All New Toyota Yaris : เปลี่ยนหน้าตาใหม่พร้อมปรับชื่อให้ใช้ร่วมกันทั่วโลก

402

Toyota Yaris (หรือ Vitz ในญี่ปุ่น) เริ่มทำตลาดโฉมปัจจุบันมาตั้งแต่ปี 2010 แล้ว ทว่า มีการแยกตัวถัง
ทั้งแบบแคบ (สำหรับยุโรป ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น) และแบบกว้าง (สำหรับตลาดโลก รวมถึงประเทศไทย)
อย่างไรก็ตาม เวอร์ชั่นตัวถังแคบเริ่มมีความเคลื่อนไหวออกมากันบ้างแล้ว ล่าสุด ก็ได้เปิดตัว All New Yaris
เป็นที่เรียบร้อย พร้อมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอยู่ที่หน้าตาภายนอก พื้นฐานตัวถังใหม่ รวมถึงชื่อรุ่น
ที่ตลาดญี่ปุ่นได้เปลี่ยนไปใช้ชื่อ Yaris ตามตลาดโลก (หลังจากที่ใช้ชื่อ Vitz มาตลอด 20 ปี) โดยจะเริ่ม
วางจำหน่ายในตลาดโอกอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

หน้าตาภายนอกมาพร้อมกับไฟหน้า LED 3 ดวงพร้อมไฟหรี่และไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED แบบเส้นหนา
กระจังหน้าและช่องดักลมที่รวมเป็นชิ้นเดียวกัน พร้อมลายตาข่ายและแถบใส่ป้ายทะเบียนที่รับกับกระจังหน้า
พร้อมกันชนหน้าที่มีลวดลายปราดเปรียว และไฟตัดหมอกหน้า LED พร้อมช่องสีดำเงาแบบยาว

ด้าข้างมาพร้อมกับกรอบกระจกที่โค้งมน และเส้นสายที่ลงตัวขึ้น พร้อมล้ออัลลอยลาย 5 ก้านคู่และหลังคาสีดำ
ส่วนด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย LED ที่มีเส้นสีแดงเชื่อมกันระหว่างไฟท้ายเพื่อให้ดูเป็นหนึ่งเดียว เสริมด้วย
แถบสีดำเงาระหว่างป้ายทะเบียนและกระจกหลัง ส่วนกันชนหลังมีลวดลายที่สปอร์ตขึ้น เสริมด้วยโครเมียม
นอกจากนี้มาพร้อมกับหลังคากระจก Panoramic Moonroof ในเวอร์ชั่นยุโรปอีกด้วย

สีตัวรถมาพร้อมกับ 12 สี ซึ่งจะมีสีเด่นด้วยกัน 2 สีคือ สีชมพู Ice Pink Metallic และสีส้ม Coral Crystal Shine
และบางสีจับคู่กับหลังคาสีดำหรือสีขาวให้อีก 6 สี

ภายในมาพร้อมกับแผงคอนโซลใหม่ที่มีการจัดเรียงให้ใช้ง่ายขึ้น แต่เสริมความอเนกประสงค์ด้วยช่องเก็บของ
ที่ทำเป็นเบ้าลึกถึง 2 จุด เสริมด้วยแถบสีเงิน พร้อมภายในที่มีโทนสีการตกแต่งด้วยสีดำ หรือทูโทน น้ำตาล/เบจ
พร้อมเสริมด้วยสีทองแดงตามจุดต่างๆ อาทิ แผงประตู ฐานเกียร์ พวงมาลัย วัสดุบุนุ่มตามจุดต่างๆเหมือนกับ
รถยนต์ยุคปัจจุบัน

ชุดเครื่องเสียงเป็นแบบจอสัมผัสรองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay/Android Auto,ระบบนำทางพร้อม
แอปพลิเคชั่น T-Connect,Bluetooth และ USB พร้อมการบริการต่างๆของ T-Connect มากมาย
ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ พร้อมจอแสดงผลที่ปรับปุ่มสวิตซ์ให้หรูหราขึ้น พร้อมช่องแอร์
ทรงเหลี่ยมที่อยู่ใต้วิทยุ ฝั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า

มาตรวัดมาพร้อมกับจอแสดงผลการขับขี่แบบสี MID ขนาดใหญ่ ฝั่งซ้ายเป็นมาตรวัดรอบ/การทำงานของ
ระบบไฮบริดและไฟบอกตำแหน่งเกียร์ ด้านขาวเป็นวัดปริมาณน้ำมัน ความร้อน และมาตรวัดความเร็ว
แสดงผลแบบตัวเลข นอกจากนี้มาพร้อมกับมาตรวัดเสริมบนกระจก HUD อีกด้วย และพวงมาลัยเป็นแบบ
3 ก้านที่มาพร้อมกับสวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ จอแสดงผลการขับขี่ MID ระบบควบคุมความเร็ว
อัตโนมัติ Cruise Control และระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense เสริมด้วยระบบอุ่นความร้อน
ในบางประเทศ

เบาะนั่งคู่หน้าแม้ว่าจะเป็นแบบปรับมือ แต่เบาะคนขับ นอกจากจะสามารถปรับสูงต่ำได้แล้ว ยังสามารถ
ปรับหมุนเพื่อความสะดวกในการออกจากรถ รวมถึงสามารถบันทึกตำแหน่งเบาะนั่ง (เฉพาะเลื่อนเบาะ)
ส่วนแผงประตูมีการปรับงานดีไซน์ให้ล้ำขึ้น โดยย้ายแผงสวิตซ์ไว้ด้านบน พร้อมเจาะช่องเป็นมือจับในตัว

สมรรถนะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดังต่อไปนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i
  • เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Dynamic Force จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะและเกียร์อัตโนมัติ
    Direct Shift CVT
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.5 ลิตร Dynamic Force จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT

(เลขแรงม้ากับแรงบิดยังไม่ทราบในขณะนี้)

งานวิศวกรรมมาพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐาน TNGA-B ที่ลดจุดศูนย์ถ่วงลงมา ขับขี่ดีขึ้นกว่าเดิม ลดน้ำหนักลงถึง
50 กิโลกรัมจากรุ่นเดิม พร้อมช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีม (ส่วนรุ่น
E-Four และ Hybrid จะเป็นแบบอิสระ Double Wishbone)

ระบบความปลอดภัย มาพร้อมกับ Toyota Safety Sense ซึ่งจะติดตั้งระบบดังต่อไปนี้

  • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างหน้ารถอัตโนมัติ Radar Cruise Control
  • ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อรถขับในความเร็วต่ำ Low Speed Acceleration Control
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ตรงกลาง LTA (Lane Tracing Assist)
  • ระบบอ่านป้ายจราจร RSA (Road Sign Assist)
  • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ
  • ระบบเซ็นเซฮร์อัจฉริยะ พร้อมหยุดรถอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง
  • ระบบช่วยถอยจอดอัตโนมัติ
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง

All New Toyota Yaris จะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงต้นปี 2020 สำหรับประเทศไทยแม้จะไม่ได้ใช้
Yaris โฉมดังกล่าวแต่ จะได้เครื่องยนต์ใหม่และปรับอุปกรณ์ใหม่ในช่วงปลายปี 2019 ซึ่งความคืบหน้า
จะแจ้งให้ทราบกันต่อไป

Comments
Loading...