BMW X6 เป็น Crossover โฉมใหม่ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ช่วงปี 2008 มาพร้อมกับรูปทรงในสไตล์ Coupe
ซึ่งทำตลาดมาถึง 3 ตัวถัง โดยรุ่นที่ 3 เตรียมทำตลาดในไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มีนาคม 2020
หลังจากที่เปิดตัวในตลาดโลกไปในช่วงปี 2019 มาพร้อมกับหน้าตาที่ล้ำสมัยขึ้น เทคโนโลยีครบครัน
พร้อมเครื่องยนต์ดีเซล เริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้

หน้าตาภายนอกมีการปรับรูปทรงใหม่เริ่มจากไฟหน้า LED แบบ BMW Laserlight ที่ปรับขนาด
ให้เล็กลงกว่าเดิม กระจังหน้าที่เหลี่ยมสันและใหญ่โตขึ้น และยังสามารถเรืองแสง (Iconic Flow)
ได้ด้วย กันชนหน้าใหม่ที่มาพร้อมกับช่องระบายอากาศที่ใหญ่ขึ้น พร้อมไฟตัดหมอกหน้า LED
และช่องตกแต่งลายตาข่ายที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

ด้านข้างยังคงมีความลู่ลมเหมือนเดิม พร้อมเส้นสายตัวรถที่ดูเรียบง่ายและสวยงามขึ้น คิ้วขอบล้อ
กับเสกิร์ตข้างที่ปราดเปรียว รวมถึงแนวกระจกที่ใหญ่กว่ารุ่นเดิม ด้านท้ายมาพร้อมกับไฟท้าย LED
ที่มีขนาดเรียวลงลงแต่ยาวขึ้น ประตูหลังออกแบบใหม่ ย้ายช่องใส่ป้ายทะเบียนมาไว้ด้านล่าง เสริมด้วย
คิ้วเหนือป้ายทะเบียนมีเส้นสายที่รับกับแถบสะท้อนแสงอย่างลงตัว กันชนหลังมีการตกแต่งชายล่างสีดำ
พร้อมทำลวดลายให้ฉวัดเฉวียนขึ้น ส่วนล้ออัลลอยมีขนาด 22 นิ้ว และติดตั้งหลังคา Panoramic Moonroof

มิติภายนอกของ BMW X6 มีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,935 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 26 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 2,004 มิลลิเมตร (กว้างขึ้น 15 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1,696 มิลลิเมตร (เตี้ยลง 6 มิลลิเมตร)
  • ความยาวฐานล้อ 2,975 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 42 มิลลิเมตร)

ภายในมีตกแต่งใหม่ตามสไตล์ BMW ในยุคปัจจุบัน มาพร้อมกับโทนสีภายในดำที่มีให้เลือกทั้งแบบ
สีดำล้วน/สีดำ-แดง/สีดำ-น้ำตาลเข้ม เสริมด้วยลายเคฟลาร์และแถบสีเงินตามจุดต่างๆ และไฟเรืองแสง
ที่เปลี่ยนได้หลายสี จัดเรียงอุปกรณ์ให้ใช้งานสะดวกขึ้นช่องแอร์มีการปรับให้กลมกลืนกับ แผงควบคุม
ระบบปรับอากาศ ที่มีจอแสดงผลขนาดเล็กขนาบข้างไว้ตรงกลางพร้อมควบคุมชุดเครื่องเสียงที่มีปุ่มต่างๆ
ไว้เท่าที่จำเป็น รวมถึงพวงมาลัย 3 ก้านทรงเดียวกับ BMW รุ่นใหม่ๆ ตกแต่งด้วยแถบสีเงิน

ชุดเครื่องเสียงมาพร้อมกับระบบ BMW Live Cockpit Professional พร้อม iDrive เวอร์ชั่นใหม่ ติดตั้ง
หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้วทั้งมาตรวัดและหน้าจอตรงคอนโซลกลาง ปรับกราฟิกให้ทันสมัย รองรับ
การสั่งงานด้วยเสียงโดยการพูดว่า Hey, BMW พร้อมสั่งงานด้วยการใช้ท่าทาง,รองรับการเชื่อมต่อ
Apple Carplay และ Android Auto พร้อมที่ชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย พร้อมระบบเสียงแบบ
รอบทิศทางจาก Harman Kardon

ภายในมีเบาะนั่งแบบ 2 แถว 5 ที่นั่งพร้อมวัสดุหนังแบบ Vernasca เบาะคู่หน้าเป็นแบบทรงสปอร์ต
ปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำและที่ดันหลัง ส่วนเบาะหลังสามารถพับได้ในอัตราส่วน 40/20/40
พื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังมีความจุ 580 ลิตร เมื่อพับเบาะแล้วจะมีความจุสูงสุด 1,530 ลิตร

ออปชั่นต่างๆมีทั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน ที่วางแก้วแบบรักษาอุณหภูมิ รวมถึงมาตรวัด
แสดงผลบนกระจก HUD (Head-Up Display)

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังนี้

  • เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร 6 สูบ เทอร์โบคู่ให้พละกำลังสูงสุด 265 แรงม้าที่ 4,400 รอบต่อนาที
    แรงบิด 620 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 – 2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
    พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Xdrive

ตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐาน BMW Cluster Architecture (CLAR) มาพร้อมกับช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระ
Double Wishbone และด้านหลังแบบ 5-Link Suspension ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พร้อมระบบควบคุม
แบบแปรผัน Adaptive M Suspension และพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า Servotronic

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับออปชั่นดังต่อไปนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างอัตโนมัติ Radar Cruise Control พร้อมระบบ
    หยุดและเคลื่อนรถเองอัตโนมัติ Stop-and-go traffic
  • ระบบเบรกอัตโนมัติทั้งด้านหน้าและด้านหลัง Forward collision warning
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind-spot detection
  • ระบบเซนเซอร์อัจฉริยะ Park distance control
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน พร้อมควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane-keep assist
  • ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Automatic lane-change assist
  • ระบบเตือนการชนด้านหลังอัตโนมัติ Rear collision warning
  • ระบบเตือนรถเมื่อเคลื่อนบริเวณด้านหลัง Crossing traffic warning
  • ระบบอ่านป้ายจราจร Speed Limit Info
  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Parking Assistant Plus
  • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ High-beam Assistant

ใครสนใจสามารถไปชมตัวจริงที่ได้ที่โชว์รูม BMW ทั่วประเทศ

Facebook Comments