All New Toyota Hiace : เปลี่ยนโฉมรถตู้ครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปีพร้อมเทคโนโลยีเต็มพิกัด

343

หลังจากที่ Toyota เปิดตัว Hiace มาตั้งแต่ปี 2004 ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง
จากบรรดารถส่งของ รถโดยสาร หรือบรรดาวินรถตู้ต่างๆ โดยมีการปรับโฉมและปรับอุปกรณ์
อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพิ่มเวอร์ชั่นหรูล่าสุด (ในประเทศไทยใช้ชื่อว่า Ventury) ล่าสุด
ก็ถึงเวลาเปลี่ยนโฉมอย่างเป็นทางการ พร้อมการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง และได้เปิดตัว
ในประเทศฟิลิปปินส์เป็นประเทศแรก ส่วนประเทศอื่นๆจะตามมาภายหลัง

หน้าตาภายนอกปรับให้เหลี่ยมขึ้นกว่าเดิมแบบชัดเจน เริ่มจากไฟหน้าใหม่ปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรับกับ
กระจังหน้าขนาดใหญ่ 2 ชั้นและช่องดักลมที่แบ่งเป็น 2 ชั้นด้วยเช่นกัน รวมถึงใส่ไฟตัดหมอกหน้าและ
ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ในบางรุ่น

ด้านข้างปรับรายละเอียดเกือบทุกจุด อาทิ กระจกมองข้างเสริมไฟเลี้ยว มือจับประตูเป็นแบบดึง
Grip-Type กระจกหน้าต่างที่มีการเล่นรายละเอียดเล็กน้อย แต่ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ฝากระโปรงหน้า
ที่ยื่นออกมาจากการย้ายตำแหน่งเครื่องยนต์จากใต้เบาะผู้โดยสารด้านหน้ามาไว้ฝากระโปรงด้านหน้า
เพื่อความปลอดภัย ขณะที่ด้านหลังขยายไฟท้ายให้ใหญ่ขึ้น เช่นเดียวกับกระจกบังลมหลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
รวมทั้งย้ายไฟเบรกดวงที่ 3 มาไว้ด้านในกระจก และขยายคิ้วเหนือป้ายทะเบียนด้านหลังให้ใหญ่ขึ้นเช่นกัน

ขนาดตัวถังของ All New Hiace มีดังนี้ (หลังคาปกติ/หลังคาสูง)

  • ความยาว 5,265 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 570 มิลลิเมตร) / 5,915 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 535 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 1,950 มิลลิเมตร (เพิ่มขึ้น 225/70 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1990 มิลลิเมตร (สูงขึ้น 5 มิลลิเมตร)/2,280 มิลลิเมตร (เตี้ยลง 5 มิลลิเมตร)
  • ความยาวฐานล้อ 3,210 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 640 มิลลิเมตร) / 3,860 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 750 มิลลิเมตร)

ภายในมีการปรับรายละเอียดจากรุ่นเดิมจนหมด โดยมีให้เลือกทั้งโทนสีเทา/ดำ และสีเทา/เบจ
พร้อมรายละเอียดต่างๆ เริ่มจากช่องเก็บของด้านหน้าที่มีเก๊ะเปิดตรงกลางพร้อมที่วางแก้วแบบเจาะ
เป็นชิ้นเดียวกับคอนโซลหน้า ชุดเครื่องเสียงที่มีให้เลือกทั้งวิทยุจอธรรมดาและแบบสัมผัส รวมทั้ง
ระบบปรับอากาศธรรมดาที่ปรับสวิตซ์ใหม่ให้ร่วมสมัยขึ้น พร้อมปุ่มปรับสำหรับช่องแอร์ผู้โดยสาร
ตอนหลังแยกไว้ต่างหาก,คันเกียร์ที่ยังคงอยู่บนคอนโซลหน้าทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ
ที่เปลี่ยนจากรางหยักเป็นรางตรง และเบรกมือที่ย้ายมาไว้ด้านข้างพร้อมช่องวางของ

มาตรวัดมีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID แบบจอดิจิตอล และมาตรวัด
เรืองแสงสีขาว พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID แบบสี รวมถึงพวงมาลัยใหม่ที่ทันสมัยขึ้น ติดตั้ง
สวิตซ์ควบคุมเครื่องเสียง,จอแสดงผลการขับขี่และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

เบาะนั่งของรุ่นนี้สามารถเลือกได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่จะนำไปใช้งาน เริ่มตั้งแต่
แบบ 3 ที่นั่งด้านหน้าสำหรับบรรทุกสัมภาระเต็มพิกัด ไปจนถึง 17 ที่นั่งสำหรับบรรทุก
ผู้โดยสาร โดยเบาะหลังมีให้เลือกทั้งแบบธรรมดา และแบบติดตั้งพนักพิงศรีษะ
(ซึ่งแบบหลังมีมาให้สูงสุด 13 ที่นั่ง) พร้อมเข็มขัดนิรภัยทุกตำแหน่ง

สมรรถนะมีให้เลือกดังนี้

  • เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.8 ลิตร 1GD-FTV พร้อมติดตั้งระบบเผาไหม้ไอเสีย EGR
    (Exhaust Gas Recirculation) และ DMF (Dual Mass Flywheel) ให้กำลังสูงสุด
    176 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดาและอัตโนมัติ 6 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ลิตรรหัส 7GR-FKS พร้อมวาล์วแปรผัน Dual VVT-i และระบบ
    จ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง D4-S ให้กำลังสูงสุด 276 แรงม้า แรงบิด 365 นิวตัน-เมตร

ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ MacPherson strut และด้านหลังเป็นแบบ leaf spring (แหนบ)
โดยตัวรถสร้างขึ้นบนพื้นฐาน TNGA Platform (Toyota New Global Architecture)
ซึ่งลดการบิดตัวของตัวถัง ขับสบายขึ้น ลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร

ระบบความปลอดภัยในเวอร์ชั่นญี่ปุ่นมาพร้อมกับ Toyota Safety Sense ซึ่งประกอบไปด้วย

  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Crash Safety System
  • ระบบเตือนรถออกนอกเลน Lane Departure Alert
  • ไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam

และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อาทิ

  • ระบบเบรก ABS EBD BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC TRC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • ไฟเบรกฉุกเฉินเมื่อเหยียบเบรกรุนแรง Emergency Brake Signals
  • ถุงลมนิรภัย 3 ตำแหน่ง (คู่หน้า + เข่าด้านคนขับ)

Toyota Hiace เปิดตัวแล้วในตลาดฟิลิปปินส์ มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย โดยราคาอยู่ที่ 1,590,000 ถึง
2,235,000 เปโซ (948,000 – 1,333,000 บาท) พร้อมสีตัวถัง เงิน Silver Mica Metallic
ขาว,ดำ Black Mica,น้ำเงิน Light Blue Metallic และขาวมุก Luxury Pearl Toning เริ่มจำหน่าย
ในวันที่ 5 มีนาคม 2019 เป็นต้นไป ส่วนประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยอาจจะตามมาหลังจากนี้

ที่มา Toyota Official,Toyota Philippines

Comments
Loading...