First Touch All New Toyota Camry : มันหรูกว่าเดิมเว้ยเฮ้ย

638

รถ D-Segment หรือรถยนต์ส่วนบุคคลขนาดใหญ่ เป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันสูงมาก และเจาะตลาดนี้ยากมาก
เพราะอะไรนะเหรอครับ? เพราะคนส่วนใหญ่เล่นรถระดับนี้เพียงไม่กี่ยี่ห้อที่เป็นตัวเลือก (หากไม่รวมแบรนด์หรูอย่าง
Mercedi Benz BWM และค่ายอื่น) หากเป็นรถตลาดที่มีราคาในช่วงล้านกว่าถือว่า บุคคลทั่วไปเล่นได้อยู่ แต่พอสองล้าน
-สามล้านขึ้น อันนี้ต้องรวยแท้อะไรแท้ถึงจะคว้าได้ แต่รถขนาดผู้บริหารที่ได้รับความนิยมที่สุด จะเป็นใครไปไม่ได้นอกซะจาก

“Toyota Camry”

นับเป็นรถยนต์ขนาด D-Segment ที่ได้ความนิยมมาก (ลองดูบนท้องถนนล่ะกันว่าเยอะขนาดนั้น)
ซึ่งมีใช้หลายงานทั้งรับแขก VIP หรือแม้กระทั่งใช้เป็นรถลีมูซีนที่สนามบิน รวมไปถึงเป็นรถที่ใช้งานส่วนตัว!
พอมาถึงวันที่ 14 มี.ค.55 เจเนอเรชั่นใหม่ก็มาอยู่ตรงหน้าผมพอดี ที่คราวสนี้พกความหรูที่มากขึ้นกว่าตัวเดิม

จริงๆแล้วบทความนี้จะให้คุณได้อ่านก่อนงานเปิดตัวอย่างน้อย 1 วัน แต่เนื่องจากดีลเลอร์โตโยต้าที่เราไปนั้น
เป็นดีลเลอร์เดียวกับที่ทำ First Touch Hilux Vigo Champ แล้วมันไม่ได้จอดหลังศูนย์บริการ
แต่มันจอดอยู่หลังโชว์รูม! ขณะที่ควักกล้อง Canon EOS Kiss X5 (600D) มาถ่ายเพื่อทำ First Touch
จู่ๆ พนง.ขายได้เดินเข้ามาพร้อมบอกว่า”น้องครับ ถ่ายได้แต่อย่าเพิ่งเผยแพร่นะครับ” ในเมื่อพี่ๆพนง.ขาย
มาขอความร่วมมือขนาดนี้ ผมก็เลยตอบตกลง ในขณะที่ทำรูปอยู่สายตาพนง.ขายแต่ละคนเพ็งเล็งมาที่ผมตลอด
แบบไม่ขาดสาย! ทั้งๆทีมีผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านรถยนต์อยู่ข้างประกบผมตลอดเวลา (เพราะเค้าถ่ายรูปโดยใช้
Samsung Galaxy Note แล้วส่งรูปให้ลูกค้าดู!) จนผมเกร็งไปหมดและเก็บภาพนี้ไว้จนกระทั่งวันเปิดตัววันนี้
(15 มี.ค.55) วันที่คุณผู้อ่านได้จะอ่านสัมผัสแรกพร้อมเนื้อข่าวแทรก แต่ยังไม่มีการทดลองขับแต่อย่างใด
เพราะรถทดสอบยังไม่มา นี้เป็นรายละเอียดคร่าวๆ ฉะนั้นไม่ให้เสียเวลาก็เชิญอ่านต่อด้วยการเลื่อนลูกกลิ้งเมาส์ลง

Street of Story : Toyota Camry by Takatojenry24
Toyota Camry นั้นเกิดขึ้นในปี 1980 โดยพัฒนามาจากรถสปอร์ตอย่าง Celica
(แต่สุดท้ายก็เกิดมาเป็นรถหรูได้ไง ไม่รู้) โดยวางขายไปเรื่อยๆ จนถึงปี 1993 โตโยต้านั้นได้เปิดตัว Camry XV10
ในประเทศไทย โดยตัวรถนั้นนำเข้าส่งตรงจากออสเตรเลีย แต่ครั้งนั้นมาทั้งเครื่องธรรมดา 2.2 และตัวแรงสุดๆ 3.0 V6
(แต่ชะตากรรมตอนนั้นไม่ต่างจาก 3.5 บ้านเราเท่าไหร่ เพราะภาษีมหาโหด) โดยคู่แข่งนั้นเป็นรถดีกรีไม่ธรรมดาทั้ง
Nissan Cefiro A31, Honda Accord ตาเพชร แต่เหมือนจะไปได้สวย แม้จะเบียด Corona นิดนึง
แต่ตัวถังนั้นยังเป็นแบบเล็กอยู่ โดยตัว MC (MinorChange) ตามหลังนั้นได้ชื่อว่า ท้ายหงส์ ยิ่งเป็นอะไร
ที่สร้างให้มองว่า Toyota Camry = รถหรู และได้ถอดเครื่อง 3.0 ไป(สุดท้าย ก็ได้รับคำปลอบใจด้วยการใส่ Airbag มาให้)

รุ่นที่สองนั้นเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้ตัวถังร่วมกัน โดยหน้าตานั้นจะมองไปทาง “เหลี่ยม” ขึ้น (แต่ไม่แดงทั้งคันนะ)
โดยไฟท้ายนั้นออกแบบมายาวเป็นไม้บรรทัดปุระชัยเลย จึงได้ชื่อว่า ท้ายตรงโดยรุ่นนี้ออปชั่นจัดเต็มขึ้นทั้ง CD 6 แผ่น
แอร์ออโต้ เบาะพับได้ โดยตอนแรกยังมีเฉพาะรุ่น SE.G ทั้งแบบเกียร์ธรรมดา อัตโนมัติ และรุ่นเบาะหนัง
เครื่องยนต์ที่ใช้นั้นเป็นเครื่องยนต์ 2.2 5S-FE ตามเคย แม้ว่าตอนแรกนั้นจะประกอบที่ออสเตรเลียอยู่ตามเคย
แต่แนวโน้มยอดขายในไทยนั้นสูงมากจนคิดว่า คุ้มทุนแล้วละที่จะขายในไทย เลยตัดสินใจประกอบไทยเลย
(เอกลักษณ์รุ่นนี้คือ สีทูโทนทอง/น้ำตาล เงิน/เทา) ต่างประเทศนั้นก็มีขายเช่นกัน แถมมีเครื่อง 2.5 และ 3.0 ด้วย
(แต่เครื่องยังไม่ใช่ VVT-i) โดยคนอเมริกันนั้นไม่ได้มองว่ารุ่นนั้น”หรูหรา” แบบชาวเอเชียซะเลย พอรุ่น MC นั้นออกมา
Toyota ในไทย(และเอเชีย) มองว่ามัน “หรูขึ้นมาก!!” เพราะฉะนั้นออปชั่นหรูๆจึงตามมาทั้งไมล์เรืองแสง ที่วางแก้วหลัง
และรุ่นล่างที่ชื่อ GXi ก็มา โดยออปชั่นนั้นต่างแค่วิทยุเทป (ยุคนั้นมี CD ถือว่าไฮโซแล้ว) แอร์มือบิด ไมล์ธรรมดา เบาะผ้า
ภายในสีเทา เบาะนั่งปรับมือ แต่ยังใจดีที่มีกันขโมยกับไฟตัดหมอกหน้ามาให้ ส่วน ABS และถุงลมนิรภัยคู่นั้นให้มาในโรงงานเลย
ที่เมืองนอกเริ่มที่จะใส่ Navi และ Criuse Control แล้ว ปัจจุบันนี้ยังเป็นรุ่นที่นิยมที่กัมพูชา(แต่รถที่มานั้นเป็นรถจากฝั่งอเมริกา
เพราะดูจากชื่อรุ่นย่อยที่ใช้กันมานานอย่าง CE LE XLE ทุกวันนี้ยังใช้อยู่)

จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ Camry คือยุคเครื่อง VVT-i นั่นเอง โดยที่หน้าตาเวอร์ชั่นอเมริกานั้นจะออกมาแนวโค้งมามาก
ไฟท้ายมาแบบก้อนเดียว ภายในนั้นมีการเล่นระดับอีก พร้อมเครื่อง 2.4 และ 3.0 VVT-i โดยเครื่อง 2.4 นั้น
ได้ใช้มานานถึง 11 ปี (แต่โดนโละแล้วเมื่อเปิดตัววันนี้แหละ) ข้าวของนั้นถือว่า สมกับอเมริกัน เพราะมีแอร์ธรรมดา
อยู่ 2 แบบโดยแบบอเมริกันนั้นจะมาแบบลูกบิดเครื่องทำน้ำอุ่น แต่แบบตะวันออกกลางและออสเตรเลีย
จะเป็นแบบเครื่องซักผ้ารุ่นรักเมีย แต่แอร์ออโต้เป็นแบบเดียวกันทุกรุ่น ที่อึ้ง ทึ่ง คือ ที่ญี่ปุ่นก็ได้รับตัวถังนี้
มาด้วย โดย(พยายาม) วางตัวเป็นรถโฉบเฉี่ยวสุดเก๋า (เพราะตอนนั้นโดน Vista และ ES/Windom เป็น กขค แล้ว
โดยเฉพาะเจ้าหลังถึงให้เหตุผลที่ไม่ใช้เกียร์ Gate-Type กว่ากลัวทับซ้อนทางตลาด!!) ถึงขนาดต้องมีรุ่น 3.0 Touring มาด้วย
โดยตกแต่งด้วยไมล์ขาว พวงมาลัย 3 ก้าน แต่ยอดขายนั้นช็อก(ตั้งแต่ G5 รุ่นก่อนท้ายยาวที่ขายเฉพาะญี่ปุ่น
เนื่องจากออกแบบไม่สวยอย่างแรง!) ต้องบอกเลยว่ายุตกต่ำรถซีดานกำลังจะมาแล้วสำหรับญี่ปุ่น ขณะที่อื่นขายได้เรื่อยๆ
แต่ที่เอเชียนั้น สิงคโปร์ จีน ฮ่องกงทนไม่ไหวสั่งตัวญี่ปุ่นขายทันใจ แต่ไต้หวันนั้นมองว่า ไหนๆก็เอาใจตลาดแล้ว
จึงขอขัดเกลา Camry ให้หรูสุดๆ โดยไฟหน้าและกระจังออกแบบให้เป็นก้อนเป็นสัน ไฟท้ายนั้นเพิ่มติ้ง
ที่ฝากระโปรงนิดนึง และใส่ออปชั่นที่ล้ำๆในตอนนั้นทั้งม่านไฟฟ้า ไมล์สามสี กระจกประตูและกระจกข้างกันน้ำ
VSC TRC TVSS โดยการจัดออปชั่นนั้น จะนำระบบตัวอักษรมาใช้ แถมรุ่นที่เป็นตัว Top นั้นจะชื่อว่า Q แทน
(เชื่อไหมว่า ยอดขายของบอดี้นี้มาจาก 2.4Q มากที่สุด) เครื่องยนต์ในไทยเมิน 3.0 ไปเพราะขายไม่ออกแหงๆ
(ทั้งที่คู่แข่ง 2 คันมีเครื่อง V6 ให้เล่น) จึงจัดไป 2 เครื่องทั้ง 2.4 ตัวเดียวทั่วโลกและ 2.0 สำหรับชาวเอเชียอีกด้วย
โดยยอดขายนั้นเริดมากกก (ราคาตอนนั้น 2.4Q เท่า 2.5G แต่ตัวใหม่ขาดไปเยอะ) สโลแกนนั้น “เป็นผู้อื่น..เป็นผู้ตาม”
พร้อมโฆษณาที่ถ่ายแต่หลังๆๆๆๆ แต่ยุโรปนั้นเอาเข้ามาขายทีนึงแล้ว แต่ตัวรถนั้นไม่ถูกชะตา จึงเลิกขายจากที่อื่น
(เหลือแค่ยูเครนกับออสเตรเลีย)แต่ยุโรปนั้นเอาเข้ามาขายทีนึงแล้ว แต่ตัวรถนั้นไม่ถูกชะตา จึงเลิกขายจากที่อื่น

เอาละ พอ MC เมื่อปี 2004 ปุ๊บ ที่ไทยกัยไต้หวันภูมิใจมากที่ได้ขายก่อนญี่ปุ่น ซึ่งตอนนั้นออปชั่น “จัดเต็ม”
ยังมาอีกเยอะทั้ง Rain Sensor Navi EC mirror แต่ราคานั้นถีบสูงมากจนไปออกเครื่องเสียงธรรมดาหมด
พอถึงปี 2005 จึงเติมออปชั่นพื้นๆที่ควรมีให้ครบ โดยใช้ชื่อว่า 2.0G ยิ่งทำให้ 2.4G ไร้ค่ากว่าที่เป็น
ส่วนอเมริกาและญี่ปุน (รวมถึงตลาดโลกที่อ่อนไหว) จะได้คิ้วโครเมียมยาว ไฟท้ายขาวคั่นแดง (ทรงเดิม)
ต่างจากบ้านเราที่เป็น 3 สี ชมพุ แดง ขาว แต่ช่องไฟตัดหมอกเหมือนกัน (แถมทรงเดียวกับ XV20 MC ด้วย)
ยอดขายนั้นก็เรื่อยๆ เว้นอเมริกาที่ขายดี ปล.Camry ตัวนี้ทั่วโลกมา 2001 แต่บ้านเรากุมภาพันธ์ 2002 ตัวก่อน
ตกรุ่นนั้นได้แยกการออกแบบแล้ว โดยอเมริกานั้นได้ออกมาโดยทรงไฟนั้นเป็นแบบนอนๆยาวๆ กระจังดูห้อยๆ
ไฟท้ายดูย้อยๆ จึงเป็น Camry ในปัจจุบัน ยอดขายในอเมริกาก็พุ่งตามเคย แต่ที่ญี่ปุ่นนั้นนับวันยิ่งคิดว่าผิด
เพราะรสนิยมแบบนี้ญี่ปุ่นไม่ชอบ ที่ชอบคงเป็นโฉมบ้านเรา
แต่โฉมบ้านเรานั้นเป็นข่าวดี ที่จีนก็ได้ใช้ร่วมกันซะที โดยไฟหน้า กระจังหน้า ไฟท้ายนั้นเป็นก้อนยาวๆหรูๆตามสูตร
แต่คราวนี้ ที่ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง (ที่ยังใช้คอนโซลแบบ Camry บ้านเขา) จับมาทำเป้น Aurion ซะเลย
แต่ดันวางตัวเป็น Touring car ไปแล้ว เครื่องบ้านเขามีแค่ 3.5 โหดๆด้วย แต่มาบ้านเรานั้นเครื่องนี้ก็มาด้วย
พร้อมกับเครื่องเดิมใส้้ใหม่ แต่ที่เด็ดคือออปชั่นที่ 2.0G เต็มๆกว่า 2.4G จนหน้าแหกกันเป็นแนว ทำให้
รุ่น 2.0 ขายดีขึ้นเป็นประวัติการณ์ แต่มาเสื่อมตอนปี 2009 ที่ออกรุ่น Hybrid ที่เป็นครั้งแรกในไทย เล่นกวาดยอด
จนรุ่น 2.0 ยังอายเลย แต่ที่เมืองนอกนั้น อเมริกาได้เอาเครื่อง 2.5 DUAL VVT-i แทนเครื่อง 2.4 ในตัว MC ไปแล้ว
โดยเครื่องตัวนี้แหละ ที่จะมาในรุ่นใหม่นี้ตัวใหม่นี้ได้เป็นตัวพลิกประวัติศาสตร์ เมื่อทั่วโลกขอคว่ำบาตรโฉมอเมริกัน
เพราะหรูไม่พอ จึงต้องอยกตัวถงเป็นออสเตรเลีย-อเมริกา กับ ทั่วโลก โดยญี่ปุ่นนั้นจะวางเฉพาะ Hybrid เท่านั้น
แต่ที่อื่นเป็นเครื่องธรรมดา แต่เอเชียนั้นมาแบบ 3 เครื่องทั้ง 2.5 ธรรมดา 2.5 HV และ 2.0 เครื่องบล็อกเดิม!



Toyota Camry ในรุ่นนี้ที่เห็นอยู่นี้เป็นเจเนอเรชั่นที่ 5 ในเมืองไทย และเจอเนอเรชั่นที่ 7 ในตลาดโลก
ซึ่งมีรูปทรงที่หรูขึ้น ลู่ลมมากขึ้น ขนาดตัวถัง ความกว้าง 1,825 มม. ความยาว 4,825 มม.
ความสูง 1,470 มม. ความยาวช่วงล้อ 2,775 มม. ระยะห่างล้อหน้า 1,575 มม. ระยะห่างล้อหลัง 1,565 มม.
จะเห็นได้ว่าขนาดตัวถังโดยรวมมีตัวเลขเท่ากับเจนเนอเรชั่นที่แล้ว เพียงแต่เพิ่มความกว้างเพียง 5 มม.

กระจังหน้าในรุ่นธรรมดาจะมีขนาดใหญ่ พร้อมแถบโครเมียมเป็นซี่ๆ เพื่อรับลมได้มากขึ้น ถ้าเป็นรุ่น Hybird
จะเป็นแถบโครเมียมขนาดใหญ่ พร้อมโลโก้โตโยต้าสีน้ำเิงิน ไฟหน้าเป็นแบบ Projector ลำแสงแบบ HID
แต่ถ้าเป็นรุ่น Hybrid ลำแสงจะเป็นแบบ LED โดยทั้ง 2 รุ่นมีระบบปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ
กันชนหน้าในรุ่นธรรมดาจะเน้นความหรูหรา แต่ในรุ่น Hybird จะเน้นสปิอร์ตและหรูไปในตัว โดยทั้ง 2 รุ่น
จะมาพร้อมกับไฟตัดหมอกกระจกมองข้างปรับ-พับแบบไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยว

ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร และล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ในรุ่นเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
นอกจากนี้ยังมีแอร์โรไดนามิก ฟิน หรือครีบปลา ซึ่งข้อดีอยู่ตรงที่การไหลเวียนของอากาศดีขึ้น
ลดแรงต้านและลดการแกว่งตัวภายในชั้นอากาศ ไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟตัดหมอกหลัง ดีไซน์ใหม่

กุญแจของ All New Toyota Camry ถ้าเป็นรุ่นธรรมดาจะเป็นดอกธรรมดาที่เห็ฯกันจนชินตาในรุ่นต่างๆ
ซึ่งดอกนี้มักพบได้ทั้ง Hilux Vigo Champ , Fortuner ,Corolla Altis ฯลฯ แต่ถ้าเป็นรุ่น Hybrid
จะเป็นกุญแจแบบ Smart Entry Keyless พร้อมปุ่ม Push Start สีน้ำเงิน ทำให้สะดวกในกันเข้า-ออกรถ


เปิดประตูดูภายใน
ภายในห้องโดยสารของ All New Toyota Camry ครั้งแรกที่เห็นในภาพจากต่างประเทศ
ให้ความรู้สึกว่า”มันหรูกว่าตัวกว่าและมันรู้สึกว่าพลังความเก๋าของผู้บริหารมันมายังไงไม่รู้!”
โดยลักษณะคอนโซลออกแบบคล้ายตัว T รวมไปถึงการจัดวางตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆให้เหมาะสมและใช้งานง่ายขึ้น
อีกทั้งยังสะดวกต่อการใช้งานเพื่อลดการละสายตาขณะขับขี่ การตกแต่งภายในของ Camry ใหม่นี้
ในรุ่น 2.5 และ 2.0 G จะใช้โทนสีครีมพร้อมลายไม้สีน้ำตาลแก่ให้ความหรูหราภายในรถ
ส่วนรุ่น Hybrid จะเป็นโทนสีดำสปอร์ต พร้อมลายไม้สีดำ พวงมาลัย 4 ก้านแบบ EPS หุ้มด้วยวัสดุหนัง
พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ปุ่มรับโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อแบบ Hands-free ผ่าน Bluetooth
และ ระบบควมคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control*(*เฉพาะรุ่น 2.5 )

มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron ซึ่งมีการจัดวางตำแหน่งใหม่ โดยที่มาตรวัดรอบจะอยู่ซ้ายสุด มาตรวัดความเร็ว
จะอยู่กึ่งกลาง ส่วนเกจ์วัดน้ำมันเชื้อเพลิง และเกจ์อุณหภูมิเครื่องยนต์จะอยู่ขวาสุด พร้อมทั้งยังมีจอ MID มา 3 จอ
ซึ่งจะแสดงผลระยะทางการขับขี่ทั้งหมดแบบ Trip A , Trip B ,ความเร็วเฉลี่ย,อัตราการลิ้นเปลือง
เชื้อเพลิงโดยเฉลี่ย,อุณหภูมิภายนอก,ระยะทางการขับได้จากปริมาณถังน้ำมันในขณะนั้น และ ระยะเวลาการขับขี่
ส่วนรุ่น Hybird จะเป็นมาตรวัดชนิดเดียวกัน แต่มาตรวัดรอบจะแทนด้วยมาตรวัดไฮบริดที่
แสดงการทำงานของระบบไฮบริด

ชุดเครื่องเสียง ถ้าเป็นรุ่น CD จะได้ชุดเครื่องเสียงแบบวิทยุ CD MP3 1 แผ่น ลำโพง 6 ตัว ถ้าเป็นรุ่น DVD จะเป็นจอสัมผัส
แบบ DVD MP3 ใส่แผ่นซีดีได้ 1 แผ่น พร้อมลำโพง 6 ตัว เช่นกัน แต่ถ้าเป็นรุ่น DVD Navi ละก็จัดมาเป็นชุด
โดยใช้เครื่องเสียงจะเป็นจอสัมผัสแบบ DVD MP3 ซีดี 1 แผ่น พร้อมลำโพงของ JBL จำนวน 10 ตัว!
พร้อมระบบนำทางเวอร์ชั่นล่าสุด และกล้องมองหลัง พร้อมเส้นกะระยะ ขณะถอยจอด
และทุกรุ่นมีช่องเสียบเครื่องเล่นแบบ AUX และ USB มาให้ ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ 2 โซน
แยกซ้าย-ขวา ถ้าเป็นรุ่น Hybrid จะเป็น 3 โซน แยก-ซ้าย-ขวา-หลัง เบาะนั่งเป็นแบบหุ้มหนัง
พร้อมปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง





เปิดประตูเบาะหลังจะเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังชั้นดี พร้อมที่พักแขนเบาะหลังและที่วางแก้วไปในตัว
พื้นที่ด้านหลังที่ท่านเห็นในภาพที่ 2 นั้น เมื่อลงไปนั่งแล้วรู้สึกรับช่วงขาได้ดี แล้วนั่งได้สบาย
ขณะที่หน้าต่างด้านหลัง จะมีม่านบังแดดมาให้ในรุ่น Hybrid เบาะหลังสามารถปรับทิศทาง
แบบไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมสวิตซต์ควบคุม

ที่เก็บสัมภาระด้านหลังของ Camry ใหม่นี้ กว้างขึ้นโดยอนิสงจากตัวรถที่กว้างขึ้นมา ซึ่งเท่าที่ดูแล้วพื้นที่เก็บของ
สามารถใส่ถุงกอล์ฟได้ประมาณ 3-4 ถุง หรือจะใส่ร่างพี่กัน takatojenry24 ได้อย่างน้อย 2 ร่าง
หรือใส่ร่างผมได้ประมาณ 2-3 ร่าง และเปิดฝากระโปรงหลังผ่านภายในรถ!

ขุมพลัง
เครื่องยนต์ที่ใช้ใน Camry เวอร์ชั่นธรรมดานิ มีการเปลี่ยนบล็อกจาก VVT-i มาเป็น Dual VVT-i
พร้อมทั้งยังเพิ่มความจุกระบอกสูบและจูนสมรรถนะให้ดีขึ้นจากรุ่นก่อนโดยในเวอร์ชั่นธรรมดามี 2 บล็อก
ให้เลือกคือ เครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซีซี รหัส 1AZ-FE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VVT-i ความจุกระบอกสูบ
1,998 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ให้กำลังสูงสุด 148 แรงม้า (109 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบ-นาที
แรงบิดสูงสุด 190 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ-นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด Sequential Shift สังเกตตัวเลขแรงม้า
กับแรงบิดแล้วนำมาเทียบกับตัวก่อนพบว่าแรงม้าเพิ่มมาแค่ 1 แรงม้า! ถ้าพูดกันง่ายๆคือเครื่องยนต์บล็อกเดิมนั้นเอง

อีกบล็อกหนึ่งถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนเครื่องยนต์ชุดใหม่ขนาด 2,500 ซีซี รหัส 2AR-FE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว
Dual VVT-i ความจุกระบอกสูบ 2,494 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า
(133 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบ-นาที แรงบิดสูงสุด 231 นิวตัน-เมตร ที่ 4,100 รอบ-นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
พร้อม Sequential Shift

ส่วนรุ่น Hybrid ได้ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2,500 ซีซี รหัส 2AR-FXE 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว Dual VVT-i
ความจุกระบอกสูบ 2,494 ซีซี ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า (118 กิโลวัตต์)
ที่ 5,700 รอบ-นาที แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ-นาทีแต่! ยังไม่หมดแค่นั้น พอพ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าชนิด
มอเตอร์ซิงโครนัตแม่เหล็กถาวร แรงดันไฟฟ้าสูง สุด 650 โวลต์ กำลังสูงสุด 143 แรงม้า (105 กิโลวัตต์)
แรงบิดสูงสุด 270 นิวตัน-เมตร ที่ 0-1,500 รอบ-นาที

เมื่อเครื่องยนต์ 2.5 L Dual VVT-i 160 แรงม้า บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่กำลังสูงถึง 143 แรงม้า
เมื่อผสานกันแล้วจะรีดแรงม้าได้สูงสุด 205 แรงม้า (151 กิโลวัตต์) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT
แถมยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือก 2 แบบคือ EV Mode และ ECO Mode ซึ่งจะทำงานประสานกับคันเร่งไฟฟ้า
ช่วงล่างของ Camry ใหม่ ด้าหน้าเป็นแบบ อิสระแม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงหน้า
ส่วนด้านหลังเป็นแบบอิสระดูอัลลิงค์สตรัท ขณะที่ดิสท์เบรกเป็นขนาด 16 นิ้วพร้อมครีบระบายความร้อน

ความปลอดภัย
All New Toyota Camry ยังคงจัดเต็มกับระบบความปลอดภัยที่มาทั้งแบบก่อนเกิดอุบัติเหตุ
และขณะเกิดอุบัติเหตุ โดยมีระบบเบรก ABS พร้อมระบายกระจายแรงเบรก EBD
และระบบเสริมแรงเบรกด้วย BA พร้อมทั้งยังมีระบบควบคุมการทรงตัว VSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC
และระบบใหม่ที่จะช่วยออกตัวบนทางลาดชัน หรือ HAC (Hill Assist Control) ซึ่งระบบ VSC TRC HAC
ทั้งหลายจะอยู่ในรุ่น Hybrid เท่านั้น ส่วนระบบความปลอดภัยขณะเกิดอุบัติเหตุจะมีทั้งโครงสร้างนิรภัย GOA
ถุงลมนิรภัย 4 จุดคือ ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและถุงลมนิรภัยด้านข้าง ฝากระโปรงหน้าแบบดูดซับแรงกระแทก
(Impact Absorbing Structure for Pedstrians) ระบบป้องกันการบาดเจ็บที่กระดูกต้นคอ WIL และอื่นๆ

รวบให้ฟัง หลังสัมผัสแล้ว
: หรูขึ้นกว่าเดิม ตำแหน่งคล้ายกับตัวเดิม สนนราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,299,000 บาท
ส่วนท็อปสุดอยู่ที่ 1,896,000 บาท!!!
ดูจากตาราราคาต่อไป
– 2.0 G (1,299,000)
– 2.5 G (1,499,000)
– 2.5 HV (1,649,000)
– 2.5 HV DVD (1,699,000)
– 2.5 Navi (1,869,000)

ราคาถ้าเทียบจากตัวเดิมและคุณอาจเพิ่มเงินจากตัวเดิมไปอีก 20,000-60,000 บาท โดยประมาณ
เพื่อแลกกับความหรูหราที่มากกว่ารุ่นก่อน ไม่ว่าตัวธรรมดาหรือ Hybrid ก็ตาม แต่เมื่อมาดูรุ่น Hybrid
จะพบว่าอุปกรณ์เจ๋งๆเพิ่มมากขึ้น พร้อมลำโพง JBL ระบบความปลอดภัยก็มีให้เพียบในเรื่องความคุ้มค่า
แน่นอนว่าศูนย์บริการของโตโยต้ามีอยู่ 300 กว่าแห่ง ทั่วประเทศ ฉะนั้นเรื่องบริการหลังการขายหายห่วงได้เลย
กำหนดการเปิดตัวจริงๆต่อประชาชนทั่วไป จะเกิดขึ้นในงาน Bangkok Motor Show 2012
ในวันที่ 28 มี.ค.-8 เม.ย.55 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานีและที่โชว์รูมโตโยต้า ณ เวลานี้ รถ Camry ใหม่
ได้มาถึงที่โชว์รูมโตโยต้าแล้ว สามารถไปชมได้ ส่วนการส่งมอบในรุ่นเบนซินธรรมดาจะเริ่มในช่วงปลายเดือนมีนาคม
ส่วนรุ่น Hybird จะเริ่มส่งมอบในเดือนเมษายน โตโยต้าได้ตั้งเป้าเดือนละ 1,700 คัน/เดือน
ถ้ารวมเป็นปีแล้วจะอยู่ที่ 17,000 คัน/ปี

Special Thanks
-บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
-บริษัท โตโยต้า เชียงใหม่ จำกัด
ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าในจังหวัดเชียงใหม่


ภาพถ่าย : Naow27
เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.carside.in.th
15 มีนาคม 2555
อัพเดทล่าสุด 11 ธันวาคม 2560

Comments
Loading...