Toyota Sienna หลายๆคนจะเข้าใจว่า มันก็เป็นมินิแวนที่ขายในประเทศไทยไม่ใช่หรือ หลายๆคน
เห็นชื่อผ่านๆมักจะเข้าใจผิดว่ามันคือ Sienta ทั้งที่จริงแล้ว มันเป็นมินิแวนไซส์ใหญ่เทียบเท่ากับ Alphard
สำหรับทำตลาดอเมริกาโดยเฉพาะ ตลอดเวลา 20 กว่าปี ก็ได้ประสบความสำเร็จอยู่พอสมควร ซึ่งทำตลาด
ไปแล้ว 3 ตัวถัง ล่าสุด ก็ได้เปลี่ยนโฉมไปเป็นที่เรียบร้อย มาพร้อมกับรูปทรงใหม่ อุปกรณ์เต็มพิกัด
และขุมพลัง Hybrid พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้

หน้าตาภายนอกมาพร้อมกับกระจังหน้าที่เรียบง่ายขึ้น เริ่มจากไฟหน้าแบบ LED ที่มีลูกเล่นออกแบบไฟหรี่
แปลกตากว่า Toyota รุ่นอื่นๆ กระจังหน้าสีดำ แต่เพิ่มเส้นโครเมียมทั้งสองฝั่งที่ลากมาจากไฟหน้า
พร้อมกันชนหน้าเสริมช่องดักลมใหญ่พิเศษ และไฟตัดหมอกหน้า LED คิ้วสีเงิน ขณะที่ด้านข้างมาพร้อม
แนวกระจกทรงเหลี่ยม พร้อมเส้นสายตัวถังที่นูนขึ้นชัดเจน และทำส่วนด้านหลังให้นูนไปกับตัวถังรถ

ด้านหลังมาพร้อมกับไฟท้าย LED แนวนอน มีการลากหางไปอีกประมาณหนึ่ง แต่ยังไม่สุดกันชน
แบบ Sienta ส่วนคิ้วเหนือป้ายทะเบียนมาพร้อมกับคำว่า Sienna และประตูหลังมีลูกเล่นแบบ
ต่างระดับเสริมเข้ามา อีกทั้งกันชนหลังทำชายล่างสีดำก้อนใหญ่ๆ เสริมด้วยเส้นโครเมียมเล็กๆ

สำหรับรุ่น XSE มาพร้อมกับไฟหน้า LED ลายพิเศษ กันชนหน้าเจาะช่องเพิ่มเติมเล็กน้อยทั้งสองฝั่ง
ช่องดักลมลายตาข่าย พร้อมคิ้วสีดำเงา กระจกมองข้าง ล้ออัลลอย และราวหลังคาสีดำ (รุ่นปกติสีเงิน)
รวมถึงกันชนหลังเสริมลายตาข่ายที่ดูสปอร์ตกว่ารุ่นอื่น

แผงคอนโซลภายในมีความเรียบง่ายชัดเจนมาก การจัดเรียงอุปกรณ์ต่างๆเน้นความสะดวกสบายในการใช้งาน
โทนสีภายในชูโรงด้วยสีน้ำตาล/ดำเป็นหลัก แผงคอนโซลเสริมด้วยลายไม้ตกแต่งขอบสีเงินอีกเล็กน้อย
อีกทั้งยังมาพร้อมกับวัสดุนุ่มเสริมด้วยแถบสีเงิน

ชุดเครื่องเสียงมาพร้อมกับจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay/Android Auro
และ Amazon Alexa,ระบบนำทาง Navigator,รองรับการเชื่อมต่อ Wifi,Bluetooth พร้อมช่องเสียบ
USB 7 ตำแหน่ง และจอด้านหลังคุณภาพระดับ HD ส่วนลำโพงมาพร้อมกับ JBL ที่มีถึง 12 ตำแหน่ง

ถัดมาเป็นระบบปรับอากาศอัตโนมัติที่ออกแบบปุ่มกดให้กลมกลืนกับช่องแอร์ อีกทั้ง ยังทำระดับให้ดูเหมือน
เป็นถาดในตัว ติดตั้งช่องเสียบ USB และที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สายมาให้เช่นกัน นอกจากนี้ช่องเก็บของและ
ที่วางแก้วทำออกมาให้ดูเด่นออกมา เสริมด้วยสีเงินและบุนุ่มบริเวณข้างๆ ถัดมาฐานเกียร์ เบรกมือไฟฟ้า
และปุ่มเปลี่ยนโหมดขับขี่รวมเป็นชุดเดียวกัน นอกจากนี้ ด้านล่างยังเจาะช่องสำหรับวางของที่มีขนาดใหญ่
พอสมควร รวมถึงทำที่พักแขนแบบแยกมาให้ต่างหาก

มาตรวัดมาพร้อมกับจอแสดงผลการขับขี่ขนาด 7 นิ้วใช้กราฟิกแบบเดียวกับ Camry เสริมด้วยมาตรวัด
ฉายที่กระจกมีขนาดใหญ่ถึง 10 นิ้ว อีกทั้ง ยังมีพวงมาลัยทรงใหม่ มาพร้อมปุ่มกดที่เต็มก้านขึ้น และหุ้มหนัง
แบบเจาะรูในบางส่วนอีกด้วย เบาะนั่งมาเป็นแบบ 8 ที่นั่ง 2/3/3 เบาะแถว 2 แบบ Bench Seat และแบบ
7 ที่นั่งพร้อมโหมด Super Long Slide สำหรับเบาะนั่งแถว 2 เลื่อนได้สูงสุด 635 มิลลิเมตรเพื่อพื้นที่วางขา
ยาวขึ้น รวมถึงเสริมที่รองขาเพื่อความสบาย

อุปกรณ์ความสะดวกสบายมีมาให้เต็มพิกัด ซึ่งมาพร้อมดังนี้

  • ประตูท้ายไฟฟ้าและประตูสไลด์คู่ควบคุมด้วยระบบเตะเปิด
  • พวงมาลัยปรับสูง/ต่ำด้วยไฟฟ้าพร้อมฮีทเตอร์
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 4 โซน
  • เครื่องดูดฝุ่นแบบติดมากับรถ
  • ตู้สำหรับแช่เย็นภายในรถ
  • กระจกมองหลังถ่ายทอดภาพจากกล้องด้านหลัง

ขุมพลังมาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด ให้กำลังสูงสุด 243 แรงม้า อัตราสิ้นเปลืองอยุ่ที่ 33 MPG
(14.02 กิโลเมตร/ลิตร) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ ECVT เสริมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่และแบตเตอรี่ และยังติดตั้ง
ระบบเปลี่ยนโหมดการขับขี่ทั้งแบบธรรมดา EV ECO และ Sport และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถ
กระจายแรงบิดในอัตราส่วน 20/80 หรือ 100/0 (หน้า/หลัง)

ตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA-K พร้อมช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-Link เสริมการบิดตัวของรถยนต์
เพื่อให้  Sienna ขับสนุกขึ้น รวมถึงปรับปรุงเสียงภายในห้องโดยสารให้เงียบลงกว่าเดิม

ระบบความปลอดภัยมีดังนี้

  • ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 2.0
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรวจจับคนเดินถนนได้แม้มีแสงน้อย Pre-Collision System with Pedestrian Detection/Lowlight Detection
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปนผันทุกย่านความเร็ว Full-Speed Range Dynamic
      Radar Cruise Control
    • ระบบเตือนรถออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยช่วย Lane Departure Alert with Steering Assist
    • ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน Lane Trace Assist
    • ไฟสูงเปิด/ปิดอัตโนมัติ Automatic High Beams
    • ระบบอ่านป้ายจราจร Road Sign Assist
  • ถุงลมนิรถัย 10 ตำแหน่ง

Toyota Sienna เตรียมทำตลาดในตลาดอเมริกาเหนืออีกไ่ม่กี่เดือนข้างหน้า มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย
ส่วนราคาจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

Facebook Comments