All New Toyota Camry (Thailand Spec.) : พลิกโฉมใหม่ทั้งคันจากความหรูหรามาเป็นสปอร์ตเต็มตัว

152

ตลาด D-Segment ของประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ที่ว่า ถ้าใครเปิดตัวก่อน ค่ายอื่นจะต้องเปิดตัวตาม
แน่นอนว่าเจ้าตลาดอย่าง Toyota ได้เปิดตัว Camry อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา
คราวนี้ ได้สลัดภาพรถยนต์นั่งระดับหรูทิ้งไป มาเป็นสปอร์ตซีดานรุ่นใหญ่เต็มตัว และเป็นรถยนต์นั่ง
รุ่นที่สองในประเทศไทยที่ใช้สถาปัตยกรรม TNGA ต่อจาก C-HR และเป็นการประเดิมศึกกลุ่มนี้
ครั้งสำคัญ ก่อนที่ Teana จะเปิดตัวหลังจากนั้นไม่นานนัก และปิดท้ายด้วย All New Honda Accord

หน้าตาภายนอกที่นอกจากจะดูโฉบเฉี่ยวจนไม่เหลือความเรียบง่ายแล้ว ยังมีหน้าตาที่เหมือนกับ
เวอร์ชั่นที่จำหน่ายในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และอีกหลายๆประเทศ
เพียงแต่ว่า รายละเอียดการออกแบบยกมาจากเวอร์ชั่นปกติเท่านั้น (ไม่มีหน้าตาแบบสปอร์ตให้เลือก)

ไฟหน้าที่เป็นแบบ Bi-Beam LED ทุกรุ่น แต่รุ่น Hybrid ได้เปลี่ยนไฟเลี้ยวเป็น LED (รุ่นธรรมดาเป็นหลอดไส้)
กระจังหน้าที่ตกแต่งโครเมียมเฉพาะเส้นแนวนอนเส้นเดียวเท่านั้น ส่วนคิ้วด้านบนกับด้านล่างจะเป็นสีตามตัวรถ
กันชนหน้ามีช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ จับคู่กับไฟตัดหมอกหน้าที่ติดตั้งไว้ในกันชน


ด้านข้างเปลี่ยนรายละเอียดใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแนวกระจกที่โค้งมนขึ้น เสริมโครเมียมบริเวณกระจกหลัง
มือจับประตูโครเมียมออกแบบใหม่ที่ดูหนาขึ้น กระจกมองข้างย้ายมาติดไว้ที่บนบานประตู ส่วนด้านหลังจะมี
ไฟท้าย LED มาให้ทุกรุ่น (ส่วนรุ่น Hybrid จะเปลี่ยนไฟเลี้ยว ไฟถอยมาเป็น LED เช่นกัน) พร้อมกับเสริม
คิ้วป้ายทะเบียนด้านหลังที่มีขนาดเล็กลง รวมทั้งย้ายโลโก้ CAMRY มาไว้บริเวณดังกล่าว รวมทั้งกันชนหลัง
เสริมด้วยแถบสีดำและเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปีที่ติดตั้งมูนรูฟมาให้ใน Camry เวอร์ชั่นประกอบในประเทศ
อีกด้วย (หลังจากที่เคยติดตั้งมาแล้วใน Camry 3.5 ลิตร) ออปชั่นดังกล่าวมีมาให้เกือบทุกรุ่น ส่วนล้ออัลลอย
มีขนาดยางและลวดลายดังต่อไปนี้

  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วพร้อมยางขนาด 205/65R16 ในรุ่น 2.0 ลิตร
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วพร้อมยางขนาด 215/55R17 ในรุ่น 2.5 ลิตร Hybrid
  • ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วพร้อมยางขนาด 235/45R18 ในรุ่น 2.5 ลิตร

มิติตัวถังมีดังต่อไปนี้

  • ความยาว 4,885 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 35 มิลลิเมตร)
  • ความกว้าง 1,840 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 18 มิลลิเมตร)
  • ความสูง 1,445 มิลลิเมตร (เตี้ยลง 25 มิลลิเมตร)
  • ฐานล้อยาว 2,825 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 50 มิลลิเมตร)

ภายในปรับแผงคอนโซลใหม่ให้โค้งมนกว่าเดิม และปรับรายละเอียดเพื่อเอาใจคนขับเป็นหลัก
พร้อมตกแต่งลายไม้ที่แตกต่างกัน (เครื่องยนต์ธรรมดาใช้ลายแบบ Tiger Eye Garnish
ส่วนเครื่องยนต์ Hybrid ตกแต่งด้วยลายไม้สีขาว Onix) เสริมด้วยไฟส่องสว่าง LED ขนาดเล็ก

สำหรับสีภายในมีทั้งสีดำและสีเบจ แต่ขึ้นอยู่กับสีภายนอกดังนี้

ภายในสีดำ มาพร้อมกับสีขาวมุก,สีเงิน,สีดำ และสีแดง
ภายในสีเบจ มาพร้อมกับสีน้ำตาล สีเทา และสีดำอมแดง

มาตรวัดเป็นแบบเรืองแสงสีขาว Optitron พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID ที่มีทั้งขนาด 4 นิ้ว
หรือ 7 นิ้วเสริมด้วยภาพกราฟิกและเมนูที่สวยงามขึ้น พวงมาลัยเปลี่ยนมาใช้แบบ 3 ก้านทรงใหม่
พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง โทรศัพท์ Bluetooth จอแสดงผลการขับขี่ และ Cruise Control
เป็นครั้งแรกของ Toyota (หลังจากที่เปลี่ยนไปใช้แบบก้าน) เสริมด้วยมาตรวัดที่ฉายบรกระจก
HUD แบบสี

เบาะนั่งออกแบบใหม่ยกชุด ทุกรุ่นหุ้มด้วยหนังแท้และหนังสังเคราะห์ เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า
พร้อมความจำสำหรับด้านคนขับ ด้านหลังติดตั้งที่พักแขนพร้อมที่วางแก้วน้ำแบบมีฝาปิดทุกรุ่น
แต่รุ่น HV Premium เสริมด้วยปุ่มควบคุมแบบสัมผัสที่ควบคุมได้ทั้งม่านบังแดดด้านหลัง
ชุดเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ และพนักพิงเบาะหลังที่สามารถปรับเอนได้

ออปชั่นความสะดวกสบายมีมาให้ดังต่อไปนี้

  • ชุดเครื่องเสียงแบบจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการใช้งาน T-Connect Telematics
  • ลำโพง JBL
  • รองรับการเชื่อมต่อ AUX USB Bluetooth
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่งพร้อมฮีทเตอร์
  • ระบบเป่าลมเย็นสำหรับเบาะนั่งคู่หน้า
  • พนักพิงศรีษะเบาะผู้โดยสารด้านหน้าสามารถพับลงได้
  • ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging
  • แผงควบคุมบริเวณที่พักแขนด้านหลังแบบปุ่มสัมผัส

เครื่องยนต์ของ Toyota Camry มีให้เลือกดังนี้

  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 6AR-FSE พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVT-iW จ่ายน้ำมันแบบฉีดตรง
    D4-S 167 แรงม้า แรงบิด 199 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super ECT 6 จังหวะ
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Dynamic Force A25A-FKS 209 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Direct-Shift 8 จังหวะ พร้อม Manual Mode
  • เครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 2.5 ลิตร Dynamic Force A25A-FXS 178 แรงม้า แรงบิด 221 นิวตัน-เมตร
    พ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลัง 118 แรงม้า แรงบิด 160 นิวตัน-เมตร รวมกันแล้วมีพละกำลังถึง 211 แรงม้า
    จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT พร้อม Manual Mode 6 จัหงวะ ครั้งแรกในเวอร์ชั่นไฮบริด

สำหรับงานวิศวกรรมมาพร้อมกับพื้นฐาน TNGA-K เช่นเดียวกับ Lexus ES โฉมใหม่ล่าสุดพร้อมกับเปลี่ยน
ช่วงล่างใหม่ล่างด้านหน้าเป็นแบบ McPherson Strut ด้านหลังแบบอิสระ Double Wishbone
(จากเดิมเป็นอิสระ Dual Link Strut) ระบบเบรกมาพร้อมกับดิสก์เบรก 4 ล้อ

ระบบความปลอดภัยของ Camry ใหม่มีดังต่อไปนี้

  • Toyota Safety Sense
    – ระบบรักษาระยะห่างและความเร็วข้างหน้า DRCC (Dynamic Radar Cruise Control)
    – ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Crash Safety System
    – ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDA (Lane Departure Alert) พร้อมระบบพวงมาลัยช่วย
    – ระบบไฟสูงอัตโนมัติ Auto Hi-Beam
  • ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง BSM (Blind Spot Monitoring)
  • ระบบเตือนรถขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบเตือนลมยางอ่อน TPMS
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC และ TRC
  • ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
  • กล้องมองหลัง
  • ถุงลมนิรภัย 7-9 ลูก

Toyota Camry ใหม่มีให้เลือก 4 รุ่นย่อยดังนี้
2.0G ราคา 1,445,000 บาท
– ไฟหน้าแบบ Bi-Beam LED พร้อมไฟหรี่/ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED
– ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบฮาโลเจน (ด้านในไฟหน้า)
– ไฟท้าย LED (เฉพาะไฟเบรกกับไฟหรี่เท่านั้น)
– กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ/เส้นแนวนอนสีดำ
– ไฟตัดหมอกหน้า
– ล้ออัลลอย 16 นิ้ว
– มือจับประตูด้านนอกโครเมียม
– เสากรอบหน้าต่างสีดำเงา
– คิ้วป้ายทะเบียนด้านหลังสีเดียวกับตัวรถพร้อมโลโก้ “C A M R Y”
– ภายในสีดำ/สีเบจ (ขึ้นอยู่กับสีตัวรถ)
– ลายไม้แบบ Tiger Eye Garnish
– มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงผลการขับขี่ MID ขนาด 4.2 นิ้ว
– ชุดเครื่องเสียงแบบ
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบแยกฝั่ง
– ช่องสำหรับชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
– ไฟอ่านแผนที่แบบ LED
– กระจกแต่งหน้าบนแผงบังแดดพร้อมไฟส่องสว่างคู่หน้า
– กระจกไฟฟ้าเลื่อนอัตโนมัติ 4 บาน
– เซ็นทรัลล็อก พร้อมกุญแจรีโมทแบบ Smart Entry
– กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้า พร้อมพับอัตโนมัติเมื่อล็อกรถ
– เบาะหนัง
– เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า
– ม่านบังแดดด้านหลังไฟฟ้า
– ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย
– ระบบเบรก ABS/EBD/EA
– ระบบควบคุมการทรงตัว VSC TRC
– ระบบช่วยขึ้นเขา HSA
– ระบบเตือนมุมอับด้านข้าง BSM (Blind Spot Monitoring)
– ระบบขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
– ระบบเตือนลมยางอ่อน TPMS
– กล้องมองหลัง
– ถุงลมนิรภัย 7 ลูก : ด้านหน้า 2 จุด / ด้านข้าง 2 จุด /ม่านนิรภัย 2 จุด / หัวเข่าคนขับ 1 จุด

2.5G ราคา 1,589,000 บาท
– มูนรูฟไฟฟ้า
– ล้ออัลลอย 18 นิ้ว
– จอแสดงผลการขับขี่ MID ขนาด 7 นิ้ว
– แผงคอนโซลกลางตกแต่งด้วยลายไม้
– ท่อไอเสียคู่

2.5 HV ราคา 1,639,000 บาท
– ล้ออัลลอย 18 นิ้ว
– เส้นกระจังหน้า/คิ้วฝากระโปรงท้ายโครเมียม
– ไฟหน้าแบบ Full LED (เพิ่มไฟเลี้ยวบนโคมไฟหน้าแบบ LED)
– ไฟท้ายแบบ Full LED (เพิ่มไฟเลี้ยวและไฟถอยแบบ LED)
– ลายไม้แบบ Onix
– พวงมาลัยเพาเวอร์ปรับระดับด้วยไฟฟ้า พร้อมความจำ

2.5 HV Premium ราคา 1,799,000 บาท
– มาตรวัดเสริมยิงบนกระจกหน้า Head-Up Display
– เบาะหลังปรับเอนด้วยไฟฟ้า
– แผงควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบจอสัมผัส
– ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน
– Toyota Safety Sense
– ระบบรักษาระยะห่างและความเร็วข้างหน้า DRCC (Dynamic Radar Cruise Control)
– ระบบเตือนการชนด้านหน้า Pre-Crash Safety System
– ระบบเตือนรถออกนอกเลน LDA (Lane Departure Alert) พร้อมระบบพวงมาลัยช่วย
– ระบบไฟสูงอัตโนมัติ Auto Hi-Beam
– ถุงลมนิรภัย 9 จุด : ด้านหน้า 2 จุด / ด้านข้าง 2 จุด /ม่านนิรภัย 2 จุด / หัวเข่าคนขับ 1 จุด / ด้านหลัง 2 จุด

สีตัวรถของ Camry มีให้เลือกดังต่อไปนี้
– สีแดง Premium Red (สีใหม่)
– สีน้ำตาล Platinum Brown Metallic
– สีดำอมม่วง Burning Black (เฉพาะรุ่น HV Premium)
– สีขาวมุก Platinum White Pearl
– สีเทา Graphite Metallic
– สีเงิน Sliver Metallic
– สีดำ Attitude Black Mica

ใครสนใจสัมผัส All New Camry สามารถไปชมได้ที่โชว์รูม Toyota ทั่วประเทศ

Comments
Loading...