BMW Series 7 Minorchange : ปรับหน้าตาให้ใหญ่โตขึ้นพร้อมขุมพลังใหม่

256

BMW Series 7 เป็นรถซีดานขนาดใหญ่สุดของ BMW ที่ทำตลาดในขณะนี้ และยังเป็นรุ่นเรือธงประจำค่าย
อีกเช่นกัน หลังจากเปิดตัวไปในปี 2015 ซึ่งมียอดขายเยอะพอสมควร (ท่ามกลางกระแส Crossover
ที่กำลังได้รับความนิยม) ล่าสุด ก็ถึงเวลาที่จะต้องปรับหน้าตาใหม่ พร้อมขุมพลังใหม่เพื่อต่อกรกับคู่แข่ง

หน้าตาภายนอกมีการเปลี่ยนแปลงให้หรูหรากว่ารุ่นเดิม ซึ่งมีจุดต่างกันดังนี้

  • ไฟหน้า Adaptive Full LED หรือมีขนาดกรอบเล็กลง (มีแบบ Laserlightให้เลือก)
  • กระจังหน้าไตคู่ขนาดใหญ่พิเศษ
  • กันชนหน้าออกแบบใหม่ใหม่ ปรับช่องไฟตัดหมอกหน้าให้เล็กลง
  • ฝากระโปรงหน้าปรับทรงใหม่ขึ้นเล็กน้อย
  • ไฟท้ายปรับรายละเอียดใหม่แบบ LED ทั้งโคม
  • คิ้วตกแต่งไฟท้ายเสริมด้วยสีแดงด้านล่าง
  • เพิ่มสีตัวรถใหม่
    • Bernina Grey Amber Effect metallic
    • Burgundy Red metallic
    • Donington Grey metallic (เฉพาะรุ่น M Sport package)
    • Dravit Grey metallic
    • Tanzanite Blue II metallic
    • Aventurin Red metallic
  • ล้ออัลลอยลายใหม่พร้อมยางแบบ Run-Flat
    • ขนาด 18 นิ้วในรุ่น 740i และ 745e xDrive (มีล้อ 19 นิ้วให้เลือกในรุ่น 740i
      และขนาด 20 นิ้วให้เลือกในรุ่น 745e xDrive)
    • ขนาด 19 นิ้วในรุ่น 750i xDrive (มีล้อ 19 นิ้วให้เลือก)
    • ขนาด 20 นิ้วในรุ่น M760i xDrive

ส่วนภายในมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดดังนี้

  • เปลี่ยนโทนสีหลักจากสีเบจเป็นสีส้มชามัวร์ แผงประตูด้านล่างและพื้นรถทั้งหมดเป็นสีดำ
  • เปลี่ยนมาตรวัดเป็นจอแสดงผล LCD ขนาด 12.3 นิ้วเวอร์ชั่นล่าสุดเช่นเดียวกับ Series 8 และ X5
  • เพิ่มมาตรวัดบนกระจก Head-Up Display
  • ปรับ iDrive เวอร์ชั่นใหม่เป็น iDrive 7 พร้อม HDD ขนาด 20GB
  • มีเบาะหนัง Nappa แบบใหม่ให้เลือก พร้อมเพิ่มสีน้ำตาล,แดงอิฐเป็นทางเลือก
  • ปรับปรุงการเก็บเสียงให้ดีขึ้น
  • เพิ่มความหนาของกระจกรอบคัน 0.2 มิลลิเมตร
  • ปรับแถบสีเงินที่ตกแต่งพวงมาลัยใหม่ (เพิ่มพื้นที่บริเวณก้านด้านล่าง)
  • เปลี่ยนตำแหน่งที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายมาไว้ด้านหน้าที่วางแก้ว

ขุมพลังของ BMW Series 7 มีให้เลือกดังนี้

  • เพิ่มเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 4.4 ลิตร V8 523 แรงม้า (เพิ่มจากรุ่นเดิม 80 แรงม้า)
    แรงบิด 750 นิวตัน-เมตร (เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 100 นิวตัน-เมตร) ติดตั้งมาให้เฉพาะรุ่น 750i xDrive
    ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลา 3.9 วินาที (มาตรฐานโรงงาน)
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 6.6 ลิตร V12 600 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตัน-เมตร ติดตั้งมาให้เฉพาะรุ่น
    M760i xDrive ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลา 3.6 วินาที (มาตรฐานโรงงาน)
  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ 3.0 ลิตร 6 สูบแถวเรียง 335 แรงม้า แรงบิด 447 นิวตัน-เมตร ติดตั้งมาให้ในรุ่น
    740i and 740i xDrive ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลา 4.8 – 5.3 วินาที
    (มาตรฐานโรงงาน)
  • เครื่องยนต์เบนซิน Plug-in Hybrid 6 สูบ 280 แรงม้า (มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 113 แรงม้า
    แรงบิด 264 นิวตัน-เมตร) รวมกันแล้ว มีกำลังสูงสุด 389 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตัน-เมตร
    ติดตั้งมาให้ในรุ่น 745e xDrive ใช้เวลาทำ 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงภายในเวลา 4.9 วินาที
    (มาตรฐานโรงงาน) พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-Ion

เครื่องยนต์เบนซินทุกรุ่นจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่ปรับปรุงให้ราบเรียบขึ้น ส่วนเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid
จับคคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic ที่ปรับชุดคลัตซ์ให้ทำงานดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนระบบขับเคลื่อนมีให้เลือก
ทั้งแบบล้อหน้า และแบบ 4 ล้อ xDrive

ระบบความปลอดภัยได้ติดตั้ง Driver assistance systems มาให้ ประกอบไปด้วย

  • ระบบเตือนรถและคนข้ามถนน Collision and Pedestrian Warning
  • ระบบเบรกอัตโนมัติ City Braking
  • ระบบเตือนรถออกกนอกเลน Lane Departure Warning
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Detection
  • ระบบเตือนมุมอับขณะถอยหลัง Cross Traffic Alert
  • ระบบป้องกันการชน Rear Collision Preparation
  • ระบบแจ้งเตือนจำกัดความเร็ว Speed Limit Info system
  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างแบบแปรผัน Active Cruise Control
  • ระบบเบรกและหยุดรถอัตโนมัติ Stop & Go
  • ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน Active Lane Keeping Assistant
  • ระบบป้องกันการปะทะจากรถด้านข้าง Side Collision Avoidance
  • ระบบช่วยประคองพวงมาลัยขณะขับขี่บนการจราจรติดขัด Steering & Traffic Jam Assistant
  • ระบบเปลี่ยนเลนรถอัตโนมัติ Automatic Lane Change
  • ระบบตรวจจับวัตถุขณะขับรถตอนกลางคืน BMW Night Vision
  • ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Active Park Distance Control
  • ระบบถอยรถออกจากซองอัตโนมัติ Back-up Assistant
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง

BMW Series 7 Minorchange เตรียมวางจำหน่ายในยุโรปในเดือนเมษายน มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย
ส่วนราคาจะเปิดเผยกันใกล้วันวางจำหน่าย ส่วนบ้านเราเตรียมสัมผัสกันในงาน Motor Show 2019
เป็นอย่างเร็ว หรืออาจจะเปิดตัวในงาน BMW Expo ในช่วงเดือนกันยายน 2019 ก็เป็นได้

Comments
Loading...