมเขียนไว้นั้น มันตรงใจคุณพอที่จะเซ็นสัญญาจองรถหรือไม่ อันนี้อยู่ที่คุณว่า
หลังจากลองขับแล้วจะชอบมันมากน้อยแค่ไหน…

แต่ข้อสงสัยที่เหลือล่ะ?
นั้นคือสิ่งที่เราจะมาไขกันต่อใน Check-in Drive ทั้งอัตราเร่ง 0-100 และ 80-120 แบบ Full Scale ,
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง และรวมไปถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่หลายคนยังสงสัยอยู่  อันนี้โปรดจงรอ
การทดสอบแบบเต็มๆ Check-in Drive ที่อาจจะได้เห็นในช่วงต้นปีหน้า หรือเร็วกว่านั้น หรือช้ากว่านั้น
ก็เป็นด้ายยยยยย……..ฉะนั้นไม่มีอะไรที่จะบอกไปว่า

โปรดติดตามตอนต่อไป……
Check-in Drive Honda HR-V

กราบบบบ ขอบพระคุณงามๆ
-บริษัท แมทริกซ์ ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด
โทร.053-851000


ทดลองขับและภาพถ่าย : Naow27
เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.carside.in.th
24 พฤศจิกายน 2557
อัพเดทล่าสุด 11 ธันวาคม 2560

หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

 

Comments
Loading...