First Check Drive Nissan Pulsar ลบภาพอดีตไป…โดยสิ้นเชิง!

121

ปี 2006 นิสสันได้เปิดตัว Tiida ออกสู่ตลาดบ้านเรา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผู้บริโภคสับสนว่ารถรุ่นนี้ดูเล็ก แต่ทำไมราคามันแพงจังแหะ..? เกิดความสับสน และเบนเข็มไปยี่ห้ออื่น ผ่านไป 1 ปี นิสสันจึงแก้มือด้วยการปรับลุค รีเฟรชแบรนด์ Tiida พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ อย่าง คุณปลื้ม มล.ณัฐกรณ์ เทวกุล ที่ในเวลานั้นโด่งดังสุดขีด ทำให้ยอดขายนั้นกระตืองขึ้นมาในระดับนึง จนผ่านไป 3 ปี ก็ได้แต่งหน้าทาปากเสริมความมากขึ้น แต่ยอดขายยังอยู่ในระดับที่พอใจ

ผ่านไป 2 ปี ยอดขาย Nissan Tiida ก็เริ่มลดลงไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ เรื่อยๆ จนการมาของ Nissan Sylphy
เป็นการปิดตำนาน Nissan Tiida ไปแบบเงียบๆ (พร้อมสต็อกที่หมดพอดี!) สิ่งเกิดขึ้นคือ…แล้ว Nissan จะทำยังไงต่อกับรถ Subcompact C-Segment…? คำตอบก็อยู่ตรงหน้าคุณแล้ว

Nissan Pulsar คือรถ 5 ประตูระกับ C-segment ซึ่งเป็นคู่ต่อกรของ Mazda 3 และ Ford Focus ซึ่งหลายท่านอาจคุ้นว่า”เอ๊ะ มันเหมือนของประเทศจีนแหะ!” ใช่ครับ ใช้ตัวถังแบบเดียวกัน แต่กลับใช้พื้นฐานของ Sylphy ล้วน ทั้ง วัสดุภายใน เครื่องยนต์ เกียร์ และระบบช่วงล่าง ถ้าอธิบายแบบง่ายสุดๆคือ”พัฒนา 2 ตัวพัง คือตังถังแรกสำหรับประเทศจีน (Tiida) และอีกตัวถังหนึ่งสำหรับตลาดออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ยุโรป และ ไทย

สำหรับการทดสอบนั้น ผมได้ทดสอบในรุ่น 1.8 V Navi Sunroof อันเป็นรุ่นสูงสุดของ Pulsar แต่รูปที่ผมถ่ายมานั้นเป็นรุ่น 1.6 SV ฉะนั้นผมจะใช้ตัวอักษรสีแดงอ่อน มาร์คว่าจะพบได้ในรุ่นท็อป

ขนาดตัวรถของ Nissan Pulsar นั้น มีความกว้าง 1,760 มม. ยาว 4,295 มม. สูง 1,520 มม. ฐานล้ออยู่ที่ 2,700 มม. ระยะห่างล้อหน้า/ล้อหลังอยู่ที่ 1,540 / 1,530 มม. หากเทียบกับ Nissan Sylphy จะพบว่า”มีความกว้างเท่ากัน ความสูงเพิ่มอีก 25 มม. แต่ความยาวลดไป 320 มม. ระยะห่างทั้งล้อหน้าและล้อหลังลดไปอีก 5/10 มม.”

ภายนอกของ Nissan Pulsar นั้น แทบจะเหมือนจะ Nissan Tiida ในประเทศจีนทุกจุด เริ่มตั้งแต่ไฟหน้านั้น หากเป็นรุ่น 1.6 จะได้เป็นแบบฮาโลเจน แต่ถ้าเป็นรุ่น 1.8 จะได้เป็นแบบโปรเจ็คเตอร์ พร้อมลำแสง HID กระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมู พร้อมแถบโครเมียม กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในรุ่น 1.6 V ขึ้นไปจะมีไฟตัดหมอกให้ ล้ออัลลอยด์ในรุ่น 1.6 ลิตรนั้น จะได้ขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 195/60R16 ส่วนรุ่น 1.8 ลิตร จะได้ล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 205/50R17

ไฟท้ายแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ ในรุ่น SV นั้น สิ่งที่ได้เพิ่มนั้น จะมีชุดแต่งรอบคัน ได้แก่ สเกิร์ตหน้า-ข้าง-หลัง สปอยเลอร์หลัง ไฟท้ายแบบเลนส์ใส รมดำ ล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว รมดำ

เปิดประตูดูภายใน
ภายในห้องโดยสารนั้น แทบจะยกมาจาก Nissan Sylphy ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นชุดคอนโซลหน้ารถแผงประตู แผงหน้าปัด พวงมาลัย ฯลฯ แต่ได้เปลี่ยนโทนสีภายในเป็นสีดำ ทำให้มีความรู้สึกสปอร์ตมากขึ้นในส่วนอุปกรณ์ต่างๆนานานั้น แทบจะเหมือน Sylphy แต่สิ่งที่มีเพิ่มขึ้นมาและทำให้ใครหลายๆคนที่ซื้อ Sylphy ไป อิจฉาฝุดๆ นั้นก็คือ Cruise Control ซึ่งจะมีในรุ่น 1.8 ลิตร

ในส่วนอุปกรณ์ความบันเทิงนั้นหากเป็นรุ่น 1.6 ลิตร ลามไปถึง 1.8 ลิตร ล่ะก็ จะเครื่องเสียง วิทยุ MP3 CD 1 แผ่น พร้อมช่อง AUX หากเป็นรุ่น 1.8 จะมี USB เพิ่มเข้ามา แต่ถ้าแต่เป็นรุ่นท็อปสุดจะได้แบบ 2 DIN พร้อมจอ DVD ขนาด 5.8 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบ Bluetooth พร้อมไมโครโฟน พร้อมกล้องมองหลัง และระบบนำทาง Navigation System ติดตั้งมาจากโรงงานเลย

นอกจากนี้นับเป็นจุดเด่นของ นิสสัน พัลซาร์ นั้นก็คือ”ซันรูฟ” ซึ่งนับเป็นรถที่มีซันรูฟราคาถูกที่สุดในตลาด หากจะเทียบแบบเด่นชัดนั้น แพงที่สุดคือ Ford Focus รุ่น 2.0 Sport Plus 1,079,000 บาท รองลงมาเป็น Mazda 3 รุ่น 2.0 Sport Maxx อยู่ที่ 1,064,000 บาท แต่ Nissan Pulsar นั้น รุ่น 1.8V Sunroof Navi อยู่ที่ 976,000 บาท! ซึ่งถือว่าถูกกว่า 2 ยี่ห้อแรก แต่!ที่สาเหตุที่ถูก จะมาเฉลยในช่วงท้าย

ในส่วนของเบาะหลังนั้น สัมผัสคร่าวๆคือมีความสบายอยู่ แต่ตำแหน่งรองก้นนั้นดูลึกๆอยู่ เอาเป็นว่าถ้าให้ชัวร์ รอชม Side พิเศษ ที่งานมอเตอร์โชว์ล่ะกัน เพราะมีลิสต์ทดสอบอยู่ในนั้นด้วย!

ขุมพลังของ Nissan Pulsar นั้น ถือได้ว่ายกมาจาก Sylphy ครับ ! เพราะแน่นอนว่ารถรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้พื้นฐานของ Sylphy โดยมีให้เลือก 2 ขนาดคือ โดยเครื่องยนต์ 1,800 ซีซี ใน Sylphy นั้น เป็นบล็อกใหม่ในรหัส MRA8DE แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด EGI ถูกควบคุมด้วย กล่อง ECCS 32 Bit พร้อมระบบวาล์วแปรผันแบบ Twin CVTC ให้กำลังสูงสุด 131 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ-นาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 3,600 รอบ-นาที

และอีกรุ่นหนึ่งคือเครื่องยนต์ 1,600 ซีซี บล็อก HR16DE แบบ 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว จ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดคู่ ซึ่งเป็นครั้งแรกในเมืองไทย ที่เทคโนโลยีนี้ถูกบรรจุในเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร ถูกควบคุมด้วย กล่อง ECCS 32 Bit พร้อมระบบวาล์วแปรผันแบบ Twin CVTC ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ-นาที แรงบิดสูงสุด 154 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ-นาที
จับคู่กับระบบเกียรอัตโนมัติแบบ CVT ที่นิสสันเรียกว่า X-Tronic CVT อย่างเดียว!

ส่วนเครื่องยนต์ 1.6 ลิตร DIG-S Turbo 185 แรงม้าจากเวอร์ชั่นจีนและไต้หวันแล้ว ขอบอกเลยว่า เสียใจด้วยครับ
อาจจะต้องรอกันซะหน่อย

ได้เวลา”อยู่หลังพวงมาลัย”

ก่อนที่เราจะทดสอบเจ้า Pulsar นั้น ผมได้ตัดสินใจทดลองขับเจ้า Sylphy ก่อน เพื่อสัมผัสความรู้สึกต่างๆ หลังจากนั้นก็ได้เวลาควบเจ้า Pulsar ไปทดสอบเสียที รุ่นที่เราทดสอบนั้นเป็นรุ่น 1.8V Sunroof Navi อันเป็นรุ่นสูงสุดของ Pulsar

ผมใช้เวลาในการทดสอบ 9 นาที แต่เป็น 9 นาทีที่ผมเองสัมผัสถึงความแตกต่างของ Sylphy ได้อย่างแรกคือ”ความคล่องตัว” ดูเหมือนว่าเจ้า Pulsar จะมีความคล่องตัวกว่า อันเนื่อมาจากตัวรถสั้นกว่า Nissan Sylphy ไป 320 มม. ทำให้ตัวรถมีความรู้สึกว่าคุมง่าย บวกกับการเซ็ทพวงมาลัยที่แม้จะเหมือน Sylphy คือเบา และ ควบคุมง่าย ทำให้การบังคับเลี้ยวนั้นเป็นอะไรที่ไม่ต้องใช้แรงมาก อีกอย่างคือพวงมาลัยที่ใช้นั้นเป็นแบบไฟฟ้า EPS ซึ่งจะแปรผันไปตามความเร็ว ก็ให้ความมั่นคงอยู่

ในส่วนอัตราเร่งนั้นถือว่าใช้ได้เลยก็ว่าได้ คันเร่งตอบสนองได้ไวพอกับๆ Sylphy (ในการทดสอบ Sylphy ขอถอนคำพูดว่า”ช้า”นะ  ) กดปุ๊ป เครื่องยนต์ก็สนองได้ทันใจและยิ่งเล่นโหมด Sport ล่ะก็สนุกมาก แต่คุณจะได้ยินเสียงการลากรอบที่แสนจะทรมาณ แต่! อยู่ที่แต่ละคนว่า Level ความซาดิสก์นั้นมีมากน้อยเพียงใด แต่โดยรวมถือว่าขับได้ดี

ช่วงล่างนั้นด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบ ทอร์ชันบีม พร้อมเหล็กกันโคลง คร่าวๆคือฟิลลิ่งคล้าย Sylphy คือย้วยๆ แต่จะมีความแข็งอยู่นิดๆ ฉะนั้นช่วงล่างนั้นค่อยไปว่ากันอีกทีตอนทดสอบ Check in Drive หรือถ้าไวสุดๆก็รอชมการทดสอบในงานมอเตอร์โชว์!

ในส่วนของความปลอดภัยนั้น แบบป้องกันจะมีทั้ง ระบบป้องกันล้อล็อค ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรก BA พร้อมดิสก์เบรก 4 ล้อทุกรุ่น ส่วนแบบปกป้องนั้น จะมีทั้งถุงลมนิรภัยคู่ทุกรุ่น โครงสร้างนิรภัยแบบ Zone Body เข็มขัดนิรภัยคู้หน้าแบบ ELR 3 จุด พร้อมปรับสูง-ต่ำได้ และด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง


รวบให้ฟัง หลังลองคร่าวๆ : หากไม่ติดเรื่องระบบความปลอดภัยและล่ะก็…คันนี้ตอบโจทย์ได้เต็มๆ! เหตุที่ราคาถูกนั้น เนื่องจากนิสสันนั้นไม่เลือกที่จะติดตั้งระบบควบคุมการทรงตัว VDC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS เพราะอาจทำให้ราคานั้นพู่งขึ้นมาแพงแตะระดับล้านได้ แต่โดยรวมแล้วถือว่าทำได้ดีกว่าเดิม และเห็นภาพได้ชัดเจน

จากรุ่นก่อน Nissan Tiida ที่หลายคนมองว่าเป็นรถดูไซส์เล็ก แต่พอไปมองที่ใบราคาแล้วแทบเบือน หน้าหนีไปซบค่ายอื่น การกลับมาลุยครั้งนี้ ถือว่านิสสันได้นิยามเจ้า Pulsar ว่าเป็น”สปอร์ตพรีเมียม แฮคช์แบ็ค” ซึ่งเกิดมาเป็นคู่แข่งกับ Mazda 3 และ Ford Focus

ส่วนตัวแล้วกลับชอบดีไซน์ด้านหน้าที่มีความรู้สึกถึงพุ่งทะยานไปข้างหน้า มีความปราดเปรี่ยว โฉบเฉี่ยว และสมรรถนะที่ขับได้คล่อง ระบบเกียร์ที่ทำงานได้ราบ แต่ส่วนที่เหลือนั้นมีความรู้สึกเฉยๆ

ความรู้สึกต่างๆนั้น อาจเป็นความรู้สึกส่วนตัว ฉะนั้นอยากรู้ว่าสมรรถนะจะเป็นอย่างไร คุณเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจได้ หากคุณลองขับแล้วประทับใจมาก ก็เซ็นใบจองได้ทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทดสอบคงยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะผมเองก็มีข้อสงสัยอยู่หลายข้อ สำหรับรถคันนี้ ทั้งช่วงล่าง เครื่องเสียง การจับเวลาอัตราเร่ง อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

ขอบคุณ
-บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
-บริษัท นอร์ทเวฟ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์นิสสันในภาคเหนือ


ทดลองขับและภาพถ่าย : Naow27
เผยแพร่ครั้งแรกที่ www.carside.in.th
21 มีนาคม 2556
อัพเดทล่าสุด 14 ธันวาคม 2560

หากต้องการนำไปใช้นอกเหนือจากเผยแพร่ซ้ำ
กรุณาให้เครดิตภาพจากต้นฉบับทุกครั้ง

 

Comments
Loading...