หลังจากที่ Toyota เผยโฉม Harrier ในประเทศญี่ปุ่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คราวนี้ก็ถึงคิวของทางฝั่งอเมริกา
แม้ Toyota อาจจะไม่ประสบความสำเร็จกับ Venza เท่าไหร่นัก แต่ตลาด Crossover ยังคงบูมต่อเนื่อง
ล่าสุดก็ได้เตรียมเปิดตัว Venza อีกครั้ง คราวนี้ ไม่ได้ลงทุนออกแบบใหม่ทั้งหมดเหมือนรุ่นที่แล้ว แต่เป็นการ
นำ Toyota Harrier มาแปลงหน้าใหม่สำหรับทำตลาดอเริกาเหนือโดยเฉพาะ

หน้าตาภายนอกเหมือนกับ Harrier ทุกประการ ซึ่งมีรายละเอียดทั้งไฟหน้า LED ที่มีไฟหรี่/ไฟส่องสว่าง
เวลากลางวันสไตล์เดียวกับ Corolla รุ่นปัจจุบัน กระจังหน้ากรอบทึบช่องด้านล่างและเส้นโครเมียม
ที่ยาวจรดไฟหน้า กันชนหน้ามีช่องดักลมขนาดใหญ่ พร้อมช่องเสริมกันชนหน้าทรงเรียวยาว เสริมด้วย
ไฟตัดหมอกหน้า LED ด้านข้ามาพร้อมแนวกระจกทีงโฉบเฉี่ยว พร้อมเส้นสายตัวรถที่เหลี่ยมสันขึ้

ล้ออัลลอยมาพร้อมกับลาย 5 ก้านหลัก แยกเป็น 3 ก้านย่อยขนาด 19 นิ้ว สวมด้วยยางขนาด 225/55R19
ด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย Full LED ที่มีเส้น LED ที่ลากยาวจรดด้านท้าย บานประตูหลังลาดลง พร้อม
ไฟเบรกดวงที่ 3  ที่ค่อนข้างยาว และออกแบบส่วนล่างให้กลมกลืนกับกันชนหลัง เสริมด้วยโครเมียมด้านล่าง

ส่วนภายในการตกแต่งยกมาจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาทั้งชุด ซึ่งมีความหรูหรากว่า Venza รุ่นเดิมมาก เริ่มจาก
เสริมด้วยสีน้ำตาลในหลายๆจุด ทั้งแผงคอนโซลหน้า แผงประตู บริเวณรอบๆฐานเกียร์ พร้อมวัสดุนุ่ม
รวมทั้งใช้วัสดุสีเงินวาวและสีดำเงา อย่างไรก็ตาม ลูกค้าสามารถเลือกภายในสีดำล้วนได้อีกเช่นกัน

สิ่งที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นญี่ปุ่นคือ ชุดเครื่องเสียงเปลี่ยนมาใช้ระบบ Infotainment ของ Entune แทน
แต่ยังมีหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay/Android Auto
และ Amazon Alexa พร้อมลำโพง JBL 9 ตำแหน่ง เสริมด้วยปุ่มควบคุมระบบปรับอากาศแบบแยกฝั่ง
แบบปุ่มกด และมาตรวัดแบบเข็ม เสริมด้วยจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว บอกความเร็วเป็น MpH ตามสไตล์
รถยนต์ที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา เสริมด้วยจอแสดงผลยิงบนกระจก  HUD ขนาด 10 นิ้ว และยังมี
Panoramic Moonroof ที่มีไฟสำหรับสร้างบรรยากาศบนหลังคาได้อีกด้วย

ขุมพลังของ Venza มีให้เลือกแค่เครื่องยนต์ Hybrid อย่างเดียว ซึ่งมีเสปคดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.5 ลิตร Dynamic Force รหัส A25A-FXS ให้กำลังสูงสุด 219 แรงม้า
    จับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ ECVT มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและแบบ 4 ล้อ e-Four

ตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA-K เช่นเดียวกับ Camry พร้อมช่วงล่างแบบอิสระ ด้านหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท
ด้านหลัง อิสระ Multi-Link อีกทั้งยังเสริมกระจกแบบกันเสียง Acoustic Glass ที่ลดเสียงให้อยู่ในช่วงความถี่
530 – 650 Hz

ระบบความปลอดภัยมีดังนี้

  • ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Toyota Safety Sense 2.0
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Collision System (PCS) สามารถทำงานตอนกลางคืนได้
    • ระบบควบคุมความเร็วและระยะห่างหน้ารถแบบทุกย่านความเร็ว All-Speed
      Dynamic Radar Cruise Control (DRCC) พร้อมระบบหยุดและเคลื่อนรถอัตโนมัติ
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย Lane Departure Alert (LDA)
    • ระบบช่วยให้รถอยู่ตรงกลางแม้ไม่มีเส้นจราจร LTA (Lane Tracing Control)
    • ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ Auto High Beam (AHB)
    • ไฟสูงปรับการกระจายแสงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam System (AHS)
    • ระบบอ่านป้ายจราจร Traffic Sign Recognition (TSR)
  • กระจกมองหลังแสดงภาพจากกล้องด้านหลัง
  • เซนเซอร์รถอัจฉริยะสามารถเบรกอัตโนมัติเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง Intelligent Clearance Sonar
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง Blind Spot Monitoring (BSM) และขณะถอยหลัง RCTA
    (Rear Cross Traffic Alert)

Toyota Venza เตรียมทำตลาดในช่วงฤดูร้อน (ราวๆไตรมาส 3) โดยวางตำแหน่งการตลาดระหว่าง
RAV4 และ Highlander ส่วนราคาจะอยู่ต่ำกว่า $30,000 (958,000 บาท) ส่วนประเทศอื่นๆ
จะทำตลาดหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป

Facebook Comments